Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (254) Vote Down (258) เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน   
0222 : จากคุณ อนินทิตา         27 Mar 2001 - 14:21     [16 คำตอบ]

ดาวจร
ได้อ่านหนังสือของท่านอจ.ท่านหนึ่งเกี่ยวกับการจรของดาวมาทำนายอนาคต อ่านแล้วไม่เข้าใจหลายอย่างเช่น ดาวศุกร์ โคจรทับดาวศุกร์
นึกไม่ออกค่ะเพราะรู้ว่าดาวศุกร์มีดวงเดียว จะหมายความอย่างนี้หรือเปล่าค่ะว่า ดาวศุกร์จรมาทับดาวศุกร์ที่เป็นเกษตรในราศรีตุลย์
และอ่านเจอเรื่องกาลกิณีจร สงสัยว่ากาลกิณีจรนี้ได้มาจากอะไรค่ะ ใช้มาจากทักษาหรือเปล่าค่ะ

1. อืม         27 Mar 2001 - 16:09

ดาวศุกร์จร(ปัจจุบัน) ทับ ดาวศุกรเดิมในดวงกำเนิด

กาลีจรหมายถึงภูมิทักษา ที่หมุนเวียนเปลียนแปลงไปตามอายุ เช่นเกิด วันศุกร์ ราหูเป็นกาลี (กาลีเดิม)
หากอายุ 15 ทักษาจรตกภูมิ พุธ อังคารเป็นกาลี

อันที่จริงเรื่องทักษา มีใช้กันเท่าที่ผมเห็น 3 แบบ
แบบที่1. (น่าจะเรียกว่าทักษาสยาม) คือนับอายุย่าง 1 ปี ที่ภูมิบริวารเดิม เวียนขวาตามเข็มนาฬิกา ปีละ 1 ภูมิ ไปเรื่อย ๆ

เช่นเกิดวันศุกร์ อายุย่าง 1 ปี ที่ภูมิศูกร์ 2ปี ที่ภูมิ อาทิตย์ แต่หากอายุ ปีใด นับแล้วอายุตกภูมิอาทิตย์ ปีต่อไปต้องนับเข้าตากลาง
คือจะตกภูมิเกตุ แต่โดยมาก ท่านใช้ ดาวพฤหัสเป็นบริวารจร (ยกเว้น อยู่ท่านหนึ่ง ใช้เกตุ อันนี้คุณ natty คงมาอธิบายต่อครับว่าอาจารย์ท่านใดที่ใช้อย่างนี้)
แล้วปีต่อไปนับจันทร์ เป็นบริวารจร
นับต่อจากเดิม 3ปี ตกภูมิกลางนับพฤหัสเป็นบริวารจร 4 ปี ตกภูมิจันทร์ 5ปีตกภูมิพุธ นับเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ
วิธีการนับอย่างนี้หากมีอายุมาก ๆ จะนับกันไม่หวัดไม่ไหว ท่านจึงมีวิธีนับ 1. คือใช้เก้า หาร อายุย่าง แล้วนำเศษไปนับ เช่น อายุ 56
เก้า หาร ได้เศษ 2 จึงนับเหมือนอายุ อย่าง 2 ขวบ วิธีที่ 2. ท่านให้ บวกเลขโดด ของแต่ละหลักของอายุย่างรวมกันไปเรื่อย ๆ จนได้เป็นหลักเดียว
เช่น อายุ ย่าง 756 ปี (สมมุติ) ได้ 7+5+6 = 18 บวกต่อ คือ 8+1 = 9 คือนับเหมือนอายุย่าง 9 ปี

เดี๋ยวมาต่อนะครับ พอดีมีธุระ

2. อืม         27 Mar 2001 - 19:54

แบบที่ 2 เรียกว่าทักษาเสวยอายุ (แบบใช้ บริวาร อายุ เดช ศรี ..)
นับทักษาจร โดยนับตามกำลังของดาว

ปกติ เวลาเรียงทักษา ตามเข็มนาฬิกา ที่ทิศอิสาน ๑ แล้วเรียงเป็นลำดับดังนี้ (คงรู้กันแล้วแต่ขอ ขายมะพร้าวห้าวหน่อยละกันนะครับ) ๒ ๓ ๔ ๗ ๕ ๘ ๖ แล้วก็กลับมาที่ ๑
โดยที่ ๑ มีกำลังเท่ากับ 6 , ๒ มีกำลัง 15 , ๓ 8 , ๔ 17 , ๗ 10 , ๕ 19 , ๘ 12 และ ๖ 21 (สังเกตลำดับของตัวเลขจะเห็นวิธีการจำกำลังดาวพระเคาะห์ได้)

วิธีนี้จะนับเวียนขวาเหมือนกันแต่ไม่เข้าภูมิกลาง โดยใช้กำลังตามดาวพระเคาะห์เสวยอายุ เช่น หากเกิด วันจันทร์ พระจันทร์ จะเสวยอายุ 15 ปี (ใช้สำหรับดูโดยภาพรวมของช่วงนั้น วิธีนี้เองที่ หมอดู สามารถบอกได้ว่าคุณจะรวยตั้งแต่เมื่อไหร่ ครับ)

โดยหาก อายุย่าง 1 ขวบ จะนับ ทักษาที่ภูมิ จันทร์ 2 ขวบ ที่ภูมิ ๓ ,3 ขวบ ๔ ,4 ขวบ ๗ , 5 ขวบ ๕ , 6 ขวบ ๘ ,7ขวบ ๖ ,8ขวบ ๑ , 9 ขวบ ภูมิ ๒ , 10 ขวบ ภูมิ ๓ นับอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึง อายุ 15 (อย่างตัวอย่างนี้ อายุ 15 จะนับทักษาที่ ๖ ) พออายุ 16 จะเป็น ๓ เสวยอายุ ต่อ อีกตามกำลังของดาวอังคาร คือ เสวยอายุ 8 ปี ( จาก 16-23 ปี )
ดูอายุ 16 นับทักษาที่ภูมิ ๓ , 17 ๔ , 18 ๗ อย่างนี้เป็นต้น

วิธีนี้จึงต้องคำนวณอายุ ของเจ้าชะตาก่อน แล้วลบ ดาวเสวยอายุ จึงหาภูมิพยากรณ์ประจำปี เช่นหากเกิด วัน ๕ อายุ 98 ปี ก็ต้อง นับจาก ๕ คือ 19 + ๘ คือ 12 = 31 + ๖ คือ 21 = 52 + ๑ คือ 6 = 58 + ๒ คือ 15 = 73 + ๓ คือ 8 = 81 + ๔ คือ 17 = 98 แสดงว่า อายุ 98 ดาว ๔ เสวยอายุ (ตั้งแต่ 82-98)
และนับภูมิพยากรณ์ อายุ 82 ที่ พุธ , 83 ที่ ๕ ไปเรื่อย ๆ จน นับ อายุ 98 ได้ ที่ ๔ (บังเอิญตรงกับช่วงเสวยอายุพอดี)
การนับภูมิในแต่ละช่วงเสวยอายุ อาจใช้ เวลา จึงมีวิธีลัดดังนี้ นับ +10 ข้ามภูมิ เช่นตัวอย่างนี้ อายุ 82 ที่๔ จะได้ 82+10= 92 ที่ ๕ 92+10 = 102 ที่ ๖ แล้วนับถอย มา 98 ที่ ๔

3. natty         28 Mar 2001 - 06:13

ผมจำไม่ได้แล้วละครับ ว่าท่านใดใช้พระเกตุเป็นทักษา ผมมีแต่ตำรา ทักษาพระเกตุ ซึ่งเป็นของเก่า ฉบับเดียวกับที่ ท่านอาจารย์ อารมณ์ ชื่นเชาวน์ไว เคยนำไปพิมพ์ครับ และเห็นมีท่านอาจารย์ ทอง วัดสุทัศน์ ใช้ ส่วนที่ท่านอาจารย์ วิจอม ปรีดานุชาติ ท่านใช้ ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง

สำหรับทักษาแบบที่ 2 นี้ มีการใช้กำลังพระเคราะห์และหาภูมิอายุประจำปี คล้ายกับ ระบบ ทักษาคู่สมพล นะครับ แต่การวางแผนผังทักษา ไม่เหมือนกันกับแบบ ของ ท่าน อาจารย์ ส. สถิตย์ยืนยง (ส.ศรีอยุธยา) (หาดาวอิทธิพลประจำปี) และที่ อาจารย์ ประทีป อัครา (ประกอบกับเรื่องอินทร์จร) ใช้

ผมคอยติดตามอ่านแบบที่สามอยู่ครับ

4. natty         29 Mar 2001 - 13:13

ผมขอกล่าวถึงคำ "ทักษา แบบสยาม" สักหน่อยครับ
แต่เดิม โหรรุ่นใหญ่บางท่านเคยมีการวิพากย์วิจารณ์กัน บ้างว่า ทักษานำมาจากพม่าบ้างอะไรบ้าง
ท่าน อาจารย์ เทพย์ สาริกบุตร จึงได้เขียนหนังสือ แยก เป็น ภูมิพยากรณ์ แบบพม่า และ ภูมิพยากรณ์ แบบ สยาม ขึ้นมา(ทาง อ. เชย ไปเขียนหนังสือเรื่องทักษารามัญ) แล้ว ต่อมา ก็ได้มีการใช้เป็น "ทักษาสยาม" ซึ่งกล่าวถึงการนับทักษา ตามแบบหนังสือโลกธาตุ และ ตามลิลิตทักษาพยากรณ์ ซึ่งไม่ใช่ ตามแบบที่ 1 ข้างต้นนะครับ
ต่อมา มีการใช้คำว่า ทักษาสยาม ตามแบบที่ 1 ขึ้นมา และมาแพร่หลายมาก เมื่อสมาคมโหร ได้พิมพ์ลงในหนังสือ มรดกสยาม ดังนั้น "ทักษาสยาม" ในปัจจุบัน จึงเพี้ยนไปจากที่ปรากฎตามแบบ หนังสือโลกธาตุ และลิลิตทักษาพยากรณ์ อันเป็นแบบโบราณดังเดิมของ "สยาม" ด้วยเหตุฉะนี้ แหละครับ

5. อืม         31 Mar 2001 - 22:08

แบบที่ 3 ก็คือ ทักษาสมเด็จ แบบที่คุณ natty ใช้อยู่ไงครับ (เพิ่งมารู้ที่นี้เองว่าสมเด็จนี้หมายถึงใคร..)

ทักษาที่ผมเสนอมานั้น คือ ทักษาที่มีการใช้โศลก บริวารอายุเดชศรี...
ส่วนทักษาอื่น ๆ(เท่าที่ผมรู้) เช่นคู่สมพล เป็นต้น นั้นใช่เพียงดาวอิทธิพลประจำปี

6. natty         01 Apr 2001 - 11:29

ถ้าเป็นแบบ "ทักษา" ที่ผมใช้ นั้น ยังคงจัดเป็นแบบที่หนึ่ง ตามที่คุณ อืม กล่าวถึงแต่แรกนะครับ คงต่างเพียงแต่วิธีการในการเข้าภูมิกลางกันเท่านั้น นะครับ โดยเป็นการเข้าภูมิกลางเมื่อสิ้นสุดที่ภูมิกาลกิณี ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องของ "แบบ"

แต่ถ้าหากเป็นการใช้ "พระเกตุ" นั้น อันนี้ ผมไม่มีความรู้ครับ เพราะ เท่าที่ได้จาก ผู้ใหญ่ของผม และ จากเอกสารบางอย่างที่เกี่ยวข้อง ผมไม่เคยทราบว่า "ท่านเจ้าประคุณสมเด็จ" จะใช้พระเกตุเป็น ทักษา นอกจากจะใช้ในการพยากรณ์

ซึ่งถ้าหากจะเอาประเด็นในเรื่องวิธีการเดินทักษาแล้ว ผมคิดว่า ยังมีอีกหลายแบบกระมังครับ เช่น ในรอบอายุ 10 ปี จะให้ตกตากลางได้เพียงครั้งเดียว..ฯ ดังนี้ เป็นต้น

ถ้าจะนับทักษาตามแบบที่หนึ่งที่คุณอืม กล่าวถึง เป็น ทักษาที่ใช้วันเกิด เป็น หลัก
และแบบที่สอง ที่ใช้อายุกับกำลังพระเคราะห์ ประกอบกันเป็น หลัก
ผมคิดว่า น่าจะกล่าวถึง หนังสือลิลิตทักษาพยากรณ์ และโลกธาตุ ด้วย โดยน่าจะเป็น แบบที่สาม คือ การใช้ทักษา จาก ลำดับบุตรและปีนักษัตร เป็น หลัก นะครับ

7. ถามมาตอบไป     [203.148.168.187]     13 Oct 2001 - 08:17

ก็ทักษารามัญนี่แหละใช้ ๙ ในการพยากรณ์ ทั้งพื้รดวง และดวงจร

8. ถึง คุณอืม     [202.44.32.11]     14 Oct 2001 - 08:35

"เช่นเกิดวันศุกร์ อายุย่าง 1 ปี ที่ภูมิศูกร์ 2ปี ที่ภูมิ อาทิตย์ แต่หากอายุ ปีใด นับแล้วอายุตกภูมิอาทิตย์ ปีต่อไปต้องนับเข้าตากลาง
คือจะตกภูมิเกตุ แต่โดยมาก ท่านใช้ ดาวพฤหัสเป็นบริวารจร (ยกเว้น อยู่ท่านหนึ่ง ใช้เกตุ อันนี้คุณ natty คงมาอธิบายต่อครับว่าอาจารย์ท่านใดที่ใช้อย่างนี้)
แล้วปีต่อไปนับจันทร์ เป็นบริวารจร"

ตรง "แล้วปีต่อไปนับจันทร์ เป็นบริวารจร"
ปีต่อไปไม่ใช่นับอาทิตย์ เป็นบริวารจร หรือ
อย่างนี้ อาทิตย์ ก็ไม่มีโอกาสเป็นบริวารจรเลย

9. ไม่น่ามีปัญหา     [203.146.223.81]     14 Oct 2001 - 09:55

อ่านดู ดีๆ สิ พ่อคุณ แม่คุณ

10. ถึง คุณ ไม่น่ามีปัญหา     [202.44.32.11]     14 Oct 2001 - 10:21

อ่านอีกรอบเข้าใจแล้ว ตรง
"นับแล้วอายุตกภูมิอาทิตย์ ปีต่อไปต้องนับเข้าตากลาง "

แต่เคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง อ่านแล้วไม่แน่ใจว่าเข้าใจถูกหรือไม่
คือ เข้าใจว่าเมือตกภูมิอาทิตย์ ให้นับเข้าตากลาง
แล้วปีต่อไปนับอาทิตย์เป็นบริวารจร
ปีต่อไปนับจันทร์เป็นบริวารจร
ตกลงแล้ว
นับเข้าอาทิตย์ก่อนแล้งค่อยนับเข้าตากลาง
หรือนับเข้าตากลางก่อนแล้วค่อยนับอาทิตย์

11. สะพานเดินเรือ     [203.170.136.81]     14 Oct 2001 - 19:25

ของ อ.เชย ก็ใช้เกตุทายเหมือนกัน แต่ไม่นับเข้า อาทิตย์ แต่ใช้นับถึงกาลีเดิมแล้วเข้าตากลาง
และของ อ.ฮก ก้ไม่เข้าตากลางหลังจากนับถึง อาทิตย์แล้ว แต่นับถึงกาลีแล้วเข้าตากลาง แต่ไม่ใช้ดาว ๕ เป็นบริวารจร แต่ใช้ดาวคู่ธาตุวันเกิดเป็นบริวารจรครับผม

12. เพิ่มเติม     [203.149.1.101]     15 Oct 2001 - 04:29

ทักษาแบบรามัญวิธีนั้ ท่านเรียงลำดับการ นับทักษาตามฤกษ์ล่างทั้ง 9 ตั้งแต่ทลิโท-สมโณ ดังนั้นเมื่อนับถึง ภูมิ ๖ ซึ่งเป็นพระเคราะห์รักษาราชาฤกษ์ จึงต่อเข้าที่ภูมิ ๙ คือพระเคราะห์รักษาฤกษ์สมโณ ส่วนทักษาสยามนั้นผมไม่ทราบครับ ส่วนเรื่องทักษาจรเข้าภูมิเกตุนั้น ท่านให้เอาภูมิทักษาเดิม เป็นทักษาจร แต่ว่าเว้นไว้ก็แต่กาลกิณีเดิมไม่นับแต่นับเอา ภูมิ ๖ เป็นกาลกิณีจรแทน แต่ท่านว่าให้เอากาลกิณีเดิมร่วมด้วยก็ได้ แต่พึงให้ผลเพียวกึ่งหนึ่งครับ ซึ่งในเรื่องนี้ท่านให้ความเห็นว่า ทักษาไทยคงได้รับอิทธิพลของทักษารามัญมา ในเรื่องเมื่อทักษาจรเข้าภูมิกลางให้เอา ๕ เป็นภูมิบริวารจร แต่ท่านว่า(ไม่ใช่ผมว่า)
คงเป็นเรื่องเข้าใจผิดเพราะ ในตำรามอญคงบัยทึกและยกตัวอย่างของผู้มีภูมิบริวารเดิมอยู่ ๕ เมื่อ อายุครบ 4ขวบ อายุจรจะเข้าภูมิกลาง ก็ให้พึงเอาบริวารเดิมเป็นบริวารจรไปตามลำดัง แต่เว้น ๗ ไม่นับเป็นกาฯจร ให้นับ ๖เป็นกาฯจรครับ

13. เพิ่มเติม     [203.149.1.101]     15 Oct 2001 - 04:34

าสำหรับการทายเมื่อ อายุจรเข้าภูมิ ๙ ท่านให้ดูว่า ๙นั้น อยู่ในชะตาที่ราศีใด และถูุกพระเคราะห์ใด เบียฬ หรือ เล็ง หรือร่วม โดยเฉพาะกาฯเดิม และจร และถ้ามีดาวจรเข้าส่งกำลัง ก็เป็นจุดเบียนบ่อนของชะตา ในปีนั้นครับ เอาละครับพอหอมปากหอมคอ วันนี้เดินทางไม่ได้ฝนตกหนักจึงยังวนเวียนอยู่แถว ๆนี้พรุ่งนี้คงไปจริง ๆ คิดถึวงทุกคนครับ

14. เพิ่มเติม     [203.155.35.88]     15 Oct 2001 - 05:34

สำหรับท่านที่สนใจจะศึกาาทักาารามัญ เข้าใจว่าที่เกษมบรรณกิจคงมีตำราจำหน่าย แต่ขอทำความเข้าใจเพิ่มเติมเล็กน้อย สำหรับท่านที่ ไม่มีพื้นฐาน หรือพึ่งศึกษา คือ เรื่องปีนักษัตร์ และเดือนนักษัตร์ ในตำราทักษารามัญนี้ ท่านให้นับเอาวันสงการนต์ เป็นวันเปลี่ยนปีนักษัตร์ ไม่ใฃ่นับที่เดือนมกราคมวันที่ 1 เป็นวันเริ่มปีนักษัตร์ใหม่ ซึ่งพึงระวังให้ดี และที่สำคัญคือเดือนนักษัตร์ ท่านไม่ได้นับว่ามกรา กุมภา อย่างนี้ ท่านนับเป็นเดือนที่ ๑ สถิตย์ ณ. ราศีนั้น ๆและสัมพันธ์กับ ๒ เพ็ญผ่านฤกษ์ต่าง ๆ
ซึ่งจะได้นำมาเขียนให้ท่านที่ยังไม่ทราบ ได้ทราบและเอาไว้ศึกษาดังนี้ """" เดือน อ้าย เมื่อ ๑ อยู่ธนู ๒ เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ 5/ เดือนยี่ เมื่อ ๑ อยู่มังกร ๒เพ็ญเสวยฤกษืที่ 8/ เดือน3 เมื่อ ๑ อยู่กุมภ์ ๒ เพ็ญ เสวยฤกษ์ที่ 10/ เดือน 4 เมื่อ ๑ อยู่มีน ๒เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ 11 หรือ12/ เดือน 5 เมื่อ ๑ อยู่เมษ ๒เพ็ยเสวยฤกษ์ที่ 14/ เดือน 6 เมื่อ ๑ อยู่พฤษภ ๒ เพ็ยเสวยฤกษ์ที่ 16 / เดือน 7 เมื่อ ๑อยู่เมถุน ๒ เพ็ญเสวยฤกษืที่ 18 / เดือน 8 เมื่อ ๑อยู่กรกฏ ๒ เพ็ญเสวยฤกษืที่ 20 หรือ 21 / เดือน 9เมื่อ ๑ อยู่สิงห์ ๒เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ 22 /
เดือน 10 เมื่อ ๑ อยู่กันย์ ๒ เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ 25หรือ26 / เดือน 11 เมื่อ ๑ อยู่ตุลย์ ๒ เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ 1 / เดือน 12 เมื่อ ๑อยู่พิจิก ๒ เพ็ญเสวยฤกษ์ที่ 3 / """" นี่คือเดือนนักษัตรอย่างคร่าว ๆคือไม่ได้บอกฃือเดือน ให้ไปหาเอาเอง ทักษารามัญนั้น ใช้เดือนนักษัตร์ในการนับทักษา หาใฃ่เดือนปฏทินไม่ ที่สำคัญการจะขึ้นเดือนใหม่นั้นคือ ให้หมายเอาเมื่อ ๒ ขึ้น 15 ค่ำเมื่อ เสวยฤกษ์นั้น ๆ ซึ่งถ้าท่านเอา)ฏิทินโหรมากางดู จะเข้าใจง่ายขึ้น และอีกประการนั้นการคิดอายุเต็มท่านกำหนดให้หมายเอา เมื่อ ๑ ในปีนั้นมีองศาเท่า ๑เมื่อวันเกิด จึงครบ 1 ปี เช่นเกิดเมื่อ ๑อยู่เมษ 13 องศา ปี 2541 เมื่อมาถึงปี 2542 ๑อยู่เมษมีองศา 13 องศาจึงนับครบ 1ปี นี่พึงระวังให้มาก ถ้าความดีใด ๆจะมีแก่ผมบ้าง ก็ขออุทิศให้ครูบาอาจารย์ทุก ๆท่าน ถ้าบกพร่องปนะการใด ขอน้อมรับแต่เพียงผู้เดียว

15. ศิษย์ ศ.     [203.147.0.42]     16 Oct 2001 - 07:40

อาจารย์ ศ.ของผมท่านก็ใช้พระเกตุในทักษาครับ มีระบบที่แปลกมาก และท่านเรียกทักษาแบบที่ท่านใช้นี่ว่า "ทักษาหมุน" ครับ คือเมื่ออายุตกภูมิใด จะต้องนำเอาดาวบริวารเดิมไปไว้ที่ภูมินั้น แล้วหมุนดาวในทักษาทั้งดวงเคลื่อนออกจากภูมิทั้งหมดรวมถึงพระเกตุด้วย ด้วยเหตุนี้พระเกตุจึงมีโอกาสได้โคจรออกมาจากตากลาง และเข้ามาอยู่ในนิยามบริวาร, อายุ, เดช, ศรี กับเขาด้วย นับว่าเป็นการใช้ทักษาที่ไม่เหมือนใครเลยครับ คุณ natty ผมเองก็เลยนำมาใช้ดู ปรากฏว่าใช้ได้ผลดี มีความแม่นยำไม่เลวเลยครับ

16. ทับทิม     [203.148.169.84]     16 Oct 2001 - 08:23

ตามความเห็นของผม ๆ ว่าทักษาก็มีรูปแบบมาจากฤกษ์นั่นแหละครับ คือจัด นพเคราะห์เข้าประจำภูมิทั้ง 9 แบบของมอญนั้นเคลื่อนที่เป็นวัฏฏะคือวงกลมตลอดและไปในทิศทางเดียว แต่ของไทย ดูๆ ก็แปลกดีครับ ภูมิที่ 1ถึงภูมิที่-8 เรียงไปแต่พอถึง
รอบใหม่กลับข้าม 9 ไปนับ 1 และย้อนกลับมา 9 จึงวกขึ้นไป 2 ก็สนุกดีนะครับ

Click to share


ขออภัย เนื่องจากกระทู้นี้เก่าเกินไปแล้ว

จึงขอปิด! งดการตอบกระทู้ต่อไป เนื่องจากจะทำให้ระบบโดยรวมช้าลง

หากเห็นว่ากระทู้นี้มีประโยชน์ ขอให้ท่านเปิดกระทู้ใหม่แทน

จากใจ Webmaster



©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.