Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (39) Vote Down (41) เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน   
1693 : จากคุณ คนรู้น้อย     [203.155.35.95]     29 Dec 2001 - 10:45     [26 คำตอบ]

ปัญหาใหม่ๆจ้า
เป็นชายเกิดวันอาทิตย์ที่ 6 ก.พ. 2509 เวลา 9.06 น.
ปัญหาก็คือ
1.ปีนี้มีเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง
2.ปีใหม่ข้างหน้านั้นเขาจะไปทำอะไร
ขอความกรุณาคนที่มาออกความเห็นโปรดพยากรณ์โดยให้อธิบายความรู้ที่ไปที่มาของเรื่องราว ผมไม่ต้องการจับผิดจับถูก แต่ต้องการให้ทุกคนมาแชร์ความรู้แบ่งบันกันในฐานะผู้ที่รักโหราศาตร์ไทย เมื่อเฉลยผมจะแจกแจงให้ว่าผมพยากรณ์อย่างไร ดวงทุกดวงที่ผมนำมาเสนอมีหลักฐานชัดเจน และอ้างอิงได้ ไม่มีจุดประสงค์จะอวดความสามารถ เพราะไม่ได้ประโยชน์จากเว็บนี้ และที่สำคัญผมมีหน้าที่การงานดีพอแก่อัตภาพไม่ต้องการดังเพราะเรื่องนี้อีก ทุกคนคงเข้าใจความบริสุทธิ์ใจของผมนะครับ

1. bio     [203.146.223.81]     30 Dec 2001 - 11:23

เรียนคุณ คนรู้น้อยที่นับถือ
สงสัยเขาไปเที่ยวปีใหม่กัน เลยไม่มีใครตอบ ตอบคนแรก ว้า ขึ้นเขียงรายแรก ตอบก็ตอบจ้า อย่าเพิ่งเบื่อคนหน้าเก่านะคะ ขอตอบด้วยคน คำถามท่านยากขึ้นทุกทีนี่นะ คราวที่แล้วมาถามเรือนเดียวยังตอบไม่ถูก เลยคราวนี้ 2 ปี และทั้งทั้งดวงเลยหรืออิๆๆ Upgrade เร็วจังเลย ขอตอบว่า
1.ในปี 2544 คือยังเป็นปีนี้ ตั้งแต่ดาวเสาร์ย้ายเข้ามาในภพสหัชชชะ (6 )และมรณะ ของเจ้าชาตามาอยู่ร่วมดาว 8 ซึ่งเป็นนิจเดิมเป็นเรื่องเกี่ยวกับการงานของเจ้าชาตา (ดาว 5 ตนุ และกัมมะ)ทำให้การการติดต่อประสานงานกับเพื่อนฝูงและการเดินทางในระยะใกล้มีปัญหาอุปสรรคมาตลอด และน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับคู่ครองอยู่ด้วย แยกจากกัน ? 3 7 ในภพวินาศน์เดิม

2.ปีหน้าเขาจะไปทำอะไร ก็ปีหน้ามิซ้ำร้ายเข้าไปอีกหรือนี่ ราหูภพวินาศน์เดิมจรเข้ามาทับราหูเดิมซึ่งเป็นนิจอยู่แล้ว ดาว 0 ย้ายเข้าสู่ราศีกุมภ์ภพวินาศน์มีดาวลอยจากภพ (กดุมภะ ศุภะ )และ(พันธุ ปัตนิ) รวมทั้งดาว 7 จากภพลาภะด้วย รวมความแบบงูๆปลาๆ พื้นดวงเดิมแล้วเจ้าชาตามีผู้สนับสนุนให้ความช่วยเหลืออยู่ต่างแดนจากถิ่นที่อยู่ของตัวเอง เมื่อมีปัญหากดดันเจ้าชาตามากขึ้น เขาเลยคิดจะย้ายไปอยู่ต่างแดน....

วันนี้ขอตอบแค่นี้ก่อนนะคะ คราวหน้าคิดขึ้นมาได้ จะมาเพิ่มเติมข้อมูลต่อ

2. bio     [203.146.223.81]     31 Dec 2001 - 01:44

วันนี้มาตอบเพิ่มเติม ว่ากลางเดือน กรกฏาคม ประมาณเอา ไม่มีปฏิทินโดยละเอียด ดาว 5 ย้ายเข้าราศีนี้พบกับ เจ้าเรือน 2 เกษตร ภพปุตตะ สงสัยได้คู่ใหม่รึเปล่า ดาวอาทิตย์กาลีจรทับต้องไปอยู่ต่างแดนคำตอบเหมือนเดิมเจ้าค่ะ(ไม่แน่ใจ การใช้ทักษา ปีหน้า อายุ 37 เอา 9 หารเศษ 1 ผิดรึเปล่าไม่รู้) ท่านอื่นช่วยวานตอบหน่อยเจ้าค่ะ

3. มังกร     [203.148.183.12]     31 Dec 2001 - 05:32

สวัสดีปีใหม่ครับท่านอาจารย์ คนรู้น้อย
ดูดวงนี้แล้วก็อยากจะร่วมแจมเหมือนกัน แต่สงสัยหน้าแตกแน่ๆ
แหม ท่านอาจารย์ น่าจะให้ข้อมูลสอบอ่านดวงชะตาเขาสักหน่อยนะครับ
จะได้พอรู้เหนือรู้ใต้บ้าง
ก็ขอลองกล้อมแกล้มเอาสักหน่อยนึงนะครับ คำตอบก็คงใกล้ๆกับ คุณ bio นั่นแหละครับ
(1) ในตอนปี 44 นี้ เจ้าชะตาน่าจะมีเรื่องของการงาน, เจ้านายผู้อุปถัมภ์หรือคู่ครอง และ เรื่องสุขภาพ เป็นหลัก
ในจุดนี้ ผมมองสังเกตที่ราศีธนูเป็นหลัก ที่มีดาว ๓ โคจรวิปริต ตั้งแต่กลางปี และมีดาว ๕๘ จรอยู่ในราศีมิถุน เล็งกันอยู่ ทางด้านการงานของเจ้าชะตาอาจจะเกิดปัญหาขัดข้อง อันเนื่องมาจาก ผู้ใหญ่ (๘ มนตรีเดิม) ไม่ให้การช่วยเหลือ แถมเจ้าชะตาอาจจะขัดข้อง (อริ) อันเนื่องมาจากสตรีเสียอีก
แต่ในด้านดี ที่เกี่ยวกับงานก็มีนะครับ ถึงแม้เจ้านายเขาจะรู้สึกขัดข้องก็ตาม แต่ก็น่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ถูกสับเปลี่ยนย้ายงานไป ซึ่งกลับจะส่งผลให้เจ้าชะตาได้ดียิ่งขึ้น
(ข้อนี้ อธิบายชอบกลอยู่นะครับ แต่คนในวงราชการคงเข้าใจง่าย คือ เมื่อเราไม่ชอบเขา แต่เลื่อยขาเก้าอี้เขาไม่ได้ ก็เลยส่งเสริมให้เขาไปอยุ่ไกลๆซะเลย เพื่อที่ตัวเองหรือพรรคพวกจะได้เลื่อนขึ้นมาได้ นะครับ)
ส่วนทางด้านครอบครัวนั้น เนื่องจากดาว ๓ ปีนี้ ค่อนข้างให้โทษมากอยู่ ควรระวังเรื่องความรักเป็นพิษนะครับ โดยเฉพาะในช่วงตุลาคมเป็นต้นมาที่ดาว ๓ โคจรเข้าราศีมังกร
จะสูญเสียเรื่องครอบครัวและการเงินเอานาครับ
(2) ในปี 45 นั้น เหตุการณ์ในปีนี้ มันดูไงๆๆ ก็ไม่รู้ ขอมั่วไปก่อนแล้วกัน เจ้าชะตาน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิต (๗ จรทับ ๕ ตนุลัคน์ กระทบดาว ๘ ดาววินาศ คู่มิตร แต่ ดาว ๗ ส่งผลทางวินาศเดิมมาด้วย) คงจะต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ และคงต้องระวังในเรื่องของการผ่าตัดเอาไว้ด้วยนะครับ
กว่าจะพิมพ์มาได้แค่นี้ เหงื่อตกแล้วครับ
ถ้าอย่างไร ท่านอาจารย์ ช่วยเอาข้อมูลสำหรับสอบชีวิตเขา มาให้เป็นหลักสักหน่อย
เพื่อจะได้สอบเกณฑ์ แล้วอาจจะเปลี่ยนแปลงคำตอบบ้าง
เอาแค่เกริ่นๆ เหมือนกับอย่างหนังสือ "โฮ๋ราสาด" ก็ได้ครับ
ที่ท่านหลวงตาชื้น ท่านสอนว่า ก่อนจะพยากรณ์นั้น ขอให้สอบดวงชะตา
เขาก่อนว่า เป็นดวงชะตาที่สอดคล้องกับเรื่องราวในชีวิตของเขาไหม
เพื่อที่จะได้รู้ว่า เรื่องที่จะอ่านไปนั้นนะสอดคล้องกับชีวิตเขานะครับ

4. คนรู้น้อย     [203.155.35.95]     31 Dec 2001 - 10:21

เรียนคุณมังกร
ดวงชะตานี้เรียนจบสายสามัญมัธยมปลาย แล้วไปสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานในเรือเดินทะเล ผิดหวังในเรื่องความรักเสมอ ปัจจุบันโสดสนิท ไม่มีแฟน ไม่มีคนรัก ชีวิตค่อนข้างเหนื่อยยาก แบบชาวกะลาสีทั่วไป เคยประสบอุบัติเหตุแขนหักนานมาแล้ว ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอน เนื่องจากผมขี้เกียจซักประวัติ พี่สาวเธอพามาให้ดูดวง พอพยากรณ์จับประเด็นถูก ทำนองฮัลโหลเทสส์ๆ เสียงดีไม่แตก ก็เริ่มคอนเสริร์ดเป็นวงเลย พอทายย้อนกลับไปในปี44 มีประเด็นที่น่าสนใจ และเห็นว่ารูปมวยยังสดอยู่เลยอยากนำมาเป็นประเด็นในการแสดงความเห็นแลกเปลี่ยนความรู้กัน ประสาผิดเป็นครูตกเป็นนักเรียนครับ
เอาน่าไม่ต้องอาย ผิดต่อหน้าคนจริงยิ่งอายกว่า ผิดต่อหน้าคอมฯแค่หน้าร้อนๆเท่านั้นเอง จริงม่ะ
คนรู้น้อย

5. คนรู้น้อย     [202.22.63.21]     31 Dec 2001 - 11:50

เรียนคุณbio และคุณมังกร
ขอบคุณที่ช่วยตอบกระทู้นี้ ที่จริงก็ต้องการคนร่วมสนุกเท่านั้น แต่ดูเรื่องตอบปัญหาคนจะไม่สู้สนใจตอบกันนัก นิยมตอบปัญหาชีวิตกันมากกว่า หรือขอดูดวงชะตากัน
พอดีผมว่างก็เลยอยากจะมาเขียนอะไรฝากไว้บ้าง คุณมังกรเห็นอ้างถึงหลวงตาชื้นกับโฮราส๋าด ที่จริงคนนั้นท่านเป็นอาจารย์ที่ผมเคารพมาทีเดียว แต่ท่านก็ได้ล่วงลับไปแล้ว ทิ้งมรดกทางภูมิปัญญาให้ผมไว้ใช้ขีดเขียนแบบกวนบ้าง แบบเป็นสาระบ้าง นี่กำลังเศร้าทีเดียวนะที่คุณกล่าวไปถึงอาจารย์ผม ถ้าคุณอยากรู้เรื่องอะไรที่วิชาการของอาจารย์ผม ก็โพสมาถามได้นะครับจะตอบโดยตรงอย่างไม่ปิดบัง แต่เน้นว่าต้องเป็นวิชาของท่านอาจารย์อรุณ ลำเพ็ญเท่านั้น
ส่วนคุณ bio นั้นผมขอสอนหนังสือสังฑราชสักนิดนะครับ ผมสังเกตุการพยากรณ์ของคุณมาหลายครั้ง เวลามาแจมกระทู้พร้อมกับผม เห็นคุณใช้ทักษา แสดงว่าคุณชอบแบบนี้ คุณสามารถหาจุดพยากรณ์ได้แม่นยำถูกต้อง แต่ปัญหาของคุณก็คือ การนำความหมายมาประติประต่อกัน ทำให้เรื่องเบี่ยงเบนไป แม้ภพจะถูกก็ตาม เรื่องนี้อาจจะเป็นเพราะคุณมีโอกาสใช้ความรู้นี้น้อยก็ได้
ผมจะแสดงคอนเสริดในเรื่องทักษาทีละนิดนะครับ

6. คนรู้น้อย     [202.22.63.21]     31 Dec 2001 - 23:26

ระบบทักษานั้นมีที่มาที่ไปสามารถจำแนกแจกแจงได้มาก ถ้าแบ่งตามประเภทใหญ่ๆ ก็น่าจะได้ 2 ประเภท คือแบบเข้าตากลาง กับไม่เข้าตากลาง แบ่งตามลักษณะการนับอายุก็มีแบบใช้อายุเต็มและอายุย่าง และยังมีแบบเข้าตากลางที่ภูมิกาลี ภูมืศุกร์ และเข้าที่ภูมิอาทิตย์ การที่มีหลายแบบนั้น ตามคำสัณนิฐานของผม(ส่าวนตัว) รูปแบบทักษาที่ใช้กันอยู่นั้นต้องมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง ทำให้คนรุ่นหลังๆต้องประยุกต์เอา แล้วถือเป็นวิชาประจำสายของตนเองไป เราไม่เคยมีการสังคายนากันสักที ว่าแบบไหนน่าสนใจ ผมว่าเป็นเรื่องยากด้วยที่จะทำแบบนี้ เพราะพวกเราที่เรียนหมอดูมักมีนิสัยขอบโคลนนิ่งแล้วอ้างสิทธิ์ ทำให้ผู้ที่รู้จริงไม่อยากสอนออกมาให้ครบ ที่ใช้ๆกันอยู่บางทีหมอดูดังๆยังมีเพี้ยนเลย อันนี้ไม่ว่าากัน เพราะเป็นมานานแล้ว
การใช้ทักษานั้นเราต้องเลือกก่อนว่าชอบแบบไหน ตามความเห็นผมนั้นเราน่าใช้ตามแบบทักษาเจ้าฟ้า ที่เรานิยมเรียกว่าทักษาสยาม เพราะรู้สึกจะเป็นตำราที่มีการอ้างอิงจากคนรุ่นเก่าที่ชัดเจนที่สุด แต่อันนี้ต้องเป็นลางเนื้อชอบลางยาครับไม่บังคับกัน
การใช้ทักษานั้นผมจะนำมากล่าวเฉพาะทักษาจรครับ
หลักการใช้ทักษานั้นพอสรุปได้เป็น 2 ขั้นตอน
1. ขั้นการวิเคราะห์เกณฑ์จรปีที่ตำแหน่งพื้นดวง เพื่อให้ทราบว่าน่าจะเกิดเรื่องอะไรในปีนี้ ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี
2. ขั้นการนำเข้าสู่การพยากรณ์ดาวจร ซึ่งเป็นเทคนิคต่อเนื่องจากขั้นตอนที่1
ขั้นตอนการวิเคราะห์พื้นดวงนั้น ส่วนใหญ่มักจะคุ้นเคยอยู่กับการมอง เดช ศรี กาลี ซึ่งก้แล้วแต่มติของแต่ละคน
ในส่วนที่ผมได้รับการถ่ายทอดมานั้น เหมือนกับที่กล่าวมาข้างต้น แต่เพิ่มขึ้นตรงที่ให้ใช้ภูมิดาวที่อายุตกนั้นเป็นตังชี้เรื่องราวต่างๆ ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะเป็นภูมิบริวารอย่างเดียวเท่านั้น เหมือนกับเกณฑ์อายุจรปีตกนั่นแหละครับ การอธิบายโดยอรรถนั้นไม่ครบวิธีการ สุ จิ ปุ ริ ผมจะใช้วิธีการ leaning by doing

7. bio     [203.146.223.81]     01 Jan 2002 - 00:18

เรียนคุณ คนรู้น้อย ที่นับถือ
ขอบคุณที่กรุณาอธิบาย จริงๆ ด้วยละ งงๆทุกทีไม่มั่นใจเลยเรื่องทักษา อิๆ ส่วนมากเลยไม่ค่อยได้ใช้ แล้วแหะเรื่องการพยากรณ์นี่นะคะ เลิกไปหลายปีละเจ้าค่ะ เพิ่งจะมารื้อฟื้นตอนเข้า Web นี้ละค่ะ เอาตำรามาปัดฝุ่นใหม่ เห็นท่านตอบกระทู้ รวมทั้งอาจารย์ทั้งหลายที่ตอบกระทู้เก่าๆเขาดูครบถ้วนกระบวนความได้ดี เลยคิดว่า น่าจะลองเริ่มใหม่ซักที แต่ว่างานมันเยอะ เลยไม่ค่อยได้ leaning by doing ด้านนี้เท่าไหร่ เจ้าค่ะ แต่จะพยายามเจ้าค่ะ ขอบคุณอีกครั้งที่ชี้แนะ

8. เหมาะ     [158.108.5.9]     01 Jan 2002 - 02:14

เรียนคนรู้น้อย
ผมร่วมสนุกอีกคนครับ วันนี้ว่างๆๆผมคำนวนเวลาเกิด เขาเป็นดังนี้นะ
วันอาทิตย์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2509
เวลา09:06 น. ลัคนาสถิตย์ราศีมีน
ประกอบด้วย ราชา ฤกษ์
ลั. ลัคนา 11. มีน 14 2 2 : 2 5 : 3 26. อุตตรภัทท 8. ราชา
1. อาทิตย์ 9. มังกร 23 25 3 : 4 พิษสุนัข 8 : 1 23. ธนิษฐ 5. เทศาตรี
2. จันทร์ 3. กรกฏ 29 58 3 : 5 พิษสุนัข 9 : 5 ขาด 9. อสิเลส 9. สมโณ
3. อังคาร 10. กุมภ์ 12 28 2 : 4 พิษครุฑ 4 : 7 24. สตพภิสช 6. เทวี
4. พุธ 10. กุมภ์ 3 4 1 : 7 1 : 6 23. ธนิษฐ 5. เทศาตรี
5. พฤหัส 1. พฤษภ 28 33 3 : 7 9 : 4 5. มฤคศิร 5. เทศาตรี
6. ศุกร์ 9. มังกร 17 27 2 : 6 6 : 4 22. สาวณ 4. ภูมิปาโล
7. เสาร์ 10. กุมภ์ 17 39 2 : 4 พิษครุฑ 6 : 5 24. สตพภิสช 6. เทวี
8. ราหู 1. พฤษภ 6 47 1 : 6 3 : 5 3. กฤติกา 3. โจโร
9. เกตุ 2. เมถุน 21 59 3 : 7 พิษสุนัข 7 : 3 7. ปุนัพสุ 7. เพชรฆาต
0. มฤตยู 4. สิงห์ 24 4 3 : 3 8 : 3 11. ปุพพผัคคุนี 2. มหัทโน
ศุกร์(6) เป็นตนุเศษ

เป็นคนราศีมีน ดาวเจ้าเรือน คือดาวเนปจูน เป็นมหาจักร อยู่ในราตุลย์ ณะ เวลาเกิด
ตรโกณถึงดาว9เป็นเกษตร ในราศีเมถุน และตรโกณถึงดาว743ในราศีกุม พูดง่ายดวงนี้ได้ตรีโกณ ธาตุลมครับ วงจรชีวิตเขาเป็นกระลาสีเรือ นะครับ เป็นคนพูดจาไม่เหมือนใคร เผด็ดการหน่อยๆ
1. มาดูดาวจันทร์ ไดตำแหน่งเกษตรจริง แต่อยู่ใน (อสิเลส. สมโณ ) ตามหลักวิชาแล้วดาวจันทร์ใครอยู่ในองค์ศานี้ จะเป็นคนไม่ค่อยสมหวังอะไรมากหมักผิดหวังอยู่รำไป ว่างั้นเถอะครับ
2. ดาว4ที่เป็นภพปัตตนิเขา ก็ยังไปอยู่ในภพวินาสน์ด้วย มีดาว 0 และพูลโตเล็งอีก ถูก3ดาวบาปเคราะห์กุมอีก
3. มาดูดาวแห่งความรักเขาคือดาว 6 มาอยู่ในเรือนลาภเขาก็จริงแต่มาอยู่ในเรือนราศีมังกร ซึ่งไม่ถูกกัน 6ยังเป็นกาลกีณีวันเกิดอีก ถูกกุมด้วยดาว 1อีก 1อยู่ที่ใหนร้อนที่นั่น ดาว6 ยังได้องค์ศา (สาวณ ) ซึ่งหมายถึงการถูกหลอก แต่ก็เต็มใจให้หลอกนะครับ อันนี้ว่าตามหลักวิชา
4. ถามว่าปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้น ผมถนัดเรียนมาในแนวทางหาวิธี นำประโยชน์ดาวแต่ละดวงมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ได้ถูกสอนให้ทายในแนวทางนี้ครับแต่ผมพยามหาเหตุผลทางโหราศาสตร์ ว่าตามหลักวิชาทาย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา นะครับ พิจารณาจากลัคจรของเขาแล้วปีนี้ลัคจรเขายังอยู่ในราศีพฤจิ (สุภะในดวงชะตากำเนิด) หมายถึงการเดินทางใกล ความก้าวหน้า ความั่นคงก็ได้ หรือผู้ใหญ่ทางญาติ ทีนี้พิจารณาอายุเขา 35ปี ตกดาวศุกร์ ซึ่งเป็นกาลกีณีเดิมในชะตา ซึ่งมีแปด เป็นกาลกีณีจร พิจารณาต่ออีก ปีนี้ดาวจร 8มาตกอยู่พันธุเขา ดังนั้น น่าจะพูดว่า ญาติเขาไม่สบาย หรือญาติเขามีการเปลี่ยนแปลงครับ
5 ตอบคำถาม ต่อไปว่าปีหน้าเขาจะทำอะไร ปีหน้า มีดาว 78มากุมกันอยู่ในเรือน สหัชะ ในดวงชตาเดิมเขา ซึ่งส่งผลให้เขามีการเปลี่ยนแปลงชีวิตอีกเหมือนกัน 78หมายถึงอสังหาริมทรัพย์ก็ได้ 78 อาจจะหมายถึงการเดินทางใกลไปต่งแดนก็ได้ เพราะยังมีดาว 0 ที่อยู่ในราศีมังกร กำลังส่งผลให้เขาไปต่างแดน หรืออาจกล่าวอีกว่าลัคจรเขาอยู่ในราศีพฤจิ ซึ่งปัจุบันมีดาวพูลโตอยู่ าวพูลโตเป็นดาวประจำเรือนทรัพย์เขาด้วย ดาว78เล็งลัคเขา ก้เลยต้องโยคย้ายเปลี่ยนแปลงครับผม เพื่อการพัฒนาการที่ดีขึ้น หมายถึงการแบ่งสมบัติกันด้วยก็ได้
ถูกผิดแบบใหนมาช่วยอธิบายเพื่อความรู้ให้ด้วยครับ

9. พายัพ     [203.144.179.118]     02 Jan 2002 - 03:14

อ่านดวงแล้วแต่ไม่ได้เข้ามาทาย เห็นหลายท่านพูดถึงเรื่องทักษาจึงเข้ามาขอแจมบ้าง ทักษาจริงแล้วไม่ทราบแน่ชัดว่า ก่อกำเนิดมาจากประเทศไหน แต่ที่พอจะมีหลักฐานอ้างอิง ก็คงจะเป็นทางอินเดีย ในอินเดียเขาแบ่งทักษาไม่เหมือนของเรา ทางเขาก็มีสองแบบเช่นกัน คือทักษาในแบบเดิมที่ไม่มีดาวเกตุในภูมิกลาง ทางเขาเรียกว่า อัสโตตริทศา มีการใช้ควบคู่กับกลุ่มดาวฤกษ์ ใช้กำลังของดวงดาวทั้ง 108 ตามทักษา เพื่อนำไปอ่านร่วมกับนวางค์ทั้ง108 ลูกนวางค์ โดยเขายึดถือการเริ่มต้นจากดาวจันทร์เข้าเสวยฤกษ์ เป็นการเริ่มต้นในการนับทักษา ผมเข้าใจว่าระบบนี้ได้แทรกซึมเข้ามาทางประเทศไทย และผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมปรับรูปแบบมาเป็นระบบมหาทักษา และเริ่มต้นการนับโดยใช้วันเกิดเป็นหลัก เมื่อทางอินเดียมีหลายชนเผ่าหลายวัฒนธรรม การรวมชนเผ่าต่างๆก็ย่อมเป็นปัญหาไปด้วย ระบบทักษาก็ได้มีการปรับระบบใหม่เกิดขึ้น ระบบที่สองนี้คือระบบ วิมโสตริทศา ได้มีการรวมดาวเกตุลงไปในภูมิกลางด้วย โดยมีเหตุผลที่ว่าทักษาระบบเดิมนั้นไม่สอดคล้องกับฤกษ์ที่มีอยู่ทั้ง 27 นักษัตร์ คือถ้าทักษามี 9 หมวด ก็จะตรงกับขันธฤกษ์ทั้ง 9 การคำนวนจะง่ายขึ้นและองค์ประกอบก็จะมากขึ้น และยังมีการเพิ่มกำลังดาวจากเดิม เป็น 120 ทักษาทั้งสองระบบได้แทรกซึมโดยผ่านพม่า และเข้ามาในประเทศไทย ผสมผสานกับวัฒนธรรมทางภูมิภาค ทักษาระบบใหม่เมื่อปรับเข้ากับภูมิปัญญาของเดิมที่มีอยู่ในประเทศไทย จึงเปลี่ยนการนับให้เริ่มต้นจากวันเกิดเป็นหลัก หรือที่เรียกว่าทักษายุค ( มาจากคำว่า ทศา+ ประยุค) หรือที่ต่อมาได้ถูกพัฒนาไปในรูปแบบต่างๆ โดยตัดกำลังดาวทั้ง120ทิ้ง บ้างเรียกว่าทักษาสยาม บ้างเรียกว่าทักษาสมเด็จ ( การตั้งชื่อนั้นขึ้นอยู่กับผู้ใช้เป็นหลัก) ในทักษาทั้งสองระบบตำราทางประเทศไทย ได้แบ่งแยกเป็นหลายปกรณ์ ก็แล้วแต่ผู้ใดจะถนัดใช้อย่างไร นี่เป็นข้อมูลที่ผมได้รับการถ่ายทอดมา รวมทั้งหาข้อมูลเอง จนรู้ถึงที่มาที่ไป แต่ไม่ใช่ผมจะนิยมทางภารตะนะ ยังไงผมยังชอบมีแฟนเป็นคนไทยอยู่

10. เหมาะ     [158.108.5.9]     02 Jan 2002 - 04:12

กราบขอบคุณ ท่านอาจารย์พายัพ ที่นำความรู้มาให้พวกผม อันนี้ผมเพิ่งรู้ครับประวัติความเป็นมาของทักษา ผม ก๊อบปริ้นเก็บไว้แล้วครับ ผมก็ตามอ่านกระทู้อาจารย์ตอบเรื่อยมาแหละ ครับ อาจารย์ ชอบแฟนคนไทยหรอ วันนั้นอาจารย์บอกว่าดาวจันทร์อาจารย์ อยู่RCA หรือแถวเพชรบุรี ซอยใหนครับ ราศีอะไรครับผมเลี้ยวไม่ถูกครับ

11. คนรู้น้อย     [203.155.35.95]     02 Jan 2002 - 09:42

ผมขึ้นตอนไตเติลไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงขั้นการนำไปใช้ ก่อนอื่นต้องชี้แจงผู้ทีอ่านทุกท่าน ผมใช้ปฏิทินแบบอาจารย์เทพย์ และวางลัคนาแบบเวลานักกษัตร์ และห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดคัดค้านนะครับ เพราะผมจะไม่เปลี่ยนใจ ผมมีแฟนเป็นไทยครับ (เคยอยากมีแฟนเป็นเด็กนอกเหมือนกัน แต่ไม่มีปัญญาและไม่นิยมหาตาม RCA) แต่ไม่นิยมให้ความรู้ถูกปิดกั้นเพราะความเป็นไทย โดยยึดหลักคิดแบบกาลามสูตร
ผมเชื่อสถิติและข้อเท็จจริง และที่สำคัญโหราศาสตร์เกิดจากการนำความรู้ของผู้อื่นมาพัฒนาและไม่จมปรักกับความคิดเดิม เราต้องปล่อยรับความรู้ใหม่ๆที่ดีกว่ามาใช้ แต่ต้องเป็นความรู้ที่เราได้ปรับ ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นจริงและดีกว่า
โหราศาตร์เป็นศาสตร์ที่ว่าถึงการพยากรณ์อนาคต ซึงก็ไม่มีเหตุผลทาง
วิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ที่จะพิสูจน์ได้อยู่แล้ว จะมีก็แต่เหตุผลในเชิงสถิติซึ่งสามารถเปลี่ยนไปได้ตามกาลเวลา ไม่ใช่ย่ำปลักกับที่ โหราศาสตร์เป็นศาตร์ที่ต้องการผล ไม่ใช่วิชาคณิตศาสตร์ที่ 1 + 1 ต้องเท่ากับ 2
แต่โหราศาตร์จะต้องการความถูกต้องที่ใกล้เคียงที่สุด อย่าไปติติงเลยว่าเป็นวิชาคนนั้น เป็นของชาตินี้ ถ้าเราเกี่ยงกันแบบนี้ วิทยาการใหม่ๆที่เกิดในโลกนี้เราก็ไม่สามารถนำมาใช้ ยามเป็นไข้ต้องต้มยาขม ยามเป็นมะเร็งก็ต้องสะเดาะห์เคราะห์ ยามป่วยที่กินยาไม่หายก็ต้องไปเซ่นไหว้ หรือเรานักโหราศาตร์ต้องการแบบนี้ ผมขอให้หลักคิดแค่นี้ก่อน
การนำทักษาไปใช้นั้นมีรูปแบบหลายแบบด้วยกัน การจะว่าอะไรถูกกว่ากันนั้น กล่าวได้ยาก เพราะแต่ละแบบก็มีผู้ที่มีความสามารถในสายนั้นๆอยู่ ชีวิตผมเคยเคยถูกวิชาเลข 7 ตัวสอนมวยมาแล้ว ทุกวันนี้ใครพยากรณ์ด้วยเลข 7 ตัวต่อหน้าผม ผมยังสยอดสยองไม่หายเลย แผลยังแห้งไม่สนิทเลยครับ
หลักการใช้ทักษาในการพยากรณ์ปีนั้นแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ
1.ขั้นวิเคราะห์เกณฑ์ปี ในดวงนี้ผมวางลัคนาในแบบของผมไว้ที่ราศีมีน อายุตกภูมิ ๖ เราจะเริ่มวิเคราะห์ผลต่างๆจากดาว ๖ ก่อน เป็นปฐม อาจารย์ท่านสอนผมว่า ภูมิอายุตกนั้นเรียกว่าบริวาร ที่รวมถึงสิ่งแวดล้อมทุกๆเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเรา แบบคำสงฆ์ที่เรียกบริวารนั่นแหละ คืออะไรที่ล้อมตัวเราอยู่คือบริวาร ไม่จำกัดในเรื่องลูกเมียหรือลูกน้องเท่านั้น เรื่องนี้ต้องนำเสนอยาวๆครับ เอาไว้ว่างๆมีคนเชียร์ก็จะหาวารสารเขียนเป็นมินิซีรี่สักหน่อย ไปกันต่อเลยครับ
ดาว ๖ อยู่ในเรือนดาว ๗ คู่ศัตรู ในปีนี้เกณฑ์ชีวิตมักจะไม่ราบรื่น ดาว ๗ เป็นเจ้าเรือนอุตสาหะและเป็นเจ้าเรือนภพลาภ ต้องจากงานและมีปัญหาในเรื่องรายได้ เพราะ๗ อยู่ในภพวินาศ เรือนกาลี
ดาว ๑ กุมเป็นเจ้าเรือนอริ และเป็นอายุ เป็นคู่สมพล จะเกิดการเจ็บป่วย ค่อนข้างมาก(คู่สมพล) ที่ป่วยเพราะตามดาว ๗ ไปวินาศและกาลี
ดาว ๘ เป็นกาลีและวินาศร่วมในเรือน ๖ ตนเองจะเดือดร้อนไม่ราบรื่นอย่างไม่คาดหมายจาก๘และ ในเรือน๘กาลี มี ๓ เป็นศรี กดุมภะ และศุภะ ในเรื่องเงืนทอง ดาว ๗ อุตสาหะ และลาภะ ในภพวินาศ และเดือดร้อนเรื่องรายได้อย่างกระทันหันในกาลีในภพสหัชชะ เป็นปัญหาของพี่น้องว่านเครือ (๓+๗)
ดาว ๕ เป็นมนตรี และตนุ กัมมะ ตนเองจะเป็นภาระให้แก่ผู้ใหญ่ เพราะปัญหาของตัวเอง
จากทั้งหมดที่เป็นทักษาเดิมในมุมเกณฑ์จรปี เราก็พอสรุปได้ดังนี้
1.ชายผู้นี้จะเกิดปัญหาในเรื่องานอ ต้องตกงาน ไม่มีรายได้
2.จะมีปัญหาในเรื่องเงินทองให้พี่น้องพลอยเดือดร้อนไปด้วยเพราะตัวเขา
3.จะเกิดการเจ็บป่วยอย่างหนักขึ้นกระทันหัน(ดูที่ดาวอายุอยู่เรือน ๗ และ๗กุม ๓ ในภพวินาศ
นี่คือข้อสรุปในขั้นตอนนี้ ที่จริงเราสามารถดูอะไรต่อมิอะไรไปได้อีก จากภูมิอื่นๆ แต่ผมต้องการชี้ประเด็นการใช้ทักษาจรในขั้นตอนที่ 1 คือแการพิจารณาเกณฑ์ปีที่น่าสนใจก่อน ผลที่เราอ่านได้นั้น ยังไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้จะต้องเกิด เป็นการอ่านดวงในขั้นโครงร่างเท่านั้นเอง ถ้าท่านอยากจะเก่งทักษาต้องฝึกในขั้นตอนนี้ให้ชำนาญเสียก่อน เขียนในเว็บนี้ก็คงพอจะอธิบายได้แค่นี้แหละครับ จบภาคแรกก่อน โปรดติดตามตอนการพยากรณ์ยืนยันผลด้วยดาวจรในภาค 2
ผมสารภาพนะครับว่าผมไม่ได้ใช้ทักษามานานเกิน 10 ปีแล้ว แต่ตั้งใจว่าปี 2545 นี้จะเริ่มรื้อฟื้นขึ้นมาใข้ เพราะรู้สึกว่าตัวเองเนรคุณอาจารย์ที่สอนไปนานพอสมควรที่ไม่ได้นำวิชาที่ท่านปลูกฝังมาใช้นานแล้ว ปีนี้น่าจะนำกลับมาใช้เพื่อเป็นการระลึกถึงท่านอืกครั้งหนึ่ง และคงต้องใช้ตลอดไป แต่อาจจะต้องพัฒนาขึ้นอีก ใครที่มีมุมมองหรือมีวิชาทักษาแบบสยามหรือเจ้าฟ้าดีๆ ถ้าไม่ได้รบกวนท่านเกินไปก็กรุณาแบ่งปันมาให้ด้วยนะครับ ผมจะรอครับ
คนรู้น้อย

12. มังกร     [203.153.141.217]     02 Jan 2002 - 15:30

สวัสดีครับ คุณคนรู้น้อย
คิดว่า จะเข้ามาแก้คำตอบให้ทัน ก็ไม่ทันเสียแล้วนะครับ
แต่ไม่เป็นไรครับ โอกาสหน้า จะเข้ามาว่ากันใหม่ให้ทันกว่านี้
แต่ไหนมาแล้ว ก็ขอว่า ตามที่เห็นดังนี้นะครับ (ปรับจากจุดอาชีพนะครับ)
สำหรับดวงชายนี้ มองจุดชะตาจร ที่ราศีธนู
นับเอาอายุแบบใช้ จ.ศ. ลบกัน ได้ 36 ปี เข้าทักษาเป็นภูมิที่ 9 ของคนเกิดวันอาทิตย์
ใช้ดาว ๗ (ดาวคู่ธาตุของวันเกิด) เป็นบริวารจร มีดาว ๔ เป็นกาลกิณีจร
(1) ดาว ๔ กาลีจร เป็นเจ้าเรือนปัตนิจรและกัมมะจร อยู่ในเรือนวินาศเดิม ภพ สหัชชะจร - เจ้าชะตามีเรื่องเดือดร้อนเกี่ยวกับ การงาน(กัมมะ) ,การเข้าร่วมมือกับเพื่อน(กระทำการบางอย่างที่เสียหาย) (ปัตนิ), ทำให้เดือดร้อน ญาติพี่น้องวงศ์มิตรสหาย (สหัชชะจร) ต้องได้รับความเสื่อมเสียไปด้วย (วินาศเดิม)
(2) ในดวงเดิม ราศีกุมภ์ ดาว ๔ ๓ ๗ - กระทบ ดาว ๑ ๖ ในมังกร และ ๕๘ ในพฤษภ และ ดาว ๕๘ จรในมิถุน - ความเสียหายทางด้านการเงินที่อาจเกิดจากการคิดแสวงหาลาภอันผิด จะเป็น ความเสียหายที่ยืดเยื้อกับเจ้าชะตา อันต้องให้จำกัด
(3) ดาว ๕ ตนุลัคน์จร เป็น ดาวอายุจร เข้ากุม ดาว ๘ เจ้าเรือนวินาศเดิม อยู่ในราศีมิถุน ของดาว ๔ กาลกิณ๊จร (ดาว ๔ เดิม อยู่เรือนราหู) - ต้องระวังการขาดสติ การเจ็บไข้ได้ป่วย ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน
ก็ต้องขอโทษท่านอาจารย์ ด้วยนะครับ ที่เขียนแล้วออกมาซ้ำ
เหมือนกับ ตั้งใจลอกเลียน แต่อันที่จริงนั้น เป็นการอ่านอีกทางหนึ่ง
จากมุมของอายุจรและทักษาสมเด็จนะครับ
ต้องขออภัยท่านอาจารย์ด้วยนะครับ
เอาไว้ดวงอื่น ผมค่อยเข้ามาร่วมวิจารณ์ก็แล้วกันนะครับ

13. natty     [203.153.141.217]     02 Jan 2002 - 16:11

อันนี้ ขอเข้ามาเพิ่มเติมข้อมูลของท่านอาจารย์พายัพนะครับ
ในเรื่องของทักษานั้น สำหรับ วิมโสตตรีทศา นั้น จากกฎเกณฑ์ตำราของทางอินเดียแล้วประมาณว่า น่าจะมีใช้กันในราวคริสต์ศตวรรษ ที่ 5 หรือ 6
ส่วนอัษโฏตรีทศานั้น เป็นตำราที่เก่าแก่ วิมโสตตรีทศา ขึ้นไปอีก ราว 2-3 ศตวรรษ
ซึ่งถ้าหากพิจารณา จากข้อสันนิษฐานที่ว่า หลักเกณฑ์ที่มีการใช้แพร่หลายโดยมีการถ่ายทอดเป็นลายลักษณ์อักษรนั้น น่าจะมีขึ้นในภายหลัง การศึกษาและนำมาใช้ขึ้นจริง ก็เข้าใจว่า หลักเกณฑ์ของ อัษโฎตรีทศา นั้น มีการนำมาใช้ไม่น้อยกว่า 1800 ปีมาแล้ว นะครับ
อย่างในปัจจุบัน ก็ยังมีหลักเกณฑ์อย่างเช่นที่เรียกว่า "แทงศาสตรา" กันอยู่ (เป็นวิธีใช้แบบหนึ่งของทศาโบราณ)
ส่วนตำราทักษาของไทยนั้น เข้าใจว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นใหม่
ในกลุ่มประเทศแถบของไทยนี้เอง
ส่วนคำว่า "ทักษายุค" นั้น นอกจากจะเป็นในรูปแบบอย่างที่ท่านอาจารย์ พายัพ
ได้อธิบายมาแล้ว ยังมีหลักวิชาที่แนวการพยากรณ์เฉพาะตัว เหมือนกับเช่นระบบสิบลัคน์ อยู่อีกวิชาหนึ่ง เรียกว่า วิชา "ทักษายุค" วิชานี้ มีท่านอาจารย์ ส.สัจจญาณ โหราจารย์ชั้นผู้ใหญ่ ร่วมสมัยกับท่านอาจารย์ วิจอม ปรีดานุชาติ เป็นผู้ริเริ่มนำขึ้นเผยแพร่ โดยไม่มีหลักฐานตำราแต่อย่างใด ทุกอย่างต้องเป็นการบอกเล่ามาจากแบบมุขปาฐะ เพิ่งมามีการเขียนและพิมพ์เป็นตำรามาบ้าง เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง โดยลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ ส. สัจจญาณ แต่น่าเสียดาย ที่วิชานี้ มีแนวทางที่กลับกลายไปจากของเดิมไปบ้าง โดยเฉพาะในปัจจุบัน ค่อนข้างจะเป็นแนวทางในการเน้นพิธีกรรมบ้าง การบวงสรวงบ้าง วิชา"ทักษายุค" นี้ เป็นระบบการผูกดวงและวิจารณ์ชะตาอีกในระบบหนึ่ง ที่เป็นเอกเทศของตนเอง แต่ก็ยังอิงกับหลักเรื่องดวงจักรราศีอยู่เหมือนกัน

14. พายัพ     [203.144.179.245]     03 Jan 2002 - 03:55

ครับในเรื่องทักษายุค ปัจจุบันก็เห็นผู้ที่ใช้เป็นตำราแม่บทเลยคงจะเป็น ศิษย์ในสายของท่านอาจารย์ ส.สัจจญาณ ที่นำทักษายุคมาอ่านโดดๆเลยโดยไม่ใช้จักราศีเข้าร่วม วิชานี้ก็ดีวิชาหนึ่ง ผู้ที่ใช้อย่างโดดเด่นอีกท่านหนึ่ง ก็คือท่านสมเด็จสังฆราช ( อยู่ ญาณโณทัย
ถ้าพิมพ์ชื่อท่านผิดก็ขออภัยไว้นะที่นี้ด้วย) ระบบของท่านเรียกว่า ทักษาสมเด็จ แต่โดยที่ได้ศึกษามา เห็นว่าโดยส่วนมากท่านจะนำระบบเรือนและดาวเป็นหลัก ทักษาเป็นองค์ประกอบของการเสริมขยายให้ข้อความชัดเจนยิ่งขึ้น อีกท่านหนึ่งที่ใช้ระบบทักษาอย่างผาดโผนและมีชื่อเสียงก็คือท่าน อาจารย์เทอม เสตะกสิกร ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้นเรียกได้ว่าเป็นครูโหรฯที่มีคนตามตัวมากท่านหนึ่ง และอีกหลายๆท่าน เช่นอ.อักษร ไพบูรณ์ อ.วิจอม ปรีดานุชิด ท่านเหล่านั้นก็เป็นจอมทักษาเหมือนกัน แต่สำหรับผมระบบทักษาก็พอจะรู้บ้าง แต่ผมใช้เป็นแค่องค์ประกอบเสริมขยายกับดวงจักรราศีครับ

15. bio     [203.146.223.81]     03 Jan 2002 - 09:40

เรียนท่านอาจารย์ที่นับถือทั้งหลาย
วันนี้ที่ทำงานมีเรื่องวุ่นวายมากเลยมาดูคอนเสริดช้าไปหน่อย ค่อยคลานมา……

อันที่จริงข้าพเจ้าก็ได้ความรู้จากการที่ท่านตอบ เฉลย และอรรถาธิบายนั้น ก็ได้แนวคิดหลายประการเพิ่มขึ้น คุณคนรู้น้อยท่านพูดถูก ส่วนมากแล้วถ้าการเป็นการตอบคำถามในกระทู้อื่นที่พอตอบได้ ข้าพเจ้าเองมิใช้ทักษาเลย

ทั้งนี้อย่างที่บอกไม่มั่นใจนัก และตัดสินใจไม่ได้ว่าใช้แบบใดถึงจะถูกต้อง จะใช้แต่ตอบปัญหาของคุณคนรู้น้อยเท่านั้น เพราะแค่อ่านแบบลัคน์เดียวสำหรับข้าพเจ้าก็ยังนับว่าด้อยประสบการณ์อยู่ แต่กล่าวโดยสรุปว่า
อัษโตตรีทศาเอาดาวพระเคราะห์ 7 ดวง คือดาวอาทิตย์ถึงเสาร์และราหู รวมแล้ว เป็น 8 แล้วนำมาครองด้วยทั้งหมด 108 นวางค์
ส่วนวิมโษตรีทศา ได้เพิ่มดาวเคราะห์ เกตุ เข้าไปครองอีกหนึ่งดวง ตามอัตราการโคจรของอาทิตย์ให้ครบรอบปี 108 นวางค์ และครอบคลุมทั้งอัตราการโคจรของจันทร์ที่ต้องใช้เวลาถึง 120 ปี

ชึ่งที่มาที่ไปตามที่แต่ละท่านได้ให้ความรู้เบื้องต้นในแต่ละคำชี้แจงของกระทู้
แต่ปัญหาของข้าพเจ้ายังมิได้หยุดที่ว่าเพียงประสบการณ์แค่นั้น ยังมีปัญหาว่าควรอ่านแบบใดจึงครอบคลุม แต่จากคำเฉลยของคุณคนรู้น้อย หรือท่านมังกรที่ตอบมาใหม่ดูเหมือนว่าให้อ่านครอบคลุม ทั้งบริวาร อายุ เดช ศรี มูละ ฯลฯ โดยผสมผสานกับภพ หากจะตั้งคำถามว่าใช้แบบใด ท่านคงจะให้คำตอบตามคำเฉลยอยู่แล้ว

แต่ยังมีข้อคำถามในใจในตำราที่ว่าให้ดูตามภูมิอายุ อายุตกภูมิบาปเคราะห์คือเป็นทุกข์หรือให้โทษ ส่วนถ้าตกภูมิดี ก็มีความสุข สบาย โดยมีหลักเกณฑ์แบบระบุชัดในตำราเป็นข้อๆไป เช่นตกภูมิอาทิตย์ จะเกิดทะเลาะกับวงศาคณาญาติ ตกภูมิจันทร์ มีโรคภัยก็จะหายไล่เรียงไปจนถึงภูมิราหู เป็นต้น ความข้อนี้ท่านคิดว่าควรตัดไปหรือนำมาใช้ดี (ในใจคิดว่าน่าจะตัดทิ้ง เพราะหาความสัมพันธ์กับดาวกับภพ ไม่มีเลย หรือข้าพเจ้าจะเข้าใจผิด ไปเอง หรือเป็นคนละเรื่องกัน สับสนจริงๆ) ท่านอย่าเพิ่งเบื่อผู้ด้อยความรู้อย่างข้าพเจ้าเลย เผื่อจะได้เอาไปประกอบคำทำนายดีกว่าอ่านแบบเดิมๆ อิๆ อย่าบอกนะคะว่าอ่านแบบเดิมให้ถูกๆก่อนเถอะจ๊ะ น่าเพื่อเพิ่มรสชาดของชีวิต


16. คนรู้น้อย     [203.155.35.95]     03 Jan 2002 - 09:52

เรียนคุณbioที่นับถือ
การใช้ทักษาแบบที่คุณว่ามานั้นสามารถใช้ได้ครับ แต่เราเรียกระบบที่คุณพูดถึงว่าทักษาชาวบ้าน ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้ดาวในราศีจักร แต่เป็นการใช้ทางเลขศาสตร์ ผมมีสำเนาเรื่องนี้อยู่ แต่ตั้งใจว่าจะบันทึกไว้เป็นหนังสือรวมความทรงจำของผม ที่เคยนั่งพยากรณ์อยู่ที่ท่าพระจันทร์ แต่หาลูกค้าไม่ได้ เพราะความหล่อลากดินของผมนี่หละ จนมีลุงท่านหนึ่งเมตตาสอนผมไว้ไม่ให้อดอยากปากแห้ง เดี๋ยวฤกษ์บนให้เสวยฤกษ์ดีๆก่อนนะครับ ตอนนี้วุ่นอยู่ที่บ้านมากครับและฤกษ์ล่างก็กำลังมีปัญหาน้ำท่วมอยู่

17. คนรู้น้อย     [203.155.35.95]     03 Jan 2002 - 10:12

เรียนท่านผู้สนใจทุกท่าน
ในกระทู้นี้มีผู้ทรงความรู้ได้ถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการใช้ทักษามาให้เห็นให้ทราบกันมาก
ผมเองเคยนักหาความจริงจากเรื่องทักษามาหลายแบบ พอสรุปได้ว่าน่าจะใช้ตามแบบของท่านผู้นี้
1.แบบอาจารย์จำรัส ศิริ
2.แบบอาจารย์อักษร ไพบูลย์
3.แบบอาจารย์เทอม เสตะกสิการ(ไม่แน่ใจว่าเขียนนามสกุลท่านถูกหรือเปล่า)
4. แบบอาจารสถิตย์ สถิตย์ยืนยง
5.แบบอาจารย์เชียร บางบอน
ส่วนทักษาแบบอัษโตตรีและแบบวิมโษตรีนั้น ผมเคยลองศึกษาแบบนอนรุ่งยันค่ำ เพราะง่วงนอน อ่านทีไรก็นอนทุกทีอยู่เป็นเดือนๆ พอสรุปตามความรู้สึกได้ว่า(จดลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยเเพร่และคัดลอกส่วนหนึ่งส่วนใดไปจำหน่าย และจ่ายแจกโดยเด็ดขาด จริงๆนะ)
1.ทักษาแบบอัษโตตรีและแบบวิมโษตรีนั้นอ่านการขึ้นลง ดีหรือร้ายของดวงชะตาได้ดี แต่ต้องใช้ดวงสมผุสฤกษ์นวางศ์ และฤกษ์ได้ดี มิฉะนั้นเกรงว่าผู้ใช้จะตกม้าตายเอง
2.การอ่านทักษาแบบนี้ มักจะไม่มีเรื่องประกอบมากนัก เพียงว่าดีขึ้น แย่ลง อะไรแบบนี้ ซึ่งปัจจุบันวัยรุ่น วัยโจ๋ และวัยดึกเริ่มเสื่อมความนิยมแล้ว
และทั้งหมดนี้เป็นสิ่งซึ่งผมสรุปจากการศึกษาที่ผมได้ทำเอง จึงทำให้ผมต้องสะดุดหยุดการค้นคว้าลงไป แต่ไม่ได้ปิดกั้นหรือวิจารย์ว่าวิชานี้ไม่ดี เพราะศึกษาด้วยตัวเองก็รู้แค่นี้
ผมจะนำกลับมาศึกษาใหม่เมื่อมีข้อมูลใหม่ๆ หรือพบกับท่านผู้รู้ในเรื่องนี้ และทั้งหมดนี้เป็นการถ่ายทอดประสบการณ์ที่ผ่านมาครับ
ส่วนท่านที่รออ่านเฉลยในภาค2ต้องรอสักหน่อย ถ้ายอดผู้สนใจยังไม่เพิ่มทเกรงว่าจะถอดออกจากโปรแกรมแล้วจ๊ะ

18. bio     [203.146.223.81]     03 Jan 2002 - 10:28

เรียนคุณคนรู้น้อยที่นับถือ

ยังไงก็รอได้ค่ะ จะติดตามตอนต่อไป วันนี้น้ำท่วมบ้านท่านหรือ แต่วันนี้ที่ทำงานข้าพเจ้าน้ำเน่าและยุงชุมน่าดู และขอบคุณสำหรับคำตอบและความกระจ่างค่ะ

ด้วยความนับถือ/ อัญชลีพร

19. เชิญท่านbio     [202.22.63.21]     05 Jan 2002 - 09:48

ขอสวัสดีท่านผู้อาวุโส คุณอัญชลีพร
กระทู้นี้ขอเป็นเรื่องส่วนตัวนะครับ ข้าผู้น้อยได้ส่งเอกสารตามที่ได้รับปากท่านไว้แล้ว ไม่ทราบได้รับหรือไม่อย่างใด หรือเป็นเพราะบุรุษไปรษณีย์บังเกิด อาการมึนเมารับปีใหม่ประการใด ไม่สามารถหาที่พำนักของท่านได้พบ ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ข้าผู้น้อยมีภาระกิจต้องลงจากสำนัก ไปปฎิบัติหน้าที่ในงานชุมนุมเหล่าผู้กล้าสักช่วงเวลาหนึ่ง คราแรกได้รับแจ้งว่าจะไปยังเมืองที่ท่านพำนัก นามหาดนาจอมเทียน แต่มาภายหลังมีอุปสรรคจึงโยกย้ายลงไปทางนครปฐม
โปรดส่งข่าวให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเพื่อความสบายใจว่าได้ปฎิบัติตามสัญญาได้ครบถ้วนแล้ว ส่วนเรื่องทักษาชาวบ้านั้นรอให้กลับมาจากงานชุมนุม ข้าผู้น้อยขะนำแผ่นดิสไปก๊อปปี้มาจากสำนัก แล้วจะส่งทางเมล์ไปยังท่าน
ผู้ส่งข่าวนาม คนรู้น้อย

20. คนรู้น้อย     [202.22.63.21]     05 Jan 2002 - 10:42

เรียนท่านผู้อ่านกระทู้ทุกท่าน
เมื่อคราวที่แล้ว ผมสรุปประเด็นเป็นหลังไว้ 3 ข้อ คือ
1. จะเกิดการตกงาน
2. ญาติจะเดือดร้อนเพราะเจ้าตัวเรื่องเงินทอง
3. จะเกิดการเจ็บป่วยอย่างไม่คาดหมาย
ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็คือ เมื่อต้นเดือนตุลาคมเจ้าตัวเกิดอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ขณะเดินทางในทะเล เมื่อขึ้นฝั่งก็ถูกส่งตัวเข้ารักษาที่กรุงเทพฯ ผลการตรวจก็พบเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงในสมอง จึงได้ทำการผ่าตัด ผลการผ่าตัดเป็นที่น่าพอใจ คือไม่ปรากฏอาการข้างเคียงในเรื่องอื่น แต่เจ้าตัวก็ไม่สามารถสมบุกสมบันได้อีก จึงต้องออกจากงานเดินทะเล และเป็นภาระในเรื่องการรักษาตัวบางส่วนจากจากเหล่าเครือญาติ
การพยากรณ์นั้น ผมได้ใช้การพยากรณ์วิธีในเรื่องอื่น พบแต่เรื่องการออกจากงาน และเรื่องการเริ่มต้นลงทุนกิจการใหม่ๆ แต่ไม่พบเรื่องการเจ็บป่วย จนเจ้าตัวถามว่าอาจารย์ลองเช็คย้อนหลังไปสักครึ่งปีดูซิครับผมเกิดเรื่องอะไร เนื่องจากเป็นคนที่ผมสนิทมากทั้งครอบครัว ก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องลองดีอะไร แต่โดยหลักการของผมนั้น ผมถือว่าคนที่เราดูดวงชะตาให้ไม่ว่าจะเป็นการดูแบบพึงพาอาศัย หรือดูเป็นอาชีพก็ตาม เราต้องกล้าที่จะให้เขาทดสอบ ผิดเป็นผิด เพราะมันจะเป็นครูเราในภายหน้า แต่แฮะๆหน้าเราจะได้ทนขึ้นด้วยครับ พอรับแรงกระแทกได้มากขึ้น เมื่อเจ้าตัวถามแบบนี้ สิ่งแรกที่เราต้องถามตัวเองก่อนก็คือ เขาต้องมีเรื่องสำคัญๆแน่นอน จึงระบุแบบเฉพาะเจาะจงขึ้นมาแบบนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าดีหรือร้าย เมื่อเกิดสถานะการณ์แบบนี้ขึ้นมา ผมจะใช้ความรู้ที่เป็นรากฐานของผมทันที คือการใช้ทักษาซึ่งเป็นหลักวิชาแรกที่ผมศึกษา ผมใช้หลักการวิเคราะห์ทางทักษาจากขั้นตอนแรกที่นำเสนอไปแล้ว ผมสนใจเพียงข้อเดียวคือมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นจริงหรือไม่จากทักษาจร เพราะเรื่องอื่นนั้นเจ้าตัวก็ได้ยอมรับแล้ว จึงเหลือประเด็นการเจ็บป่วยเท่านั้น ผมดึงเอาดาวเจ้าการที่เกี่ยวกับการเจ็บป่วยออกมาพิจารณาทันที คือดาว ๑ อายุ และดาว ๖ ภูมิทักษาปีมาเป็นจุดพิจารณาเหตุการณ์ โดยสรุปดังนี้
1. ช่วงเดือน ก.พ. 44 ตอนเริ่มเปลี่ยนทักษา ดาว ๑ จรทับ ๖ และดาว ๖ จรทับลัคน์เป็นอุจ เรื่องน่าจะเริ่มได้ที่ตรงนี้แล้ว แต่ดาวครองทักษาจรปีคือ ๖ยังไม่จรเสีย เรื่องจึงน่าจะไม่ร้ายแรง
2.เดือน มี.ค. ดาว ๑ อายุจรเข้าเรือน กาลี ทับดาว คู่ศัตรูแล้ว น่าจะเกิดการป่วยบ้างแล้ว จึงลองสอบถามไป คำตอบคือเขาเริ่มมีอาการปวดหัวบ้างแล้ว แต่นึกว่าเป็นไมเกรน จึงรับประทานยาไมเกรนก็พอดีขึ้นบ้าง แต่ก็ปวดไม่หาย เป็นพักๆ
3.ผมไล่ดูปฎิทินตามดาว ๖ และดาว ๑ ไปเรื่อยๆ พบว่า ดาว ๖ จะเข้าราศีสิงห์ประมาณปลายเดือน ก.ย.44 และ ดาว ๖ ทับดาว ๐ แล้ว และ ๐ จรทับดาว ๑ ๖ ในราศีมังกร แสดงว่าเรื่องน่าจะเกิดในช่วงนี้
4.ดาว ๑ อายุจรเข้าราศี ตุลย์มรณะเรือนดาว ๖ เรื่องน่าจะเป็นตรงนี้
จึงเสี่ยงพยากรณ์ไปว่าคุณน่าจะมีปัญหาในเรื่อวงการเจ็บป่วยอย่างคาดกไม่ถึงประณาณกลางเดือนตุลาคม และปีนี้ดาว ๑ เป็นดาวที่เสีย และเป็นอายุจรในเรือนดาว ๗ จึงพยากร์ไปว่าคุณน่าจะมีปัญหาในเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องเส้นประสาท เส้นเลือดหัวใจ หรือสมองนะครับ
ผลการพยากรณ์ก็เป็นดังที่เฉลยมานี้
ผมจะให้ท่านผู้อ่านสังเกตุดาว ๖ เจ้าการปีทางทักษา และดาว ๑ ดาวที่บอกอาการป่วยที่สัมพันธ์กันทางทักษาจร เหคุการณ์ต่างแปรเปลี่ยนไปตามการย้ายราศีของดาวชุดนี้อย่างน่าสนใจทีเดียว ถ้าท่านผู้อ่านสามารถตีความเรื่องนี้สำเร็จ ผมว่าเรื่องการใช้ทักษาจะเป็นอาวุธในการพยากรณ์ที่น่าสนใจทีเดียว ผมเองจึงได้ฉุกคิดขึ้นมาในครั้งนี้ว่า การที่ผมทิ้งทักษาไปนานมากนั้นน่าจะเป็นเรื่องไม่ถูกต้องแล้ว และบางครั้งก็รู้สึกอายใจตัวเองด้วยที่ทอดทิ้งความรู้ของอาจารย์ที่พร่ำสอนผมมากที่สุดไป ไปใช้ควาามรู้อื่นเสียตั้งนาน เห็นทีต้องกลับมาฟื้นฟูใหม่แล้ว ท่านผู้อ่านที่คิดว่ามีอะไรดีจะสอนผมบ้างก็ขอความกรุณานะครับ ที่เขียนมาไม่ได้อวดรู้แต่อยากแบ่งปันความรู้บ้าง ผมเป็นคนรู้น้อยจริงๆครับ ไม่ได้ตั้งชื่อประชดนะครับ
ผมสังเกตดูว่าเว็บนี้เริ่มจะมีการขอดูดวงมากขึ้น ดูจะมากกว่าการมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้กันขึ้นเรื่อยๆแล้ว เรื่องทางวิชาการคงน่าจะลดลง หาเรื่องมาพยากรณ์กันน่าจะดีกว่า รายการแบบนี้คงต้องลาโรงแล้ว
สวัสดีครับ
คนรู้น้อย


21. natty     [203.147.49.249]     05 Jan 2002 - 11:07

เคยอ่านหนังสือบางเล่ม กล่าวว่า
เลขเกณฑ์ที่มา ของอัษโฏตรีทศา นั้นมาจาก อาทิตย์โคจรผ่านดิถีมาส
มีอัตราเดือนละ 30 วัน ปีละ 360 วัน รวมเป็น 38,880 วัน
คิดเป็นจำนวน 108 ปี
ส่วนวิมโสตตรีทศา นั้น มาจาก จันทร์โคจรผ่านรอบนักษัตรฤกษ์ 27 นักษัตร
ใน 1 เดือน จึงคิดเป็นเดือนละ 27 วัน คิดเป็นปีละ 324 วัน
คิดเป็นจำนวน 120 ปี จะได้จำนวนตัวเลข 38,880 วัน เช่นกัน
ดังนั้น ในการใช้วิมโสตตรีทศานั้น จึงต้องหาสมดุลย์จันทร์ทศา ก่อน เสมอ

22. คนรู้น้อย     [202.22.63.21]     05 Jan 2002 - 11:26

เรียนท่าน อ.natty
ผมเองก็เข้าใจตามที่ท่านอาจารย์อธิบายมานั่นแหละ เคยมีโอกาสเรียนเรื่องนี้กับท่านอาจารย์ศิระ นามะสนธิที่บ้านในซอยอารีสัมพันธ์ 7 สมัยนั้นถ้าจำไม่ผิดจะเป็นโรงพิมพ์ชื่อศิวาศรม คำอธิบายของท่านซับซ้อนมาก จึงต้องขอตำราของท่านมาศึกษาเอง ผมจำไม่ได้ชัดเจนว่าเป็นหนังสือที่เป็นวารสารรายเดือน หรือเป็นอะไรแน่ เล่มเล็กๆนานมาแล้ว
เมื่อกลางปีที่ผ่านมามีนายแพทย์ท่านหนึ่งก็แนะนำผมให้ทดลองใช้ และหลานสาวท่านอาจารย์เทพย์ก็นำต้นฉบับเรื่องนี้มาให้ผมอ่าน
การหาสมดุลย์ทักษาก็ดี การหาอนุทักษาก็ดี ที่จริงต้องเรียกทษา ผมถึงกับทำตารางขึ้นใช้เอง แต่คำพยากรณ์หรือความประทับใจนั้นผมไม่มีความรู้สึกเอาเลยก็ว่าได้ ถ้าใช้แบบมหาทักษาแบบไทยๆผมว่ายังรู้สึกประทับใจกว่า
แต่ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้มีโอกาสได้รับการถ่ายทอดอย่างจริงๆจังๆ หรือถ่ายทอดโดยตรงก็ได้ จึงรู้แบบงูๆปลาๆ เวลาใช้เลยต้องกลายเป็นปลาไหลไปเรื่อย ผมจึงต้องพักไปก่อนในเรื่องนี้ มีโอกาสหรือมีผู้รู้ในเรื่องนี้ดีๆ มาชี้แนะ ก็อาจจะกลับมารื้อฟื้น แบบเรื่องทักษาสยามที่ผมกำลังจะกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง
ทักษาแบบวิมโษตรีหรือแบบอัษโตตรีนั้น เหมาะกับการพยากรณ์ด้วยฤกษ์ หรือดวงสมผุสมากกว่า แต่ผลของมันอย่างที่ทราบคือดีหรือร้าย ส่วนรายละเอียดนั้นไม่สู้กว้างขวางนัก ต้องใช้ระบบภพและดาวสัมพันธ์มาชดเชยจึงพอเห็นภาพบ้าง
ฝากผู้รู้นะครับ โพสมาอธิบายบ้างนะครับ

23. Barbie     [203.146.223.81]     07 Jan 2002 - 03:47

คนรู้น้อยใช้ปฏิทินอ.เทพย์ เหรอ จริงๆ แล้วโหราศาสตร์ไทย ควรใช้ของอ.ทองเจือจะได้ผลการพยากรณ์ที่ถูกต้องกว่านะ ไม่เชื่อลองดูสิ

24. คุณคนรู้น้อยครับ     [203.147.20.13]     22 Mar 2002 - 09:51

คิดถึงครับ
อ่านกระทู้ดีๆ อย่างนี้แล้วได้ความรู้ดีครับ

25. bio     [203.146.223.82]     22 Mar 2002 - 19:09

เรียนท่านคนรู้น้อยที่นับถือ

ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านกลับมาเยี่ยมเยือนกระทู้นี้อีก....และ เมื่อไรจะมาตั้งปัญหาให้ตอบใหม่หรือเขียนต่อเรื่องทักษาเจ้าฟ้าก็ได้ค่ะ..จะรอค่ะ

ด้วยความเคารพค่ะ...

26. เงา     [203.144.143.254]     23 Mar 2002 - 08:39

เรียนท่านรู้น้อยด้วยอีกคน น่าสนใจดีครับ นำสิ่งที่น่าสนใจมาเผยแพร่พวกเราบ่อยๆนะครับ ขอบคุณครับ

Click to share


ขออภัย เนื่องจากกระทู้นี้เก่าเกินไปแล้ว

จึงขอปิด! งดการตอบกระทู้ต่อไป เนื่องจากจะทำให้ระบบโดยรวมช้าลง

หากเห็นว่ากระทู้นี้มีประโยชน์ ขอให้ท่านเปิดกระทู้ใหม่แทน

จากใจ Webmaster



©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.