Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (81) Vote Down (75) เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน   
28314 : จากคุณ รบกวนผู้รู้ชี้แนะด้วยค่ะ     [124.120.79.169]     09 Jul 2009 - 08:45     [23 คำตอบ]

แผ่เมตตาแล้วร้องไห้
ทำไมเวลาสวดมนต์เสร็จ ..ตอนที่แผ่เมตตาช่วงที่กำลังท่อง จะร้องไห้ทุกครั้ง

สังเกตุหลายครั้งแล้วค่ะ อยากรบกวนผู้รู้ค่ะว่าเป็นเพราะอะไร

1. horanuwachara@windowslive     [125.26.225.160]     09 Jul 2009 - 08:51

สังเกตอารมณ์ว่าเป็นปิติ(ดีใจ) หรือ ทุกข์(เศร้าใจ)
วิทยาทาน 086-5797773

2. แสงทอง     [58.8.158.244]     09 Jul 2009 - 09:44

เขาเรียกปิติครับ ถ้าไปติดอยู่กับปิติมากเกินจะขัดขวางการเจริญธรรม

3. จขกท     [124.120.79.169]     09 Jul 2009 - 10:12

การที่เราร้องไห้ในเวลาแผ่เมตตา นั้น คือเกิดความปิติ เข้าใจค่ะ แต่ว่าจะขัดขวางการเจริญธรรมนั้นเป็นอย่างไรค่ะ ....รบกวนชี้แนะต่อค่ะ

4. ae     [58.9.109.31]     09 Jul 2009 - 10:53

ก็ยึดติด และคิดว่า เท่านี้พอแล้ว
หรือพอใจจนไม่อาจข้ามไปได้ครับ

ที่ถูกคือต้องดูอาการของจิต แล้วเห็นเป็นธรรมดา
เพราะเมื่อถึงลำดับขั้นนี้ ก็จะมีอาการอย่างนี้
รู้ คือ รู้ ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจ
หลังจากนั้นจิตจะยกระดับขึ้นอีกเองครับ

คือยกระดับขึ้นตามอารมณ์ที่มี และเมื่อถึงจุดนึง จะมีความ ว่าง เป็นอารมณ์
เมื่อมี ว่าง เป็นอารมณ์ แล้วรู้ได้ว่า ว่างนั้นเป็น ปกติ
จิตก็จะยกถึงระดับสุดท้ายเองครับ

5. จขกท ถึงคุณ ae     [124.120.79.169]     09 Jul 2009 - 11:12

นี่นก็หมายถึงว่าเราอย่าไปใส่ใจกับอาการที่เกิด แต่ให้หมั่นทำไปอย่างสม่ำเสมอ แล้วจิตก็จะนิ่งเอง ใช่ไม๊ค่ะ...

6. ae     [58.9.109.31]     09 Jul 2009 - 11:28

ครับ ก้ไม่ต้องไปสนใจมัน
รู้ว่าเกิด ก็พิจารณาว่า เกิด

พอมันเกิดเรื่อยๆจนชินแล้ว
ไม่ใส่ใจด้วยจิตที่แท้จริงแล้ว
จิตจะพัฒนาขึ้นอีกครับ

สุดท้ายเมื่อผ่านความว่างไปได้
คุณก็จะสามารถปลุกผู้รู้ให้ตื่นขึ้น
ซึ่งนั่นก็คือ จิตเดิมของเรา ที่สั่งสมความรู้ สั่งสมประสบการณ์ มายาวนานครับ
เมื่อทรงเป็นอารมณ์ และเพึยงนึกก้เข้าได้ในทันที
เขาเรียกว่า ชั่วขณะจิตก็ทรงฌาณได้
ตอนนั้นก็จะได้ประโยชน์มหาศาลจากการปฏิบัติครับ

7. ช่วยด้วยค่ะ     [124.120.79.169]     09 Jul 2009 - 11:32

ตอนนนี้ได้แต่สวดมนต์ค่ะ พยายามจะนั่งสมาธิหลายครั้ง แต่ไม่สงบไม่

นิ่งเลย จากที่คุณแนะนำ ต้องนั่งสมาธิด้วยไม๊ค่ะ ....หรือสวดมนต์ทำจิตให้นิ่ง

และรับรู้ อย่างเดียวก็ได้

8. แสงทอง     [203.155.9.133]     09 Jul 2009 - 11:53

ตอบ เจ้าของกระทู้

ตามที่คุณ ae อธิบายนั่นถูกต้องแล้วครับ เพิ่มเติมนิดคือ ถ้าเราไปยึดติดกับปิติ หมายความว่า เวลานั่งสมาธิกรรมฐานแล้วเกิดพอใจในปิติ ไม่ว่าจะน้ำตาไหล ขนลุกซู่ รู้สึกตัวเบาเหมือนลอยได้ เราจะติด นั่งสมาธิเมื่อใด จิตก็คอยยึดแต่ปิตินั้นเมื่อไหร่จะเกิด เกิดขึ้นแล้วหายไปก็อยากให้เกิดอีก วนเวียนแบบนั้น จิตก็ไม่สามารถหลุดจากที่ถูกยึดเหนี่ยวไปใสระดับที่สูงกว่าคือความว่าง ความนิ่ง ความสงบได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเกิดปิติเป็นสิ่งที่ผิดหรือไม่ดีนะครับ เพราะแสดงว่าคุณมาถูกทาง แต่อย่าไปยึดติด

ตอบ รี 7
การสวดมนต์ มนะ แปลว่าจิต ก็มีวัตถุประสงค์ให้จิตสงบนิ่งยึดเหนี่ยวไปกับคำสวด แต่บางทีคำสวดเหล่านั้นเราท่องจนขึ้นใจ เวลาสวดจิตก็ไม่จำเป็นต้องยึดเหนี่ยวก็เดินทางไปไหนต่อไหน ขณะที่ปากก็สวดไป เป็นแบบนี้แทบทุกคนแหละครับ ผมก็เป็น ดังนั้นการนั่งสมาธิจะช่วยทำให้จิตสงบได้มากขึ้น ส่วนจะนั่งแบบไหนขึ้นกับจริต บางทีแบบนึงทำได้ดี พอไปทำอีกแบบกลับไม่ได้เลย ต้องลองดูครับว่าจิตคุณเข้ากับแบบไหนได้ เบื้องต้นก็จับลมหายใจเข้าออกกำกับด้วยคำภาวนาอย่าง พุทธโธ ยุบหนอพองหนอ หรือไม่มีคำภาวนาก็ได้ หรือไม่ก็หาลูกปะคำมานับ หลายคนนับลูกประคำแล้วมีสมาธิดีกว่าภาวนาเฉยๆ

9. ae     [58.9.109.31]     09 Jul 2009 - 11:57

ของ คุณ จขกท เขาทำได้ในขณะแผ่เมตตา หลังจากสวดมนต์แล้ว
ซึ่งนั่นก็คือ สมถะภาวนา นั่นเอง

ก็มีหลายวิธีครับ ที่จะถึงอารมณ์ที่ว่า
คนที่หลุกหลิก อยู่ไม่นิ่งจะเหมาะกับสายวปัสสนามากกว่า
ทำได้โดยวิธีพิจารณา คือหางานให้จิตทำ
อย่างตอนสวดมนต์ ถ้าจะให้มนต์นั้นศักดิ์สิทธิ์
จิตต้องอยู่ที่มนต์นั้นทุกตัวอักษร แต่เมื่อสวดนานเข้า
กลายเป้นว่า สักแต่สวด คือสวดด้วยสัญญา ความจำได้
จิตมันก็จะวอกแวก อารมณ์ที่ว่าก็จะไม่เกิดอีก
ก็ให้หาวิธีสวดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสวดถอยหลัง
หรือ พยางค์นึงในใจ พยางค์นึงออกเสียง เป็นต้น

เหล่านี้ล้วนเป็นวิธีการฝึกจิตทั้งสิ้น
โดยเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม ควรหาอาจารย์ช่วยสอน
จะได้มีเข็มทิศในการเดิน ก็จะไปถึงได้เร็วขึ้น

การนั่งสมาธิไม่ได้นานนั้น แสดงว่าคุณเป็นคนชอบวิตกกังวล
ใจคิดนั่นกังวลนี่ไปเรื่อยเปื่อย
แทนที่จะนั่งสมาธิ ก็ให้มานั่งสวดมนต์แทน
จะนั่งขัดสมาธิสวด หรือจะยืนสวดก็ได้
เพราะจิตไม่นิ่งจะให้มาทำอะไีรซ้ำซากคงจะไม่เหมาะ
ก็ให้หาอาการที่เหมาะกับจิตแล้วทำ
ก่อนทำก็ตั้งสัจจะไว้ก่อนว่าฉันจะทำเท่าไหร่
เช่นจะสวดมนต์500จบ ก็ต้องทำให้ครบ จะบทไหนก็ว่ากันไป
ก็ทำไปตามสะดวกแล้วแต่ถนัด ผลจากความเพียรจะมีให้เห็นเอง

ให้ทำเรื่อยๆ ประจำ สม่ำเสมอ ถ้าเอาอย่างผมก็จะไม่ถึงไหน
เพราะผมมันพวกเอาแน่เอานอนไม่ได้ แล้วแต่อารมณ์ เลยไม่ถึงไหนเสียที

แต่วิธีปฏิบัตินั้นใช้ได้ เพราะตอนบวชเป็นพระก็ทำอย่างนี้
และได้ข้ามขั้นไปปัญจยฌาณด้วยวิปัสสนามาแล้ว
แต่ของผมจะเป็นการตามดูลม พิจารณาลม ไม่ใช่วิธีที่บอกไป
วิธีข้างต้นก็ใช้ได้ เพราะยังมีวิตก วิจารณ์ พิจารณา ซึ่งเป็นองค์ของวิปัสสนาอยู่

ส่วนขั้นที่สูงขึ้น จำเป็นต้องมีอาจารย์เพื่อสอบจิต
ถ้าให้แนะนำผมก็แนะนำอาจารย์ผม ซึ่งก็คือ หลวงปู่พุทธอิสระ
ท่านเป็นครูสอนวิปัสสนาให้พระที่นครปฐม โดยการแต่งตั้งของสมเด็จพระสังฆราช
อันนี้ก็น่าจะการันตีได้ว่าท่านมีวิชาดีจริง เหมาะที่จะกราบไหว้เป็นครูบาอาจารย์

ขอให้เจริญในธรรมครับ

10. ช่วยด้วยค่ะ     [124.120.79.169]     09 Jul 2009 - 12:07

ทุกวันนี้ก็ทำอย่างที่คุณว่าละค่ะ เมื่อก่อนสวดในใจ ปากก็ว่าไปใจไปใหนๆ
แต่มาตอนหลังเลยใช้วิธีออกเสียงและพยายามไม่นึกถึงอะไรเพ่งจิตไปที่คำสวด
ก็ยังรู้สึกว่าได้ผลอยู่ค่ะ คือมีสมาธิใจจดจ่อ ไม่ใช่สักแต่ว่าท่องตามหน้าที่

ส่วนพระอาจารย์ที่คุณว่าจะไปฝากตัวเป็นศิษย์ท่านได้อย่างไรค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ


11. พัดชา     [124.120.5.65]     09 Jul 2009 - 12:30

ขออนุโมทนาด้วยค่ะ

12. ae     [58.9.109.31]     09 Jul 2009 - 12:31

http://www.ornoi.org/

ปกติจะมีเทศน์ที่วัดทุกวันอาทิตย์ต้นเดือน
ช่วงเช้าอาจารย์ก็จะเทศน์ ช่วงบ่ายก็จะสอนวิชาครับ
ถ้าอยากได้เต็มๆไม่ขาดช่วงก็ให้ดูตอนหยุดยาว
หรือมีงานบุญก็จะมี บวชเนกขัมมะ ซึ่งใช้เวลาไม่นานแค่ช่วงสี่ถึงห้าวัน
ซึ่งก็จะได้วิชาไม่แพ้คนที่บวชเป็นสมติสงฆ์ ต่างกันตรงวิชาที่ต้องใช้จิตที่ถึงพร้อมแล้ว
อย่างขันธมาร หรือขั้นสูงในวิชาขีดจิต หรือกสิณไฟ เท่านั้นที่ท่านจะไม่ได้สอนกับศิษย์ฆราวาสครับ

13. 555     [117.47.58.98]     09 Jul 2009 - 12:32

สวดมนต์แล้วร้องไห้ น้ำตาไหลออกมาเอง..
เป็นบ่อยไปครับ หลังมาๆหายไปเอง..
มีอะไรให้เห็นแปลกๆ ตอนครึ่งหลับครึ่งตื่น.. หลังๆไม่มาไม่เห็นเป็นปีแล้วครับ?

14. จขกท ถึง ทุกท่าน     [124.120.79.169]     09 Jul 2009 - 12:59

ขอบคุณ ทุกๆท่านที่มาเข้ามาให้ความกระจ่างและชี้แนะค่ะ

ถือว่ากระทู้นี้ไว้สนทนาธรรมแล้วกันค่ะ ท่านใดมีอะไรชี้แนะอีกเชิญนะค่ะ

15. mamkai@hotmail.net     [124.121.224.173]     09 Jul 2009 - 14:56

เรากำลังมีความรักเข้ามาแต่ไม่รู้จะสมหวังมั๊ยค่ะ

16. mamkai@hotmail.net     [124.121.224.173]     09 Jul 2009 - 15:02

ทำไมชีวิตมักมีอุปสรรคไม่หมดซะทีกำลังท้อจริงๆ เราเคยเจอคนๆนึงซึ่งดีมาก
แต่เราไม่รู้เลยว่าเค้ารักเรากว่าจะรู้เราก็รู้สึกเสียดายจังกับเวลาที่ได้อยู่คุยกันกับเค้า ระยะเวลาเรียน 2 เดือน แล้วเค้าก็ไป เสียดายมิตรภาพจังนะ ตอนนี้เราคิดถึงเค้า เค้าก็ไม่รู้เลย เฮ้อ เบื่อชีวิตจัง คิดถึงคนๆนี้ที่สุดเลย

17. ผู้อยากมีความรัก     [124.121.224.173]     09 Jul 2009 - 15:08

ความรักเราจะดีขึ้นมั๊ยค่ะ ลัคน์ เราอยู่ เมถุน จะได้แต่งงานมั๊ยค่ะ
ปัตนิเป็น ดาวพฤหัส มีใครช่วยตอบได้บ้างค่ะ

18. ขอเพิ่มเติม     [110.49.10.7]     10 Jul 2009 - 00:14

ถ้าหากว่าตอนที่แม่เมตตาแล้วเกิดร้องไห้ ก็กำหนดสิคะว่า "ร้องไห้หนอ" ที่ให้กำหนดนี้ เพื่อให้ทันกับอารมณ์ปัจจุบันค่ะ ถ้าหากพอแผ่เมตตาต่อ และเกิดอาการอะไรก็ให้ท่อง "อาการนั้น ๆ ที่เจอ แล้วตามด้วยคำว่า "หนอ" " แค่นี้ล่ะค่ะ

ลองดูนะคะ

19. จขกท     [124.120.88.248]     10 Jul 2009 - 13:13

ขอบคุณ กระทู้ 18 ที่แนะนำเพิ่มเติมเข้ามาค่ะ จะลองทำดูนะค่ะ

20. cat     [118.174.37.156]     30 May 2010 - 04:43

ชื่อนั้นสำคัญไฉน : http://www.morelifeinc.net/bible/name.html

21. cat     [118.174.37.156]     30 May 2010 - 04:45

ทำไมเราต้องผิดหวัง : http://www.morelifeinc.net/bible/hopeless.html

22. hmt@hotmail.co.th     [124.121.235.160]     02 Apr 2011 - 09:03

ขออนุโมทนาบุญกับทุกกระทู้ด้วยครับ สาธุ

23. นิตา     [125.24.220.155]     15 Apr 2011 - 12:55

ขออนุมโมทนาสาธุแด่ทุกท่านที่หมั่นทำด้วยค่ะ
อ่านแล้วรู้สึกตัวเองก็เคยเป็นคล้าย ๆ เจ้าของกระทู้ค่ะ แต่ขาดความพยายามมากค่ะช่วงนี้ เดินจงกรมก็ชอบง่วง เดินหลับ ยืนหลับ แล้วก็เดินไปนอน เห่อ เห่อ สติไปตามเสียงนกบ้าง เสียงรถเก็บขยะบ้าง ฮ่า ฮ่า สวดมนต์ก็หยุดเสียเฉย ๆ พักนี้เป็นเลยหยุดหมดเลยค่ะ เพื่อหาคำตอบว่าเป็นเพราะอะไร เพราะก่อนหน้าเดือนเมษาทำได้

คงต้องหาวิธีใหม่ ตั้งสัจจะใหม่....



Click to share


ขออภัย เนื่องจากกระทู้นี้เก่าเกินไปแล้ว

จึงขอปิด! งดการตอบกระทู้ต่อไป เนื่องจากจะทำให้ระบบโดยรวมช้าลง

หากเห็นว่ากระทู้นี้มีประโยชน์ ขอให้ท่านเปิดกระทู้ใหม่แทน

จากใจ Webmaster



©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.