พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับวิชาโหราศาสตร์
ใน โบราณกาล มีศิลปศาสตร์หลายประการที่เป็นหัวข้อวิชาบังคับซึ่งพระมหากษัตริย์ในฐานะผู้ปกครอง ประเทศ และในฐานะจอมทัพจะต้องทรงศึกษาไว้ อาทิ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ศิลปะการต่อสู้โดยใช้ อาวุธในรูปแบบต่างๆยุทธศาสตร์ที่ต้องใช้หลักวิชาตามตำราพิชัยสงครามซึ่งจะมีหัวข้อวิชาเกี่ยวกับ โหราศาสตร์อยู่ด้วยเพื่อใช้ในการคำนวณหาฤกษ์ที่สำคัญต่างๆ เช่น ฤกษ์เคลื่อนทัพฤกษ์ฤกษ์เข้าตี ข้าศึกเป็นต้นสำหรับวิชาโหราศาสตร์นี้พระมหากษัตริย์บางพระองค์ได้สนพระทัยศึกษาอย่างจริง จังแล้วนำมาประยุกต์ใช้งานด้วยพระองค์เองดังตัวอย่างพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ซึ่งทรงได้รับการยกย่องกันในวงการโหรเมืองไทยว่า ทรงมีความรู้และเชี่ยวชาญใน วิชาการโหราศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง แต่บางพระองค์ก็เพียงแต่ศึกษาตามหน้าที่เป็นความรู้ ส่วนราย ละเอียดในทางปฏิบัตินั้นได้ทรงมอบให้แก่โหรหลวงซึ่งเป็นตำแหน่งขุนนางที่มีเกียรติท่านหนึ่ง เป็นผู้รับผิดชอบ โหรหลวงบางท่านได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นถึงพระยาโหราธิบดี

ผมได้เคยเขียนบทความเกี่ยวกับพระราชอัจฉริยภาพในด้านการสื่อสารของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณให้ประชาชนคนไทยได้รับทราบในวโรกาสที่สำคัญ โดยเฉพาะในวันเฉลิมพระชนมพรรษามาแล้วหลายตอนซึ่งดูจะครบถ้วนสมบูรณ์แล้วในด้าน การสื่อสาร ในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๙ ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาที่ ๖๙ จัดได้ว่า เป็นวโรกาสที่สำคัญยิ่งอีกวาระหนึ่ง เนื่องจากเป็นวันนี้ยังอยู่ในพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ฉลองสิริราชสมบัติครบ๕๐ปีผมได้นั่งคิดนอนคิดมาตั้งแต่ต้นปีว่าจะยังมีพระปรีชาสามารถ ในวิชาการแขนงใดที่ผมได้เคยรับทราบมาหลงเหลืออยู่สมควรนำมาเผยแพร่อีกบ้างจนกระทั่ง ผมได้เปิดอ่านหนังสือพระราชนิพนธ์เรื่อง "พระมหาชนก" ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์จำหน่าย และได้พบว่าในภาพประกอบการเดินทางทางทะเลของพระมหาชนกนับตั้งแต่วันออกเดินทาง วันที่เรือพระที่นั่งถูกพายุในทะเลจนอับปางจนถึงวันที่นางมณีเมขลามาช่วย มีรูปดวงชะตาแสดง ที่ตั้งของดาวพระเคราะห์ต่างๆ ในวันเกิดเหตุไว้ทุกภาพ

ผมในฐานะนักศึกษาวิชาโหราศาสตร์คนหนึ่งจึงอดไม่ได้ที่จะพิจารณาดูดวงชะตาเหล่านี้โดย เฉพาะในวันที่เกิด พายุรุนแรงขึ้นจนเป็นเหตุให้เรือพระที่นั่งของพระมหาชนกอับปางนั้น ดาว พระเคราะห์ต่างๆ สถิตอยู่ในราศีใดบ้างเพื่อประกอบการศึกษาค้นคว้าวิชาการนี้ในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับอิทธิพลของดาวพระเคราะห์กับอุบัติภัยธรรมชาติต่างๆ ที่เรียกว่า Mundane Astrology
ในดวงชะตาที่อ้างถึงได้แสดงที่ตั้งของดาวพระเคราะห์ต่างๆ ไว้ดังนี้

ดาวอาทิตย์สถิตในราศีเมษ
ดาวจันทร์อยู่ในราศีมังกร
ดาวอังคารสถิตราศีมีน
ดาวพุธสถิตราศีเมษ
ดาวพฤหัสบดีสถิตราศีตุลย์
ดาวศุกร์สถิตราศีพฤษภ
ดาวเสาร์สถิตราศีกุมภ์
ดาวราหูสถิตราศีพิจิก
ดาวเกตุสถิตราศีเมษ
ดาวมฤตยูสถิตราศีมังกร
ดาวเน็ปจูนสถิตราศีธนู
ดาวพลูโตสถิตราศีพิจิก
(ภาพประกอบที่ ๑ ดวงชะตาวันเรือพระมหาชนกอับปาง)

ในบทพระราชนิพนธ์ได้ทรงระบุวันเดือนที่เกิดเหตุไว้ประกอบดวงชะตาว่า เป็นวันที่ ๒ พฤษภาคม ส่วนปีและเวลาที่เกิดเหตุมิได้ทรงระบุไว้เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนพุทธกาล ส่วนวันที่นางมณีเมขลามาช่วยนั้นเป็นวันที่ ๙ พฤษภาคม หลังจากวันที่พระมหาชนกได้ทรงพระวิริยะ ว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรมาแล้วเป็นเวลา ๗ วัน

ท่าน B.V. Raman โหราจารย์อินเดียที่มีชื่อเสียงมากท่านหนึ่งได้กล่าวถึงอิทธิพลของดวงดาวที่มี ต่อสภาพดินฟ้าอากาศไว้หลายประการ ซึ่งผมขอประมวลมาเพียงบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับ วาตะภัยดังนี้

"_____South-west winds do result when Jupiter is in Aquarius_____. North-west monsoon winds are ruled by Saturn and South-west by Jupiter. When they are in airy signs the direction of the wind is easily ascertained._____. The air is essentially ruled by the planet which is applying to the Moon after its conjunction, opposition or square with the Sun._____" (PLANETARY INFLUENCES ON HUMAN AFFAIRS by B.V. Raman)

เมื่อแปลเป็นไทยจะได้สาระสำคัญสรุปได้ว่า ดาวพระเคราะห์ที่มีอิทธิพลแก่ลมพายุทั้งความ รุนแรง และทิศทางได้แก่ดาวเสาร์จะแสดงผลต่อลมมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือ และดาวพฤหัสบดี จะส่งผลต่อลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทั้งนี้จะส่งผลได้เด่นชัดมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อดาว พระเคราะห์ทั้งสองสถิตในราศีมิถุน ราศีตุลย์ และราศีกุมภ์ซึ่งล้วนแต่เป็นราศีธาตุลม และทำ ทำมุมสัมพันธ์เป็นกับดาวจันทร์ ดาวอาทิตย์คือ ๐ องศา (ทับกัน) ๑๘๐ องศา (เล็งกัน) หรือ ๙๐ องศา

เมื่อพิจารณาตามดวงชะตาในวันเกิดเหตุวาตะภัยที่ปรากฏอยู่ในบทพระราชนิพนธ์ฯ พายุ ที่เกิดมีลักษณะเป็นพายุโซนร้อน (Tropical Cyclone) เกิดขึ้นในวันที่ ๒ พฤษภาคม จนเป็นเหตุ ให้เรือพระที่นั่งของพระมหาชนกต้องอับปางแล้ว จะเห็นได้ว่า

ดาวเสาร์สถิตราศีกุมภ์ซึ่งเป็นราศีธาตุลม ดาวพฤหัสบดีสถิตราศีตุลย์ซึ่งเป็นราศีธาตุลม เช่นกัน นอกจากนี้ดาวพฤหัสบดียังทำมุมเล็งกับดาวอาทิตย์ที่สถิตอยู่ในราศีเมษ และทำมุม ๙๐ องศากับดาวจันทร์ซึ่งสถิตในราศีมังกรตรงกับที่ท่านโหราจารย์ B.V. Raman ได้กล่าวไว้ อนึ่งเมื่อ พิจารณาตรงจุดที่เรือพระที่นั่งของพระมหาชนกอับปางนั้นอยู่ในบริเวณลองติจูด ๙๐ องศาเศษ ซึ่ง อยู่ในอาณาเขตต่อเนื่องระหว่างประเทศบังคลาเทศกับประเทศพม่า และตามตำรา Mundane Astrology ได้กำหนดให้ลัคนาของดวงเมืองประเทศพม่าไว้ในราศีตุลย์ พายุรุนแรงที่เกิดขึ้นในวัน วันนั้นจึงเกิดจากอิทธิพลของดาวพฤหัสบดีที่ทำมุมเล็งกับดาวอาทิตย์ และทำมุม ๙๐ องศากับดาว จันทร์ เท่านั้นดูจะยังไม่เพียงพอหากไม่ได้พิจารณาถึงจุดที่ตั้งของดาวมฤตยูซึ่งทางโหราศาสตร์ถือว่า เป็นเจ้าการของอุบัติเหตุด้วย ดาวมฤตยูในวันที่เกิดเหตุนี้ปรากฏว่า สถิตอยู่ในราศีมังกรราศีเดียวกับ ดาวจันทร์จึงทำมุม ๙๐ องศากับดาวพฤหัสบดีช่วยส่งอิทธิพลในทางทุกข์โทษให้แก่ดาวพฤหัสบดีอีก ส่วนหนึ่ง อุบัติภัยอันเกิดจากลมพายุหรือวาตะภัยจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งคือ จุดที่ตั้งของดาวพลูโตซึ่งระบุไว้ในดวงชะตาวันเกิดเหตุ นั้นได้สถิตอยู่ร่วมกับราหูซึ่งเป็นจุดตัดของวงโคจรของดาวอาทิตย์ดับดาวจันทร์ทางเหนือในราศีพิจิก ซึ่งเป็นราศีธาตุน้ำ ดาวพลูโตมีความหมายในตัวว่า "เรืออับปาง" ดังนั้นเมื่อสถิตร่วมกับราหูซึ่งเป็นที่ ยอมรับกันทั่วไปในวงการโหรว่า หากเข้ามาประชิดในเชิงมุมกับดาวอาทิตย์และดาวจันทร์ในวันข้าง ขึ้นหรือข้างแรม ๑๕ ค่ำแล้วจะเกิดเป็นคราสหรือเงาดำที่มีอิทธิพลส่งผลเป็นทุกข์โทษแก่เจ้าชะตาได้ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงอาจจะเป็นไปได้เหมือนกันว่า ก่อนหรือหลังวันที่เกิดเหตุไม่นานได้เกิด คราสขึ้น และเงาดำที่เกิดจากคราสหรือราหูได้ครอบคลุมมาถึงอาณาบริเวณที่ใกล้เคียงกับจุดที่ตั้ง ของดาวพลูโตจึงส่งผลให้เกิดการอับปางของเรือขึ้น

ผมเองได้ปฏิบัติหน้าที่สนองพระเดชพระคุณโดยใกล้ชิด และได้มีโอกาสเข้าเฝ้าเป็นการ ส่วนพระองค์มากมายหลายครั้ง พระองค์ท่านได้ทรงทราบว่า ผมมีความสนใจศึกษาวิชาโหราศาสตร์ อยู่จึงได้รับสั่งสอบถามผมเกี่ยวกับวิชาโหราศาสตร์ดวงดาวในบางโอกาส นอกจากนี้ ผมยังได้ทราบว่า พระองค์ท่านยังได้มีพระราชกระแสสอบถามเกี่ยวกับเรื่องโหราศาสตร์จากข้าราชบริพารอีกหลายท่าน อาทิ ท่านอาจารย์ภาวาส บุนนาค อดีตรองราชเลขาธิการ (ถึงแก่กรรมแล้ว) ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ประสบ การณ์ในวิชาการโหราศาสตร์มากท่านหนึ่งอยู่บ่อยครั้ง และผมเองไม่มีโอกาสทราบเลยว่า พระองค์ ท่านได้ทรงศึกษาวิชาการนี้มาจากที่ใดมากน้อยเพียงใด แต่เมื่อผมได้สังเกตพระราชกระแสเกี่ยวกับ กับเรื่องนี้มาโดยตลอดแล้ว ผมมีความเข้าใจเอาเองว่า พระองค์ท่านจะต้องทรงมีความรู้ทางวิชาการ โหราศาสตร์ไม่น้อยและเมื่อผมได้มีโอกาสวิเคราะห์ดวงชะตาต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ของพระมหาชนกดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ทำให้ผมมีความมั่นใจยิ่งขึ้นว่า นอกเหนือจากพระปรีชา สามารถในวิชาการรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ เกษตรศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การสื่อสารโทรคมนาคม การจัดการจราจร การชลประทาน การอุตินิยมวิทยา การดนตรี การกีฬา ฯลฯ แล้วพระองค์ท่านยัง ทรงมีพระปรีชาสามารถในวิชาการโหราศาสตร์อีกแขนงหนึ่งด้วยเพราะจุดที่ตั้งของดาวพระเคราะห์ ต่างๆ ที่พระองค์ท่านได้แสดงไว้ในดวงชะตาของวันที่มีเหตุการณ์เกี่ยวกับการเดินทางของพระมหา ชนกที่ปรากฏอยู่ในหนังสือพระราชนิพนธ์ "พระมหาชนก" นั้นมีที่มาจากรากฐานความเป็นไปได้ ซึ่งสามารถพิสูจน์ยืนยันด้วยหลักวิชาโหราศาสตร์ดวงดาวได้อย่างจริงๆ และเป็นสิ่งที่พสกนิกรคน ไทยควรภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าพระองค์ท่านจะทรงมีพระปรีชาสามารถในวิชาการโหราศาสตร์มากน้อย เพียงใดผมก็เชื่อว่าพระองค์ท่านจะใช้วิชาการแขนงนี้เป็นเพียงส่วนประกอบพระราชวิจารณญาณใน พระราชกรณียกิจบางเรื่องบางประเด็นเช่นเดียวกับบุรพพระมหากษัตราธิราชเท่านั้นเนื่องจากพระองค์ ท่านได้ทรงมีพระราชศรัทธาเลื่อมใสเข้าพระทัยในแก่นแท้ของพระธรรมคำสั่งสอนขององค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้งแท้จริง และทรงถือปฏิบัติตามโดยเคร่งครัดอยู่แล้วตลอดเวลา

ประชาชนคนไทยนับได้ว่าเป็นผู้ที่มีโชคดีที่พระมหากษัตราธิราชซึ่งทรงไว้ซึ่งทศพิธ ราชธรรม ทรงมีประปรีชาสามารถ ทรงมีพระราชอัจฉริยภาพสูงส่ง และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ แก่พวกเราเหลือคณานับ ดังนั้นในวโรกาสที่สำคัญยิ่งที่วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ท่าน ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้งหนึ่ง จึงเป็นการสมควรอย่างยิ่งที่พวกเราชาวไทยทุกคนจะได้ร่วม กันตั้งจิตอธิษฐานถวายพระพรให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานตลอดไป

Refer Link : http://www.dabos.or.th/totalH.htm
 เก็บตกจาก : http://www.dabos.or.th/totalH.htm
By : หนุ่ม พยากรณ์  

©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.