Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (102) Vote Down (115)
เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน ปิดกระทู้นี้ 
25054 : จากคุณ yaya     [125.25.40.178]     27 Oct 2008 - 10:47     [39 คำตอบ]

ความย่อ เทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก ทั้ง 13 กัณฑ์
จากกระทู้เรื่องของการทอดกฐินพระไตรปิฎกของ ท่านอาจารย์สะพานเดินเรือ เป็นเรื่องบันดาลใจทำให้อยากรู้เรื่องราวรายละเอียดเรื่องกัณฑ์เทศทั้ง 13 กัณฑ์ พอหาได้ก็อยากจะแบ่งปันให้อ่านค่ะ

บทกุศลอันเกิดจากจิตเมตตา ธรรมทานในครั้งนี้ขออำนาจคุณพระรัตนตรัยจงบันดาลให้สำเร็จแด่ เทพเทวดาที่ปกปักรักษาตัวของข้าพเจ้า บิดามารดาและคู่ครองของข้าพเจ้า รวมทั้งบรรพบุรุษผู้ล่วงลับและญาติผู้เป็นที่รักของข้าพเจ้า

1. yaya     [125.25.40.178]     27 Oct 2008 - 10:53 ลบความเห็นนี้

เทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก
๑ กัณฑ์ทศพร
ความย่อ

จำเนียรกาลมา พระนางผุสดี เทพอัปสรสิ้นบุญ จะต้องจุติ ท้าวสักกะ พระสวามีทรงทราบ จึงพานางไปประทับยังสวนนันทวันในเทวโลก
เพื่อความสำราญพระทัย แล้วตรัสบอกว่า บัดนี้ เธอสิ้นบุญจะต้องจุติ
ไปบังเกิดในโลกมนุษย์แล้ว ฉันให้พร ๑๐ ประการ เธอจงเลือกเอา
ตามใจชอบเถิด

พระนางผุสดี ได้ทูลขอรับพร ๑๐ ประการ ตามที่พอใจดังนี้
๑ ขอให้หม่อมฉันได้อยู่ในปราสาทของพระเจ้าสีวิราชแห่งพระนครสีพี
๒ ขอให้หม่อมฉันมีจักษุดำ ดุจนัยน์ตาลูกเนื้อ
๓ ขอให้หม่อมฉันมีคิ้วดำสนิท
๔ ขอให้หม่อมฉันมีนามว่า ผุสดี
๕ ขอให้หม่อมฉันมีพระโอรสที่ทรงเกียรติยศเหนือกษัตริย์ทั้งหลาย
และมีใจบุญ
๖ ในเวลาทรงครรภ์ ขออย่าให้ครรภ์ของหม่อมฉันนูนปรากฎดังสตรีสามัญ
๗ ขอให้หม่อมฉันมีถันงาม ในเวลาทรงครรภ์ก็อย่ารู้ดำและต่อไปก็อย่าให้หย่อนยาน
๘ ขอให้หม่อมฉันมีเกศาดำสนิท
๙ ขอให้หม่อมฉันมีผิวงาม
๑๐ ขอให้หม่อมฉันทรงอำนาจปลดปล่อยนักโทษได้

ท้าวสักกะเทวราช ก็ทรงประสาทพระพรให้สมประสงค์ ฯ
จบความย่อ

สาระน่ารู้
  ในมหาชาติเวสสันดรชาดก ๑๓ กัณฑ์ ๑๐๐๐ คาถา

กัณฑ์ทศพรนับเป็นกัณฑ์แรก
ประดับด้วยคาถา ๑๙ พระคาถา
เป็นพระนิพนธ์ใน สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส วัดพระเชตุพลวิมลมังคราราม

เพลงประจำกัณ คือ เพลง “สาธุการ”
  ประกอบกิริยาน้อมนมัสการรับพรทั้ง ๑๐ ประการของพระนางผุสดี

ข้อคิดจากกัณฑ์ทศพร
  การทำบุญจะได้ดังประสงค์ ต้องอธิษฐานจิต ตั้งเป้าหมายชีวิตที่ตนปรารถนาไว้ ตั้งมั่นและบริบูรณ์ในศีล ได้แก่ การทำความดี รักษาความดีนั้นไว้ และหมั่นเพิ่มพูนความดีให้มากยิ่งขึ้น

อานิสงฆ์
  ผู้ที่ได้บูชากัณฑ์ทศพร จะได้รับทรัพย์สมบัติดังปรารถนา ถ้าเป็นสตรีจะได้สามีเป็นที่ชอบเนื้อเจริญใจ บุรุษจะได้ภรรยาเป็นที่ต้องประสงค์อีกเช่นกัน จะได้บุตรหญิงชายเป็นคนว่านอนสอนง่าย มีรูปกายงดงาม มีความประพฤติดี กิริยาเรียบร้อยทุกประการ

2. yaya     [125.25.40.178]     27 Oct 2008 - 10:58 ลบความเห็นนี้

สำหรับเนื้อหาความย่อในทุกๆๆกัณฑ์ของกระทู้นี้จะมาจากหนังสือปริทัศน์เวสสันดรชาดก นิพนธ์ของพระพิมลธรรม (ชอบ อนุจารี) ราชบัณฑิต โครงการมูลนิธิหอไตร หอติสสเทวาภิธาน วัดสุทัศนเทพวราราม

3. yaya     [125.25.40.178]     27 Oct 2008 - 11:06 ลบความเห็นนี้

เทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 2
๒ กัณฑ์หิมพานต์

ความย่อ
เมื่อพระนางผุสดี เทพอัปสรจุติจากสวรรค์ลงมาเกิดเป็นราชธิดาของพระเจ้ามัททราช ครั้นเจริญวัยก็มีสิริรูปงามสมตามที่ปรารถนาไว้ เมื่อมีพระชนมายุได้ ๑๖ ปี ก็ได้รับอภิเษกให้เป็นมเหสีของพระเจ้าสญชัยสีวิรัฐนคร ครั้นทรงครรภ์ถ้วนกำหนดทศมาส บังเอิญพระนางเสด็จประพาสพระนคร และประสูติพระโอรสที่ตรอกพ่อค้าในเวลาประพาสพระนครด้วย พระประยุรญาติจึงถวายพระนามว่า “เวสสันดร”
พอพระกุมารประสูติจากพระครรภ์ ก็ทูลขอเงินพระมารดาบริจาคทานเป็นการอัศจรรย์ ปรากฎแก่ชุมนุมชน และในวันนั้นนางช้างตระกูลฉัททันต์เชือกหนึ่ง นำเอาลูกช้างเผือกขาวบริสุทธิ์วิเศษมาไว้ในโรงช้างต้น ประชาชนก็ชื่นชมพระบารมี ให้ชื่อช้างนั้นว่า “ปัจจัยนาค” ถือเป็นบุพนิมิตมงคลของพระนครสีพียิ่งนัก

เวสสันดรกุมาร มีน้ำพระทัยมากไปด้วยเมตตากรุณา บริจาคทานเป็นเนืองนิตย์ ครั้งพระชนมายุได้ ๑๖ พรรษา พระราชบิดาก็มอบราชสมบัติให้ครอบครอง ทั้งตรัสขอพระนางมัทรีพระราชธิดา ของราชวงศ์กษัตริย์ มัททราชมาอภิเษกให้เป็นพระมเหสี และเมื่อพระเวสสันดรได้ครองพระนครสีพีแล้ว ก็รับสั่งให้สร้างโรงทาน เพื่อบริจาคทานแก่ยาจกเข็ญใจถึง ๖ แห่ง ต่อมาพระองค์มีพระโอสร ๑ องค์ ประทานนามว่า “ชาลี” และพระธิดาอีก ๑ องค์ ประทานนามว่า”กัณหา”

อนึ่ง ช้างปัจจัยนาคนั้น ปรากฎว่า เป็นช้างแก้วอุดมด้วยมงคลลักษณะอันเลิศยิ่งนัก ไม่ว่าจะขับขี่ไปในประเทศที่ใด แม้ที่นั้นแห้งแล้ง ฝนก็จะบันดาลตกลงมา ทำให้ประเทศนั้น สดชื่นด้วยฝนฉ่ำน้ำฉ่า ข้าวปลาบริบูรณ์ทันที กิตติศัพท์อันนี้ฟุ้งขจรไปไกล ว่าพระเวสสันดรเป็นกษัตริย์ มีบุญญาธิการเสมอด้วยพระเจ้าจักรพรรดิมหาราช จึงมีช้างแก้วเช่นนี้เป็นพาหนะ ต่อมาพระเจ้ากาลิงคะ มหากษัตริย์แห่งกาลิงครัฐ ได้ส่งพราหมณ์ ๘ คน เป็นราชฑูตมาขอช้างปัจจัยนาค โดยอ้างว่า พระนครของพระองค์ เกิดข้าวยากหมากแพง ฝนแล้ง แม้จะได้พยายามบำเพ็ญพิธีกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ฝนตก เช่น รักษาอุโบสถศีล เป็นต้นก็แล้ว ฝนหาตกไม่ จึงจำต้องมาขอพึ่งพระบารมี ขอพระราชทานช้างปัจจัยนาคไป เพื่อความสวัสดีแก่ชาวนครกาลิงคะ พระเวสสันดรก็พระราชทานให้ตามพระราชประสงค์

ประชาชนชาวพระนครสีพีไม่พอใจ โกรธแค้นพระเวสสันดรที่พระราชทานช้างมงคลเช่นนั้น จึงได้พากันไปเฝ้าพระเจ้าสญชัญ ยกโทษว่า พระเวสสันดรให้ช้างปัจจัยนาคเป็นทาน ไม่เป็นที่ปรารถนาของประชาชนทั่วหน้า ขอให้ขับไปเสีย

พระเจ้าสญชัยราชาจึงมีพระราชโองการให้เนรเทศพระเวสสันดรจากพระนครสีพี ตามมติของประชาราษฎร์ ในที่สุดพระเวสสันดรพร้อมด้วยพระนางมัทรี กับชาลี กัณหา พระโอรส พระธิดาทั้งสองพระองค์ ก็ต้องพากันจากพระนครที่รักไปด้วยความระทมใจ ตั้งพระทัยไปอยู่ ณ เขาวงกต ตามที่อำมาตย์ผู้จงรักภักดีต่อพระองค์ถวายคำแนะนำ

ก่อนที่จะจากพระนคร พระเวสสันดรได้ทูลขอพระราชทานโอกาสยับยั้งอยู่บำเพ็ญสัตสดกมหาทาน คือ ให้ของสิ่งละเจ็ดร้อย ๆ เป็นพิเศษ ที่ทรงบำเพ็ญเป็นครั้งสุดท้าย ที่สุดแม้รถทรง ม้าคู่เทียมรถ ก็ทรงเปลื้องปลดให้เป็นทานสิ้น พระองค์เองทรงอุ้มพระชาลีพระโอรส พระนางมัทรีทรงอุ้มพระกัณหาพระธิดา พากันเสด็จดำเนินจากพระนครไปสู่เขาวงกต โดยมุ่งจะบำเพ็ญพรตเป็นฤาษี ณ ที่นั้น
จบความย่อ

แหล่งข้อมูลความย่อ
จากหนังสือปริทัศน์เวสสันดรชาดก นิพนธ์ของพระพิมลธรรม (ชอบ อนุจารี) ราชบัณฑิต โครงการมูลนิธิหอไตร หอติสสเทวาภิธาน วัดสุทัศนเทพวราราม
จัดพิมพ์ ๒๕๓๓

สาระน่ารู้
ในมหาชาติเวสสันดรชาดก ๑๓ กัณฑ์ ๑๐๐๐ คาถา
กัณฑ์หิมพานต์นับเป็นกัณฑ์ที่สองประดับด้วยคาถา ๑๓๔ พระคาถา
เป็นพระนิพนธ์ใน สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส วัดพระเชตุพลวิมลมังคราราม

เพลงประจำกัณฑ์ คือ เพลง “ตวงพระธาตุ”
ประกอบกิริยาอวยทานของพระเวสสันดรที่ทรงบริจาคทาน

ข้อคิดจากกัณฑ์
การทำความดีมักมีอุปสรรค

อานิสงฆ์
ผู้ที่ได้บูชากัณฑ์หิมพานต์ ย่อมได้สิ่งปรารถนาทุกประการ ครั้งตายแล้วได้ไปบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เสวยสมบัติอันมโหฬาร มีบริวารแวดล้อมบำรุงบำเรออยู่เป็นนิตย์ จุติจากสวรรค์แล้วจะมาเกิดในตระกูลขัตติยะมหาศาล หรือตระกูล
พราหมณ์มหาศาล อันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์ ศฤงคาร บริวารมากมายนานาประการ เช่น โค กระบือ ช้าง รถ ยานพาหนะ จะนับประมาณมิได้ ประกอบด้วยสุขกายสบายใจ ทุกอิริยาบถฯ

เนื้อหา หนังสือที่ระลึกงานสมโภชพระอารามหลวงวัดยานนาวาครบ ๒๔๐ ปี

4. สายน้ำ     [58.8.151.148]     27 Oct 2008 - 11:40 ลบความเห็นนี้

อนุโมทนาครับ
เจตนาอันเป็นกุศลย่อมส่งผลให้มีแต่ความสุขความเจริญ

5. แก้ว     [203.172.83.104]     27 Oct 2008 - 11:46 ลบความเห็นนี้

อนุโมทนาด้วยค่ะ


6. วิทลำปาง     [222.123.30.67]     27 Oct 2008 - 12:03 ลบความเห็นนี้

รออ่านอยู่ครับ

7. yu     [115.67.213.139]     27 Oct 2008 - 12:49 ลบความเห็นนี้

อนุโมทนาครับ

8. ดวงเดือน     [217.238.26.33]     27 Oct 2008 - 14:07 ลบความเห็นนี้

สาธุ

ชอบค่ะ รออ่านอยู่ค่ะ

9. yaya     [125.25.74.101]     27 Oct 2008 - 14:36 ลบความเห็นนี้

เพิ่มเติมข้อมูลเรื่องประเพณีสักนิดนะค่ะ เพราะช่วงนี้ก็เริ่มมีการจัดเทศน์มหาชาติการบ้างแล้ว....
ปล.ส่วนตัวตอนเด็กๆๆก็ได้ฟังเทศน์มหาชาติเพราะคุณยายที่ล่วงลับไปนั้นแหละค่ะ จำได้เลยว่าคอยดูธูปเทียนรอบๆๆโอ่งน้ำมนต์ ไม่ให้ดับตลอดที่มีการเทศน์

ประเพณีเทศน์มหาชาติ
"มหาชาติ" หมายความว่า เป็นพระชาติสุดท้ายขององค์พระสัมมา สัมพุทธเจ้าที่ได้สร้างบารมี พระชาตินี้ได้แก่พระชาติที่เป็นพระเวสสันดร หรือเรียกว่า "มหาเวสสันดรชาดก" ก็ได้ ฉะนั้นเทศน์ มหาชาติ จึงหมายถึงการเล่าเรื่องมหาเวสสันดรชาดก หรือการร่าย ยาวว่าด้วนเรื่องราวของพระพุทธเจ้าในอดีต เมื่อเสวยชาติเป็นพระเวสสันดร บรมโพธิสัตว์ทรงบําเพ็ญพระบารมีเป็นพระชาติสุดท้ายก่อนจะตรัสรู้บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ

ประเพณีเทศน์มหาชาตินี้ มีประจําทุกปี ในระหว่างเดือน 11 เดือน12 และเดือนอ้าย (ตามปฏิทินปีนี้ก็จะเป็นช่วงตั้งแต่ วันที่ 30 กันยา - 26 ธันวาคม นะค่ะ) มหาชาตินี้ประกอบด้วยพระคาถาหนึ่งพัน มีความเชื่อกันว่าถ้าผู้ใดได้ฟังเทศน์มหาชาติจบทุกกัณฑ์แล้ว จะ ได้รับอานิสงส์ยิ่งใหญ่ เมื่อตายไปแล้วจะได้เกิดในสวรรค์

ในเวลาที่พระเทศน์นั้น จะมีโอ่งนํ้ามนต์ตั้งไว้ในพิธีการเทศน์ ถือว่าเป็นนํ้ามนต์ศักดิ์สิทธิ์สามารถปัดเป่าสิ่งร้ายทั้งมวลให้หายไปได้ สําหรับ ช่อธงชัยที่ติดไว้ตามธรรมาสน์เทสน์และตามเสาธรรมาสน์ รวมทั้ง ต้นกล้วยและต้นอ้อยที่จัดไว้ในพิธีเทศน์มหาชาตินั้น ถือกันว่าเป็นของศักดิ์เช่นกัน

เทศน์มหาชาติพระคาถาพันนี้ แบ่งออกเป็น 13 กัณฑ์ คือ
1. กัณฑ์ทศพร
2. กัณฑ์หิมพานต์
3. กัณฑ์ทานกัณฑ์
4. กัณฑ์วนประเวศน์
5. กัณฑ์ชูชก
6. กัณฑ์จุลพน
7. กัณฑ์มหาพน
8. กัณฑ์กุมาร
9. กัณฑ์มัทรี
10. กัณฑ์สักกบรรพ
11. กัณฑ์มหาราช
12. กัณฑ์ฉกษัตริย์
13 กัณฑ์นครกัณฑ์

การเทศน์มหาชาติในยุคปัจจุบันมี 3 ลักษณะ คือ
มหาชาติประยุค
  เป็นการเทศน์ที่เน้นให้ฟังรู้เรื่องเข้าใจได้สาระ และไม่เบื่อหน่าย
มหาชาติหางเครื่อง
  คือมหาชาติที่มีการแสดงประกอบ เป็นบุคลาธิษฐานคือมีแต่ฆราวาสล้วนๆ และมหาชาติทรงเครื่อง
  คือ การเทศน์ เวสสันดรชาดกประกอบการแสดง พิธีการจัดก็เช่นเดียวกับเทศน์มหาชาติทั่วๆไป สําหรับพระผู้เทศน์นั้นจะเป็นองค์เดียว หรือจะเทศน์ เป็นปุจฉาวิสัชนา 2 - 3 ธรรมาสน์ก็ได้ สําหรับผู้แสดงจะแต่งตัวตามเนื้อเรื่องที่พระเทศน์ เช่น กัณฑ์กุมาร ก็จะมีผู้แสดงเป็นนางมัทรี กัณหา และชาลีเป็นต้น ระหว่างพระผู้เทศน์และผู้แสดง (ฆราวาส)จะมีการพูดโต้ตอบกันโดยนักเทสน์นั้นจะกําหนดตัวท่านเองเป็นพระเวสสันดรหรือเป็นผู้บรรยาย พร้อมทั้งมีการแหล่ประกอบด้วย

10. yaya     [125.25.80.154]     27 Oct 2008 - 21:18 ลบความเห็นนี้

เทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก กัณฑ์ที่ 3
๓ ทานกัณฑ์

ความย่อ
เมื่อพระนางผุสดีทรงทราบว่า พระเวสสันดรโอรส ถูกประชาชนกล่าวโทษว่า พระราชทานช้างปัจจัยนาคเป็นทาน และถูกลงโทษให้เนรเทศจากพระนครสีพีก็ตกพระทัย รีบเสด็จมาพบพระเวสสันดรและพระนางมัทรี ปรับทุกข์กันอยู่ ก็ทรงพระกรรแสงโศกาดูร แล้วเสด็จเข้าเฝ้าพระเจ้ากรุงสญชัย ทูลขอประทานอภัยโทษ ก็ไม่สำเร็จ ด้วยท้าวเธอตรัสว่า ให้เนรเทศตามกฎของธรรมศาสตร์ราชประเพณี
ครั้นพระนางผุสดีทรงสดับก็จำนน ก่นแต่โศกร่ำรำพันมากมายตามวิสัยมารดาที่รักบุตร ตลอดสาวสนมกำนัลนาง และประชาชนที่รักใคร่พากันอาลัยทั่วหน้า
รุ่งขึ้นได้เวลา พระเวสสันดรก็ทรงบริจาคสัตสดกมหาทาน คือ การให้ครั้งใหญ่ โดยกำหนดไว้สิ่งละ ๗๐๐ คือ
๑. ช้าง ๗๐๐ เชือก
๒. ม้า ๗๐๐ ตัว
๓. โคนม ๗๐๐ ตัว
๔. รถ ๗๐๐ คัน
๕. นารี ๗๐๐ คน
๖. ทาส ๗๐๐ คน
๗. ทาสี ๗๐๐ คน
๘. สรรพวัตถาภรณ์ต่าง ๆ อย่างละ ๗๐๐
๙. ที่สุดแม้สุราบาน ก็ได้ประทานแก่นักเลงสุรา

เสร็จแล้วก็ทรงพาพระนางมัทรี ไปทูลลาพระชนกและพระชนนี เพื่อออกไปบำเพ็ญพรตอยู่เขาวงกต พระเจ้ากรุงสญชัยขอให้พระนางมัทรี พระชาลีและพระกัณหาอยู่ พระนางมัทรีไม่ยอมอยู่ ทั้งไม่ยอมให้ลูกอยู่ด้วยเป็นอันถูกเนรเทศด้วยกันทั้งหมด
รุ่งขึ้นพระเวสสันดร พระนางมัทรีพร้อมด้วยพระโอรส พระธิดา ก็เสด็จทรงรถม้าพระที่นั่งเสด็จออกจากพระนคร บ่ายพระพักตร์เข้าสู่ไพร ก่อนที่จะลับพระนครไป ทรงหันกลับมามองพระนครด้วยความอาลัย แล้วก็เสด็จประเวศ ยังมิทันที่จะพ้นเขตชานพระนคร ก็ทรงประทานม้าและรถแก่พราหมณ์ที่วิ่งตามมาทูลขอ แล้วต่างองค์ก็ทรงอุ้มพระโอรส พระธิดาดำเนินเข้าไพร โดยตั้งพระทัยไปเขาวงกต

จบความย่อ

แหล่งข้อมูล
หนังสือปริทัศน์เวสสันดรชาดกนิพนธ์ของพระพิมลธรรม (ชอบ อนุจารี) ราชบัณฑิต โครงการมูลนิธิหอไตร หอติสสเทวาภิธาน วัดสุทัศนเทพวราราม
จัดพิมพ์ ๒๕๓๓

สาระน่ารู้
ในมหาชาติเวสสันดรชาดก ๑๓ กัณฑ์ ๑๐๐๐ คาถา
ทานกัณฑ์นับเป็นกัณฑ์ที่สาม ประดับด้วยคาถา ๒๐๙ พระคาถา

เนื้อความเป็นของสำนักวัดถนน จังหวัดอ่างทอง มิได้ระบุชื่อผู้นิพนธ์
กัณฑ์นี้มีจำนวนพระคาถามากที่สุดในจำนวนมหาชาติทั้ง ๑๓ กัณฑ์

เพลงประจำกัณฑ์ คือ เพลง “พระยาโศก”
ประกอบกิริยาโศกสลดรันทดใจของพระบรมวงศานุวงศ์ ที่พระเวสสันดรถูกเนรเทศออกจากเมือง

ข้อคิดจากกัณฑ์
พึงยอมเสียสละประโยชน์ส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม

อานิสงฆ์
ผู้ที่ได้บูชากัณฑ์ทานกัณฑ์ จะบริบูรณ์ด้วยแก้วแหวนเงินทอง ทาส ทาสี และสัตว์สองเท้าสี่เท้า ครั้นตายแล้ว จะได้ไปเกิดในฉกามาพจรสวรรค์ มีนางเทพอัปสรแวดล้อมมากมาย เสวยสุขอยู่ในปราสาทแล้วด้วยแก้ว ๗ ประการ ฯ

11. ungkalak@hotmail.com     [192.168.16.101]     12 Jul 2010 - 13:21 ลบความเห็นนี้


12. ooy_lovewin@hotmail.com     [111.84.105.219]     12 Dec 2010 - 14:50 ลบความเห็นนี้

มีอีกมั้ยคะ 13 กัณฑ์นะ

13. อนุโมทนาครับ     [202.44.40.3]     14 Dec 2010 - 08:12 ลบความเห็นนี้

อนุโมทนาครับ

14. Dutchmill_kitty@hotmail.c     [118.175.208.122]     04 Jan 2011 - 19:50 ลบความเห็นนี้


15. มู๋น้อย     [192.168.2.28, 127.0.]     27 Jan 2011 - 13:11 ลบความเห็นนี้

ไม่เหงมีร่ายาวเรยง่ะ


ต้องการข้อมูลจัง

16. มู๋น้อย     [192.168.2.28, 127.0.]     27 Jan 2011 - 13:12 ลบความเห็นนี้

ร่ายยาวจ๊ พิมผิด


17. game.thai2010@hotmail.com     [182.52.59.33]     06 Feb 2011 - 14:46 ลบความเห็นนี้

เอายาว ๆ อะมีมะ จะทำรายงานก่อน มีนา 54

เอาสักบรรพ นะ

18. เถ้าแแก่น้อย     [118.173.109.77]     21 May 2011 - 07:46 ลบความเห็นนี้

ขอบคุณนะคะ

19. ยฟำไ     [125.27.147.74]     07 Jun 2011 - 18:24 ลบความเห็นนี้

ขอบคุงสามหราบข้อมูน

20. tt_love2538@hotmail.com     [110.49.243.243]     02 Jul 2011 - 21:33 ลบความเห็นนี้

ขอบคุณมากครับอาจารย์ให้มาหา ถ้าไม่ได้แย่แน่ครับ ขอบคุณครับ

21. my     [110.49.18.96]     11 Jul 2011 - 20:25 ลบความเห็นนี้

ขอบคุณน๊าค๊า

22. สะพานเดินเรือ     [10.106.47.69]     12 Jul 2011 - 07:34 ลบความเห็นนี้

ขออนุโมทนาสาธุครับผม สิ่งนี้เป็นสิ่งทีดีถ้าเราอ่านดีๆจะได้ประโยชน์ ผมเองก็กำลังหาเนื้อเรื่องอ่านในเนตฯ แต่ก็ไม่เจอๆ แต่แบบให้โหลดฟังเสียงนะ เพราะผมได้พบพระอาจารย์ที่ท่านเก่งด้านการปฏิบัติทั้ง ๒ รูปคือท่านเป็นศิษย์อาจารย์กัน ท่านอาจารย์นี้ท่านอยู่สุพรรณบุรี ได้เจอผมทางรายการเคเบิลโดยบังเอิญ ท่านก็เกิดความสนใจในกิริยาท่าทางของผมนะครับ ท่านเลยโทรเบอร์ที่ให้ทางรายการมาหาผม ทำให้ผมสนใจเลยเดินทางไปพบท่านที่ จ.สุพรรณบุรี อ.ดอนเจดีย์ ก็พบว่าท่านเป็นพระปฏิบัติกรรมฐานที่มีบารมีใช่ได้เลย ท่านรู้อะไรหลายอย่างแต่ไม่ค่อยพูดแต่จะพูดออกมาเอง และท่านก็พาผมไปพบอาจารย์ท่านที่อยู่ อ.ศรีสวาท ที่อยู่ติดกับอ.บ้านไร่ กาญจบุรี รอยต่อ อุทัยธานี อยู่ที่ ห้วยขาแข้ง หลวงปู่อายุ ๘๐ ปีแล้วแต่ยังแข็งแรงท่านยังเดินธุดงค์อยู่เลย วัดท่านเงียบสงบไม่มีไฟฟ้าใช้ ใช้น้ำบ่อ และได้นั่งสนทนาธรรมกับหลวงปู่ หลวงปู่ก็ทักว่า หมอดู หมอเดินนะให้ดูที่จิตของเราและก็ดูไปตามเลขผานาทีนะถูกแล้ว การที่ไปดูแบบนั่งทางในหรือว่าใช้จิตหรือเรียกว่ามองเห็นด้วยจิต หลวงปู่บอกว่าบางทีจิตมันหลอกเอา มันปรุงแต่งไปเอง ไม่ใช่ว่าถูกพระที่เขาได้อภิญญาบางที่ยังไม่ถูกเลยเพราะจิตไปคิดไปปรุงแต่ง แล้วคนที่ไม่ได้ปฏิบัติได้อภิญญาแบบหมอดูจะไปรู้ทุกเรื่องได้อย่างไร ท่านว่ามันเป็นบาปเป็นกรรม เหมือนกันอวดอุตริมนุษย์ธรรมนะ ท่านว่าก็ให้ทายไปตามตัวเลขนั้นแหละก็ถือว่าถูกต้องตามหลักเกณฑ์อยู่แล้ว และพระอาจารย์ท่านให้ผมหาเทศน์มหาชาติมาอ่านให้ครบทั้ง ๑๓ กัณธ์ แล้วให้พิจารณาดูให้ดี เอาบทความทั้งหมดมาวิเคราะห์ดูแล้วจะทายดวงได้แม่นดีเหมือนกัน ผมก็นั่งคุยกันไปก็ทำให้วิธีอ่านและนำเนื้อเรื้องมาผสมในการอ่านดวงชะตา กำลังจะทดสอบดูว่าเป็นอย่างไร แต่อาจารย์ท่านว่ามันแม่นแปลกจริงๆ อันนี้ผมยังไม่ได้อ่านและก็ยังไม่ได้ใช้ แต่มาเจอกระทู้นี้ทีได้แรงบันดาลใจจากการทำบุญพระไตรปิกฏของผม ทำให้เจ้าของกระทู้ไปนำบทความนี้มา ซึ่งเป็นบทที่ผมกำลังหาอยู่เลย อันนี้เรียกว่าบุญต่อเนื่องเกื้อกูลกัน เป็นสายสัมพันธ์แบบไม่น่าเชื่อว่าผมกำลังหาอยู่ก็ได้พบ แต่ไม่เต็มรูปแบบแม้จะเป็นอย่างย่อผมก็จะนำมาวิเคราะห์ด้วย ก็ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้และขออนุโมทนาผลบุญด้วยนะจ๊ะ ปัญญาย่อมเกิดจากการใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ไม่ใช่มาแบบลอยๆ นะจ๊ะ

23. my     [110.49.232.63]     12 Jul 2011 - 20:21 ลบความเห็นนี้

มีภาพให้ดูมั๊ยค๊า

24. ratchdaporn54@gmail.com     [223.207.37.157]     19 Jul 2011 - 21:47 ลบความเห็นนี้

ขอบคุณที่ให้อ่านจ้า you  ":"WVG

25. wara-md@hotmail.com     [115.67.248.244]     24 Sep 2011 - 19:19 ลบความเห็นนี้

ของเหมียวก้อเอากันที่3แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนเขาเอาแบบไหนขอแค่ส่งอาจารย์ก้อพอ55555

26. mightzaa500@gmail.com     [182.52.183.177]     12 Nov 2011 - 16:54 ลบความเห็นนี้

โอ้โห่////////////// นี้ยอแล้วเหรอ

27. baemmy@hotmail.co.th     [110.168.146.35]     21 Dec 2011 - 19:05 ลบความเห็นนี้


28. loveyou_myfriends@hotmail     [182.52.91.134]     24 Jan 2012 - 19:23 ลบความเห็นนี้

กัณฑ์ที่ 4 วันประเวศน์ มี 57 พระคาถา

พระเวสสันดร พร้อมด้วยพระนางมัทรี และพระโอรสเสด็จดำเนินจาก พระนครสีพีด้วยความลำบากตลอดทาง ที่สุดก็ถึงเมืองเจตราชดังประสงค์ จึงแวะเข้าประทับพักพระกายอยู่ที่ศาลาหน้านคร

ครั้นชาวนครเจตราชได้เห็น และทราบความจริงก็ตกใจรีบส่งข่าวสารกราบทูลกษัตริย์นครเจตราช ต่อนั้นบรรดากษัตริย์ขัตติยวงศ์ทั้งหมด ก็พากันเสด็จออกมาเฝ้าเยี่ยม แล้วทูลว่า

เทว ข้าแต่พระร่มเกศตระกูลแก่นกษัตริย์ อันว่าสิ่งสรรพพิบัติบีฑา พระร่มเกล้ายังค่อยครองพาราเป็นบรมสุข สิ่งสรรพทุกข์ย่ำยีทั้งองค์สมเด็จพระชนนีนาถยังค่อยเสวยสุขนิราศโรคันตรายทั้งประชาชนชาวสีพีราชทั้งหลายไม่เดือดร้อน ยังค่อยเป็นสุขถาวรอยู่ฤาพระพุทธเจ้าข้า?

นุ ดังเข้ามาสงกากินแหนงในยุบลเหตุ ดังฤาพระจอมปิ่นปกเกศมาเดินไพรนิราศร้างแรมไร้พระพารา ปราศจากจตุรงค์คณานิกรราชรถ ทั้งม้ามิ่งมงคลคช ที่เคยทรง มาดำเนินแต่สี่พระองค์ดูอนาถ ฤาว่ามีหมู่อินทร์ราชมาราวี เสียพระนครสีพีพินาศแล้ว ทูลกระหม่อมแก้วจึงจากพรากพลัดขัตติวงศ์มาบุกป่าฝ่าพงพูนเทวษจนถึงนคเรศ ข้าพระบาทของพระองค์จงตรัสประภาษให้ทราบเกล้า แต่ข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงเถิด

พระเวสสันดรได้ทรงสดับสาร จึงมีพระราชบรรหารเฉลยเหตุว่า ดูกรพระสหายผู้ผ่านนคเรศเจตราช เราขอบพระทัยที่ท่านไต่ถามถึงประยูรญาติราชปิตุรงค์ ซึ่งท้าวเธอก็ทรงสุขสถาพร ทั้งประชาชนชาวสีพีราชไม่เดือดร้อนระงับภัย ซึ่งเรานิราชเวียงชัยมาสู่ป่า เพราะว่าเราทรงพระราชศรัทธามาเสียสละ พระยาเศวตกุญชรพาหนะพระที่นั่งต้น อันเป็นสีสวัสดิ์มงคลคู่นคร แก่พราหมณ์ทิชากรกลิงคราษฎร์ ชาวพระนครเขามิยอมอนุญาตชวนกันกริ้วโกรธ ยกอธกรณ์โทษทูลพระปิตุเรศ ท้าวเธอจึงสั่งให้เนรเทศเราจากพระพาราด้วยเราทำผิดขัตติยราชจรรยาอย่างบุราณ

จ. พระพุทธเจ้าข้า พระองค์เสด็จเดินพนัสกันดารดูลำบาก เป็นกษัตริย์ตกยากมิควรเลย ขอเชิญเสด็จหยุดพักพอเสวยสุทธาโภชน์สิ่งสรรพรสเอมโอชกระยาหาร ให้บรรเทาที่ทุกข์ทรมานลำบากองค์

ว. จึงตรัสว่า ประชาชนเขาแค้นเคืองทูลให้เนรเทศ เรานิราชมาแรมไพร พระบิดาก็มิได้เป็นใหญ่แต่พระองค์ ย่อมประพฤติโดยจำนงชาวสีพีราชถึงว่าท่านจะไปทูลให้ท้าวเธออนุญาตให้คืนกรุง ชาวเมืองก็จะหมายมุ่งประทุษจิตในสมเด็จบรมบพิตรผู้ร่มเกล้า เพราะเหตุด้วยรับเราเข้าคืนนคร

จ. พระพุทธเจ้า เมื่อมิพอพระทัยคืนพระพิไชยเชตุดรก็ตามแต่พระอัยกาจะขอเชิญเสด็จขึ้นผ่านพระพาราเจตราช เป็นจอมมิ่งมงกุฎ มาตุลนคร เป็นปิ่นปกประชากรเกษมสุข มิให้ท้าวเธอเสด็จไปทนทุกข์ที่กลางดง อันข้าพระบาทจะขอรองบทบงสุ์บรมกษัตริย์

ว. ครั้นพระองค์ได้ฟัง จึงตรัสบัญชาต่อว่า ซึ่งท่านจะมามอบเมืองเจตราช ให้แก่เราในครั้งนี้ เราก็มิได้มีพระทัยยินดีที่จะเสวยสิริสมบัติ ด้วยชาวเชตุดรเขาแค้นขัดให้เนรเทศ ท่ายจะมามอบนคเรศให้ครอบครองพระนครทั้งสองสิเป็นราชสัมพันธมิตร ก็จะเกิดกลวิปริตร้าวฉาน จากจารีตบุราณแต่ปางก่อน จะไม่สมัครสโมสรเสียประเพณี จะเกิดมหาโกลาหลเดือดร้อนทุกไพร่ฟ้าประชากรทั้งสองฝ่ายต่างจะมุ่งหมายประทุษกัน ก็จะเกิดมหาพิบัติภัยยันต์ไม่มีสุขเหตุด้วยเราผู้เดียว จะมานำทุกข์ให้ท่านทั้งปวง สมบัติอันใดในเมืองหลวงเจตราช ซึ่งท่านทั้งหลายมาอนุญาตยกให้ เราขอคืนถวายให้เสวยสุข ท่านจงอยู่นฤทุกข์อย่ามีภัย อันตัวเรานี้จะลาไปสู่วงกตจะทรงประพฤติพรหมพรตอิสีเพศ เชิญท่านช่วยแนะแนววิถีทุเรศให้เราจรไปยังวงกตสิงขรโน้นเถิดฯ

เมื่อกษัตริย์เจตราชทั้งหลาย ทูลเบี่ยงบ่ายจะเชิญเสด็จไว้ ครั้นแล้วท้าวเธอมิตามพระทัยก็สุดคิด จึงทูลเชิญสมเด็จบรมบพิตรให้ประเวศพระนคร หวังจะให้เสวยสุข ไสยากรเกษมอาสน์ ต่อเวลาสุริโยภาสจึงค่อยครรไล

ท้าวเธอก็ถ่อมพระองค์ว่า เข็ญใจไร้ศักดิ์มิได้เสด็จเข้าไปสำนักในพระพาราฯลฯ

ที่สุดกษัตริย์เจตราชก็ให้ตกแต่งศาลาที่ประทับปิดบังด้วยม่านแล้ว ถวายอารักขาให้ดีที่สุด จนสว่างแล้วถวายพระกระยาหารให้เสวย ครั้นเสร็จแล้ว ทูลอัญเชิญไปยังประตูป่า ต้นทางที่จะไปยังเขาวงกตแล้วแนะนำมรรคาให้ทรงกำหนดหมายแล้วทรงตั้งเจตบุตรพรานไพร ให้เป็นพนักงานรักษาประตูป่าถวายอารักขาคุ้มภัยให้เป็นพิเศษด้วย

ต่อนั้น พระเวสสันดรและพระนางมัทรีก็อำลากษัตริย์เจตราชอุ้มพระโอรสดำเนินไปตามแนวทางที่กษัตริย์เมืองเจตราชถวายคำแนะนำไว้ทรงพบพรานเนื้อพรานได้ถวายเนื้อย่าง พระเวสสันดรได้ประทานปิ่นทองเป็นรางวัลแล้วเสด็จต่อไปจนถึงเขาวงกต พบศาลาอาศรมบทซึ่งพระวิษณุกรรม เทพบุตรมานิรมิตตามเทวบัญชาของท้าวอัมรินทร์เทวาธิราช ก็ทรงโสมนัสที่สุด ทั้งสี่กษัตริย์ก็ทรงผนวชเป็นฤาษี สำนักอยู่ในอาศรมนั้นเสวยสุขตามควรแก่ถิ่นฐานทรงดำรงชีพด้วยผลาซึ่งนางมัทรีเป็นพนักงานแสวงหารจำเนียงกาลนานถึง ๗ เดือน โดยกำหนด

จบความย่อ
ปี่พาทย์ทำเพลงพญาเดิน

29. ืnew_alone.lzc@hotmail.co     [182.52.91.134]     24 Jan 2012 - 19:25 ลบความเห็นนี้

กัณฑ์ที่ 5 ชูชก มี 79 พระคาถา

สมัยนั้น ในแคว้นกาลิงคะ มีพราหมณ์คนหนึ่ง ชื่อว่า ชูชก อยู่ในบ้าน “ทุนวิฐะ”เป็นนักขอทานที่เชี่ยวชาญ เที่ยวขอไปถึงต่างแคว้นก็เก็บทรัพย์ที่เหลือกินเหลือใช้ไว้ได้ถึง100 กหาปนะ ชูชกได้นำทรัพย์จำนวนนี้ไปฝากพราหมณ์ผัวเมียตระกูลหนึ่งไว้ แล้วเที่ยวขอทานต่อไปอีก

ต่อมาพราหมณ์ผัวเมียคู่นั้น ได้เอาทรัพย์ของชูชกไปใช้สอยเสียหาย ครั้นชูชกกลับมาขอทรัพย์คืน ก็ขัดสนจนใจไม่สามารถจะหามาใช้ได้ ต้องยกนางอมิตตดาลูกสาวให้ชูชกแทนเงินที่เอาไปใช้ ชูชกพานางอมิตตดาไปอยู่บ้านทนวิฐะ นางอมิตตดาได้ปฏิบัติชูชกในหน้าที่ภรรยาที่ดีทุกประการ

เมื่อชายในบ้านนั้นเห็นเข้า ก็พากันสรรเสริญ แล้วดุว่าภรรยาของตนที่เกียจคร้าน เอาแต่เที่ยวเล่น สู้นางอมิตตดาเป็นเด็กกว่าก็ไม่ได้ ครั้นหญิงทั้งหลายในบ้านนั้นถูกสามีตำหนิแทนที่จะรู้สึกตัว กลับพากันเคียดแค้นชิงชังนางอมิตตดาชักชวนกันไปด่าว่านางอมิตตดาที่ท่าน้ำอย่างสาดเสียเทเสีย หมายจะให้นางอมิตตดาหนีไปเสีย หรือไม่ก็ควรประพฤติตนเข้าแบบของตน

นางอมิตตดาเสียใจ จะเอาแบบชาวบ้านนั้นก็ไม่ชอบเพราะไม่เคยอบรมมาคับอกคับใจ ในที่สุดเทวดาดลใจให้บอกชูชกไปขอชาลีกัณหาสองกุมาร พระโอรสของพระเวสสันดรมาเป็นทาสช่วงใช้ แม้ชูชกจะแก่กว่าที่จะเดินทางไปเขาวงกตเพื่อขอสองกุมาร แต่เมื่อถูกเมียสาวขู่บังคับเช่นนั้น ก็ต้องฝืนใจไป ในที่สุดชูชกก็หอบร่างแก่ไปถึงพระนครสีพี เมืองของพระเวสสันดร เพราะความลุกลี้ลุกลนใคร่จะเดินทางไปให้ถึงพระเวสสันดรโดยเร็ว ทำให้ชูชกขาดความรอบคอบไม่เหมือนคราวก่อนๆ ที่เดินทางมาขอทาน เห็นกลุ่มชนที่ใดเป็นถามถึงที่อยู่ของพระเวสสันดรพร้อมทั้งแนวทางที่จะเดินไปให้ถึงที่หมายด้วย

ชาวเมืองสีพีเกลียดหน้านักขอทานเป็นทุนอยู่แล้ว ดังนั้นก็พาโลรี่เข้าใส่ชูชกด่าว่าเจ้ามาเบียดเบียนพระเวสสันดรด้วยให้ท้าวเธอพระราชทานจนเกินไป ถึงลูกขับไล่พระชายาและพระโอรสให้ออกไปอยู่วงกต แล้วเจ้ายังจะกลับมาเอาอะไรอีกพากันหรือไม้ค้อนก้อนดินขับไล่ชูชกเข้าป่าไป

ฝ่ายชูชกหนีชาวเมืองสีพีขับไล่ไปทางเขาวงกตขณะเดินเลาะลัดไป ถูกสุนักของเจตบุตรไล่ล้อม ได้หนีขึ้นต้นไม้ นั่งบนคาคบร้องไห้รำพันถึงคุณพระเวสสันดรเป็นอย่างมาก

ฝ่ายเจตบุตร เจ้าของสุนัขติดตามมา เห็นชูชกอยู่บนต้นไม้ก็แน่ใจว่าชูชกจะมาร้าย คือคงจะไปขอพระนางมัทรีหรือพระโอรสเป็นแน่ ก็พลันคิดว่าจะต้องฆ่ามันเสีย จึงเดินเข้าไปใกล้พลางน้าวหน้าไม้ขึ้น พร้อมกับร้องสันทับว่า แน่พราหมณ์พวกแกเบียดเบียนพระเวสสันดรด้วยพระราชทานเกินไป จนต้องถูกขับไล่จากแคว้นของพระองค์เสด็จไปอยู่เขาวงกต มนุษย์บัดสบอย่างแก ยังจะติดตามมาเบียดเบียนพระโอรสอีก เหมือนนกยางย่องตามหาปลา ฉะนั้น ข้าจะไม่ไว้ชีวิตแก จะยิงแกให้ตายด้วยหน้าไม้นี้

ชูชกตกใจกลัวตาย จึงได้อุบายหลอกเจตบุตรพร้อมด้วยการขู่ว่าช้าก่อนเจตบุตร ข้าเป็นพราหมณ์เป็นราชทูต ซึ่งใครๆ ไม่ควรจะฆ่าจงฟังข้าก่อน บุคคลไม่ควรฆ่าราชทูตนี้เป็นประเพณีมาเก่าแก่

ดูก่อนเจตบุตร บัดนี้ชาวเมืองสีพีหายขัดเคืองแล้ว พระชนกก็ปรารถนาจะพบพระเวสสันดรปิโยรส พระชนนีก็ชรา นัยน์ตาก็มืดมน ท้าวเธอให้ข้าฯ เป็นราชฑูตมาเชิญพระเวสสันดรพระโอรสกลับ ฉะนั้นเจ้าจงบอกแก่ข้าว่า บัดนี้พระเวสสันดรอยู่ที่ไหน?

เจตบุตรดีใจหลงเชื่อในคำลวงชูชก เชื่ว่าชูชกเป็นราชทูตพระเจ้ากรุงสัญชัยพระบิดาให้มาเชิญพระเวรสันดรกลับจริง จึงผูกสุนัขทั้งหลายแล้วให้ชูชกลงจากต้นไม้ให้นั่งที่มีใบไม้ลาดให้โภชนาหารกินปฏิสันถารว่า ท่านพราหมณ์ลุงเป็นราชทูตมาเชิญพระเวสสันดรที่รักของข้าฯ ข้าฯ จะให้กระบอกน้ำผึ้งและเนื้อย่างแก่ลุง ข้าฯ จะบอกสถานที่พระเวสสันดรประทับอยู่ให้

จบความย่อ
ปี่พาทย์ทำเพลงเช่นเหล้า

อานิสงส์

ผู้บูชากัณฑ์ชูชก จะได้บังเกิดในตระกูลกษัตริย์ ประกอบด้วยสมบัติอันงดงามกว่าคนทั้งหลาย จะเจรจาปราศรัยก็ไพเราะเสนาะโสต แม้จะได้สามีภรรยา และบุตรธิดาก็ล้วนแต่มีรูปทรงงดงามสอนง่าย

30. loveyou_myfriends@hotmail     [182.52.91.134]     24 Jan 2012 - 19:30 ลบความเห็นนี้

http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/poonsak/mahachat/chadok.html เข้าเว็ปนี้ ดู 13 กัณฑ์ มหาเวสสันดร

31. orthai_kwan@hotmail.com     [10.0.1.160]     28 Jan 2012 - 13:48 ลบความเห็นนี้

ขอรายละเอียดเยอะหน่อยได้หม้ายคะ ต้องรีบส่งคร้า

32. fish_987654321@hotmail.co     [103.1.167.25]     31 Jan 2012 - 18:54 ลบความเห็นนี้

ขอย่อกว่านี้อีกได้ไหม

33. ny     [118.173.118.119]     18 Feb 2012 - 12:06 ลบความเห็นนี้


34. kamolwan_39@yahoo.com     [182.52.29.76]     04 Jul 2012 - 19:58 ลบความเห็นนี้

ไร อ่ะ ไม่ ค่อย เข้า ใจ เร้ย !!!

35. น้องแนน     [115.67.229.126]     11 Nov 2012 - 15:46 ลบความเห็นนี้

ขอบคุณมากที่บอกเรื่องเกี่ยวกับมหาเวชสันดรชาดก 13 กัณฑ์

36. kihuj-2011@hotmail.com     [180.183.159.86]     23 Nov 2012 - 09:00 ลบความเห็นนี้


37. packlove1744@hotmail.com     [115.87.39.139]     18 Dec 2012 - 17:09 ลบความเห็นนี้

สุโค้ยยยยยยย!!

38. รออ่าน     [118.172.152.167]     21 Dec 2012 - 16:16 ลบความเห็นนี้

ชอบมากๆ เลยน่ะคะ่ มารออ่านต่อน่ะค่ะ

39. nungruthai_mndd2@hotmail.     [182.93.191.164]     04 Jan 2013 - 11:32 ลบความเห็นนี้

ไมมีแค่นิอ่ะ


ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"
 
ชื่อ(อีเมล์)
รายละเอียด





เชิญร่วมแสดงความคิดเห็น แสดงวิสัชนา

เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จกดปุ่ม Submit เพียงครั้งเดียวพอแล้ว

©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.