Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (183) Vote Down (147) เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน ปิดกระทู้นี้  
22762 : จากคุณ ศิษย์หลายสำนักโหร     [125.24.52.77]     13 May 2008 - 14:14     [191 คำตอบ]

ตรงนี้มีหลักวิชาทำนายนานาประการ
เชิญชวนและเรียกร้องท่านที่เห็นแหล่งความรู้ในเวบต่างๆก็ดี อยู่ในเอกสารก็ดี หรือเป็นประสบการณ์ของท่านก็ดี โปรดเมตตาร่วมกันทำบุญ สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ โดยการ นำเสนอความรู้เหล่านั้นในกระทู้นี้

แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 191 คำตอบ ( 7 หน้า )
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |

91. ขอบคุณ     [125.24.24.20]     03 Aug 2008 - 15:27 ลบความเห็นนี้

ต้องขออภัย
มีข้อผิดพลาดที่ลอกมาผิดตามที่ ท่าน สุดยอด ทักท้วงคือ
ต้องเป็นพระชาตา
ของรัชกาลที่ 7 ไม่ใช่รัชกาลที่ 6

นั่นคือ
"วันที่ 8 พ.ย.2436 เป็นพระชะตาของล้นเกล้ารัชกาลที่7 มีพระสูติกาลเวลา 12.27 น.
วันเกิดเหตุ 24 มิ.ย.2475 พระชนม์มายุ วันเกิดเหตุ พระชันษา 38ปี 7เดือน15วัน
ทรงประสูติกาลวันพุธ ครับ ย่าง39 เต็ม38"

ขอบคุณท่านสุดยอดมา ณ ที่นี้ด้วย

92. รวมไว้อ่าน     [125.24.24.20]     03 Aug 2008 - 15:57 ลบความเห็นนี้

วิธีการในการหาชันษาจรวันในหลักวิชาระบบหมอเถา นั้น

คือการหาชันษาจรวัน ถ้าไม่คำนวณแบบองศาลิปดา ก็สามารถตั้งต้นที่เกณฑ์เดือนคือเกณฑ์ชันษาจรเดือน
จากจุดของวันเกิดและเวลาเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของชันษาจรวัน
บวกไป 2 วันครึ่ง คือชันษาวันของแต่ละราศี ไปจนครบทุกราศีของชันษาเดือนจะ
ได้ 30 วัน พอดี

สรุปคือ ชันษาจรแต่ละราศีคือ 2 วันครึ่ง จนครบทุกราศีคือ 1 เดือน เท่ากับ เกณฑ์ชันษาเดือนของเดือนนั้น ๆ

เป็นคำบอกกล่าวจากท่านอาจารย์อรุณ ลำเพ็ญ เมื่อครั้งที่ผม(อมตะ)ได้ไปสนทนาสอบถามข้อสงสัยในโหราศาสตร์ไทยระบบหมอเถาวัลย์กับท่านที่บ้านพักของท่านอาจารย์ในซอยอรัญญา ถนนประชานิเวศน์สาย 2 ใกล้ ๆ สามแยกเตาปูน จำได้ว่าเป็นปีพศ 2525 ซึ่งเป็นปีที่ผมไปสมัครเรียนโหราศาสตร์ไทยระบบหมอเถาวัลย์ กับท่านอาจารย์อรุณ ลำเพ็ญ ท่านให้ใช้วิธีนี้เพราะว่าสะดวกกว่าการที่จะนับแบบองศา ลิบดา จำได้ว่าผมก็ได้ทดสอบการนับเกณฑ์ชันษาวัน จากดวงชะตาของผมเอง เพื่อพิสูจน์อะไรต่าง ๆ ว่าจะตรงตามหลักการพยากรณ์ไหม ซึ่งต้องยอมรับครับว่าเกฑณ์ชันษาจรปี จรเดือน จรวัน
ใช้ได้จริงตรงตามชีวิตจริงของผม ซึ่งทุกวันนี้เวลาดูดวงตัวเองก็ใช้วิธีการนี้มาโดยตลอด แต่ช่วงหลัง ๆ ไม่ค่อยได้ใช้เกณฑ์ชันษาจรวัน ส่วนใหญ่ใช้แค่จรเดือนแล้วก็ดูเหตุการณ์ต่าง ๆ ว่าจะเกิดในวันใด แต่เหตุการณ์อะไรจะเกิดนั้น ในเกณฑ์ชันษาจรปี ต้องมีบอกเหตุการณ์ก่อนเป็นลำดับแรก จากกนั้นก็จะมาพิจารณาดูว่าจะเกิดเหตุการณ์นั้น ๆ ที่ระบุในจรปี ว่าจะเกิดในช่วงเดือนไหน โดยต้องพิจารณาดาวจรเล็ก ๆ เช่น ดาว 1 3 4 6 เพราะดาวเล็กจะเป็นตัวระเบิดเหตุการณ์ คือเกณฑ์ปีจะพิจารณาถึงดาวใหญ่ 3 ดวง ซึ่งในระบบหมอเถาวัลย์เรียกดาวตรีเทพมีดาว 5 ดาว 8 ดาว 7 เป็นดาวบอกเหตุการณ์ในจรปีว่าต้องเกิดแน่นอน แต่เกิดเดือนไหนต้องดูดาว 1346 เป็นดาวที่เป็นจุดระเบิดเหตุการณ์ว่าช่วงไหนเดือนไหนสำหรับดาวจันทร์จะเป็นดาวที่จะดูถึงเหตุการณ์ว่าจะเกิดช่วงวันไหนในรอบของสองวันครึ่ง ในเดือนนั้น ๆ

93. หลักวิชาน่าจำ     [125.24.80.88]     04 Aug 2008 - 10:11 ลบความเห็นนี้

ปัญหาผู้ที่เรียนโหราศาสตร์ระบบหมอเถา

ที่บ่นกันเป็นประจำคือ ตอนผสมความหมายของภพ ออกเป็นคำพยากรณ์ จะรู้สึกยากเหลือเกิน เรื่องนี้ มีอาจารย์ทางโหราศาสตร์ผู้มีประสบการณ์แนะนำ ว่า

อันที่จริงขั้นผสมความหมายของภพ ควรจะเป้นขั้นที่ง่าย
เพราะเท่ากับเราเอาความหมายซึ่งเป็นภาษาพูดมาลำดับกันให้ได้ความกลมกลืนเท่านั้นเอง เท่าที่สังเกตเห็นพอจะจับได้ว่า ที่ว่ายากนั้น เป็นเพราะผู้เรียน
พยายามรวมเอาความหมายทั้งหมดมาแปลรวมกันทีเดียว มันก็เกิดปะปนกันขึ้น

ถ้าพยายามแปลทีละตอน คือจับความหมายตอนแรก ให้ได้ขั้นหนึ่งก่อน แล้วจึงเอาความหมายอีกขั้นหนึ่งมาต่อเชื่อมดูให้กลมกลืน
แล้วจึงเอาความหมายตอนต่อไป มาต่อตามลำดับ ถ้าปฏิบัติอย่างนี้ก็ไม่น่าจะยาก
เช่นสมมติว่า

จะทำนายภพกัมมะ มีดาว 5 เป็นเจ้าเรือน ซึ่งไปอยู่ภพปัตนิ มีดาว 2 เป็นเจ้าเรือน
อ่านได้ว่า กัมมะ-ปัตนิ หมายถึงงานที่ทำ เป็นงานที่ต้องร่วมหมู่คณะเป็นงานหุ้นส่วน หรือเป็นงานที่รับผลประโยชน์ส่วนแบ่งงาน กินเงินเดือน
จับความหมายดาว ดาว 5+ดาว 2 เป็นคู่ธาตุ หมายถึงงานประเภทถาวร งานประจำ ต้องทำกันอย่างเป็นหลักเป็นฐาน
ดูดาว 2 ไปอยู่ไหน
สมมติไปอยู่ภพศุภะ ดาว 3 เป็นเจ้าเรือน อ่านสัมพันธ์ภพต่อจากเดิมจะได้ว่า
กัมมะ-ปัตนิ-ศุภะ หมายถึงงานที่ทำอยู่ดังกล่าวจะประสพความสำเร็จความเจริญก้าวหน้า
มาดูดาวบ้าง ดาว 5 กับดาว 3 มีความสัมพันธ็กันโดยผ่านดาว 2 เป็นตัวเชื่อม
ดาว 5 + ดาว 3 เป็นดาวคู่สมพล หมายถึงเจ้าชาตาจะก้าวหน้าในการทำงานนั้นด้วยความรู้ความสามารถอย่างมั่นคง
ดาว 3+ ดาว 2 เป็นดาวคู่พินิจพิเคราะห์ หมายถึงงานของเจ้าชาตานั้น ต้องใช้ความรอบคอบ ต้องคอยดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษอยู่เสมอ

สรุปเก็บความหมายต่างๆมาเรียบเรียงเป็นคำพยากรณ์ดังนี้

งานของเจ้าชาตาเป็นงานที่ต้องทำร่วมกับหมู่คณะ ไม่ใช่งานส่วนตัว(กัมมะ-ปัตนิ) เป็นงานที่สร้างความเป็นปึกแผ่นมั่นคงให้เกิดขึ้นมาได้(5+2 คู่ธาตุ) งานนี้เจ้าชาตาจะใช้ความรู้ความสามารถพาตัวเองก้าวหน้าไปในหน้าที่การงานอย่างดีเด่น(5+3 คู่สมพล) และงานที่ทำนั้นต้องใส่ใจ จะปล่อยปละละเลยไม่ได้ ต้องดูแลเป็นพิเศษ(3+2 คู่พินิจ)แล้วงานนั้นจะเจริญก้าวหน้าไปด้วยดี(กัมมะ-ศุภะ)

94. ดาวดี-เสีย     [125.24.4.52]     05 Aug 2008 - 20:45 ลบความเห็นนี้

ความหมายของดาวพระเคราะห์

ต้องทำความเข้าใจกับความหมายดาวพระเคราะห์ว่า
ดาวทุกดวงมีคุณและโทษ ให้ได้ผลทั้งด้านดีและด้านเสีย

อาทิตย์ ด้านดี หมายถึงความรักเกียรติ ความกระตือรือร้น ความทะเยอทะยาน ในการก้าวหน้า
ด้านเสีย หมายถึง ความถือตัว หัวสูง มีการยกตนข่มท่าน หัวสูง

จันทร์ ด้านดี หมายถึง ความอ่อนโยน อ่อนหวาน มีความเมตตา ขึ้สงสารเอาเอาใจใส่ในความทุกข์สุขของคนอื่น
ด้านเสีย หมายถึงความอ่อนไหว เจ้าอารมณ์ จิตใจไม่มั่นคง เป็นที่มัก
แปรปรวน เป็นคนที่เปลี่ยนใจได้ง่าย

อังคาร ด้านดี หมายถึงการปฏิบัติความขยันขันแข็ง กล้าหาญ จริงจัง รักการต่อสู้ แข่งขันการผจญภัย
ด้านเสีย หมายถึงความมุทะลุดุดัน กระด้าง ชอบหาเรื่อง

พุธ ด้านดี หมายถึงการศึกษา ค้นคว้า การคิดการพูด ไหวพริบ
ด้านเสีย หมายถึงเล่ห์เหลี่ยม ฉลาดแกมโกง เอารัดเอาเปรียบ

พฤหัส ด้านดี หมายถึง ความรอบรู้ ความสุขุม ความยุติธรรม
ด้านเสีย หมายถึง ชอบอวดรู้ ใช้ความรู้นอกลู่นอกทาง

ศุกร์ ด้านดี หมายถึงศิลปะ ความรักสวยรักงาม ความแจ่มใส ร่าเริง
ด้านเสีย หมายถึงความขี้โอ่ ฟุ้งเฟ้อ เจ้าสำราญฟุ่มเฟือย

เสาร์ ด้านดี หมายถึงความรักสงบสันโดษ ความละเอียดถี่ถ้วน อดทน
ด้านเสีย หมายถึง ความจู้จี้ขี้บ่น ขี้สงสัยระแวง อาการทางประสาท

ราหู ด้านดี หมายถึงความรู้พิเศษ จิตภาพดี
ด้านเสีย หมายถึงความลุ่มหลงมัวเมา งมงาย

95. ดี-เสียเมื่อใด     [125.24.4.52]     05 Aug 2008 - 20:52 ลบความเห็นนี้

ดาวเสีย เมื่อเป็น กาลี นิจ ประ เจ้าเรือน อริ มรณะ วินาศ พินทุบาทว์

ดาวดี เมื่อเป็น เดช ศรี มนตรี อุจ เกษตร มหาจักร ราชาโชค องค์เกณฑ์ อุดมเกณฑ์

96. sam     [203.146.192.136]     05 Aug 2008 - 22:40 ลบความเห็นนี้

เกิดวันอังคารที่10 ก.พ 2524 ปีระกา เวลา14.21 น.เกิดจังหวัดนครปฐม อยากทราบว่าเนื้อคู่เป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ
จะวิเคาระห์ยังไงคะ? รู้แต่ว่ามีดาว5กับ7ร่วมภพพันธ์กัน และอ่านตำราบอกว่าถ้าดวง5กับ7ร่วมเรือนหมายถึงต่างชาติ หมายถึงคู่ต่างชาติรึเปล่าคะ?

97. เรียนถาม     [58.9.190.217]     06 Aug 2008 - 01:12 ลบความเห็นนี้

ถ้าลัคค์อยู่ธนู พุธ(เจ้าเรือนกัมมะ)อยู่กดุมภะ เสาร์(เจ้าเรือนกดุมภะ)อยู่ลาภะ ศุกร์(เจ้าเรือนลาภะ)อยู่วินาสน์ อังคาร(เจ้าเรือนวินาสน์)อยู่กัมมะ หมุนวนกัน4เรือนอยากถามว่าจะแปลว่าอะไรครับ

98. เก็บไว้อ่าน     [125.24.78.144]     06 Aug 2008 - 09:40 ลบความเห็นนี้

5. พลังวัชร์ [119.42.70.141] 06 Aug 2008 - 08:56

เคยโทรศัพย์คุยกับคุณกระจกฝ้า ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอ.อรุณ ท่านหนึ่ง ท่านคุยให้ฟังคราวๆ ว่า มีวิธีการนับเหมือนกัน แต่รู้สึกว่าไม่ตรงกับวิธีการของ อ.อมตะ

อ.อมตะ กับ อ.สุรพล(ลุงบั๊ก โฮ๋ราสาด) ใช้วิธีนับจันทร์จร ไปราศีละ 2 วันกว่า ตามวิถีการโคจรของจันทร์ เป็นการกำหนดหาเวลาในช่วงวัน

แต่วิธีที่ผมได้รับทราบมา ท่านบอกว่า ให้เดินชัณษาวัน ไปเท่ากับองศาอาทิตย์ หมายความว่า ในวันที่ อาทิตย์ กับ อาทิตย์ คือ เวลาเปลี่ยนชัณษาปี
การเปลี่ยนชัณษาเดือน ก็คือ เวลาที่ องศา ลิปดา อาทิตย์ จร เท่ากับ องศา ลิปดา อาทิตย์เดิมแต่ละราศี

ส่วนชัณษาวัน ใช้หลักการเดียวกัน คือ ใช้ ลิปดาอาทิตย์จร เท่ากับ ลิปดาอาทิตย์เดิม ดังนั้น จึงทำให้ ชัณษาวัน เคลื่อนตัวไป ราศีละ ๑ วันพอดี ครบ ๓๐ องศาจะเท่ากับ ๒ รอบครึ่ง
ส่วนจรเป็นชั่วโมง ก็ให้นับไปชั่วโมงละ ๑ ราศี ๒๔ ชั่วโมงคือ ๒ รอบ จรเป็นนาที ใช้ช่องราศีละ 5 นาที ๖๐ นาที คือ ๑ รอบ แต่เรื่องชั่วโมงนาทีนี้ ไม่แน่ใช้ว่าจะตั้งต้นนับจากเวลาใดเหมือนกัน

ทั้งสองวิธีผมไม่เคยทดสอบครับ ได้ฟังมาเลยเอามาฝากเอาไว้ กลัวว่าวิชาจะสูญเหมือนกัน

6. พลังวัชร์ [119.42.70.141] 06 Aug 2008 - 09:04

นึกได้อีกเรืองนึงว่า ถ้าใช้ระบบจรวันแบบ ๒ วันครึ่ง การหาว่าเหตุการณ์จะเกิดวันใด รู้สึกว่าต้องตัดด้วยทักษาครับ แต่ถ้าจรราศีละวัน ก็ใช้ความหมายของภพจรประจำวันเป็นตัวตัดเรื่องเลย

และมีอีกวิธีหนึ่ง คือ ลัคนาวัน คำนวณจาก กำลังพระเคราะห์เจ้าเรือนที่จันทร์สถิต บวกกับ ดิถีวันนั้น เอา ๑๒ หารเอาเศษ ไปตกราศีใด ลัคนาจรหรือจุดจรประจำวัน ก็จะอยู่ที่ราศีนั้น ของเดิมเอาไว้ประกอบการวางดวงฤกษ์ ไม่ไม่แน่ใจว่าจะใช้ประกอบการดูจรเป็นวันๆ ได้คล่องตัวหรือไม่

ดูในเอกสารที่เคยให้ดาวโหลดกันนะครับ <http://suriyayatra.horasad.com/download/>



99. ผ่านมา     [125.24.140.52]     07 Aug 2008 - 14:24 ลบความเห็นนี้

มาดันกระทู้ไว้นะ
เพื่อรำลึกถึงอาจารย์ทั้ง 3 ท่าน คือ
(1) ท่านอาจารย์ อาวุโส ท่าน จันทรพิมพ์ - ตำราเผด็จรามเหียร
(2) ท่านอาจารย์สำราญ สมุทวนิช - ตำราดาววันเกิด
(3) ท่านอาจารย์ อักษร ไพบูลย์ -
ตำราของท่านอาจารย์ อักษร ไพบูลย์ ที่เป็นชุดหลัก มี 4 เล่ม ครับ
แล้วก็ยังมี ชีท (ประมาณ 500 หน้า) ที่ทำขึ้น เมื่อประมาณปี 2528-2530 อีกครับ
เป็นรวมดวงตัวอย่างที่ใช้สอนขึ้นกระดาน
รุ่นคุณหมอโรงบาลสมิติเวช และ ท่านธนกร สินเกษม นายกสมาคมโหรฯ ปัจจุบัน
มีแยกเป็นอาชีพต่างๆ เช่น พยาบาล แพทย์ ฯ และในส่วนของที่ท่านอาจารย์
วัดชนะสงคราม (ขอโทษที่นึกชื่อกระทันหันไม่ออกด้วยนานมาแล้ว) ที่เข้ามาช่วยอธิบายเรื่องทักษาครับ

100. ก้อง ขอถามท่านผ่านมา     [118.174.139.148]     07 Aug 2008 - 17:09 ลบความเห็นนี้

เรียนถามท่านผ่านมา
ไม่ทราบว่าตำราของท่านอ.สำราญ สมุทวนิช ชื่อตำราดาววันเกิด เลยใช่ไหมครับ
หรือมาจากตำราอื่นๆของท่าน

และ นอกจากโหราพิเศษ 1-3, มหาทักษา ท่าน อ.สำราญ เคยออกตำราเล่มใดอีกครับ

101. .     [125.228.107.136]     10 Aug 2008 - 11:35 ลบความเห็นนี้


102. สุดยอด     [125.25.25.244]     11 Aug 2008 - 09:46 ลบความเห็นนี้

ด้วยความเคารพในศาสตร์วิชาโหร อย่ากรุณาสมุติดวงดาวในการอ่าน ต้องหาดวงดาวสถิติมาให้ชัดเจนมาเป็นตัวอย่าง


เช่นสมมติว่า

จะทำนายภพกัมมะ มีดาว 5 เป็นเจ้าเรือน ซึ่งไปอยู่ภพปัตนิ มีดาว 2 เป็นเจ้าเรือน
อ่านได้ว่า กัมมะ-ปัตนิ หมายถึงงานที่ทำ เป็นงานที่ต้องร่วมหมู่คณะเป็นงานหุ้นส่วน หรือเป็นงานที่รับผลประโยชน์ส่วนแบ่งงาน กินเงินเดือน

<
ตามที่ท่านสมมุตฺนั้น ไม่ใช่ดวงจริง และเป็นไปไม่ได้ เช่นดาว2เป็นเจ้าเรือนปัตนินั่นคือลัคนาสถิตราศีมังกร และ ดาวกัมมะคือราศีตุลย์มีดาว6เป็นเจ้าเรือน

จะทำให้ผู้ใหม่ต่อการศึกษาจะสับสน
กรุณาใช้ดวงจริงที่มีตัวตน เพราะบางทีสมมุติดาวที่เป็นไปไม่ได้ เช่นคนเกิด ปีชวด ดาว5จะอยู่ธนู ดังนี้เป็นต้นหรือ ดาว146 จะอยู่ห่างกันไม่เกิน 3ราศี ดังนี้เป็นต้น.....
-----------------------



103. ศ.-สุดยอด     [125.24.15.178]     11 Aug 2008 - 12:05 ลบความเห็นนี้

ขอบคุณท่านสุดยอดที่ให้คำแนะนำ

เรียนท่านสุดยอด เรื่องนี้ มีเจตนา เป็นนัยอยู่ เมื่ออ่านแล้ว ลองผูกดวงแล้ว ไม่จริงตามสมมติ แล้วจริงๆเป็นอย่างไร แล้วจะอ่านว่าอย่างไร
กับดักนี้ได้ผล
มีการซักถามและทดลองผูก ทดลองอ่าน เป็นส่วนใหญ่ ไม่อ่านผ่านเลย จำได้ดีด้วย
ลูกเล่นนี้ได้จากอาจารย์ผู้สอนอาวุโส มีคนทักแบบท่านสุดยอด ทุกครั้งเมื่อมีการสมมติแบบนี้เกิดขึ้น
ตัวอย่างแบบ หวยออกแล้ว เราจะลากไปให้สอดคล้องตามความหมายดาวและภพสบาย อ่านแล้วรื่น ลืมง่ายอีกด้วย อ่านแล้วให้เอะใจ อย่างนี้มีผลในการเรียนรู้ การสับสนมักจะเกิดกับคนที่เรียนแบบจำๆๆๆๆๆเป็นหลัก
ไม่เรียนรู้แบบได้หลักแล้วไม่ต้องจำ ขอบคุณอีกครั้งในคำแนะนำ

104. สุดยอด     [125.25.29.130]     11 Aug 2008 - 14:18 ลบความเห็นนี้

76. รวบรวมไว้ [125.24.72.95] 21 Jul 2008 - 08:00

--------------------------------------------------------------------------------

วิธีทำนายจร ของ อ. อักษร ไพบูลย์

ชายเกิดวันอังคาร ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2486 10.20 จ.นนทบุรี
จร วันที่ 23 มีนาคม 2512 โจทย์แจ้งว่า ประสบอุบัติเหตุไม่ตาย แต่พิการ คำถามคือ พิการอวัยวะส่วนใด

คำเฉลย เจ้าชะตาเป็นนายทหารขณะเกิดเหตุยศร้อยโท สถานที่เกิดเหตุ จังหวัดลพบุรี ที่ศูนย์ปืนใหญ่ เจ้าชะตาสอนทหาร โดนกับระเบิดเทียม ระเบิดคามือ ทำให้นิ้วก้อยมือขวาขาดทันที



--------------------------------------------------------------------------------

ท่านมีหลักวิชาที่จะทำนายอย่างไร
ถ้าเป็นหลักวิชาของ อ. อักษร ไพบูลย์
ท่านให้ตั้งคำถามในใจว่า
วันที่ 23 มีนาคม 2512 มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับเจ้าชาตา

วิธีการทำนาย

1.ให้คิดทักษาจรปีโดยใช้อายุย่างปี2512 เลยเดือนเกิดมาแล้ว อายุย่าง 27 ปี อายุจรตกภูมิ 2 ดาว 2 บริวาร 3 อายุ 4 เดช 7 ศรี 5 มูละ 8 อุตสาหะ 6มนตรี 1 กาลี
2.ยกเอาดาวในปฏิทินจรของวันที่ 23 มีนาคม 2512 ไปทับดวงชาตาเดิมและปรับความหมายของทักษาในดวงเดิมและปฏิทินจรให้ตรงกับทักษาปัจจุบัน
--------ฯลฯ

ขอเรียนถามท่าน อาจารย์ ที่เฉลย

กรณี เจ้าชะตามาดูดวง เดือนกุมภาพันธ์ ก่อนวันที่ 23มีนาคม 2512

ประมาณหลังวันเกิด 2วันคือ วันที่ 25 กุมภาพันธ์2512 จะมีวิธีการหาจุดเกิดเหตุว่าเป็นอุบัติเหตุถึงนิ้วขาดได้อย่างไร(ก่อนหวยออก)

เพราะตอนนั้น โหรผูกดวงวันที่ 25 ก.พ.2512 ก่อนวันเกิดเหตุ (สมมุติ)ดวงกำเนิด ลัคน์เมษ 70อยู่พฤษภ 5อยู่มิถุน 8อยู่สิงห์ ตุลย์มีเกตุ ธนูมีอังคาร กุมภ์มีอาทิตย์และมี6 และ2กาลกิณีวันเกิดอยู่ กันย์

จรวันที่25ก.พ.2512

มี678อยู่มีน
1อยู่ราหู
2อยู่มิถุน
58อยู่กันย์
39อยู่พิจิก

และเจ้าชะตาเกิดวันอังคาร

ช่วยวิจารณ์ก่อนเกิดเหตุ ด้วยเพราะเหตุไร จักขอบคุณยิ่ง









105. ทบทวนไว้     [125.24.3.178]     11 Aug 2008 - 14:59 ลบความเห็นนี้

ลักษณะต่าง ๆ ของดาวพระเคราะห์
ที่บอกลักษณะรูปร่างของบุคคล
ที่จะให้โทษหรือตั้งตนเป็นศัตรู
มาให้อ่านและศึกษากันพอสังเขป
(จากhttp://www.lekpluto.org/home.php ) ดังนี้

อาทิตย์ (๑) รูปร่างสันทัด ปราดเปรียว ผิวสองสี ใบหน้ามน ท่าทางหลุกหลิก เป็นเพศชาย มีเกียรติ มีอำนาจวาสนา ชอบความเป็นใหญ่ หรือหัวหน้า และหมายถึง บุคคลที่มีอายุระหว่าง ๑ – ๑๐ ปี

จันทร์ (๒)ใบหน้าแป้นกลมใหญ่ ผิวขาว รูปร่างท้วม มีจริตกิริยานุ่มนวล มากด้วยเสน่ห์ เพศหญิง และหมายถึงบุคคลอายุระหว่าง ๓๑ – ๔๐ ปี

อังคาร (๓) ใบหน้าเกร็งแบบหน้ากระดูก ผมหยิก หรือ หยักศก ผิวเนื้อดำแดง มักมีโทสะจริต เพศหญิง และหมายถึงบุคคบที่มีอายุระหว่าง ๔๑ – ๕๐ ปี

พุธ (๔) ใบหน้ามน จมูกโด่ง ผิวเนื้อดำแดง ร่างอ้วนเตี้ย พูดจาดี เพศชาย และหมายถึง บุคคลที่มีอายุระหว่าง ๑๑ – ๒๐ ปี

พฤหัสบดี (๕) รูปร่างงามสง่า สมส่วน ใบหน้ายาว ผมบาง หรือตัวใหญ่ ผิวขาว หรือขาวเหลือง มีไฝหรือปานบนใบหน้า มีลักษณะน่าเชื่อถือ เป็นผู้ใหญ่ ผู้มีอิทธิพลอำนาจ เพศชาย และหมายถึงบุคคลที่มีอายุระหวาง ๕๑ – ๖๐ ปี

ศุกร์ (๖) รูปงาม ผิวขาว หน้าแป้น ท่าทางสำรวย แต่งตัวดี อารมณ์ดี กรีดกราย เพศหญิง และหมายถึงบุคคลที่มีอายุระหว่าง ๒๑ – ๓๐ ปี

เสาร์ (๗) รูปร่างสูง มือยาว เท้ายาว ผิวดำ ฟันห่าง เดินขาแบ ๆค่อนข้างขรึม ขี้อิจฉาริษยา มักเป็นบุคคลชั้นต่ำ กรรมาชีพ เพศชาย และหมายถึง บุคคลอายุระหว่าง ๖๐ -๗๐ ปี

ราหู (๘) รูปร่างอ้วนใหญ่ ตาพอง ผิวขาวจัด หรือ ดำจัด หรือขาวค่อนข้างแดง หัวเถิก หรือศีรษะล้าน คางมน ๆ พูดเสียงดัง เป็นชาวต่างชาติ ต่างภาษา เป็นหม้ายผ่านการมีเรือนมาแล้ว อายุแก่หรืออ่อนกว่าเจ้าชะตาหลายปี ไม่อาจประมาณอายุได้

เกตุ (๙) รูปร่างสมส่วน ผิวคล้ำ เงียบขรึม หัวโบราณ หรือ หัวสมัยใหม่ ศีรษะหลิม ผมเป็นลอน มีจุดเด่นบนใบหน้า มีความคิดหรือการกระทำที่ผิดแผกจากคนทั่วไป อาจเป็นชาวต่างชาติ ต่างภาษา เป็นหม้าย ผ่านการมีเรือนมาแล้ว อายุแก่หรืออ่อนกว่าเจ้าชะตาหลายปี หรือ หมายถึงคนแก่ชรา

มฤตยู (๐) รูปร่างกลม ตัวกลม ผิวขาว ใบหน้าบาน ผมหยิก พูดจาเสียงดัง เป็นชาวต่างประเทศ หรือ ต่างถิ่น หรือ เป็นคนแปลกหน้า ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อน เพศหญิง และหมายถึงบุคคล อายุประมาณ ๗๐ – ๘๐ ปี

เนปจูน (น) รูปร่างใหญ่ลำตัวแบน หรือ อ้วนกลม ใบหน้าแป้น ผิวค่อนข้างคล้ำ ผมหยิก หรือ คนเมา คนทรงเจ้าเข้าผี หรือ อาจารย์ไสยศาสตร์ หรือ นายแพทย์ นักแสดง และหมายถึง บุคคลอายุระหว่าง ๘๐ – ๙๐ ปี เพศหญิง

พลูโต (พ) หมายถึงบุคคลรูปสูงต่ำปานกลาง ถ้าเป็นคนผอมก็ใบหน้ามน ปากใหญ่ ถ้ารูปร่างใหญ่ ก็หน้าสี่เหลี่ยม หมายถึง บุคคลที่มีวิชาการแปลก ๆ เช่น พระ นายแพทย์ อาจารย์ขลัง นักโหราศาสตร์ และหมายถึง บุคคลที่มีอายุระหว่าง ๙๐ -๑๐๐ ปี เพศชาย

แบคคัส (บ) เป็นดาวที่เดินช้า นานนับ ๗๐ กว่าปี ถึงจะย้ายราศี จึงยากที่จะกำหนดรูปร่างลักษณะที่แน่นอนลงไปได้ แต่ถ้าเทียบกับลักษณะนิสัยแล้ว มักจะเป็นคนงกเงิน มีฐานะความเป็นอยู่ดี ชอบการบันเทิง รื่นเริงใจ รักการท่องเที่ยวผจญภัย พูดเก่ง พูดคล่อง เพศชาย

อันรูปร่างลักษณะดาวพระเคราะห์เหล่านี้ ไม่ได้ใช้สำหรับทำนายลักษณะของศัตรู แต่เพียงอย่างเดียว ยังสามารถทำนายรูปร่างลักษณะของเจ้าชะตา คู่ครอง มิตร เจ้านาย ลูกน้อง บริวาร ฯลฯ ได้อีกด้วย ขึ้นอยู่กับว่า ดาวดังว่า จรเข้าเรือนใด สัมพันธ์กับเรือนใด และลักษณะที่บ่งบอกไว้นั้น เป็นแค่หลักการพิจารณาเบื้องต้น บางที คนเราอาจจะมีศัตรูหลายคน มีคู่หลายคน ฯลฯ หรือ บางที ศัตรู หรือ คู่นั้น อาจจะมีลักษณะนิสัย หรือ รูปร่างหน้า ตา อายุ ที่ไม่ตรงกับข้อใดข้อหนึ่งโดยเฉพาะ แต่อาจจะเข้าข่ายคุณลักษณะประการใดประการหนึ่งก็ได้


106. เก็บไว้อ่าน     [125.24.13.75]     14 Aug 2008 - 14:32 ลบความเห็นนี้

ที่มา wb-10446 : จากคุณ แกะรอย 19 Dec 2004 - 00:20

"บทความเรื่อง โสฬส เขียนลงในพยากรณ์สาร ฉบับเดือนตุลาคม 2547" มีเนื้อหาดังนี้

เป็นการแนะนำภูมิพยากรณ์โสฬส ใช้เพียงวันเกิดและเวลาเกิดก็ทำนายได้ มีข้อมูลเพียง 2บรรทัด มีเลขอยู่ 8คู่ เชิญหาอ่านได้ ผมไปพบในหนังสือ พยากรณ์สารเดือน ต.ค.47 ที่น่าอัศจรรย์ คือไม่ต้องผูกดวงไม่ต้องมีปฎิทินดวงดาว และไม่ได้ใช้โหรทายหนู เขียนโดย อ.ประทีป อัครา ครับ สนใจติดต่อที่ สมาคมโหร แห่งประเทศไทย โทร 02-2817596

ขอตัดตอนบางข้อความมาลงดังนี้

.
......ในสมัยก่อนวิชาที่ถูกจัดเป็นแม่บทสำคัญของโหราศาสตร์ไทย ที่บังคับต้องเรียนรู้และเข้าใจก่อนคือภูมิพยากรณ์

.........ที่นำมาให้ดูนี้เป็นภูมิพยากรณ์โสฬส ชื่งเป็นแบบหนึ่งในหลายๆแบบ ขอชี้แจงเพื่อความเข้าใจอันถูกต้องก่อนว่า ที่นำมาใช้สาธิต ไม่ใช่เพราะต้องเรียนแบบนี้เท่านั้นจึงจะพยากรณ์ได้ หรือเพราะแบบนี้ดีกว่าแบบอื่น เพียงแต่เห็นว่าเป้นแบบที่มีความซับซ้อนน้อย ควาวมสับสนน้อย จะช่วยให้ผู้เริ่มต้นเข้าใจง่ายขึ้นเท่านั้น

..........การสาธิตตอนนี้ เหมือนแกงมาลองให้ชิมกันดู ถ้าไม่เป็นสัปรสก็สิ้นสุดยุติเพียง
แค่นี้แต่ถ้าชิมแล้วรู้สึกอร่อยปาก ติดใจ อยากได้สูตรเครื่องแกงและขั้นตอนการปรุงเพื่อไปทำกินเองหรือทำขาย ค่อยว่ากันอีกตอนหนึ่ง

เกิด 26 กันยายน เวลา 12.10 วันอาทิตย์
คำนวณวันที่ 18 ก.ค.2509 อายุ 44ปี 9เดือน 21 วัน

14 27 35- 48 76 51 82+ 63

ภูมิพยากรณ์โสฬส
มีข้อมูลอยู่ 2บรรทัด
บรรทัดหนึ่งเป็นข้อมูลสำหรับดูวาสนาชะตากำเนิด
อีกบรรทัดหนึ่งคือที่นำมาสาธิตนี้
เป็นข้อมูลสำหรับดูเหตุการณืจรในแต่ละปีแต่ละเดือน

บรรทัดที่ปรากฎนั้น มีเลขอยู่แปดคู่

เลขตัวหน้าของคู่ เป็นเลขวันเกิด เลขตัวหลังเป็นเลขภูมิปี

เลขตัวอื่นๆเรียงตามกันตามวงจรภูมิ

คือ บริวาร อายุ เดช ศรี มูละ อุสาหะ มนตรี กาลกิณี

ภูมิที่นำมาใช้นี้อาจแตกต่างจากแบบดวงเล็กๆที่คุ้นกัน
ความจริง ชื่อ และความหมายของภูมิเหมือนกันทุกอย่าง

.....ที่ต้องสนใจเป็นพิเศษ คือ
จุดเวลาเกิด ที่เกิดจาก พิกัดเวลาเกิด
ทำหน้าที่ให้คุณและให้โทษแก่ภูมิชะตา
ได้ทำเครื่องหมาย +ไว้ดาวที่มีอิทธิพลศรี
และทำเครื่องหมาย-ไว้ได้ดาวที่มีอิทธิพลกาลีให้โทษ

....อยากย้ำว่า อย่าเพิ่งสนใจในรายละเอียดปลีกย่อยเช่นวิธีที่มาของจุดอิทธิพลเป็นต้น
เพราะจะทำให้สับสน ขอให้สนใจเฉพาะ จุดอิทธิพล ที่จะใช้พยากรณืและวิธีเอาความหมายมาใช้ ทำเหมือนการชิมเพื่อรู้รสแกง ยังไม่ต้องสนใจเรื่องเครื่องแกงและวิธีปรุง

...การพยากรณ์อาจทำได้หลายวิธี
ในที่นี้ใช้วิธีเจาะเฉพาะเรื่องดีกับเรื่องเสีย ดูเรื่องดีกับเรื่องเสีย
ดูเรื่องดีดูที่จุดศรี ดูเรื่องเสียที่จุดกาลีดังนี้

มนตรีมีศรี ให้คุณแบบคู่สมพล (82)
.ไม่ต้องคิดมากให้ยากนาน มนตรีดี ตำราว่า ศรีร่วมมนตรี จ้าวขุน บุญเก่าเข้าหนุน เสริมส่งให้เกิดสุขสันต์
ดีแบบคู่สมพลมาขยายความ ก็จะ ได้รับการปูนบำเหน็จความดีความชอบได้ยศได้ตำแหน่ง
(ในขั้นต้นเอาแต่ประเด็นความหมายที่สำคัญมาใช้แค่นี้ก่อน รวบรัดสั้นและง่าย)

เดชมีกาลีให้โทษแบบคู่สมพล(35)

ใช้วิธีการเดียวกัน เดชเสีย ตำราว่า กาลีร่วมเดชดำรงเดชไว้มิคงด้วยถูกเบียดเบียฬบีฑา
อุบัติวิบัตินานา อริพาลา จะรุมให้ร้อนรำคาญ

เสียแบบคู่สมพล เอามาขยายความก้จะได้ อำนาจหน้าที่อาจได้รับความกระทบกระเทือนถึงขั้นปฎิปักษ์หักล้างกัน

คำพยากรณ์ในชั้นต้น เป็นคำสรุปความหมายรวมๆของภูมิไว้ครูบาอาจารย์ให้หลักในการใช้คำให้เหมาะสมว่าไว้ว่า

จงรู้คิดพิจารณาในท่าทาย ระมัดหมายให้เหมาะกับรูปการณ์

เช่นดูดีหรือเสียชะตานักมวย ดูว่าชนะหรืแแพ้

ดูดีหรือเสียชะตาพ่อค้าแม่ขาย ดูว่าได้กำไรหรือขาดทุน

ไม่ใช่กี่ชะตาก็ใช้คำพยากรณ์เหมือนกันหมด

อย่ารังเกียจคำพยากรณ์ที่ไม่วิจิตรพิสดารในสาธิตนี้เพราะเป็นพื้นฐานขั้นเริ่มต้นเหมือนเด็กหญิงในวัยเยาว์ อาจแสนจะขี้ริ้วโตขึ้นหลังจากอาศัยหลัก งามเพราะแต่งแล้ว แล้วได้รับเลือกเป้นนางงามระดับชาติระดับโลกก็มีไม่ใช่น้อย ไม่เชื่อก็ไปถาม ป้าชุลีดู

ดาวพระเคราะห์ 8 คู่เพียงบรรทัดเดียวนี้ สามรถถักร้อยประสานเป็นความหมายรายละเอียดได้ดีมาก ความหมายทั้ง 8 ครอบคลุมเรื่องราวเหตุการณ์ในชีวิตไว้หมดทุกอย่าง
ความหมายเบื้องต้นเหมือนเมล็ดพันธ์พืช เมื่องอกใบแล้วก็จะเจริญเติบโต แตกกิ่งก้าน
ออกดอก ออกผลตามธรรมชาติ จึงไม่ต้องกลัวว่าจะพยากรณ์เรื่องราวให้ละเอียดวิจิตรพิสดารไม่ได้

พายุที่ก่อตัวในแต่ฤดูของรอบปี เมื่อก่อตัวแล้วก็จะเคลื่อนไปยังที่ต่างๆ จุดอิทธิพลส่งผลเป็นคุณเป็นโทษในแต่รอบปีอายุเช่นเดียวกัน แต่ละเดือนจะเคลื่อนไปยังภูมิต่างๆบอกให้รู้ว่าเดือนไหนจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อเคลื่อนไปรอบปีก็จะสลายไปและเกิดพายุลูกใหม่ในรอบปีอายุใหม่ขึ้นเป็นวัฎจักรอยู่ชั่วนิรันดร

เช่นภูมิชะตานี้ เมื่ออายุย่างเข้าเดือนที่ 10 จุดศรี ที่ให้คุณเคลื่อนไปแสดงผลในภูมิอุสาหะ อุสาห์ดี ตำราว่า ศรีร่วมอุตสาห์ สิทธิการนานา ค้าขายก็ได้เกินทุน อีกนัยหนึ่งคือการงานในการดูแลของเจ้าชะตา ดำเนินไปราบรื่นประสบผลดี

อย่าสับสนกังวลใจว่า เคลื่อนอย่างไร สนใจตรงความหมายของจุดอิทธิพลก่อนเพื่อเอามาใช้ในการพยากรณ์

จุดกาลีที่ให้โทษเคลื่อนแสดงผลในภูมิอายุ อายุเสีย ตำราว่า กาลีต้องอายุขัย ระมัดโรคภัยเบียฬอายุมิให้ยืนยง

คู่สมพลหมายถึงความสามารถ ความเชี่ยวชาญความเชื่อมั่นในตัวเองเวลาให้โทษมักทำให้จิตใจแข็งกร้าว หักหาญ อัตตาขยายตัวจึงมีความหมายว่าการทำอะไรตามใจชอบหรือหักหานเกินไปอาจเกิดผลเสียที่รุนแรงได้

(ภูมิพยากรณ์นี้เป็นชะตาของนายทหารระดับสูงท่านหนึ่ง ๙ึ่งตำแหน่งการงานกำลังก้าวหน้ามีอนาคตไกลถูกหญิงใต้บังคับบัญชาหน้าห้องยิงตาย)

คำพยากรณ์ตามหลัก ภูมิพยากรณ์โสฬส เสมือนแกงถ้วยหนึ่งที่นำมาใช้ลองชิมดูเมื่อชิมแล้ว ลองพิจารณาทวนว่า มีคุณค่าคุ้มเวลาที่จะศึกษาเอาไว้เป็นพื้นฐานหรือไม่ ที่เห็นว่าไม่ก็ควรยุติ จะได้ไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ที่เห็นว่ามีค่อยพยายามทำความเข้าใจต่อ












107. อ่านต่อ     [125.24.13.75]     14 Aug 2008 - 14:40 ลบความเห็นนี้

........ต่อไป เป็นตัวอย่างที่ 2 หน้า 45ปลายหน้า

....วิชาพยากรณ์ ง่ายนิดเดียว(หมายถึงง่ายมีนิดเดียว แต่ที่ยากมีเยอะ)
.............เกิด20 ก.ย.2502 เวลา 11.50 น.วันอาทิตย์
..............คำนวณวันที่ 25 มิ.ย.2546 อายุ 43ปี 9เดือน 5วัน

12- 23 34 47 75+ 58 86 61

มูละมีศรี ให้คุณแบบคู่ต่อเนื่อง (75)

มูละดีแบบต่อเนื่องมีความหมายรวมๆว่า ศรี ร่วมมูล สมบัติสมบูรณ์ทั้งบ้านและสวนไร่นา
เติมความคู่สมพล (47) หลักฐานทรัพย์สินที่มีอยู่ ยังมีความมั่นคงและให้ผลประโยชน์ตามปกติ

บริวารมีกาลี ให้โทษแบบคู่ครัวเรือน (12)

บริวารเสีย ตำราว่า กาลีร่วมบริวาร ข้าคนเกียจการก่อเหตุได้ร้อนรุมใจ เสียแบบคู่ครัวเรือนเหมือนลิ้นกับฟัน เอามาเติมความหมายว่า..จะมีปัญหาในครัวเรือนทำให้เกิดความขุ่นข้องไม่ถึงขั้นพิพาทบาดหมางกันรุนแรง เพียงแค่หมองใจ

ในเดือนที่ 10 (ย่าง)นี้ จุดศรีเคลื่อนไปแสดงผลในภูมิศรี ศรีดี ตำราว่า ศรีร่วมศรีพรั่งพรู ทรัพย์สินพธู จะเพียบจะพร้อมไพบูลย์

จุดกาลี เคลื่อนไปแสดงผลในภูมิกาลี กาลีเสีย ตำราว่า กาลีต้องกาลีเกรง เรื่องวุ่นอลเวงวิวาทวิปลาศนานา เนื่องจุดกาลีนี้เดิมเป้นภูมิบริวาร จึงเป้นความหมายว่า ปัญหาในครอบครัวที่ปรากฎในเกณฑ์ปี จะคุกรุ่นขึ้นในเดือนนี้

เรื่องราวเหตุการณ์ตามความหมายดาวที่กล่างมานี้เกิดกับเจ้าชะตาในช่วงอายุที่คำนวณไว้เหตุการณ์นี้อาจเป้นเกณฑ์ที่เรียกว่า วันมหาวินาศน์ สายสวาท ขาดสบั้นฝันสลาย

สถานภาพและสภาวะแวดล้อมของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน เมื่อเอามาพิจารณาประกอบความหมายของดาวและของภูมิด้วย แล้วใช้หลักครูที่ว่า

......จงรู้คิดพิจารณาในท่าทายระมัดหมายให้เหมาะกับรูปการณ์ มาแต่งเติมก็จะได้ความหมายมากขึ้น

......ผู้เริ่มต้นใหม่ๆมักเิกิดปัญหาว่าทุกชะตามีทั้งดาวที่บอกเรื่องดีและมีทั้งดาวที่บอกเรื่องเสีย มีหลักเกณฑ์อย่างไรที่จะชี้ว่า ชะตานี้มีโชคหรือมีเคราะห์

หลักครู ก็คือ..เมื่อตำราบอกบ่งจงทำนาย อย่าประหวั่นพรั่นคิดกลัวผิดเค้า เพราะคำเขาเล่ามาพาฉงาย ไปโดนคนแกล้งพร่ำนำให้ทาย จะอับอายขายหน้ามาถึงครู

หมายความว่าต้องถือตำราเป้นหลัก ไม่เอาความรู้สึกที่ถูกครอบงำด้วยอคติ เช่นกระแส ข่าวเล่าลือหรือจากคำชี้นำให้คิดว่า น่าจะเป็นอย่างนั้นน่าจะเป็นอย่างนี้เป็นหลัก เมื่อเห็นจุดดีก็เอามทายดี เมื่อเห็นจุดเสียก็เอามาทายเสีย

ข้อสำคัญต้องจำแนกให้ชัดเจนว่า ดีอย่างไรจะได้ไข่วคว้าได้ถูก เสียอย่างไรจะได้หลีกเลี่ยงหรือป้องกันได้พ้น

อย่าท้อถอยหมดกำลังใจ ถ้าทายผิดไปบ้าง โบราณกำหนดมาตรฐานหมอดูหมอยาไว้
ถ้าอยู่ในมาตรฐานก็ถือว่าใช้ได้ มนุษย์ธรรมดาเก่งขนาดไหนก้ไม่เกินมาตรฐาน

......หมอยารักษาหายมากกว่าตาย ...หมอดูทายถูกมากกว่าทายผิด

สุดท้ายของบทความนี้อยากให้ผู้ศึกษาที่กำลังท้อว่าเรียนรู้แล้วพยากรณ์ไม่ได้ รวมทั้งที่ถอยเลิกราไปแล้วได้ลองตั้งต้นใหม่เปลี่ยนจากใจร้อนเป้นใจเย้นเปลี่ยนจากการเริ่มจากยอดมาเริ่มจากพื้นฐานดูใหม่เชื่อว่าจะสามารถพยากรณือย่างที่คาดหวังไว้ได้แน่นอน

ตำราภูมิพยากรณ์อาจไม่มีจำหน่ายแพร่หลายในปัจจุบันแต่ก้ไม่ถึงกับสูญพันธ์เพราะเป็นวิชาระดับแม่บทได้หยั่งรากลึกลงในวงการโหรไทยมานับร้อยๆปีเป็นเหมือนไม้ใหญ่ที่คงไม่โค่นล้มหายตายจากไปง่ายๆยังมีหลงเหลืออยู่อีกมากมายหลายแบบหลายวิธีในห้องสมุดหรือหอสมุดให้เลือกที่ถูกใจมาใช้ได้

ลองนึกภาพครื้มๆใจว่าถ้ามีความรู้ความสามารถพยากรณืได้ถึงจะยังไม่ถึงระดับโหรใหญ่เผอิญผ่านไปพบคนที่กำลังจับเจ่าเศร้าทุกข์ มีโอกาสได้หยิบยื่นน้ำใจแสดงความห่วงใยไต่ถามด้วยสุจริต ถ้าไม่ถูกตะเพิดตัดรอนปฎิเสธไมตรีแบบคนเบื่อชีวิต ก็มีโอกาสใช้ความรู้ให้เป็นประโยชน์ หากความรู้ที่มีอยู่เป็นแสงสว่างให้เขาได้สติเกิดความหวังขึ้นใหม่ ยืนหยัดลุกขึ้นสู้ชีวิตใหม่ ก็น่าจะเป็นความภาคภูมิใจได้พอสมควร แล้วยังได้บุญกุศลในการช่วยทุกข์เพื่อนมนุษย์เป็นของแถมอีกต่างหาก และยังช่วยแบ่งเบาภาระของจิตแพทย์ได้อีกส่วนหนึ่งด้วย คือเมื่อความเครียดคลายไปแล้วก้ไม่ต้องไปหาแพทย์

จำไว้ว่าคนกำลังมีทุกข์ใจเหมือนคนกระหายน้ำได้รับการช่วยให้ทุกข์บรรเทาเบาบางลงได้ส่วนน้อยหรือเพียงบางส่วนก็เหมือนได้ดื่มน้ำไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำสะอาดถูกอนามัยที่แช่ตู้เย็นไว้จะเป็นน้ำบ่อน้ำคลองที่คนทั่วไปกินได้ ก็มีค่าไม่ต่างกว่าน้ำทิพย์การจะใช้ความรู้วิชาพยากรณ์ให้แสงสว่างช่วยทุกข์เพื่อนมนุษย์จึงไม่จำเป็นต้องรอให้เรียนถึงขั้นเป็นโหรใหญ่ก่อน





108. ภูมิพยากรณ์โสฬส     [125.24.50.31]     16 Aug 2008 - 15:10 ลบความเห็นนี้

อ่านให้ดีๆ มีคุณค่าระดับ

109. เก้ากระบี่เดียวดาย     [202.91.18.192]     17 Aug 2008 - 04:06 ลบความเห็นนี้

ติดตามอ่านของอาจารย์ทุกท่านแล้วรู้เลย...

คุณค่าระดับ 5 ดาวจริงๆครับทู้นี้

110. เก็บมารวมไว้     [125.24.76.21]     17 Aug 2008 - 10:25 ลบความเห็นนี้

เคล็ดลับดูประจำวัน
(ของ อ. เสวก นิ่มวงษ์-โหราศาสตร์มหัศจรรย์)

การจะดูว่า วันนี้จะดีหรือไม่ เสี่ยงโชคจะมีลาภหรือไม่

นักเสี่ยงโชคทั้งบนดินและใต้ดิน อยากทราบ

นักธุรกิจ นักเล่นหุ้นอยากรู้

ผู้เดินทางกลัวอุบัติเหตุ เป็นต้น

หลักวิชาทำนายคือ

1.ต้องดูดิถีของมาสเกณฑ์เดือนเป็นหลัก

2.ดูดาวจันทร์ 2 สัมพันธ์กับลัคนา

คำทำนาย ถ้าทั้ง 2 ประการดี ก็ทำนายดี ถ้าไม่ดี ก็ทำนายไม่ดี

111. ภูมิพยากรณ์โสฬส     [125.24.76.21]     17 Aug 2008 - 10:43 ลบความเห็นนี้

ภูมิพยากรณ์โสฬส
การทำนายจะอาศัยหลักพระเคราะห์คู่ นั่นคือ

ถ้าเป็น คู่มิตร คู่ธาตุ คู่สมพล ก็จะเป็นไปในลักษณะราบรื่น สะดวกสบาย ตามความหมายพระเคราะห์คู่นั้นๆ เช่น
คู่มิตรก็เกิดจากคนที่รักใคร่ ใกล้ชิด
คู่ธาตุก็เกิดจากหลักฐาน
คู่สมพลก็เกิดจากความรู้ความสามารถ หรืออิทธิพล เป็นต้น
ถ้าเป็นคู่ศัตรู ก้จะเป็นไปในลักษณะ ขลุกขลัก ยุ่งยาก ตามความหมายของคู่ศัตรูนั้นๆ เช่น ถ้าเป็นคู่ จันทร์กับอังคาร ก้เกิดจากความระแวงแคลงใจกัน ถ้าเป็นคู่อังคารกับพุธ ก็เกิดจากเป็นปากเป็นเสียงกัน หรือถูกนินทา
ถูกใส่ร้าย ใส่ความ เป็นต้น
ถ้าเป็นคู่กลางๆ ให้ถือว่า ชีวิตหรือในภาวะการณ์ต่างๆ เป็นไปในลักษณะปกติธรรมดา

112. เก็บมาบอก     [125.24.75.93]     19 Aug 2008 - 09:36 ลบความเห็นนี้

เรื่องของทักษา
ถ้าไม่มีภพ มีแต่ภูมิทักษา ในดวงชาตา
จะดูเรื่องต่างๆของเจ้าชาตาได้อย่างไร
มีหลักดังนี้
1.บริวาร ใช้ดูเรื่อง บุตร ภรรยา หรือสามี ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ผู้ที่ต้องให้ความอุปการะ ปกครองเลี้ยงดู
2.อายุ ใช้ดูเรื่อง ความเป็นอยู่ในการดำรงชีวิต การมีโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งจะทำให้การดำรงชีวิตยืนยาวหรือสั้นลง ชีวิตสุขสบายหรือลำบาก ดูจากอายุ


ยังมีต่อ

113. วีร์     [192.168.1.10]     19 Aug 2008 - 13:27 ลบความเห็นนี้

มารออ่านต่อครับ

114. อ่านต่อ     [125.24.50.138]     19 Aug 2008 - 19:06 ลบความเห็นนี้

3.เดช ใช้ดูเรื่อง อำนาจ วาสนา การปกครอง ความเจริญก้าวหน้าในวิถีทางของชีวิตจะเป้นอย่างไร
4.ศรี ใช้ดูเรื่องการได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทอง ความร่มเย็นเป็นสุข ความงาม ความดี ความเป็นศิริมงคล
5.มูละ ใช้ดูเรื่อง บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย หลักฐานเป็นปึกแผ่นมั่นคง ฐานะความเป็นไป การเดินทาง การโยกย้ายที่อยู่อาศัย

115. สุดยอด     [125.25.17.149]     19 Aug 2008 - 20:20 ลบความเห็นนี้

เรียน คุณ เก็บมาบอก (113) และ (114) เรื่องของทักษา นี้ ที่นำมาลง

กรุณาลงที่มาของ ข้อเขียนที่นำมาลงด้วย โดยเฉพาะ

คำนิยาม
(4) ศรี ใช้ดูเรื่องการได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทอง ความร่มเย็นเป็นสุข ความดีความเป็นสิริมงคล

อยากทราบว่า เป็นตำราของอาจารย์ท่านใด เพราะเห็นลงต่อจากภูมิพยากรณ์

โสฬส
ผู้อ่านจะเข้าใจว่าเป็นคำนิยามที่ อ.ประทีป อัคราใช้

คำนิยามศรีนั้น อ.ประทีป อัคราใช้เป็นคำขยายความคำนิยามอื่นบริวาร อายุ เดช

มูลละ อุสาหะและมนตรี

ดังกลอนทักษาสัมพันธ์ ที่ลงในหลักสูตรเร่งรัด

ด้วยความเคารพในตำราและที่มาของข้อเขียน


116. เก็บมาบอก     [125.24.33.182]     20 Aug 2008 - 09:19 ลบความเห็นนี้

การทำนายดาว 0

11. ป.จ. [125.26.54.233] 19 Aug 2008 - 17:30

0เล็งลัคน์มีคู่ได้ และคู่ดีด้วย ต้องดูดาวอื่นประกอบด้วยนะคะ
0เล็งลัคน์ เจ้าชะตาเป็นโรคกะเพาะ โรคลำไส้ ริดสีดวงทวาร
0กุมลัคน์เจ้าชะตาแก้ปัญหาเก่ง
ปัตนิอยู่ลาภะ คู่ครองให้ลาภ

12. ... [0.0.0.0] 19 Aug 2008 - 17:31

มฤตยูเล็งลัคน์ ถ้าเป็นการเล็งเพรียวๆไม่มีดาวศุภเคราะห์ร่วมด้วย ส่วนใหญ่มักหาคู่ยาก มีแล้วเลิกๆ แต่หากมีศุภเคราะห์ร่วมด้วยกับมฤตยูก็มักจะให้ผลทำนองว่า "ได้คนต่างประเทศ, ต่างถิ่นไกลๆ แต่ไม่ถึงกับหาคู่ยาก" คือมีคนเข้ามาให้เลือกเสมอๆ แล้วคู่ครองที่ได้ก็มักจะไม่ค่อยได้อยู่ใกล้ชิดกับเรา มักมีเหตุให้เขาต้องเดินทางไกลไปทำกิจธุระในต่างแดนเสมอๆ บุคลิกแฟนจะเป็นคนเฉยๆ

13. ... [0.0.0.0] 19 Aug 2008 - 17:38

กรณีของคุณ tooktak ภพปัตนิมี O๙ แล้วดาวปัตนิเป็นลาภะ แสดงว่ามักจะมีคนเข้ามาติดพันหรือมาจีบคุณเสมอๆ แต่คบได้ไม่นานก็แยกทางกันไปแล้วก็มีคนมาเสนอตัวให้คุณพิจารณาอีก แล้วก็อีหรอบเดิมคือคุณยังไม่ถูกใจ หรือตกลงปลงใจกับใครเสียทีนะครับ...คุณมักจะหาคนถูกใจยากสักหน่อยครับแต่ก็มีมาให้เลือกเสมอ...พอคบไปนานๆก็เริ่มเห็นอะไรบางอย่างแล้วก็ชิ่งหนีไม่เอาดีกว่าทำนองนั้น



117. ดวง12ลัคน์     [125.24.33.182]     20 Aug 2008 - 10:16 ลบความเห็นนี้

ดวงระบบ ๑๒ ลัคนา

โดยสายัณห์ พันธ์ไพศาล
โทร. 02-594-1155, 081-448-7568

ดวงจักรราศีในระบบ ๑๒ ลัคนา เกิดจากการคำนาญ ดาวในดวงจักรราศีถอดดาว ๑๒ ดวง ได้แก่ ดาวอาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ ราหู มฤตยู เนปจูน และดาวพลูโต ใน ๑๒ ราศี เป็นลัคนาทุกดาว
โหราจารย์ผู้อาวุโสในอดีตระดับขั้นปรมาจารย์มากด้วยประสบการณ์มีความแตกฉานในโหราศาสตร์ได้พัฒนาการโหราศาสตร์ไทยให้มีความทัดเทียมกับโหราศาสตร์นานาประเทศอย่างไม่หยุดยั้ง บรรจุดาวเนปจูนปละดาวพลูโตประยุกต์เข้าไว้ในโหราศาสตร์ไทย โดยเฉพาะดวงจักรราศีและเริ่มใช้กันมานานแล้ว จนเป็นที่ประจักษ์ต่อวงการโหราศาสตร์ไทย จึงไม่เป็นเรื่องแปลกใหม่อะไรตรงไหน ท่านผู้คิดนำมาเพื่อพัฒนามาตรฐานของโหราศาสตร์ก็เสียชีวิตไปเกือบหมดแล้ว นับว่าเป็นเกียรติคุณของท่านอย่างสูงส่ง เป็นผลงานและความดีที่ต้องยกย่อง
ดาวเนปจูนได้ค้นพบเมื่อปี ๒๓๘๖ เป็นดาวที่อยู่ห่างจากดาวอาทิตย์ ๒,๗๙๔ ล้านไมล์ เดินรอบดวงอาทิตย์ ๖๐,๑๘๐ วัน มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓๔,๕๐๐ ไมล์ สัญลักษณ์ของดาวเนปจูนในโหราศาสตร์ไทยนั้นใช้เป็นอักษร น.แทน ลักษณะของดาวเนปจูนแสดงถึงญาณทัศนะพิเศษหยั่งรู้หยั่งเห็นและศิลปไสยศาสตร์

การคำนวณปฏิทินโหรทั้งไทยและต่างประเทศได้คำนวณตำแหน่งระยะโคจรของดาวเนปจูนดุจดาวเคราะห์ทั้งหลาย โดยโคจรผ่านตลอดราศีเป็นระยะเวลา ๑๓ ปี ๙ เดือน ลักษณะของดาวเนปจูนมีความเป็นไปคล้ายดาวมฤตยู แต่มีความเป็นไปหนักแน่นยิ่งกว่า ดาวเนปจูนเป็นดาวธาตุน้ำ เป็นเทพเจ้าแห่งทะเล จึงเป็นดาวเจ้าอารมณ์ เป็นเจ้าเรือนเกษตรร่วมกับดาวพฤหัสบดีในราศีมีน กำหนดให้เป็นอุจจ์ในราศีกรกฏ และเป็นนิจในราศีมังกร
ดาวพลูโต ได้ค้นพบเมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๓ ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ต้องใช้กล้องส่องดูดาวจึงจะมองเป็น เพราะอยู่ห่างไกลออกไปที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล อยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์ประมาณ ๓,๖๗๑ ล้านไมล์ ดาวพลูโตนี้โคจรรอบดวงอาทิตย์ ๑ รอบ กินเวลาประมาณ ๒๔๘ ปี เรียกตามภาษาโหรตะวันออกว่า ดาวยมหรือดาวรุทระ โหราศาสตร์ภาคตะวันตกจัดให้เป็นดาวเกษตรครองราศีพิจิก เป็นดาวธาตุน้ำฝ่ายบาปเคราะห์ ดาวพลูโตจะโคจรผ่านพ้นราศีหนึ่ง ๆ นั้นเป็นเวลา ๒๐-๒๕ ปี สัญลักษณ์ของดาวพลูโตทางดาราศาสตร์ใช้อักษร พ.แทน คำกำจัดความสำหรับดาวพลูโตได้กล่าวไว้ว่า “ทายคุณโทษโหดร้ายตายเกิดใหม่” ดาวประเภทนี้เป็นดาวทำลายให้สิ้นไปแต่สร้างสรรค์ให้เกิดใหม่ปฏิรูปพัฒนา
พลูโตในดาวชะตาใด ถ้ามีระยะเชิงมุมเป็นโยคดีกับดาวอื่น จะทำให้เข้มแข็ง กล้าหาญ บางครั้งเป็นคนกล้าไม่กลัวตาย ทำอะไรชอบทำกินตัวรวดเร็วและรุนแรง ชอบงานใหม่ ๆ แปลก ๆ มีหัวทางวิจัย ค้นคว้าวิเคราะห์หาเหตุผล นิสัยรักความก้าวหน้า
พูลโตในดวงชะตาใด ถ้ามีระยะเชิงมุมเป็น โยคร้ายกับดาวอื่น จะทำให้มีจิตใจเหี้ยมโหดและดุร้าย มีการกระทำที่ป่าเถื่อนไร้สติสัมปชัญญะ ใจอาฆาตแค้นผูกเจ็บชอบทำตัวเป็นอันธพาลกว้างขวาง
ดาวพลูโตเป็นดาวที่ครอบครองร่างกายส่วนลี้ลับ อวัยวะที่เกิดกับมีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับความตายและโรคภัยไข้เจ็บที่รักษา ความตายที่เกิดจากอิทธิพลของดาวดวงนี้ มักเป็นการตายที่รวดเร็ว บุคคลที่อยู่ในลักษณะของดาวพลูโตได้แก่นักวิทยาศาสตร์ นักวิเคราะห์ นักเศรษฐศาสตร์ นักเลง ทุจริตมิชอบทั้งหลาย

การคำนวณถอดดาวในดวงจันรราศีให้เป็นระบบ ๑๒ ลัคนา

มีหลักเกณฑ์ง่าย ๆ ดังตัวอย่างดังต่อไปนี้

ดวงหญิงเกิดเมื่อวันที่ ๗ กรกฏาคม ๒๕๔๑ เวลา ๑๓.๓๓ น.กรุงเทพมหานคร เมื่อเขียนดวงเป็นจักรราศีและถอดดาวเป็นระบบ ๑๒ ลัคนา ดังมีดวงดาวสถิตตามราศีต่าง ๆ ตามที่ปรากฏ
วิธีถอดดาวใช้แผ่นหมุนลัคนาสำเร็จที่ท่านใช้อยู่

เริ่มตั้งแต่ดาวอาทิตย์(๑) สถิตย์อยู่ในราศีเมถุนที่ ๒๐ องศา ๕๖ ลิปดา หมุนแผ่นลัคนาที่ราศีเมถุนไปที่เวลา ๐๖.๐๐ น.ลบองศาลิปดาแล้วอ่านเวลาที่เกิดก็จะได้ดาวอาทิตย์(๑)อยู่ในราศีกันย์เป็นลัคนา

ดาวจันทร์(๒) สถิตย์อยู่ในราศีพิจิกที่ ๒๔ องศา ๓๒ ลิปดาหมุนแผ่นลัคนาราศีพิจิกไปที่เวลา ๐๖.๐๐ น.ลบองศาลิปดาแล้วอ่านเวลาที่เกิดก็จะได้ดาวจันทร์(๒) อยู่ในราศีเมษเป็นลัคนา

ดาวอังคาร(๓) สถิตย์อยู่ในราศีเมถุนที่ ๖ องศา ๔๙ ลิปดา หมุนแผ่นลัคนาราศีถุนไปที่เวลา ๐๖.๐๐ น.ลบองศาลิปดา อ่านเวลาเกิดก็จะได้ดาวอังคาร (๓) อยู่ในราศีกันย์เป็นลัคนา

ดาวพุธ(๔) สถิตย์อยู่ในราศีกรกฏาที่ ๑๕ องศา ๓๕ ลิปดา หมุนแผ่นลัคนาราศีกรกฏ ไปที่เวลา ๐๖.๐๐ น.ลบองศาลิปดาอ่านเวลาเกิดก็จะได้ดาวพุธ(๔) อยู่ในราศีตุลย์เป็นลัคนา

ดาวพฤหัสบดี (๕) สถิตย์อยู่ในราศีมีนที่ ๖ องศา ๑๒ ลิปดา หมุนแผ่นลัคนาราศีมีนไปที่เวลา ๐๖.๐๐ น.ลบองศาลิปดา อ่านเวลาเกิดก็จะได้ดาวพฤหัสบดี (๕) อยู่ในราศีกรกฏเป็นลัคนา

ดาวศุกร์(๖) สถิตยอยู่ในราศีพฤศภที่ ๑๙ องศา ๕๗ ลิปดา หมุนแผ่นลัคนาราศีพฤศภไปที่เวลา ๐๖.๐๐ น.ลบองศาลิปดา อ่านเวลาเกิดก็จะได้ดาวศุกร์(๖) อยู่ในราศีกันย์เป็นลัคนา

ดาวเสาร์(๗)สถิตย์อยู่ในราศีเมษที่ ๓ องศา ๓ ลิปดา หมุนแผ่นลัคนาไปที่เวลา ๐๖.๐๐ น.ลบองศาลิปดา แล้วอ่านเวลาเกิดก็จะได้ดาวเสาร์ (๗) อยู่ในราศีสิงห์เป็นลัคนา

ดาวราหู(๘) สถิตย์อยู่ในราศีสิงห์ที่ ๙ องศา ๑๙ ลิปดา หมุนแผ่นลุคนาราศีสิงห์ไปที่เวลาเกิดแล้วอ่านเวลา ๐๖.๐๐ น.ก็จะได้ดาวราหู (๘) อยู่ที่ราศีเมษเป็นลัคนา

ดาวเกตุ (๙) สถิตย์อยู่ในราศีมังกรที่ ๑๔ องศา ๒๐ ลิปดา หมุนแผ่นลัคนาราศีมังกรไปที่เวลาเกิดแล้วอ่านเวลา ๐๖.๐๐ น.ก็จะได้ดาวเกตุ (๙) อยู่ในราศีตุลย์เป็นลัคนา

ดาวมฤตยู (๐) สถิตย์อยู่ในราศีมังกรที่ ๑๔ องศา ๒๐ ลิปดา แล้วหมุนแผ่นลัคนาราศีมังกรไปที่เวลา ๐๖.๐๐ น.ลบองศาลิปดา แล้วอ่านเวลาเกิดก็จะได้ดาวมฤตยู (๐) อยู่ในราศีพฤศภเป็นลัคนา

ดาวเนปจูน (น.)สถิตย์อยู่ในราศีมังกรที่ ๗ องศา ๒๓ ลิปดา หมุนแผ่นลัคนาราศีมังกรไปที่เวลา ๐๖.๐๐น. ลบองศาลิปดา แล้วอ่านดาวที่เวลาเกิดก็จะได้ดาวเนปจูนอยู่ในราศีพฤศภเป็นลัคนา

ดาวพลูโต (พ)สถิตย์อยู่ในราศีพิจิกที่ ๑๑ องศา ๕๔ ลิปดา แล้วหมุนแผ่นลัคนาราศีพิจิกไปที่เวลา ๐๖.๐๐ น.ลบองศาลิปดา แล้วอ่านดาวที่เวลาเกิดก็จะได้ดาวพลูโตอยู่ในราศีมีนเป็นลัคนา

เมื่อรวมกันแล้วเรียกว่า ดวง ๑๒ ลัคนา

สำหรับกฏเกณฑ์การทำนายต่าง ๆ เป็นไปตามฟื้นฐานของดวงจักรราศีเป็นมาตรฐาน การใช้นวางค์ตรียางค์ การใช้ลัคนาจรประกอบการพยากรณ์ก็ใช้หลักเดียวกัน
แล้วแต่ความถนัดของนักพยากรณ์ อันไหนดีนำมาใช้เพื่อเกิดประโยชน์ให้มากที่สุด



118. จักรทีปนี     [125.24.83.129]     21 Aug 2008 - 14:22 ลบความเห็นนี้

หลักวิชาที่ใช้ได้กับ 12 ลัคนา

จักรทีปนีจร (ดาวจรกระทบดาวเดิม)

อาทิตย์

1. อาทิตย์ทับอาทิตย์ จะมีคนมาสู่หา จะมีความร้อนใจ ทำให้ต้องออกจากบ้าน ร้อนใจต้องเดินทาง ความร้อนภายในทั้งหมด การป่วยไข้ ปวดศรีษะ ถูกฟ้อง ถูกขับไล่ บริวารทำให้เกิดเรื่องราว ต้องอพยพหาที่อยู่ใหม่ เกิดเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องยนต์กลไก ศัตรูจะทำให้เสียทรัพย์สิ่งของ มีผู้ก่อกวนให้รำคาญใจ การจับจ่ายใช้สอยมากผิดปกติ
2. อาทิตย์ทับจันทร์ ค่อนข้างขลุกขลัก มีเรื่องกวนใจ ผิดหวัง ห้ามการไถ่ข้าทาส และการสู่ขอภรรยา ห้ามการรับคน และการสู่ขอสตรี ห้ามจ่ายเงินล่วงหน้า จันทร์ดับไม่ดี เกิดวินาศ ทรัพย์ถูกผลาญ สตรีทำให้เกิดภัย ทำให้เกิดทุกข์ มีเหตุกระทบใจ มีปากเสียง มักพลาดหวัง เสียทรัพย์สิ่งของ
3. อาทิตย์ทับอังคาร ต้องระวังเหตุร้ายทุกทาง ได้รับข่าวร้าย จะถูกลอบทำร้าย เลือดออกยางจะออก ให้ระวังคนผิวเนื้อดำแดง และคนนัยน์ตาเหลือก และกลอกกลิ้ง ให้ระวังฟืนไฟ ของร้อน ของมีคม เสี้ยนหนาม ถูกขโมยของ จะมีเรื่องดี และไม่ดีเกิดขึ้นพร้อมกัน เงินหาย เกิดศัตรู ตกจากที่สูง ก้างติดคอ ถูกวางยาพิษ
4. อาทิตย์ทับพุธ จะได้ลาภเป็นของถูกใจ จะมีเกียรติยศ ได้รับรางวัลในการแก้ไขปัญหา ผู้ใหญ่ให้ลาภ จะได้รับชัยชนะจากการโต้เถียง จากการประชุม เหมาะในการทวงหนี้ หรือเจรจาเรื่องต่าง ๆ มีการโต้เถียงเกิดขึ้น
5. อาทิตย์ทับพฤหัส ได้ลาภ พบมิตร ได้รับความสำเร็จ จะได้ลาภผลอันบริสุทธิ์ แต่ภายหลังจะมีศัตรูมาทำให้เดือดร้อน จะมีลาภที่คนให้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา แล้วจะมีศัตรูเบียดเบียน ระวังจะเกิดถ้อยความ จะเสียชื่อเสียงด้วยวาจาตนเอง
6. อาทิตย์ทับศุกร์ พบคนที่ไม่ได้พบกันมานาน มีคนมาหา จะได้ลาภ ได้มิตรที่ดี นำลาภมาให้ ผู้ใหญ่จะให้คุณ แต่ถ้าอาทิตย์จรมาเล็งดาวศุกร์ในดวงชะตาแล้วไม่ดี จะเกิดถ้อยความ ลงทุนค้าขายก็จะขาดทุน ถ้าเล็งกันจะหงุดหงิด ทำอะไรไม่สะดวก ถ้อยความมีมา
7. อาทิตย์ทับเสาร์ จะเกิดโรคทางตา ลูกเมียเดือดร้อน จะเกิดความร้ายหลายประการ เกิดโรคนัยน์ตา เกิดโต้เถียง เกิดวิวาท เกิดเรื่องทรัพย์สิ่งของ เกิดเรื่องภายในครอบครัว มีภัยอันตราย คนจะให้ร้ายหักหลัง ควรระวังตัวให้ดีๆ ควรสวดมนต์บูชาพระเสาร์ ไม่ดีมีเหตุร้ายต่างๆ ผิดหวังหงุดหงิด เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ใช้เงินมาก เกิดคดีความ มีผู้คิดร้าย
8. อาทิตย์ทับราหู ศัตรูจะให้โทษ มีข่าวร้าย จะต้องจากที่อยู่อาศัย เกิดโรคภัยไข้เจ็บ มีศัตรูเบียดเบียน เกิดถ้อยความ มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ เหน็ดเหนื่อย อย่าทำอะไรที่ไม่ดีต่อผู้มีพระคุณ ต่อ ตน เพราะจะถูกตอบแทนอย่างหนัก ระวังโรคเก่ากำเริบ ไปยังถิ่นแปลกๆ ใช้อำนาจในทางที่ผิด ทุจริต เสื่อมเกียรติ จากที่อยู่ คดีความ มีผู้คิดร้าย
9. อาทิตย์ทับเกตุ มักเจ็บมือเจ็บเท้า มักเหน็ดเหนื่อย ให้ระวังสุขภาพ งานมากผิดปกติ หรือมีเหตุผิดหวังต่างๆ มีเหตุต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว มีคนกล่าวร้ายเข้าหู มีแขกแปลกหน้า
10. อาทิตย์ทับมฤตยู ระวังคนดูหมิ่น ดูถูก มีเหตุขุ่นเคืองใน การงานผิดพลาด มีเรื่องอับอายเกิดขึ้น ทำคุณบุชาโทษ ระวังสุขภาพ อุบัติเหตุ พลั้งเผลอ พลาดพลั้ง ทำเรื่องขายหน้า สัตว์ขบกัด
11. อาทิตย์ทับเนปจูน มักสัมผัสกับของโบราณ ไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไปรดน้ำมนต์ ร่วมพิธีกรรมต่างๆ ไปเยี่ยมคนไข้ เดินทางยามวิกาล ฝันร้าย อดอาหาร คนปองร้าย
12. อาทิตย์ทับพลูโต มักมีเหตุร้อนใจ ระวังปากเสียง ระวังไฟ จะถูกของร้อน พบคนแปลกๆ มีเหตุการณ์ต้องสัมผัสกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จรไปถิ่นแปลกๆ พบสิ่งแปลกๆ
13. อาทิตย์ทับลัคนา จะต้องจากที่อยู่ จากคู่ครองครอบครัว มีความร้อนใจ อยู่ไม่ติดที่ ให้เกรงอาวุธของมีคมจาศัตรู ของร้อนฟืนไฟ ติดต่ออะไรก็ขลุกขลัก นอนไม่หลับ ใฝ่ฝันทะยานอยาก ถ้ามีศุภเคราะห์เข้ามุมให้คุณ จะได้ลาภ ถ้ามีบาปเคราะห์เข้าเสริม จะมีเหตุร้าย กระตือรือร้น การมุมานะแข่งขัน
เกร็ด พระเกตุฯ สถิตในภพอริ มรณะวินาศ ธุรกิจต่างๆ ในรูปโรงงานหรือบริษัท เกี่ยวพันกับคนต่างชาติ ต่างประเทศ ต่างภาษาจะถูกหักหลัง ถูกฉ้อโกง โดยเฉพาะการเข้าหุ้นเข้าส่วนกับคนต่างชาติ ต่างประเทศจะเสียหาย โดยเสียรู้ โดยวิธีเล่ห์เหลี่ยม รู้เท่าไม่ถึงการณ์ รู้ไม่ทันคนต่างชาติ

119. อ่านต่อ     [125.24.28.20]     22 Aug 2008 - 15:52 ลบความเห็นนี้

จันทร์

1. จันทร์ทับอาทิตย์ มีคนมาสู่หา ให้ระวังตัวเพราะมักจะผิดลูก เมีย ทาสของตัวเอง เสพกามกับลูกจ้าง คนงาน คนใช้ เป็นที่อับอายเสียชื่อ เดินทางไปที่ต่างๆ มักไปค้างแรมนอกบ้าน
2. จันทร์ทับจันทร์ มีคนมาสู่หา จะได้ลาภ ได้โชค ได้ของฝาก ของขวัญ อาหารการกิน
3. จันทร์ทับอังคาร หงุดหงิด วุ่นๆ อย่าไว้ใจภรรยาของตน ภรรยาจะทรยศ มักมีเรื่องยุ่งๆ ข้าวของเสียหาย สุขภาพไม่ดี ระแวง หึงหวง ชู้สาว
4. จันทร์ทับพุธ จะได้ลาภ ได้มิตร เกิดเรื่องร้ายก่อน แล้วกลับดีภายหลัง
5. จันทร์ทับพฤหัสบดี จะมีลาภ ระวังภรรยาคบชู้ มักจะพบพระ ได้สัมผัสสิ่งศักดิ์สิทธิ์
6. จันทร์ทับศุกร์ มีลาภปาก มีคนมาสู่หา ของหายติดตามจะได้คืน และได้ลาภอื่นเป็นอันมาก ไปยังที่แปลกๆ ใช้จ่ายเงินมากกว่าปกติ เที่ยวผู้หญิง
7. จันทร์ทับเสาร์ มีเหตุเดือดร้อน ได้รับข่าวร้าย จะเกิดการทะเลาะวิวาท ถูกลักสิ่งของ จะต้องจากบ้าน จากที่อยู่อาศัย จากครอบครัวไป ไม่ดีหลายประการ ข้าวของเสียหาย ระวังสุขภาพ พลัดพราก ขัดแข้ง สูญเสีย
8. จันทร์ทับราหู มีเรื่องกระทบใจ เป็นไข้ จะมีความร้อนใจเป็นอย่างมาก เสียตำแหน่งหน้าที่ จากครอบครัว ถ้ามีฆาตจะถึงแก่ชีวิต เช่น เสาร์ ราหู อังคาร ทับลัคนา ทับจันทร์ในชะตา
9. จันทร์ทับเกตุ มักมีเรื่องร้อนใจ มีเรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้น มีปากเสียง ขลุกขลัก
10. จันทร์ทับมฤตยู จะพบคนแปลกหน้า ญาติมิตรจะมาหา ได้พบกับคนแปลกๆ
11. จันทร์ทับเนปจูน ได้โคจรไปยังถิ่นแปลกๆ ได้พบกับคนอย่างไม่คาดฝัน ได้เห็นของมหัศจรรย์ พบสิ่งศักดิ์สิทธิ์
12. จันทร์ทับพลูโต ได้สัมผัสกับสิ่งแปลกๆ มีเรื่องตื่นเต้นระทึกใจ
13. จันทร์ทับลัคนา จำมีลาภ มีโชค มีคนให้ของกิน จะพบมิตร มักสมหวัง มี่ลาภอาหาร มีคนเลี้ยงดู

อังคาร

1. อังคารทับอาทิตย์ จะเกิดไฟ และอันตรายจากพิษต่างๆ ที่ศัตรูทำให้ จะถูกเขี้ยวงา เสี้ยนหนามถึงเลือดตกยางออก เกิดเรื่องร้ายแรง ที่มาจากคนและสัตว์ ฟืนไฟ พิษต่างๆ ตบะแตก พึงระวังเหตุร้ายต่างๆ สุขภาพ การเงินไม่ดี
2. อังคารทับจันทร์ อ่อนเพลีย โรคเก่ากำเริบ จะมีโชค แต่เจ้าชะตาจะต้องตั้งใจทำอะไรตามที่มุ่งหวังไว้ อย่ารอช้า มีเหตุทำให้ตกใจ
3. อังคารทับอังคาร จะเกิดความชั่วช้าที่เป็นภัยอันตรายต่างๆ ทำให้ไม่มีความสุข ทั้งจะเกิดฟืนไฟไหม้ มีการเดินทางไกลๆ มีเรื่องตกใจได้รับข่าวร้าย พบเหตุอันสยอง อุบัติเหตุ
4. อังคารทับพุธ จะได้รับประทานอาหารถูกปาก ถ้ามีโรคอะไร เจ็บป่วย ก็จะทุเลาในระยะนี้ จะได้ดีภายหลังมีปากเสียง ขัดแย้ง
5. อังคารทับพฤหัสบดี จะมีเรื่องกับหญิงผิวเนื้อดำแดงก่อน แล้วภายหลังจะได้ลาภเป็นสิ่งของ เสื้อผ้า แพรพรรณ ไม่ดีผิดหวัง คร่ำเครียด
6. อังคารทับศุกร์ จะรอดพ้นจากอันตราย และมีโชคลาภต่างๆ โดยเฉพาะจะได้มิตร ได้คู่ครอง มีคนมาเยี่ยม ได้คู่พิศวาส พบความชื่นใจ
7. อังคารทับเสาร์ จะมีอุบัติเหตุ และเกิดโรคต่างๆ ให้ระวังคนที่เคยอุดหนุนเกื้อกูลตนจะคิดร้าย ให้ผลทางด้านรุนแรง แตกหัก สูญเสีย ปากเสียง ข้าวของเสียหาย สุขภาพทรุดโทรม
8. อังคารทับราหู ระวังจะเกิดการวิทาทอย่างร้ายแรง จะต้องเสียทรัพย์ มีความเศร้าใจ และมีอันตรายต่างๆ พ่ายแพ้แก่คนที่ต่ำกว่า มีเรื่องตกใจ มีเหตุตื่นเต้น ยุ่งๆชุลมุน ระวังฟืนไฟ
9. อังคารทับเกตุ โรคเก่าจะกำเริบ จะเกิดฝีหนอง ถูกทวงหนี้ หรือร้อนใจ ผื่นคัน ผงเข้าตา
10. อังคารทับมฤตยู ระวังจะเจ็บตัว เกิดอุบัติเหตุ สุขภาพไม่ดี เหน็ดเหนื่อยมาก มีเรื่องกระทบใจอย่างรุนแรง ระวังของมีคม และเขี้ยวงา
11. อังคารทับเนปจูน มีเหตุร้ายต่างๆ ได้รับข่าวร้าย ผิดหวัง ข้าวของเสียหาย เจ็บตัว เจ็บใจ ระวังอุบัติเหตุ
12. อังคารทับพลูโต ระวังสุขภาพให้มากๆ โรคเก่ากำเริบ พบเหตุน่ากลัว ฝันร้าย อุบัติเหตุ
13. อังคารทับลัคนา จะเกิดโรคร้าย มีปากเสียงกับศัตรู เงินทองรอยหรอ มีข่าวอันร้ายแรง มีคดีความ เกิดเรื่องตกใจ

120. .     [140.109.64.65]     01 Sep 2008 - 20:17 ลบความเห็นนี้


แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 191 คำตอบ ( 7 หน้า )
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |

Click to share


ขออภัย เนื่องจากกระทู้นี้เก่าเกินไปแล้ว

จึงขอปิด! งดการตอบกระทู้ต่อไป เนื่องจากจะทำให้ระบบโดยรวมช้าลง

หากเห็นว่ากระทู้นี้มีประโยชน์ ขอให้ท่านเปิดกระทู้ใหม่แทน

จากใจ Webmaster



©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.