Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (155) Vote Down (150) เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน   
29777 : จากคุณ ชิดชนก     [58.9.25.141]     26 Oct 2009 - 22:51     [1000 คำตอบ]

ประสบการณ์ชีวิต
มีกระทู้หนึ่งบอกว่าเซ็งไม่มีอะไร น่าเบื่อ เราก็เซ็งมาเล่าเรืองผีๆกันดีกว่า เมื่อปี 2506 ข้าพเจ้ายังอายุ 7ขวบ อยู่นครสวรรค์ อ.ชุมแสง เมืองชุมแสงเป็นบ้านที่ทำอาหารที่อร่อยที่สุดในประเทศไทย ไม่เชื่อก็แวะไปเที้ยวซิ ความเจริญเท่ากรุงเทพสมัยนั้นเรียกว่าสุดยอดมาก นำท่วม พ่อพาลูกๆ มาอยู่จังหวัดชัยนาท คนสมัยก่อน มีนำใจใครพัดถี่นมาก็ต้อนรับดีหาที่อยู่ให้ อยู่ด้วยกัน ช่วยกันหากิน รักกันอย่างพี่น้อง มีอะไรก็หามากิน จำได้ว่าไม่เคยเห็นพ่อจับสตังค์เลยเข้าป่าหาผัก ปลา มีทุกอย่าง เรียกว่าอุดมสมบูรณ์มากๆ สัตร์ป่าก็เยอะ สัตร์เล็กๆนะคะ พวกแย้ อึ่งอ่าง กบ กระต่าย พ่อทำตาลโตรก อ้อลืมเล่าว่าพ่อเป็นหมอดู ช่างไม้ เป็นครูโขน เป็นหลายอย่าง และเป็นคนตรงไปตรง นักเลงไม่ค่อยจะยอมใคร เรื่องคมแฝกพ่อเก่งมาก ยังสอนลูกเลย ตีแบบไหนให้อยู่หมัด บอกไม่ได้เดี๋ยวจะไปทำกัน ดิฉันเป็นคนช่างสังเกตุว่าตรงนั้นเป็นเมื่องเก่าโบราญ เป็นเมืองหน้าด่านของสมเด็จเจ้าพระยา ที่คลองเมือง ถ้าพม่ามาก็ต้องเจอแน่ จำได้ติดตา ว่ามีกำแพงเมืองอยู่บ้าง ดิฉันโดดเล่นกับเพื่อนๆทีซากกำแพงเมืองนั้น มีพวกเจาะบาดาลมาเจาะบาดานให้ชาวบ้านใช้ พอเจาะลงไปเป็นดินที่สีแดงอิฐ เจาะลงไปได้แค่ 10 กว่าก็เลิกเพราะเจาะไม่ลงหัวหน้า บอกว่าไม่เคยเห็นที่ไหนเจาะยากเท่านี้เลย ดิฉันสงสัยว่าตรงนั้นต้องเป็นเมืองที่จมอยู่ข้างล่างแน่ๆ พรู้งนี้มาเล่าต่อดีกว่า

แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 1000 คำตอบ ( 34 หน้า )
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 |

1. ชิดชนก     [58.9.25.141]     26 Oct 2009 - 22:58

อ้อขอเชินท่านทั้งหลาย มาร่วมกระทู้มีอะไรสนุก ที่เป็นเรืองจริง มาเผยแผ่เล่าสู่กันฟังนะคะ ต้องขอเชิน อย่าให้สิ่งดีๆที่เด็กรู้นหลังไม่รู้หายไป เข้ามาพักอารมณ์กันจะดีกว่า

2. ชิดชนก     [61.90.75.78]     27 Oct 2009 - 16:46

ต่อจากเมื่อวาน มาไม่นาน กำนันตำบลนั้นก็รับพ่อเป็นภารโรงและเป็นสอนเล่นโขน กับเด็กๆอันนี้ช่วงหลังเป็นสาวแล้ว โรงเรียนอยู่บนป่าช้าโบราญแต่ละอาคารอยู่ไกลกันแต่มองเห็นกัน และเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียน 300คน สอนป1ถึงป7 นักเรียนสมัยนั้นใส่หมวกสีขาว แบบหมวกจราจร ดูเท่ดี คนหมู่บ้านนั้นกลัวผีเป็นชีวิตจิตใจเลย หมู่บ้านอยู่ห่างโรงเรียนมาก เวลามีหนังหรืองานประจำปีที่วัดจะมีคนไปเที่ยวก็ไปเป็นกลุ่มเป็นก้อน ไม่แตกแถว สนุกที่สุดคือได้เห็นคนแย่งกันอยู่หน้า เราก็งงพวกเขาเคยเห็นผีกันหรือไง อ้อสมัยนั้นไม่มีไฟฟ่า ก็มืดดีพิกลสนุกดี ชาวบ้านเห็นเรามาอยู่บ้านพักครูทีอยู่ในบริเวนโรงเรียน พวกเขาพากันถามว่าไม่กลัวผีหรือ ฟังแล้วก็งง ผีอะไร พวกเขาเล่าให้ฟ้งมีครูมาอยู่บ้านพักที่พวกเราอยู่ว่าตอนกลางคืนจะมีผีออกมาขึ่จักรยานของครูที่เก็บใว้ในอีกห้องหนึ่ง ครูหลายคนมาอยู่ได้คืนเดียวเช้าก็แจวเนียบไปหมด ชาวบ้านบอกว่าตรงนั้นเป็นป่าช้าเก่าสมัยเป้นเมืองหน้าด่าน ต่อพรุ้งนี เริ่มสนุก พวกเราเจออะไรกันบ้าง

3. ชิดชนก     [58.9.25.114]     28 Oct 2009 - 11:16

มาแล้ว มาต่อกันใหม่ในตอนที่สาม เป็นระครช่อง7เลย 14 ตอนจบ
เวลาก็ผ่านไปนานไม่ทราบว่านานแค่ไหน ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้น เงียบสงบดี ความรู้สึกของเราคิดว่า มันสบายสนุกสนานตามประสาเด็กๆ กับชาวบ้านก็รู้จักกันดี รู้สึกภูมิใจที่ได้ฉายา หลายฉายา ลูกสาวกำนันสวยทุกคน ลูกสาวผู้ใหญ่บ้านสวยสุดๆ ลูกสาวภารโรงดับเบิลสวย(พูดไม่อายปาก)ท่านว่าใว้ ความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด มันก็ไม่เสมอไป พ่อของเรา ไม่ใช่อย่างนั้น ท่านทำได้ทุกเรื่องในเวลาเดียวกันได้ ที่ผู้ใหญ่ไม่มีทางว่า เพราะเครียงานได้ลงตัว มีลูกเมียช่วย แยกงานกันเป็นส่วนๆ เป็นระบบ เอ๊า...พูดเรื่องสวนตัวเกินไปแล้วเรา มีอยู่คืนหนึ่งมีหนังกลางแปลง มาฉายที่วัดยันแจ้งพ่ออยู่กับแม่ ตอนตี 2 ประมาณนั้น พ่อเล่าให้พวกเราและชาวบ้านฟังว่า มีคนมาเรียกให้ลงไป (หมอๆๆๆ)พ่อได้ก็จุดตะเกียงและลงไป เขามากัน 3 คนทีแรกพ่อไม่เอะใจคิดว่าเป็นคน ก็ถามไปว่ามีธระอะไรมากหรือถีงมากันดึกๆเช่นนี้ พวกเขาตอบจะมาดูหมอ มันมืดมากตะเกียงแสงไม่พอ ไม่เห็นพวกเขาได้ถนัดนัก หน้าตาก็ไม่เห็นมาก ก็ไม่คิดอะไร พ่อถามวันเดือนปีทั้งสามคน พ่อบอกเขาว่า เอ้า...พวกคุณชตาขาดหมดแล้วนี่ เขาตอบว่า "ก็ใช่นะซิ พวกเราตายหมดแล้ว เราจะมาถามว่าเราจะไปเกิดเมื่อไร" งานเข้าผีลองหมอ พ่อตั้งสติ "ถ้าอย่างนั้น คุณรอเราก่อน เราจะขึ้นไปบนบ้านก่อน ต่อพรุ้งนี้ดีกว่า

4. ชิดชนก     [58.9.26.235]     29 Oct 2009 - 08:52

มาต่อจากเมื่อวาน พ่อก็ขึ้นบ้าน จูดธุปบอกครูบาอาจารย์ และปู่คือพ่อของพ่อที่คนสอนหมอดู ให้ไปดูหมอให้ผี 3ตน และนั่งสมาธิ์แผ่เมตตาให้พวกเขา และเดินกลับมาดู พวกเขาก็หายไปแล้ว พ่อไม่กลัวผีเพราะพ่อเป็นลูกหมอดูซึ่งเป็นปู่ของเราและเป็นหมอผีด้วย และเป็นซินแสรักษาโรคแผนโบราญเพราะท่านเป็นคนจีน เรื่องคาถาอาคมก็เก่งแต่ปู่ไม่สอนลูกของท่านเลย และชอบเลี้ยงผีด้วย ตอนพ่อเด็กพ่อซนเจ้าอารมย์ เวลานอนหลับพวกผีที่ปู่เอามาเลี้ยง จะมาเล่นกับพ่อ ท่านโมโหมาก ปู่ไม่อยู่พ่อเอาชิ้นส่วนของผี่ที่ปู่เอาเลี้ยง ไปเผาพร้อมด่า(อี***อย่าอยู่เลย***) เรามานั่งคิดว่าพ่อไม่รู้เลยว่านั้นคือบุญมากกว่
พรุ้งนี้จะมีอะไรตื่นเต้น และมีความโบราญหลงเหลือให้เห็นซึ่งเป็นยุคสุดท้ายที่มีโอกาสได้เห็น

5. ชิดชนก     [58.9.31.17]     30 Oct 2009 - 09:30

วันนี้ขี้เดียดจังเลย แต่กล้วเพื่อนๆ จะรอก็มาเสียหน่อย
เรื่องผีเก็บใว้ก่อน ไปดูว่าคนโบราญเขากินอยู่กันอย่างไรบ้าง ตอนเราเล็กๆ จำความได้ว่า การทำบุญของคนสมัยนั้น แม่ของเราพากันไปทำบุญที่วัดเกยไชย วัดใอ้ด่างที่โด่งดังที่สุด เป็นจรเข้ที่ดังมาก และอยู่ตรงเหลียมของแม่นำ ยมกับวัง 2แคว ตามประวัติ องค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชของเราขึ้นเหนือเสด็จไปตีเมืองทางเหนือ ทรงแวะนมัสการองค์พระเจดีที่ตั้งใว้ใกล้ริมนำ ทรงพักอิริยาบท เจดีย์องค์นี้สันนิฐานว่าสร้างเมือสมัยขององค์พระเจ้าเสือของกรุงศรีอยุธยา เดี๋ยวจะเล่าสนุกๆกับไอ้ด่ายเกยไชย การทำบุญสมัยนั้น เขาไปต้มแกงกันที่วัดกันเลย เป็นทีประทับใจของเรามาก ชาวบ้านจะมาเต็มวัดเลยในวันพระ พวกเขายิ้มแย้วแจ่มใส ทำกันไปหัวเราะกันไป พูดจาภาษาชาวบ้าน เรียกเราทีสดุ้งทุกที อีไอ้***กู แต่สำเนียงนำเสียงอ่อนโยน ฟังไม่หยาบคายในความรู้สึก เด็กๆผู้ชายก็วิ่งเล่นกันสนุกสนาน พอเราเดินไปพวกเขาก็วิ่งเข้าเย้าแย่ และเรียกเพือนมา "มาดูอีเด็กเวรนี่ซิหน้าตาบ้องแบ้วดีจัง"พวกเขาก็พากันแกล้ง เราร้องให้พวกเขาก็พากันแกล้งไม่เลิก ยิ่งร้องก็ยิ่งแกล้ง พรุ้นต่อนะ

6. No body...     [125.26.15.18]     30 Oct 2009 - 12:52

เรื่องจะดีฯ แต่ไว้มาดูอาทิตย์ละครั้งดีก่า....


7. ชิดชนก     [58.9.29.105]     30 Oct 2009 - 17:10

วันนี้จะต่อเกล็ดเล็กเกล็ดน้อย เพราะมีคนต่อว่ามา (พรุ้งนี้จะเล่าที่มาที่ไปของ ใอ้ด่างเกยไชย)
พระผู้ใหญ๋ ก็ลงมาคุยกับญาติโยมด้วยกิริยาสำรวม ชาวบ้านก็นังพนมมือ ไม่ยืนเสมอท่าน เพราะคนสมัยนั้นพระจะเป็นของสูง พ่อเป็นคนหุงข้าว เขาหุงด้วยกะทะใบใหญ่ ใช้พายที่พายเรือนั้นแระ ข้าวเม็ดสวยเป็นตัวทานอร่อยมาก แกงที่ขาดไม่ใด้ก็คือแกงบอน เรานี้ชอบทานมากที่สุด เลยเป็นคนปากบอนแบบหวานๆ เพราะแกงบอนมันหวามนำ จะเล่าเรื่องผักกระเชดใครลองอย่างเราบ้างหรือเปล่า ผู้ใหญ่ใช้ให้เราไปเก็บผักกระเชดที่สระหลังบ้าน ก่อนจะเก็บชอบตระโกนเสียงดังๆ "เชดๆๆๆๆๆๆๆ" เท่านั้นใบของมันก็จะค่อยๆหุบทันที มันแปลกมาก ตอนนี้ไม่กล้าเดี๋ยวใครว่ายายชิดชนกบ้าไปแล้ว เมื่อเลี้ยงพระแล้ว เขาจะมาทานอาหารร่วมกัน ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน การเดินทางใช้เรือเป็นหลัก


8. ชิดชนก     [61.90.74.165]     31 Oct 2009 - 10:47

กลับมากันใหม่ ว่าวันนี้จะเล่าเรื่องไอด้างเกยไชยกัน มวนเดียวจบ กาลครั้งหนี่งนานมาแล้ว ขึ้นต้นก็น่าตบเลย เราเป็นคนขี้สงสัย ถามคนใครๆก็มีคำตอบไม่เหมือนกัน ก็เลยถามยายของเรา ยายก็ไม่รู้มากนะเพราะยายเกิดไม่ทัน ตอนเล็กๆจำได้ว่ามีศาลเพียงตาของพ่อด่าง ขอเรียกพ่อด่างดีกว่านะ เรียกใอ้มันอย่างไรก็ไม่รู้เพราะเขามีศาลของเขา อยู่ริมแม่นำแถบแม่นำวัง เขาบอกว่าพ่อด่างเป็นหลานของชาละวัน เรามาคิดว่าเรื่องไกรทองเป็นการบทประพันธ์ของคน แล้วจะเป็นหลานได้อย่างไร พ่อด่างยิ่งใหญ่มากในคุ้งนำนั้น เที่ยวอาระวาดสร้างความเดือดร้อนไปทั่ง ไม่มีใครปราบได้ ไม่มีใครกล้าลงเล่นนำเดีอดร้อนสุดๆ เพราะคนสมัยโบราญมีชีวิตผูกพันกับนำ ข่าวนี้รู้ถึงหูสองผัวเมียคู่หนึ่ง ซึ่งผู้เป็นผัวแก่กล้าคาถาอาคม ซึ่งเห็นการเดีอดร้อนของคนทั่วไปก็ขันอาสาปราบเอง ก็บอกกับผู้เป็นเมีย พรุ้งนี้จะแปรงเป็นจระเข้ จะทำนำมนต์ให้ใว้ ถ้ากลับเมื่อใดให้เอานำมนต์ทำใว้ลาดที่ตัวของผัว รู่งเช้าเขานั่งอยู่ปลายสพานนั่งปริกรรมจนตัวเองกลายเป็นจระเข้โดดลงนำไป
จระเข้หนึ่งตัวครั่ง..เป็นสองก็ได้เน๊อะ ก็สุ้กันถึง7วัน7คืนไม่มีใครแพ้ใครชนะ ก็บาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย ก็คงจะปางตายก็เลิกลากันไป จระเจ้ที่เป็นคนก็กลับมาที่เรียกเมียรักให้เอานำมนต์ที่ตนทำใว้มาลาด เมียแกก็ออกมาพร้อมกับขันนำมนต์ คิดว่าผัวเธอคงจะหมดแรงก็พยายามที่จะขึ้นมาให้เมียลาด พยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ก็ทะลึงขึ้นอย่างแรง มันเกิดอะไรขึ้นพรุ้งนี้ต่อ..........ล้อเล่น เริ่มเดาออกกันแล้วใช่มั้ยรู้นะ คุณเมียเห็นจระเข้ทะลึ่งขึ้นมาอย่างแรงก็ตกใจ ขันนำมนต์หลุดมือไม่ได้ทำตามที่ผัวบอก ต่างคนต่างเสียใจ ผัวที่เจ็บมากก็ตรอมใจตายตรงนั้น
ที่นี้ก็กลับมาที่พ่อด่าง เขาว่ายนำมาที่หน้าวัดเกยไชย เอาหัวเกยที่ท่านำหน้าองค์พระเจดีย์ ความใหญ่ของเขาหัวอยู่ฝั่งนี้ แต่หางอยู่ฝี่งตรงข้าม ใอ้เราก็ขึ้สงสัยก็เลยคิดว่า แม่นำสมัยนั้นคงจะไม่กร้างเท่าไรนัก เขาเรียกกันว่าหัวก่ายท้ายเกย มันมาจากเรื่องนีกระมัง ตายครับตาย พ่อด่าวก็ตายตรงนั้น เขาคงจะรู้มากคือต้องมาตายใกล้สิ่งคักดิสิทธิ์ ชาวบ้านจึงเรียกวัดนั้นว่า"วัดเกยไชย"
อันนี้ตามที่เขาเล่าลือกันมา ถ้าใครรู้จริง่กับที่มาของเขา ขอเชินมาบอกเล่าเก้าสิบกันบ้างนะคะ

9. พุทโธ     [222.123.56.196]     31 Oct 2009 - 11:59

แม้จะพิมพ์ผิดไปบ้าง แต่มีความพยายามที่จะเล่า

คำๆนึงพิมพ์ผิดไปความหมายก็เพี้ยนตาม

ไงจะติดตามตอนต่อไปนะ

10. ชิดชนก     [58.9.35.147]     31 Oct 2009 - 18:27

ต้องขอบ คุณท่านพุทโธนะคะ ที่ติงมาดิฉันขอน้อมรับใว้ค่ะ จะพยายามมากกว่านี้ อักษรบางต้วก็กดไม่ขึ้น แต่ก็เป็นความผิดของตัวเองอยู่ดี พรุ้งนี้จะทำให้ดีที่สุดเลยค่ะ

11. ส.น.     [58.8.152.31]     31 Oct 2009 - 18:45

อ่านเพลินเลยครับ..เป็นเรื่องเก่าๆที่น่าอ่าน..ได้ความรู้หลายอย่าง

12. ชิดชนก     [58.11.3.228]     01 Nov 2009 - 14:00

พรุ่งนี้วันลอยกระทงจะคุยเรื่องนี้กับนำท่วมให้ทราบกัน เรื่องนำท่วมก่อนแล้วกันว่าเขาแก้ปัญหากันอย่างไร เขาจะดูจากสัตร์ทุกชนิดที่อยู่ใกล้กับคน คุณท่านทั้งหลายก็คงทราบกับบ้างแล้วว่าเป็นสัตร์ประเภทใด ผู้ใหญ่จะเตรียม ของในครัวก่อนเพื่อน เขาจะเตรียมพริกแห้ง ปลาตากแห้ง กระเทียม หอม ตากแดดอยู่อย่างนี้เพื่อกันเชื้อรา ถ่านหุ้งข้าว นำตาลทำขึ้นมาเองจากต้นตาล ถ้าไปเที้ยวแถวนั้น ก็จะเห็นว่ามีชาวนำออกมาขาย และนำตาลเมา (ไอ้เป้) ชาวบ้านเขาเรียกกันแบบนี้ ถ้าจะให้เรียกอย่างสุภาพ (วิสกี้เป้ ก็ได้เท่ห์ดี) เรานี้ชอบมาก ขโมยพ่อทานประจำเมาแล้วพูดมาก พ่อจับได้ทุกที ทุกบ้านจะมีวัวควาย เพราะสมัยนั้นไม่มีความเหล็กอย่างทุกวันนี้เขก็จะทำร้านให้สูงขึ้น ก็สบายคุณควายไปเลยหลายวัน ฟางข้าง ก็มีให้กิน ไม่ต้องทำงาน เขาเตรียมพร้อมทุกเรื่องที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน นำท้วมนาล่มเป็นว่าปีนั้นไม่ใด้ข้าวเท่าไรเลย แต่เขาก็ไม่เดือดร้อน ไม่ต้องพึ่งหน่วยราชการมาช่วย มีปลากระป้องเน่าของหมดอายุมาแจก และเลือกแจกด้วยนะ คนจนไม่ใด้รับดอก ใด้ก็พวกลูกท่านหลายเธอทั้งนั้น ไม่อยากจะแฉจริงๆ
มาเล่าเรื่องลอยกระทงกันดีกว่า พอถึงวันลอยกระทง เขาจะทำแข่งกันว่าของใครจะยอดเยี้ยมกว่ากัน เขาตัดต้นกล้วยมาทั้งต้น ทำเข้าประกบกันประมาณ 3-5ต้นทำเป็นแพและเอาไม้ไฝ่มาปักทำเป็นบ้านแล้วใช้กระดาษสีหลายสีตบแต่งอย่างงดงาม ก็ใหญ่พอที่จะเอาเด็กเล็กได้เลย พวกพี่ๆก็ชอบที่จะขืนใจเด็กเล็กพากันจะจับเราลอยแพ "จับมันลอยแพไปเลยเอาใว้ก็เปลืองข้าวสารทำอะไรก็ไม่ได้กินเล่นนอนอย่างเดียว"พอเสร็จแล้วคำคืนนั้นสวยงามมากกลางสายนำ เต็มไม่ด้วยกระทง และบ้านจำลอง สมัยนี้ไม่เคยเห้น พรู่งนี้จะกลับชัยนาทมีอะไรที่น่าสนใจ สวัสดีคะ

13. ชิดชนก     [58.9.32.205]     01 Nov 2009 - 15:21

ต้องขอโทษผู้อ่าน รู้สึกพิมพ์ผิดมาก และก็ตกหล่นด้วยอ่านแล้วสดุดอารมณ์อย่างงั้ยก็ไม่รู้ รู้สึกเซ็งตัวเองมากความคิดมันใวกว่ามือ สงสัยต้องเขียนลงกระดาษก่อนจะดีกว่า /ขอบคุณทุกกำลังใจ

14. ชิดชนก     [58.9.32.205]     01 Nov 2009 - 20:22

ต้องเข้ามาแก้ข้อมูลใหม่เรื่องพ่อด่างเกยใชย ไม่ใช่แม่นำวัง แต่เป็นแม่นำ(น่านกัยยม) ดิฉันลืมจากมานานแล้ว ตอนนี้วัดเกยใชยเจริญมาก ถ้าท่านผ่านไปขอเชินแวะไปดูก็คงจะรู้อะไรมาก ไปใหว้องค์พระเจดีย์ก็ได้ค่ะ

15. พุทโธ     [222.123.61.94]     02 Nov 2009 - 08:29

ไม่เป็นไรขอรับไม่ต้องรีบพิมพ์ค่อยๆไป

ผมเองก็พิมพ์ผิดบ่อยๆ

ยังติดตามอยู่นะขอรับ

16. ชิดชนก     [58.9.31.90]     02 Nov 2009 - 11:27

กลับมาชัยนาทกันใหม่ วันนี้จะมาเล่าเรื่องสาวคานทอง
หมู่บ้านนี้มีอะไรที่แปลกอยู่อย่างหนึ่ง คือจะมีสาวแก่ครึ่งหมู่บ้าน เราก็ไม่รู้ว่าทำไมพวกเธอถึงไม่แต่งงาน หรือผู้ชายมันน้อยกว่าผู้หญิง การเป็นอยู่ของพวกเธอเป็นอย่างไรกันบ้าง ตามเรามาจะพาไปดูคุณเธอทั้งหลาย หมู่บ้านนี้ดูเหมือนจะเป็นผู้ดีเก่า ผู้หญิงจะอยู่ในกรอบของสตรีไทยแท้ ผู้ชายก็ดูเหมือนไม่ก้าวก่ายผู้หญิง พวกเขาจะอยู่ในโอวาทของพ่อและแม่ จะแต่งงานก็ต่อเมื่อพบผู้ชายที่คู่ควรกับตน สังเกดได้เธอจะไม่พูดถึงผู้ชาย และรับฟังไม่ได้กับเรื่องในมุ้ง หรือเกียวกับเพศ ถ้าเธอมาพูดคุยกับใครแล้วคนอื่นพูดเรื่องความรัก เธอจะมีอาการเศร้าๆอย่างเห็นได้ชัด
มีป้าท่านหนี่งท่านมีลูกสาวหลายคน สวยทุกคน ถ้าลูกสาวคนไหนมีความรักและคิดจะแต่งงาน ป้าแกก็จะพามาหาพ่อให้ดูดวงของเขาสองคนว่าสมพงค์กันมั้ย ถ้าพ่อดูแล้วไม่สมพงค์กัน ป้าแกก็ไม่ให้แต่งงานกับคนนี้ ลูกสาวก็เชื่อฟังทุกอย่าง
มาไม่นานป้าแกก็พาลูกสาวคนโตพร้อมกับฝรังลูกครึ่งญี่ปุ่นรูปงาม เราเป็นเด็กไม่เคยเห็นคนหล่อขนาดนั้น ช่วงนั้นมีฝรั่งมาก มาอยู่ที่กองบิน 4 ตาคลี นครสวรรค์ เมื่องตาคลีสวยงามมากเจริญ สถานเริงรมย์เพียบ ฝรั่งนิโกรพากันควงสาวไทยเดินกันเต็มบ้านเต็มเมือง เเม่พูดว่าทำไมลูกเขาถึงดีเหลือเกิน ลูกเรามันแย่ ว่านอนสอนยาก มานั่งนึกทำงานช่วยทุกอย่างว่าไม่ดีอีก พรุ่งนี้จะมาเล่าเรื่องป้าช้าใหม่ ติดตามนะมันมาก/สวัสดีค่ะ

17. ชิดชนก     [58.9.31.49]     03 Nov 2009 - 09:59

มาต่อกันจากเมื่อวาน เที้ยวลอยกระทงมา ที่ตลอดนำบางนำผึ้ง อากาศเปลียนไม่สบายทุกที่ สมองเลยนิ่งๆ
เรามีบ้านหลังใหม่ ที่ใหญ่กว่าเก่า ก็ปลูกอยู่ภายโรงเรียน อยู่ใกลักับบ้านพักครูหลังที่มีปัญหา เพราะจะมีครูเข้ามาพัก ป่าช้าของหมู่บ้านนี้ก็อยู่หลังโรงเรียนที่เราพักอยู่ ห่างจากบ้านประมาน 80 เมตรเห็นจะได้ ไม่ใด้อยู่ในวัดเหมือนที่อื่นและอยู่ห่างวัดเป็นกิโลฯ แถวนั้นไม่มีบ้านคนเลยเป็นที่โล่ง เลยต้องเห็นอะไรมิต่ออะไรหมด ป่าช้านี้เขาก็แบ่งเป็นสัดสวนเหมือนกัน แต่มีอยู่ที่หนึ่งอยู่ท้ายป่าช้า เอาใว้ฝังเด็กโดยเฉพราะ ถ้าผู้ใหญ่ตาย คนตะก่อนเขาไม่ชอบเผาเลยเหมือนสมัยนี้ นอกจากคนจนที่ต้องเผาเลย คนที่มีอันจะกินเขานิยมเก็บ 3 เดือน แล้วอย่างนี้จะเรียกคนขายผีได้มั้นนี่ แต่ถ้าคนจนผีขายคน ไม่มีสตางค์สร้างความเดือดร้อนคนอยู่ ชาวบ้านก็ต้องช่วยกันไปตามมีตามเกิด มีอยู่หลายครั้งที่เห็นคนนำห่อผ้าขาวเข้ามาป่าช้า นั้นก็คือศพเด็กนำมาฝัง มักง่ายสุดๆขุดหลุมลงไปไม่มากเลยก็ฝังแล้ว เช้าต้องเห็นหมามาขุยทุกที พ่อก็เอาไม้ปาหมาพวกนั้นกระเจิงไป พร้อมชุดใหญ่หนึ่งกระบุง ด่าแหลกตามสไตร์ของแก มีครังหนี่งมีผู้ชาย 3 คนหามอะไรกันมา หามเด็กใหญ่ นึกภาพออกมั้ยถ้าไม่ออก ดูหนังนางนาค ที่ ทราย เจริญปุระ แสดง นั้นใช่เลยแต่อุบาศกว่านั้น เด็กนั้นโตมากจะเข้าใวหนุ่มแล้วทำไมไม่เผาไปเสีย พวกเขาก็ขุดหลุมกันอยู่พักใหญู่ก็เลิก ไอ้เราคิดว่าขุดใวไปหน่อยคงจะไม่ลึกแน่ เขาก็เด็กลงหลุมอันนี้ทุเรศที่สุด อีกคนจับมือ อีกจับขา ดูมันทำมันทำยังกะฝังหมา สังเกตุว่าเด็กพึ่งตาย เพราะตัวยังอ่อนอยู่ดูเขาจับลงก็รู้ ได้ข่าวเด็กคนนั้นกินข้าวที่เขาเบือหมามากิน เพราะไม่รู้ว่าข้าวใส่ยาพิษ เอาอีกแล้วเช้าหมา คราวนี้มันมากันเป็นฝูง เดือดร้อนท่านคุณพ่อของเราอีกแล้ว พรุงนี้จะด้วย ต้มผีให้เหลือกระดูก/สวัสดีค่ะ

18. No body...     [125.26.10.204]     03 Nov 2009 - 10:09

มาติดตามจ้า...
สนุกจ้า...ว่าแต่หมู่บ้านสาวแก่เค้าอยู่ ตำบลฯอะไรอ่ะ???

19. ชิดชนก     [58.9.31.49]     03 Nov 2009 - 11:24

อยากบอกใจจะขาด แต่บอกไม่ได้จริงๆค่ะ มันจะเสื่อมเสียชื่อเสียงของเขา และตำบลของเขาด้วย กระทู้นี้อาจไปทั่วโลกคนรู้จักบ้านนี้จะติติงเราได้ ต้องขอโทษมา ณ.ที่นี้ด้วยค่ะ

20. No body...     [125.26.15.4]     05 Nov 2009 - 11:03

อะงี้ คือ เราก็คนชัยนาท แต่ยังไม่เคยรู้เลยอยากทราบไว้เป็นวิทยาทานจ๊ะ
เราอยู่ใกล้วัดเขาฯ
พอจะบอกให้ทราบที่เมล์เราได้มะ hewtechsa@yahoo.co.th

21. ฃิดฃนก     [58.9.27.240]     05 Nov 2009 - 14:12

พวกเขาไม่ใช่รู้นเราเขารู้นแม่รู้นพี่ มันเป็นปมด้อยด้วย ทำไมจึงอยากรู้ เราไม่ใว้ใจใคร เรื่องที่เล่าเป็นการเล่าสู่กันฟังเท่านั้นเราโตที่นั้นเรียนที่นั้นก็ต้องรู้คุณเขา พวกเขามีพระคุณกับเราและครวบครัวมากต้องถ้าเราบอก เด็กรู้นหลังจะด่าเราได้ มันบาปคะ ต้อนนี้คอมฯมีปัญหาเดี๋ยวจะเข้ามาเล่าต่อ ตอนที่พิมพ์อยู่ที่ร้านคอมฯค่ะ

22. ชิดชนก     [58.9.32.107]     06 Nov 2009 - 12:22

วันนี้สมาธิไม่ค่อยจะดีแต่ก็ห่วงผู้อ่านเห็นเข้ามาอ่านหลายคนอยู่ก็เอาเสียหน่อย

เข้าเก็บศพกัน100วัน ไม่เหมือนสมัยนี้ฉีดยาก็ใช้ได้ คนก่อนเก่าเขาต้องเก็บเข้าที่มิดชิด ซึ่งต้องทำขึ้นมาเองโดยใช้ปูนอิฐก่อขี้นมา มีผู้หญ่งมีอายุรวยที่ดินมีหลายร้อยไร่ ถูกฆ่าตาย ศพแหลกเละ จำเป็นต้องรีบเก็บโดยด่วนที่สุด ญาติๆ บางเอินที่เก็บศพเต็มหมด เขาเลยมาจ้างให้พ่อไปทำให้เสร็จภายในคืนเดียวเพราะจะต้องเก็บวันรู่งขึ้น ศพสมัยนั้นเขาใช้นำแข็งแช่ทั้งกั๊กและหลายกั๊ก นำแข็งละลายเขาก็เอากระป้องมาลองใต้โลงศพ คืนนั้นต้องใช้คนถึง 4คนด้วยกัน ก็มี ตัวเรา พ่อ สัปเหร่อ ลูกสาวของสัปเหร่อ คนที่ผสมปูนก็คือตัวเรากับลูกสาวสัปเหร่อ ที่ไปกันนี่อยู่ในป่าช้านะ กองทรายปูนก็กองอยู่ตรงที่ฝังเด็กนั้น ตัวเราก็ไม่คิดอะไรมาก ชอบท้าทายอยู่แล้ว ไม่มีใครกล้ว ใช้ตะเกียงเจ้าพายุ ที่ดับยากสว่างด้วยพอๆกับนีออน หัวคำก็ยังสนุกกันอยู่ ที่เก็บศพจะกร้างประมานเมตรกว่านิดหน่อย ยาวประมาณ 2 เมตรประมาณนั้นเวลาผ่านไปครึ่งคืน แม่ก็ทำขนมอกหัก(กล้ายบวชชี)ไปให้ก็กินกันบนที่เก็บของคนอื่นที่อยู่ใก้ลกัน พ่อก็ตลกเรียกผู้ตายในที่เก็บศพมากินด้วยกัน กินเสร็จก็นั่งพักผ่อน พอเข้าตี1-2 อากาศเริ่มเย็น วังเวง เงียบผิดปกติ อยู่ดีๆก็มีลมกระโชกอย่างเเรง ตะเกียงก็ดับทันที ทั้งๆที่ไม่น่าจะตับ เพราะตะเกียงเจ้าพายุมันไม่ดับง่ายๆทุกคนตกใจมันเกิดอะไรขึ้น ก็หาไม้ขีดมาจุดกันใหม่ มันก็ไม่ยอมติด พ่อก็เดินหายไป และกลับมาพร้อมธูป และจุดบอกเจ้าป่าช้าขอให้ทำสำเร็จ แล้วตะเกียงก็ติดเหมือนเดิม ตอนนี้เรากับเพื่อนก็ง่วงนอนเต็มทนพ่อบอกว่า ใกล้จะเสร็จอยากนอนก็นอนไป เขาก็ทำกัน 2คน รู้มั้ยว่านอนตรงไหน ก็นอนพิงกองทรายที่กองบนที่ฝังเด็กและตรงบนที่เด็กใหญ่ที่เอาฝังนั้นพอดี ใอ้เราก็ตบเบาๆกับพืนดิน "ไอ้เพื่อนแก้วทนหนักหน่อยนะโวย้" พรุ้งนี้มาเล่า ยังมีอะไรที่สนุกอีกเยอะ/สวัสดีค่ะ

23. ชิดชนก     [58.9.27.88]     07 Nov 2009 - 09:28

ว่าจะเล่าคนต้มผีเอาใว้วันอื่นก่อนเน๊อะ
จะเล่าเรื่องควาย ป่าช้าอยู่ไกลวัดมากเวลาจะเผาศพที่ก็ต้องแบกกัน 4 คน เป็นกิโลๆหรือกว่านั้น สมัยก่อนไม่ใช้รถเข็นเหมือนสมัยนี้ จะต้องแบกกันไป ที่นี้ต้องให้พระเดินนำหน้า ก็คือพระจะต้องจุงศพออกหน้า ที่นี้ก็มันเป็นทุ่งกร้างมีหญ้าเขียวขจี เป็นที่น่ากินของคนเอ๊ย.....ไม่ใช่ควายหรือกระบือนั้นแหละ ที่นี้ขบวนศพจะผ่านมาก็ต้องผ่านคุณควายที่มีหลายตัว มันมีอะไรเกิดขี้นน่ากลัวมากสยอดสยองเหลือเกินบรรยาย พวกควายพากันยืนจ้งก้า หูตั้งคอเชิด ยิ่งตัวผู้ด้วยแล้วน่ากลัวกว่าเพื่อน ตัวเราเองก็ยืนสังเกตุการณ์อยู่ตรงนั้นพอดี มันสลัดหัวไปสลัดหัวมาจะเอาเรื่องให้ได้ มันทำจมูกเดี๋ยวหุบเดี่ยวบาน ฟังเป็นเสียง ฟุด ฟิด โฟ ไฟ ๆๆ อยู่อย่างนั้น ขบวนศพก็หยุดถึงเดินต่อไปแย่แน่ๆ ญาติผู้ตายรีบวิ่งมาบอกเจ้าของควาย มาจับล่ามกับต้นไม้ไว้ก่อน เฮ้อ...ใจหายใจควำ คือว่าควายไม่ชอบสีเหลืองของพระนั้นเอง คอยเห็นควายจะชอบขริยต้นกล้วยใหม ต้นกล้วยที่มีใบแห้งสีเหลืองอ่อนๆ เราจะเห็นเป็นประจำ มันมีตำนานมาจากสมัยพระเจ้า วันหน้าจะมาเล่าให้ฟังนะ.............งงใหมน่ากลัวตรงไหน

24. somsak_05@thaimail.com     [125.24.36.125]     08 Nov 2009 - 02:42

อ่านสนุกดี สงสัยจะข้ามปีแน่เลย อย่าน่ากลัวมากนะเพราะผมอยู่คนเดียว อ่านเรื่องนี้ทีไรก็ปาเข้าไป ตี 2 ตี 3 บางทีก็ใกล้สว่าง อ่านทุกวันแหละ

25. ชิดชนก     [58.9.31.101]     08 Nov 2009 - 09:04

สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน วันนี้ว่าจะเล่าเรื่องคนต้มผีก็เลยคิดว่าเก็บใว้ก่อนจะดีกว่า เรื่อง...เสียงเดินของใครกันแน่ผีหรือคน (ใครหนอแซวมา ตี1 ตี2ไม่ยอมนอน) มีหน่วยราชการนำอาสาสมัคร มาสอนเรียน เย็บผ้า เสริมสวย และอีกหลายอย่างจำไม่ได้ ตัวเราเองก็เรียน ก็เรียนเย็บผ้า ตอนกลางคืน พ่อให้ไปนอนเฝ้ากับน้องชาย สนุกแล้วเราชอบมากเพราะโรงเรียนนี้เก่าเป็นร้อยปี คิดว่าคงไม่ถึงนะเน๊อะคุณว่ามั้ยโม้มากกว่า ชาวบ้านเขาบอกว่าอาคารนี้ผีดุ และมีอยู่ห้องหนึ่งที่เฮี้ยนมากโดนหลายคนแล้วรวมทั้งพี่ชายของเรา และครูใหญ่จอมผู้ดี ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ย้ายมาจากกรุงเทพฯพร้อมภรรยา บุตร เวลาที่เราปิดโรงเรียนในตอนเย็น เราชอบมานั่งห้องนั้นประจำ มันติดหรืองัยก็ไม่ทราบ ตอนขึ้น ป. 1 ก็เรียนห้องนั้นก่อนเลย และอีกอย่างมันอยู่ริมสุดเย็นสบาย เขาจะเห็นเป็นผู้หญิงผมยาว พี่ชายบอกว่าสวยมาก เปิดหน้าต่างยิ้มให้เขา เขาคิดว่าเป็นสาวรำวงมาพักห้องนั้นเพราะเป็นช่วงปีใหม่พอดี ทางโรงเรียนจะมีงานปีใหม่ทุกปี พี่ชายเป็นทหารเกณลากลับบ้านมาเที่ยวงานปีใหม่ มารู้ทีหลังพวกสาวรำวงไม่ได้อยู่ห้องนั้น เข้าเรื่องเลยดีกว่า อัศนี วสันต์ร้อง"บังอรชอบนอน"สนุกพิมพ์ผิดพิมพ์ถูกอยู่นี่แหละ ขนลุกก็ขนลุกคิดถึงตอนที่เราไปนอนเฝ้า ไม่ไหวแล้วพรุ้งนี้ดีกว่า/สวัสดีค่ะ

26. ชิดชนก     [58.9.31.101]     08 Nov 2009 - 16:31

กลับมาเล่าต่อดีกว่า เดี๋ยวบางท่านจะอารมณ์ค้างเสียก่อน

ทุกวันนี้ก็ยังกังขาอยู่ไม่รู้พ่อใช้กลอุบายอะไรหรือเปล่า น้องชายกลัวผีไม่อยากไป พ่อให้ดาบยาวยังกับซามูไร พร้อมไม้คมแฝด พ่อบอกว่าเสกคาถากำกับให้แล้ว และคาถาสั้นๆกันผี ตัวเราไม่ยอมแค่นี้ไม่พอต้องผ้ายันต์ด้วย พ่อขำใหญ่ "พวกเองคอยเห็นผีหรือไงว้ะ"
คืนแรกตื่นเต้นดี ไม่เคยไปนอนนอกบ้าน แถมไปนอนที่มีปัญหาด้วย ไฟฟ้าก็ไม่มี ใช้ตะเกียงเล็กๆอันเดียว ไฟฉายอีก1กระบอก จุดตะเกียงตั้งใว้กลางห้อง ไม่ดับในห้องก็มีโต๊ะหมู่พระ มีภาพนายกบานใหญ่เท่าตัวจริงเลย เราไม่ชอบสักเท่าไรนัก เวลาเราเดินไปทางไหนเขาก็มองตามน่าเกรง แถมกลางคืนก็ไม่ยอมนอนยืนอยู่อย่างนั้นแหละ ใอ้เราก็กลัวยิ่งมืดๆด้วย เราจะไม่มองภาพนั้นเลย ผีไม่กลัวแต่กลัวนายกฯ ก่อนนอนนั่งคุยกับน้องใจก็หวั่นๆ ก็เลยเอาไม้ขีดไฟออกมา ถามน้องทำไมพยานาคในกล่องไม้ขีดจึงตัวไม่ตรง น้องด่า "พยานาคไม่ใช่ขอนไม้ถามโง่ๆ"ใอ้เราก็บอก"ก็กล่องแค่นี้มันจะตัวตรงได้อย่างไร มันก็เลยหดตัวซิ" น้องชายยกขาจะถึบ ความแก่นของเราชวนน้อง เอากุนแจไปเปิดห้องที่มีปัญหา ถือดาบไปด้วย ถิอไฟฉายไปดูกัน คิดว่าถ้าผีหลอกจะฟ้นไม่เลี้ยง อยากสร้างปัญหาดีนัก แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในคืนนั้น เดี๋ยวมาดูอีก 2คืนหลังจะเจออะไร พรุ้งนี้มาเจอกันใหม่นะ /สวัสดีค่ะ
















27. ชิดชนก     [58.9.34.105]     09 Nov 2009 - 11:24

สวัสดีค่ะ วันนี้จะเล่าคืนที่สองว่ามีอะไรแปลกใหม่เข้ามาให้รู้กันบ้าง ไม่กี่วันก็จะไปทำอะไรมิต่ออะไร ก็คงไม่ได้เข้ามาเยี้ยมชมกระทู้เท่าไร ก็จะสรูปกันในวันสองวันนี้ เราคงคิดถึงพี่น้องที่ร่วมกระทู้มาก วนเวียนกันอยู่ในนี้อยู่เป็นเดือนแล้วก็ได้ความรู้มากต่อมาก ได้เพื่อนที่ดีๆ ถ้าคิดถึงก็เมล์มานะ ตอนเย็นก็จะเปิดดู
เริ่มเลยดีกว่า วันรุ่งขึ้นก็รู้สึกว่ามันไม่สบายใจสักเท่าไรนัก ไม่อยากจะไปเฝ้าอีก เพราะคิดถึงที่นอนของตัวเอง มันผิดที่ผิดทางนอนไม่สบายรู้สึกกังวลทั้งวัน นั่งเรียนก็หลับ ก็แสดงว่าเราไม่หลับเต็มที่เลย น้องชายบ่นอุบอิบ ยุงเยอะเป็นบ้า เมื่อไรจะไปกันเสียที่(หน่วยอาสา)เราก็มากันแบบเซ็งๆ เดียวตอนเย็นจะกลับเล่าค่ะมีธุระไปข้างนอก

28. ชิดชนก     [58.9.35.11]     09 Nov 2009 - 22:25

คืนนี้คิดถึงบ้านเหงามากเหมือนอยู่คนเดียว พวกเราเอาการบ้านมาทำด้วยแก้เซ็ง
ฆ่าเวลา วันนี้พระจันทร์เต็มดวง ข้างนอกไม่มืดก็เลยสบายใจ เรากล้วความมืดมากกว่าอะไร ไม่มีแสงไฟฟ้ามันมืดสนิท มองไปไกลๆมันน่ากลัว ชวนน้องไปยกจักรเย็บผ้ามาล้อมที่นอนของเรา ก็รู้สึกว่าอบอุ่นขึ้นมาก ก่อนจะนอนก็สวดมนต์เสียก่อน เวลาผ่านไปเรื่อยๆ มันไม่หลับเอาเลย ทรมารมากๆ แทบจะบนให้แจ้งใวๆ ยิ่งดึกดูเหมือนจะยิ่งเงียบ วังเวงอย่างบอกไม่ถูก เงียบเหมือนจะได้ยินเสียงหายใจของเรากับน้องได้ชัดเจน ความคิดตอนนั้นอยากกลับมันดึกมากความคิดเหมือนไม่ใช่เวลาของคน...ก็กลัว แตกต่างกับในป่าช้ามันไม่น่ากลัวอย่างนี้ อาจจะเป็นเพราะว่ามีผู้ใหญ่อยู่ด้วย เสียง...อะไรขึ้นบันได คล้ายๆเหมือนคนใส่รองเท้าแตะ พ่อมาหรือ ดึกอย่างนี้ท่านจะมาทำไม แต่ก็ฟ้งเฉยๆยังไม่ปลุกน้อง แล้วเสียงมันมาหยุดที่หน้าห้องพอดี ขโมยแน่ๆ เราปลุกน้องให้ตื่น "มีอะไรว้ะนี่ปลุกมาทำไม"เสียงน้องถามอย่างงงๆ "ขโมย มีขโมยนะซื"น้องชายคว้าคมแฝก เรากำดาบแน่นเป็นอะไรเป็นกันเลยชวนกันไปที่ประตูห้อง ตัวเราไม่ลืมผ้ายันต์เอามาผูกกับด้ามดาบ ค่อยๆเดินไปแต่ก็เงียบไม่มีอะไร ตัดสินใจเปิดประตูออกไป ไม่มีอะไรเลยขนลุกซู้ขึ้นมา ก็ปิดเหมือนเดิมกลับไปนั่งมองหน้ากันเฉยๆ "เมื่อไรจะแจ้งสักที่" น้องเริ่มบ่น ก็เลยกลับไปที่นอนเลยไม่หลับด้วยกันทั้งคู่ เอาอีกแล้วมันมาอีกแล้วคาวนี้มันมากันหลายคน และมีเสียงคุยกันเบาฟังไม่รู้เรื่องเลยไม่รู้ว่าเสียงหญิงหรือชายกันแน่ ฟังไม่รู้เรื่องขนลุก น้องชายโมโหกลัวจนกล้าที่ประเชินกับมัน เขาลุกอย่างเร็ว พูดมาดังๆด้วยความโกรธ "ใครกันว๊ะบอกมานะไม่งั้นตีตายแน่ "เราสองคนก็เดินไปอีกรอบเปิดประตูอย่างแรง ไม่มีอะไรอีก น้องเป็นคนใจร้อน บอกให้เราไปเอาตะเกียงมานั่งมันหน้าห้องนี่เลย

29. ชิดชนก     [58.9.35.136]     10 Nov 2009 - 10:11

มาเล่ากันใหม่ น้องชายนั่งหลับตาเพราะความง่วงนอน "เดียวพรู้งนี้ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว"น้องชายพูด เรางง จะขอทรายหลวงพ่อที่วัด ที่วัดนั้นซึ่งมีพระเจ้าอาวาสที่ดังมากในยุคนั้น มีวาจาศักส์สิทธิ์ ชาวบ้านไม่กล้าทำผิดอย่างไรเลย ถ้าใครนำไปฟ้องเกิดท่านพูดในด้านลบคนๆนั้นจะเป็นตามปากในอนาคต
คืนที่3วันนี้สบายใจมากเพราะพี่สาวกับพี่เขยไปนอนเฝ้าด้วย พ่อฟังเราเล่า ท่านยืนนี่งๆเราไม่รู้พ่อคิดอะไร แต่มีอะไรใหม่ให้เราทำแน่ ท่านพึมพำเบาๆ "มันเฮี้ยนขนาดนี้เลยหรือนี่ ถึงว่าชาวบ้านจึงไม่เดินผ่านเลย" เราสังเกตุว่าพ่อไปดูแลโรงเรียนด้วยตัวเอง และถืออะไรไปด้วย เหมือนผ้าหลายสี ขันนำมนต์ ท่านแต่งตัวแปลกกว่าทุกวัน วันนี้ท่านใส๋เสื้อผ้าเรียบร้อยกว่าทุกวัน วันนั้นท่านหายไปครึ่งวัน กลับมา"วันนี้ไม่มีอะไรแล้ว"มารู้ท่านไปทำวิธีสะกดวิญณาณใว้ก่อน จนกว่าพวกอาสาจะไป เดียวเย็นจะมาเล่าใหม่ค่ะสวัสดีคะ

30. พุทโธ     [222.123.15.117]     10 Nov 2009 - 13:10

ยาวไป--ยาวไป

แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 1000 คำตอบ ( 34 หน้า )
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 |

Click to share


ขออภัย เนื่องจากกระทู้นี้เก่าเกินไปแล้ว

จึงขอปิด! งดการตอบกระทู้ต่อไป เนื่องจากจะทำให้ระบบโดยรวมช้าลง

หากเห็นว่ากระทู้นี้มีประโยชน์ ขอให้ท่านเปิดกระทู้ใหม่แทน

จากใจ Webmaster



©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.