Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (82) Vote Down (71)
เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน 
29897 : จากคุณ สมพล     [112.142.132.244]     03 Nov 2009 - 23:15     [416 คำตอบ]

หลวงพ่อสด วัดปากน้ำฯ เป็นพระอรหันต์
จะบอกว่า หลวงพ่อสด วัดปากน้ำฯ เป็นพระอรหันต์


ใครไม่รู้จริงอย่าลบหลู่ เท่านี้หละครับ

สวัสดีครับ

แสดงคำตอบจำนวน 50 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 416 คำตอบ ( 9 หน้า )
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |

367. 0     [110.49.205.66]     25 Feb 2011 - 19:59

ตอนเด็กคิดว่านิพพานคือสูญ ก็คิดไปว่าถ้าสูญเราจะแสวงหาทำไมให้เมื่อยตุ้ม แต่คิดว่าคงไม่เป็นศูนย์หรอก นั่นคือความคิดตอนห้าขวบ
ตอนนี้รู้แล้ว หลวงตามหาบัวท่านก็พูดแล้วว่าเป็นอย่างไร
ที่จริงแล้ว ผมเคยคิดว่าคนทุกคนสามารถปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าได้ ธรรมะมาจากไหน?????? ลองคิดดูนะ เพียงแต่ว่าเราจะสร้างบารมีอย่างท่านไหม ส่วนผมมิบังอาจ กำลังใจไม่ถึงพระองค์ท่าน ที่จริงเราไม่ต้องอ่านหนังสือก็ได้ เรานั่งสมาธิอย่างเดียว เดี่ยวธรรมะก็เกิดขึ้นเอง คุณลองคิดดูนะตั้งแต่ฤาษี ชีไพร .......ในสมัยที่ไม่มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นเขายังเอาตัวเองรอดด้วยธรรมะที่เกิดจากสมาธิ
เพราะฉะนั้นพวกหนอนหนังสือทั้งหลายจงพึงสังวลไว้ว่า อย่าเชื่อจนกว่าจะปฏิบัติ ถามตัวเองว่านั่งสมาธิถึงขั้นไหน ถามตัวเองเสียก่อน ก่อนที่จะไปสอนคนอื่น อย่าคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น อย่าคิดว่าตัวเองคิดถูก ส่องกระจกดูตัวเองว่าเป็นอย่างไร ไม่ต่างอะไรกับคนเดินดินทั่วๆไปหรอก ตราบใดเรายังไม่บวชแล้วปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ คุณก็ยังเป็นคนธรรมดาๆๆๆคนหนึ่งเท่านั้น
แล้วอย่าไปบอกว่าใครถูกใครผิด ตัวเราเองเรายังไม่รู้เลยว่าเราถูกหรือเราผิด ต่อให้อ่านหนังสือสักสิบชาติ ก็ไม่มีทางบรรลุธรรมของพระพุทธองค์ได้หรอก
พึงใช้สมองและปัญญาที่ติดตัวมาให้เป็นประโยชน์จะได้ไม่เสียชาติเกิด
อันนี้ฝากถึงคุณงง

368. งง     [125.26.121.18]     02 Mar 2011 - 12:07

คนที่เขาปรารถนานิพพาน เขากำลังทำอะไรอยู่ เขากำลัง แสวงหา ความไม่สูญ รึ เมื่อเขาแสวงความมีอยู่ ความเป็นอยู่ จะแสวงหาทำไมให้เมือยตุ้ม นิพพานจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ มันสำคัญที่เส้นทางไปสู่นิพพาน เป็นอนัตตา คือ ความปล่อยวาง ถ้าผู้ปรารถนานิพพาน ยังคิดเสมอว่า นิพพาน ไม่สูญ แล้วสิ่งที่ไม่สูญนั้นมีอีกมาก คนที่ไม่มีปัญญา ก็จะหลงในความไม่สูญ หลงทางไปกันใหญ่ ฉะนั้น ไม่มีว่านิพพาน จะเป็นแดนที่สวยงาม มีความยิ่งยอดขนาดไหน ถ้าผู้ที่คิดว่าจะไปนิพพานคงมีสภาพอยู่ ยึดติดอยู่ในความไม่สูญ สุดท้าย คุณก็จะไม่ได้ซาบซึ่งทางที่แท้จริงนั้นคือความวางเปล่าได้อย่างแน่นอน แล้วถามว่า จะใช้ความไม่สูญนี้สละกิเลสที่มีอยู่ในตัวคุณได้หรือไม่ คุณไม่ต้องไปสนใจหรอกว่า นิพพานจะสูญไม่สูญ คุณมาศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าว่า เป็นธรรมที่ให้ยึดติดกับความมีตัวตนหรือ เป็นธรรมะที่ให้สละความมีตัวตน

369. งง     [125.26.121.18]     02 Mar 2011 - 13:20

ผมถึงเขียนแล้วทั้งนานแล้วว่า คนที่ไม่รู้จักให้ทาน อย่าไปสอนเรื่องศีล คนที่ไม่มีศีล อย่าไปสอนเรื่องสมาธิ คนที่ ไม่รู้เรื่องสมาธิอย่าไปสอนเรื่องนิพพาน
สิ่งที่สำคัญของธรรมของพระพุทธศาสนา ไม่ได้เน้นว่า พระนิพพานคือ อะไร อยู่ที่ไหน แต่เน้นว่า คุณจะทำนิพพานให้แจ้งได้อย่างไร คุณจะดำเนินด้วยเส้นทางใดวิธีการใด แล้วเส้นทางไปสู่นิพพานมีข้อใดบ้างที่บอกให้ทำความไม่สูญให้แจ้ง มีแต่สอนว่าทำความที่สุดแห่งความสิ้นไปให้แจ้ง ถ้าคุณได้พยายามศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าจะเห็นได้ว่า พระพุทธเจ้าพยายามอย่างยิ่งในการหลีกเลี่ยงจะตอบว่า นิพพานอยู่ที่ไหน นิพพานตายแล้วสูญไหม พระพุทธเจ้าไม่เคยตอบ คำถามนี้ จน พวกธรรมกาย หาว่า พระพุทธเจ้าตอบแบบคลุมเครือ ผมจึงแย่งเขาไปว่า จริงพระพุทธเจ้าตอบ แบบว่านิพพานเป็นอะไรคลุมเครือไม่ชัดเจน แต่พระพุทธเจ้า สอนเส้นทางไปนิพพานไม่คลุมเครือ มีลำดับขั้นตอนที่ชัดเจน ความสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า นิพพานเป็นอะไร แต่ความสำคัญอยู่ที่ว่า ธรรมของพระพุทธเจ้าสามารถไปสู่นิพพานได้หรือไม่ ถ้ามีใครมาถามผมว่า นิพพานนั้นสูญหรือไม่สูญ ผมจะตอบว่าเส้นทางไปสู่นิพพานเน้นความดับสูญ ความสละทิ้ง ความไม่มีใย ความไม่มีเชื้อ ความว่างเปล่า เพราะว่าสัตว์ในโลกเป็นผู้มีใย เป็นผู้มีเชื้อ เป็นผู้แสวงหาความมี ความเป็น สัตว์ทั้งหลายจึงทำความสิ้นไปไม่ได้ ถึงผมจะเป็นมนุษย์เดินดินแต่ผมก็สามารถพิสูจน์ ให้เห็นได้แล้วว่า ผู้ที่บวชเป็นภิกษุไม่สามารถจะเป็น ได้ทั้งพระพุทธ และพระสงฆ์ในเวลาเดียวกันได้ คำว่าธรรมกายจึงเป็นเรื่องโกหก งานของผมคือ มาบอกว่า ทำไมผมจึงว่า วิชชาธรรมกายเป็นเรื่องโกหก และวิชชาธรรมกาย จะทำลายล้างพระพุทธสาสนาในอนาคตกาล ถ้าไม่รีบทำลายซะ ผู้ที่สนับสนุนวิชชาธรรมกายจงรู้เถอะว่า ท่านกำลังทำลายพุทธศาสนาอย่างไม่รู้ตัว

370. ชาวพุทธ     [202.41.167.241]     05 Mar 2011 - 10:46

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอนัตตา (หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างในภพทั้ง 3) ไม่ให้ยึดติด ไม่ไห้แสวงหา เพราะ เป็นอนัตตา คือไม่มีตัวตนที่แท้จริง ไม่สามารถให้ความสุขที่แท้จริงได้ พระพุทธองค์ สอนให้วางในสิ่งที่เป็นอนัตตา แต่ให้ถือ พระพุทธ พระธรรม พระสง เป็น สรณะ เพราะมีตัวมีตนที่แท้จริง ให้ความสุขที่แท้จริงได้ (ไม่ยึดถือในสิ่งที่ไม่มีตัวตน แต่ให้ยึดถือในสิงที่มีตัวตนให้ความสุขที่แท้จริงได้ ไม่ใช่ ไม่ยึดถือในทุกสิ่งทุกอย่าง นั่นกลายเป็นคนไม่มีศาสนาไป )

371. มาคิด     [1.47.123.66]     05 Mar 2011 - 20:43

สมมุติจะไปเชียงใหม่ เราอาจใช้ทางสายเก่า บางคนใช้ สายใหม่เ ขาว่าไปถึงเร็วกว่า แต่เราว่าเก่าดีกว่า ชินทางกว่า ต่างคนต่างคิด แต่ก็ไปถึงเช่นกัน

372. 372     [58.9.152.196]     06 Mar 2011 - 07:12

เป็นหนี้เพื่อน จ่ายเขาหรือยัง

373. งง     [192.168.0.51]     09 Mar 2011 - 10:11

คนบางคนไม่มีโอกาสที่จะได้เดินตามทางของพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระศาสดา บุคคลที่มีบารมีเท่านั้นจึงได้เดินตามทางที่ถูกต้อง ไม่ใช่เดินในทางของผู้ที่ตู่ว่าตนเอง นั้นเป็นผู้ค้นพบ วิชชาที่ผู้ที่รู้พระศาสนาเป็นอย่างดี พูดเป็นเสียงเดียวกัน จากที่ต่างๆ ว่า เป็นสิ่งที่หลอกลวง เป็นเรื่องโกหก เป็นมายา ไม่ใช่ทางแห่งพุทธศาสนา ท่านจะมัวแต่สรรเสริญทางของภิกษุ รูป หนึ่ง อยู่ทำไม ทางของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ที่ ชาวพุทธรู้ดีว่า ประเสริฐ ยิ่งใหญ่นักนั้นมีอยู่ ถ้าอย่างเดินให้เร็ว อาจจะตาย เพราะว่าประมาท ไม่มีทางใดที่เร็วกว่า หรือว่าช้ากว่า มันมีแต่ทางสายกลาง ที่สุขุม รอบคอบ ระมัดระวังในการเดินทาง ทางที่ว่า เร็วนั้น ไม่จำเป็น เพราะความเร็ว นั้นอาจถึงความพินาศได้ ธรรมกายเป็น ศาสนาเถื่อนที่อาศัยพระพุทธศาสนา ดำรงอยู่ ดังเช่น เหลือบ ไร ที่ดูดกิน ร่างกาย ถ้าเป็นร่างของ วัวความย หมู หมา พวกนี้ก้จะดูดได้ดี แต่ถ้า เป็นมนุษย์ที่ประเสริฐ ก็ยาก หน่อย เพราะ มนุษย์ นั้น มีความฉลาด และ สอาด มากพอ จึงระมัดระวัง
เหลือบ ไร พวก นีเด้ ก็เท่านั้นเอง สรุป ลัทธิธรรมกาย คือ เหลือบ หมาที่กัด กิน สุนัขที่ไม่มีเจ้าของอยู่เป็นประจำ

374. ฉัตรคชินทร์     [110.49.248.244]     09 Mar 2011 - 22:14

เยี่ยมครับคุณงง ยอมรับว่าคุณรู้กระจ่าง เป็นประโยขน์แก่ผมมาก ขอบคุณครับ

375. งง     [192.168.0.51]     10 Mar 2011 - 12:38

ขอบคุณครับ คุณฉัตรคชินทร์

376. ชาวพุธ     [202.41.167.241]     12 Mar 2011 - 18:07

คำว่าค้นพบ ไม่ไช่คิดคัน ต่างกัน คิดค้นคือ คิดสิงใหม่ขึ้นมา ค้นพบคือไปเจอ ไปรู้ไปเห็น ในสิ่งที่มีอยู่แล้ว

377. ชาวพุทธ ถึงคุณโอเล่     [202.41.167.241]     12 Mar 2011 - 18:24

นั่นตอนที่หลาวปู่สด ยังไม่บรรลุธรรมขั้สูง แต่ได้แสงสว่าง จากใจที่อยุดนิ่ง และก็ยัง ลังเลสงสัย ว่าตัวท่าเองมาถูกทาง หรือไม่ จนท่านเข้าถึงกายธรรมพระอรหัต ใช้ญาณทัสนะของกายธรรมอรหัต เรียนรู้วิชาต่างๆของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า(พระสัมมาสัมพุธเจ้าเคยตรัสว่าความรู้ที่เรามีเท่ากับใบประดู่ลายทั้งป่าแต่เรา นำมาสอนพวกเธอ เท่ากับใบประดู่ลายในกำมือ) และสอนลูกศิษไปด้วย หลังจากนั้น ท่านก็ไร้ความสงสัยในธรรมของพระพุทธเจ้า ท่านไม่ปารถนาเข้านิพพาน จะเรียนวิชชา สอนศิษ สร้างบารมี จนถึงที่สุดแห่งธรรม คือไม่มีสรรพสัตว์ เวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป

378. ศาสนาพุทธจักเริ่มเสื่อมลง     [223.207.112.254]     13 Mar 2011 - 13:18

จากประโยคที่ว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา
คงต้องกลายเป็น
ผู้ใดมีเงิน ผู้นั้นจะเห็นเรา 666

379. ไม่งง     [180.180.75.123]     13 Mar 2011 - 22:14

คุณฉัตรคชินทร์ คุณงง ครับ พวกท่าน ถกกันตอนเป็น ทำไม่ ไปดูกันตอนตายดี กว่า ว่าไอ้ที่พวกท่านคิดว่ามัน ถูกของท่าน อือ เอาตัวกันให้รอดนะครับ 55555

380. พูดอย่างคนกลาง     [114.73.55.162]     14 Mar 2011 - 08:33

สวัสดีครรับ ผมได้เข้ามาอ่านบทความการถกเถียงกันในประเด็นเกี่ยวกับพระภิกษุสงฆ์ รูปหนึ่ง

ความเห็นผม เท่าที่ได้ฟังคำบรรยายจากท่านแม่ชีทศพร วัดพิชัยญาติมา รู้เรื่องเกี่ยวกับการให้ผลของกรรมว่า ในเหตุการณ์ เหตุการณ์หนึ่ง เราไม่สามารถสรุปคนๆนึงว่าดี หรือเลว โดยสมบูรณ์แบบ ได้เห็นว่า สถานการณ์เดียว คนๆนึง ทำดีและเลว ก็ได้รับผลของกรรมนั่น ดีก็แยกเป็นดี เลวก็ได้รับส่วนของความไม่ดีหรือหลงผิดที่ทำเอาไว้ เช่น คนๆนึง ดูแลพ่อแม่ตัวเองที่เป็นอัมพาต แต่กลับมีบั้นปลายชีวิตที่ตัวเองเป็นอัมพาตตามด้วย พอย้อนดูความหลัง พบว่า เขาระหว่างดูแลพ่อแม่นั้น ได้มีอารมณ์โทสะ เพราะต้องคอย เช็ด อุจาระ ปัสาวะ อารมณ์มารมันเข้ามาสิงตอนไหนก้ไม่ทราบ เลยทำให้ตัวเองต้องทำผิดตบตีพ่อแม่ตัวเอง ทั้งๆที่ พี่น้องคนอื่นก็ไม่ทราบการกระทำอันนี้เลย แต่ผมก็สงสัยว่า ตกลงคนๆนี้ควรถูกตัดสินว่าเป็นคนดีหรือคนเลว

แม่ชีท่านว่า ส่วนดีเขาคือการดูแลพ่อแม่เสียสละเวลามาดูแลท่าน บุญเขาก็ทำหน้าที่ของเขาไป แต่บาปก็ทำหน้าที่ของบาปไป มันแยกแยะกันไปคนละเรื่อง และสิ่งที่ท่านสอนอีกเรื่องหนึงบอกไว้ว่า สิ่งที่แตกต้องไม่ได้เลยคือ ผ้าเหลือง เพราะคนๆนึง แค่คิดว่าจะบวช ก็บุญมหาศาลมากๆเเล้ว ผ้าเหลือง เป็นสัญลักษณ์ที่พระพุทธเจ้าให้ไว้เป็นสื่อหรือตัวกลางในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา ดังนั้น อานิสงค์ ของผ้าเหลืองนี่ ศักสิทธิ์เหลือเกิน

ผมดูแล้วท่านทั้งหลาย มีภูมิความรู้ในเรื่องธรรมะกันทุกคนนะคับ ที่เข้ามาสนทนาในกระทู้แห่งนี้ แต่สิ่งที่ผมและคิดในใจลึกๆคือ
ทำไม เราต้อง เปลืองตัว ไปวิจารณ์ ผ้าเหลืองด้วย ผมว่ามันไม่คุ้มเอาเสียเลย ในเมื่อ ทุกอย่างบนโลกนี้ เป็นในสิ่งที่มันควรจะเป็น เป็นไปตามกรรม อย่างน้อยที่สุด และอีกอย่างนึงคือ ยิ่งเรายังไม่รู้แน่ชัดว่าสิ่งๆนั้น ที่เราคิดไปเอง มันเป็นเรื่องจริงหรือไม่

ท่านอาจจะได้รับบุญจากการเคารพนับถือพระพุทธเจ้า จิตท่านเกาะเกี่ยวกับสิ่งอันเป็นมงคง แต่ในทางเดียวกัน ทำไมท่านต้องเอาตัวท่านไปแลกกันคำวิจารณ์ที่ ถกเถียงไปแล้วไม่ได้อะไรขึ้นมา แล้วไม่แน่ใจว่าสิ่งนั้นมันถูกผิดประการใด แค่ความคิดของเราเอง มันคิดอะไรก็ด้ ให้มันเป็นเรื่องจริงหรือเท็จหลอกลวงก็ได้

สิ่งที่ผมอยากบอกก็คือว่า อย่าเอาตัวเองไปแลกกะบาปอันหนักหนา ในการวิจารณ์อะไรที่เรายังไม่รู้แน่จิงเลย ถึงเรารู้จริง ก็ควรจะนับถือความศักฺดิ์สิทธิของผ้าเหลืองที่พระพุทธเจ้า ทรงประทานไว้ ถ้าท่านไม่ดีจริง หรือมีความดีอยู่บ้าง คงไม่มีคนนับถือท่านมากมายหรอก เชื่อผมเถอะนะคับ อย่าถกเถียงกันเลย เราสู้นำเอาคำสอนของพระพุทธเจ้า พิสูจน์เห็นจริงกับตัวเราเองดีกว่า แล้วตอนนั้น ถ้าเรารู้จริงๆแล้ว ผมว่า ถึงสิ่งๆนั้น มันจะจริงหรือไม่จริง ผมว่า ท่านก็คงไม่ออกมาพูดหรอก ่เพราะ คนรู้จริงเขาไม่พูดกันหรอก ผลแห่งกรรม ตอบสนองให้ทุกอย่าง เผยธรรมชาติของตัวมันเองครับ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกๆคน สามัคคีย์กัน และมีความสุขนะครับ

381. ฉัตรคชีนทร์     [110.49.234.145]     14 Mar 2011 - 23:16

ถกกันด้วยปัญญาครับ แบบนักปราชญ์ น่าสรรเสริญ ไม่ใช่การเถียงทะเลาะครับ
แล้วผ้าเหลืองแบบปาราชิกแล้วปาราชิกอีก อวดอุตริมนุษยธรรม เพื่อผลประโยชน์ เข่นข่าวหน้า1ที่ว่า เอาเพชรรัสเซีย มาหลอกเป็นจักษุธาตุ อ้างว่าท่านเสด็จมาเอง และได้นิมิตคุยกับพระพุทธเจ้าแล้ว บอกบุญสร้างเจดีย์ 60ล้าน

ผมสงสัยว่าคุณบูชาผ้าเหลือง อย่างไม่ลืมหูลืมตาเลยหรือ ไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบเลยหรือ ว่าใต้ผ้าเหลืองนั้นเป็นอะไร มันจะไม่ดูหน่อมแน้มไปหน่อยหรือครับ 555

382. ไม่งง     [118.173.21.88]     16 Mar 2011 - 07:03

คุณ 380 พูดถูกเกินร้อย ความผิดหรือถูกของพระ ก็มีพระวินัยธรคอยดูแลอยู่ นักปราชญ์แท้ๆ ไม่วิจารย์พระกันหรอก 5555

383. ไม่งง     [118.173.21.88]     16 Mar 2011 - 07:05

สงสัยบ้าพระเครื่องกัน

384. ไม่ขออนุโมทนาบาป     [192.168.1.9]     17 Mar 2011 - 15:56

หมั่นสร้างบุญเยอะๆให้เ้ข้มข้น จนกลายเป็นบารมีหนุนนำไปสู่ภพภูมิที่ดีๆ

สิ่งใดที่ภูมิรู้ ภูมิธรรม ยังหยั้งไม่ถึง การคาดเดาก็ทำให้ใจหม่นหมอง

การกล่าววาจาจาบจ้วงพระสงฆ์ ถึงแม้ว่าศีลนั้นจะบริสุทธิ์หรือไม่ก็ตาม

บาปก็ยังจะเกาะกินติดตัว ไปจนวันตาย และชีวิตหลังความตายที่อันตราย

กฎแห่งกรรม ไม่ใช่ กฎหมาย ต่อให้รวยเงินทองท่วมจักวาล ก็ไม่อาจประกันตัวให้

พ้นโทษได้


385. ฉัตรคชินทร์     [110.49.227.173]     18 Mar 2011 - 23:44

ใช่ครับคุณไม่งง คุณพูดถูกทีเดียว
นักปราชญ์แท้ๆไม่วิจารพระกันหรอก

และผมก็จะเสริมว่า นักปราชญ์แท้ๆไม่โง่เชื่อคนง่ายกันหรอก

เมื่อมีคนมาตั้งกระทู้ว่า หลวงพ่อนู้นนี่นั้น เป็นพระอรหันต์ ผมไม่เชื่อง่ายๆก็ต้องวิเคราะห์กันหน่อย และยิ่งมีคนวิเคราะห์ก็ยิ่งไม่เชื่อครับ ๕๕๕ ใครอย่าโกธรนะครับ เพราะภาษิตมีว่า

อันว่าคนพาลนั้น พูดด้วยดีๆก็โกธร

386. 66     [180.180.26.160]     10 Apr 2011 - 14:40

นิ่งเงียบแล้วได้อะไร ข้าพเจ้าไม่ได้บอกว่าใครถูกใครผิด แต่อย่างให้ดูที่เหตุและผล ที่เขา อธิบาย การติพระที่ไม่ดีไม่ใช่การทำลาย แต่เป็นการเปิดความจริงให้คนเราไม่งมงาย กับการที่ใครสักคนเอาผ้าเหลืองมาห่อ แล้ว บอกว่า ฉันเป็นพระ แต่ควรดูที่เจตนาของคนๆ ว่า มีเจตนา เพื่อคนในสังคม หรือ เจตนา เพื่อ อวดอุตริต คนชั่วธรรมดา ยอมมีคนติหนิ แต่ถ้าใครว่าไม่ใช่ ก็อธิบายแก้ไป ใครว่าใช่ก็สนับสนุน ความจริงมัน ไม่สามารถ บอกว่าผิดได้ ชาวพุทธเรามักจะศรัทธาที่งมงาย ไม่ศึกษาพระพุทธศาสนาที่แท้จริง จึงถูกจูงจมูก จากบุคคลมที่แสวงหาผลประโยชน์ได้ง่าย

ท่านรู้ความจริงข้อนี้ไหมว่า ความจริง ความไม่รู้สร้าง อวิชชา นั้นสร้าง สัตว์ให้เกิดขึ้นมาในโลกอย่างต่อเนื่อง ท่านจะไปรอคนสุดท้ายอยู่ทำไม เพราะตัวเราเกิดขึ้นจากอวิชชา แล้วใยสัตว์อื่นอวิชชาจะสร้างขึ้นไม่ได้ อวิชชาไม่ได้หยุดสร้างสัตว์ หรือว่าพอแค่นี้ แต่ อวิชชาสร้างสัตว์ขึ้นมาเรื่อย ๆ ท่านปรารถนารอคนสุดท้าย ก็ปล่อยให้ท่านรอต่อไป การที่บอกว่าใช้ธรรมกายอรหันต์รู้ธรรมของพระพุทธเจ้า แต่ไม่ปรารถนานิพพาน ช่างขัดแย้งกันมากเลย คนที่รู้ธรรมะของพระพุทธเจ้าจึงลึกซึ้งนั้นยากที่จะอยากจะอยู่ในโลก เอาธรรมะของพระพุทธเจ้าไปผูก กับสัตว์ชั้นต่ำ มีแต่จะดึงพระพุทธศาสนาให้จมลง อยากให้ท่านทั้งหลายสรรเสริญพระพุทธเจ้าว่า ไม่มีใครเสมอเหมือนดีกว่า นะ จะได้บุญมากกว่า การจะยกสุนัขจิ้งจอง เสมอพระพุทธเจ้า

387. คนชอบติ     [58.8.221.11]     10 Apr 2011 - 17:00

คุณ 66
กระทู้ จะตกไม่ยอมให้ตก พยายามขุดขึ้นมา
คุณคงเจตนา ต้องการอวดภูมิรู้ ภูมิธรรม ว่าเป็นเลิศ?
ผมไม่อยากจะต่อว่าคุณ แต่ท่านมรณะภาพไปนานแล้ว
แต่คุณความดีที่ทำต่อพระพุทธศานาก็มีไม่น้อย

ถ้าคุณปล่อยให้กระทู้ตกมันน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า?
หลวงพ่อวัดปากน้ำ ยังไงท่านก็มีคนเคารพศรัทธาทั้งบ้าน ทั้งเมือง

ถ้าคุณจะนับถือสายวิชาไหนก็ตั่งใจปฎิบัติให้ดีก็พอแล้ว
คงไม่ควรไปโจมตีครูบาอาจารย์ ของคนอื่น?
อย่างน้อยคนที่นับถือหลวงพ่อวัดปากน้ำก็เป็นคนที่
พยายามตั่งใจทำความดี ในระดับหนึ่ง
ดีกว่าไปนับถือพวกทรงเจ้าเข้าผี?






388. คนผ่านมา     [125.26.69.175]     24 Apr 2011 - 11:35

อนูปวาโท

389. งง     [113.53.218.85]     17 May 2011 - 15:56

งงดันกระทู้

390. yut@hotmail.com     [192.168.1.31]     08 Jun 2011 - 14:07

ปุจฉา-วิชาธรรมกายคืออะไร
-วิชาธรรมกายมีมาตั้งเเต่เมื่อไหร่
-คนที่ฝึกวิชาธรรมกายเเล้วจะไปไหน
-นิพพานของธรรมกายเป็นอย่างไร
-อยากทราบประวัติวิชาธรรมกาย เเละมีใครสำเร็จวิชาธรรมกายบ้างตอนนี้อยู่ที่ไหน ช่วยบอกที

วิสัจชนา วิชาธรรมกายเป็นวิชาที่มีมาตั้งเเต่สมัยพระพุทธเจ้าเเล้ว เป็นวิชาที่พระเทวทัตคิดขึ้นมาเพื่อสั่งสอนสาวกของตนเเละตั้งตนเป็นพระพุทธเจ้าเเทนเจ้าชายสิททัตถะ

391. yut@hotmail.com     [192.168.1.31]     08 Jun 2011 - 14:13

วิชาธรรมกายเป็นวิชาที่มีมาตั้งเเต่สมัยพระพุทธกาลเเล้ว เป็นวิชาที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยพระเทวทัต คิดค้นขึ้นเพื่อสั่งสอนสาวกของตนหลังจากตั้งตัวเป็นพระพุทธเจ้าเเทนพระพุทธเจ้า เทวทัตเอาคำสอนของพระพุทธเจ้ามาบิดเบือนโดยใช้หลักวิชาธรรมกายเป็นตัวบิดเบือนพระพุทธศาสนา ของพระพุทธเจ้าจะเห็นได้ว่าหลักการของธรรมกายคล้ายคลึงกับพุทธศาสนา หรืออาจจะเหมือนด้วยซ้ำ นั่นเป็นการกลืนพระพุทธศาสนาเข้าไปให้อยู่ในลัทธิของธรรมกาย ในสมัยพระเทวทัตนั้น เทวทัตมีสาวกมากมาย ก็ล้วนเเต่เรียนวิชาธรรมกายทั้งสิ้น

392. yut@hotmail.com     [192.168.1.31]     08 Jun 2011 - 14:14

คนที่ฝึกวิชาธรรมกายเเล้วจะต้องตกนรกทั้งหมด

393. yut@hotmail.com     [192.168.1.31]     08 Jun 2011 - 14:22

ไอ้ธัมมไซโยกำลังบิดเบือนพระพุทศาสนารู้ไว้
เเล้วนิพพานก็ไม่ได้เป็นอัตตาด้วย
ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกธรรมกายชอบเปลี่ยนนิพพานให้เป็นอัตตาอยู่เรื่อย
ถึงขนาดเอาคำพูดของหลวงตามหาบัวมาบิดเบือน
หลวงตามหาบัวไม่เคยพูดว่านิพพานเป็นอัตตา
เเต่หลวงตาบอกว่านิพพานไม่สูญ
ไอ้พวกจัญไรธรรมกายก็เอาไปเหมาหาว่าหลวงตามหาบัวบอกว่านิพพานเป็นอัตตา
หลวงตาบัวไม่ได้บอกว่านิพพานเป็นอัตตาไม่เคยพูดด้วยซ้ำ
เพียงเเค่หลวงตาบัวบอกว่านิพพานไม่สูญ ไอ้พวกธรรมกายก็เอาไปเหมาหาว่าหลาวตาบัวบอกว่าเป็นอัตตา อันนี้หลวงตาบัวบอกว่าไม่ได้เป็นอัตตา เเต่บอกว่าไม่สูญ
***ธรรมกายพวก***พอทีเถอะบิดไปบิดมาเอาศาสนามาบิดใหม่บิดเบือนพระพุทธศาสนา

394. คนชอบติ     [58.8.198.36]     08 Jun 2011 - 14:22

กระทู้ จะตกไม่ยอมให้ตก พยายามขุดขึ้นมา
คุณคงเจตนา ต้องการอวดภูมิรู้ ภูมิธรรม ว่าเป็นเลิศ?
ผมไม่อยากจะต่อว่าคุณ แต่ท่านมรณะภาพไปนานแล้ว
แต่คุณความดีที่ทำต่อพระพุทธศานาก็มีไม่น้อย

ถ้าคุณปล่อยให้กระทู้ตกมันน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า?
หลวงพ่อวัดปากน้ำ ยังไงท่านก็มีคนเคารพศรัทธาทั้งบ้าน ทั้งเมือง

ถ้าคุณจะนับถือสายวิชาไหนก็ตั่งใจปฎิบัติให้ดีก็พอแล้ว
คงไม่ควรไปโจมตีครูบาอาจารย์ ของคนอื่น?
อย่างน้อยคนที่นับถือหลวงพ่อวัดปากน้ำก็เป็นคนที่
พยายามตั่งใจทำความดี ในระดับหนึ่ง
ดีกว่าไปนับถือพวกทรงเจ้าเข้าผี?






395. yut@hotmail.com     [192.168.1.31]     08 Jun 2011 - 14:26

ไอ้ธรรมไชโยมันบอกว่าวิชาธรรมกายสามารถปัดลูกระเบิดเก็บเม็ดฝนได้
เเต่ขอถามหน่อย วันที่มีงานใหว้ครูธรรมกายฟ้าผ่าสาวกพวก***ตายนี่***ไม่ปัดสายฟ้าวะ
ปัดเเบบปัดระเบิดน่ะ
ฝนก็ตกเเทบจะไม่ต้องทำพิธี เเล้วพวก***ไม่ไปเก็บเม็ดฝนวะ ไอ้โกหก
ไอ้พวกเลว

396. yut@hotmail.com     [192.168.1.31]     08 Jun 2011 - 14:39

ขอเปลี่ยนชื่อวิชาธรรมกายใหม่ว่า เป็นวิชาอสุรกาย เเละเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดธรรมกายมาเป็นวัดอสุรกาย
เพราะมันเอาศาสนามาบิดเบือนทำให้คนไม่บรรลุมรรคผลนิพพานตั้งเเต่เอาพระไตรปิฎกไปเเก้ไข เเล้วก็เอาพระไตรปิฎกที่พวกมันเเก้ไขมายืนยันคำโกหกของพวกมัน
-ดวงตาเห็นธรรม คือเห็นความเกิดขึ้นตั้งอยู่ ดับไป ไม่ใช่เห็นดวงเเก้ว เห็นองค์พระ
-คุณธรรมของพระโสดา พระสกิทาคา อนาคา อรหันต์ ไม่ใช่เห็นกายใหญ่เล็กที่เป็นนิมิต เเต่พระอริยเจ้าเหล่านี้มีคุณธรรมความดี มีปัญญา ไม่ใช่เห็นนิมิตเเล้วบอกว่าสำเร็จเป็นพรอรหันต์ อันนี้เป็นความฉิบหายของมรรคผลนิพพานที่พวกธรรมกายได้รับ
-ธรรมกายสร้างสายโปรด สายปราบ ขึ้นมา เเล้วบอกว่าตัวเองเป็นสายปราบ สายพระพุทธเจ้าเป็นายโปรด
นั่น เลวมั๊ย
-ธรรมกายว่าการปฎิบัติธรรมของพระป่าเป็นของเก่าล้าสมัยเเล้วถามหน่อย พระพุทธศาสนามีมาตั้ง2500กว่าปีนะเว้ย ไม่ใช่มีมาเมื่อสามสิบปีกว่า ตอนสร้างวัดธรรมกายดังนั้นเมื่อพระพุทธศาสนาเป็นของเก่า เราก็ต้องเชื่อของเก่า ศาสดาองเก่า
เเต่ถ้าใครชอบของใหม่ก็ไปทำวิชาธรรมกาย ทำเเล้วก้ไม่เกิดอะไร เเล้วจะเป็นอุปสรรคในอนาคตไม่มีที่สิ้นสุด จะปฎิบัติธรรมอย่างไรไม่ได้ผลเลย
เเล้วเเหม๋มาโหกว่าหลวงพ่อสดเป็นต้นธรรมต้นธาตุ หลวงพ่อสดที่ไม่เคยพูด เเหม๋มันเอามาบิดเบือนได้อีก

397. อยากพูด     [125.24.215.59]     08 Jun 2011 - 19:43

ทำดีได้ดี ..ทำชั่วก็ได้ั่ชั่ว !!! กรรมมันส่งผลเที่ยงตรงอยู่แล้วคับ
เข้าใจว่าพวงพี่ๆอยากปกป้องศาสนาทำให้คนฉลาดขึ้น!!
มันอยู่ที่กรรมเก่าแล้วคับปล่อยแล้วแต่เวรแต่กรรมดีกว่าคับ..เดี๋ยวมันจะต่อกรรมกันไม่จบสิ้นนะคับ...หลายคนหลายความเห็นพระท่านที่ไม่เกี่ยวก็พลอยมีเกี่ยวไปด้วย ...บาป โดยไม่รู้ัตัวคับ..พูดส่อเสียดก็ผิดศีล 5แล้วคับ ปล่อยๆไปเน้อ ...จบบ!!!!

398. ไม่มีอีเมล     [124.121.170.43]     02 Jul 2011 - 13:18

ขอให้ผู้ที่ว่าหลวงปู่สดค้นวิชาธรรมกาย ไปเปิดเว็บไซด์ประวัติหลวงปู่ คำสอนของหลวงปู่แล้วลงมือปฏิบัติตามเสียงของหลวงปู่สดวัดปากน้ำให้จริงจังก่อนแล้วค่อยออกมาเขียนวิจารณ์ผู้รู้คนอื่น ๆ ที่เขาปฏิบัติดีแล้ว

399. ผู้ปฏิบัติตามคำสอนของหลวง     [124.121.170.43]     02 Jul 2011 - 13:36

เว็บไซด์หลวงปู่สดวัดปากน้ำมีลูกศิษย์หลวงปู่นำไปลงไว้หลายเว็บไซด์โดยนำเสียงของหลวงปู่ที่ได้สั่งสอนลูกศิษย์ให้ปฏิบัติธรรมตามคำสอนของท่านและปฏิบัติให้ได้เสียก่อน จงเปิดฟังแล้วท่านจะรู้ว่าเราผิดพลาดไปแล้ว จงรีบจุดธูปขอขมาหลวงปู่ทันที เพราะมีผู้ปฏิบัติตามคำสอนของหลวงปู้มากมายทั้งพระสงฆ์และฆารวาสตั้งแต่สมัยหลวงปู่ยังไม่มรณภาพและหลังมรณภาพ

400. หากินในผ้าเหลือง     [182.53.133.220]     03 Jul 2011 - 10:45

อยากถามว่าทำไมวัดธรรมกายถึงต้องสั่งสอนให้คนยึดติดกับวัตถุ.ใครทำบุญกับวัดมากก็ได้บุญมาก.คนแก่ที่อยากได้บุญมากยอมขายของในบ้านเพื่อนำเงินไปถวายให้กับวัดธรรมกายจำนวนมาก.จนลูกหลานเดือดร้อนตามๆกันนี่ไม่เป็นการสร้างบาปมากกว่าหรือ.และวัดก็ชอบสร้างสถานที่ให้โอ่อ่าอลังการทั้งที่พระพุทธเจ้าสั่งสอนไม่ให้ยึดติดกับวัตถุมากจนเกินไป.เจ้าอาวาสใส่จีวรเป็นผ้าไหมอย่างดีไม่เป็นไปตามหลักคำสอนเลย

401. แมว     [125.27.153.238]     03 Jul 2011 - 21:52

คนอื่นไม่รู้แต่ เงินมาชัยโย.....คือนักขายนิพพานและเจ้าลัทธิ หาใช่สาวกของพระพุทธเจ้าไม่ คนก่อนจะปฏิบัติให้ไปอ่านพระไตรปิฏกจะได้ไม่หลงทาง

402. อืม     [101.109.216.149]     03 Jul 2011 - 23:24

หลายท่านหลายความเห็น
แม้วิจารณ์หรือติชมพระโดยสุจริตได้ก็ตาม
แต่บางครั้ง วาจาอาจหมิ่นแหม่ต่อการปรามาสพระรัตนตรัยได้นะครับ
อาจเป็นกรรมหนักโดยมิรู้ตัว

ด้วยความปรารถนาดีครับ
ในฐานะเป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน

403. บูญกรรมอยู่กับตัว     [58.11.40.14]     18 Jul 2011 - 13:26

ธรรมดาคนนั้นมันช่างแปลก ชอบชี้แหลกดีตัวชั่วนั้นเขา ธรรมดาคนนั้นชอบดูเบา ดีนั้นเราชั่วนั้นเขาเบาปัญญา

404. บูญกรรมอยู่กับตัว     [58.11.40.14]     18 Jul 2011 - 13:39


จงเชื่อในธรรม จงศรัทธาในศีล อย่าปล่อยให้อวิชชาความไม่รู้นำพาสู่อบายเลย ควรฟังและอ่านด้วยสติ อย่าให้ถูกหลอกให้ลงหลุมพลางของต่างศาสนา




405. บุญกรรมอยู่กับตัว     [58.11.40.14]     18 Jul 2011 - 13:56

ดีชั่วตัวรู้ บาปบุญมีจริง ใครดีหรือชั่วดูที่พฤติกรรม ถึงเวลา.....แล้วรู้เอง คนดีชอบแก้ไข คนจังไรชอบแก้ตัว คนชั่วชอบทำลาย จงอย่าเอาความระยำของตนที่หนาด้วยกิเลกไปเปรียบเทียบแสดงภูมิรู้เลย คนมีศีลและทำประโยชน์ให้สังคมควรเชิดชู อย่างไรท่านก็มีศีลมีคุณค่ากว่าหลายตนที่เที่ยวตำหนิติเตียน ขาดซึ่งปัญญา น่าเวทนายิ่งนัก

406. ธรรมคุ้มครองผู้ประพฤติธรร     [182.53.62.235]     19 Jul 2011 - 16:52




เข้าพรรษานี้ ขอทุกท่านจงมีธรรมะอยู่ในใจเสมอพ้นไปจากความเศร้าหมอง







407. maria_surat@hotmail.com     [95.192.8.55]     23 Jul 2011 - 03:45

Maria Sukbumrung · 55 år
อย่าเอาเหุตต่างๆมาถกเถียงก​ันเลย รองปฏิบัตสายธรรมกายดูฟังขึ​้นกรรมฐานของหลวงพ่อสดการนั​่งที่ถูกรวมทั้งดูและปฏิบัต​ฟังคำสอนของหลวงพ่อธรรมไชโย​คุณจะพบและเข้าใจนำมาปฏิบัต​โดยมีอยู่แล้ว พระไตรปิฏกโดยง่าย
Gilla

· Svar · Avsluta prenumeration · 5 sekunder sedan

408. กัลยาณมิตรผู้ชี้แสงสว่างแ     [124.121.134.195]     17 Aug 2011 - 13:18

อ่านข้อความหลากหลายถึงคำสอนของหลวงปู่สด ขอให้่ทุกท่านที่อ่านข้อความทุกข้อความ่จงเปิดฟังคำสอนของหลวงปู่สดให้เข้าใจก่อนแล้วไปวัดพระธรรมในวันอาทิตย์ต้นเดือนใส่ชุดขาวไปด้วยให้ไปตั้งแต่ 7.00 น. เอากล้องถ่ายรูปเอาเทปบันทึกเสียงไปอัดกันให้ชัดเจนไปเลยตลอดวันจนถึงเวลาบูชาเ่จดีย์ 18.00 น. จะได้รู้ว่าหลวงพ้อวัดพระธรรมกายท่านสอนญาติโยมอย่างไรญาติโยมจึงได้ศรัทธามากมายทุกระดับชั้นปัญญาชนที่มีความรู้ระดับ ดร. ่นักธุรกิจเ่จ้าของกิจการ เฃ่น เนเจอกีฟ แลนแอนเฮ้าส์ ห้างทองทวีชัย 5 ฯลฯ จึงศรัทธาท่านเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายมานั่งสมาธิกับหลวงพ่อทุกวันอาทิตย์

409. ไม่งง     [180.180.66.165]     26 Sep 2011 - 21:48

น่าขำคุณyut ผมเคยไปลองบวชวัดนี้มาครับ ก็ไม่เห็นว่าวัดนี้สอนผิดไปจากพระไตรปิฎกนะครับ ตัวผมเองได้เดินทางไปกราบพระเกจิได้สนทนาธรรมมาหลายร้อยวัด ก็คล้ายๆกัน ต่างกันก็แค่สถานที่ แต่ที่สำคัญวัดนี้ทำให้ครอบครัวผม สามารถ ถือศีล 5 และศีล 8 ในวันพระ ได้ เลิกเหล้าเลิกบุหรี่ได้
มันไม่ได้เกี่ยวว่าวัดจะสอนแบบไหน แต่คนที่ไปฟังธรรมแล้วนำมาปฏิบัติ ได้มากน้อยแค่ไหนสำคัญที่สุด เพราะ หัวใจของพระธรรมคือ ละชั้ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใส่ แต่ถ้าท่านอ้างว่าคนถูก คนนั้นผิด มันไม่ได้ ต้องตัดสินกันตอนตายผลจะยุติธรรมที่สุด ดั่งที่พระท่านว่าธรรมะใดๆก็ไร้ค่า ถ้าไม่ทำ

410. ไม่งง     [180.180.66.165]     26 Sep 2011 - 22:02

ระหว่างที่ท่านๆ คุยกันผมสงสัยเลยไปบวชที่วัดนี้มา เข้าใจ พระเวทสันดร มากขึ้น เข้าใจ บารมี 30 ทัศ มากขึ้น

411. p-imnarak@hotmail.com     [14.207.241.217]     26 Sep 2011 - 22:48

ดิฉันเป็นคนโง่คนหนึ่ง คือยังไม่สามารถปฏิบัติธรรมได้ แต่ดิฉันไม่เชื่อสื่อ ข่าวลือ
ที่ไม่มีหลักฐาน การวิจารณ์พระในทางเสียหายหรือหยาบคาย ดิฉันคิดว่าถ้าผู้วิจารณ์ปฏิบัติจนรู้แจ้งเห็นจริงแล้วคงไม่แปลก แต่ผู้ที่ปฏิบัติจนรู้แจ้งเห็นจริงคงไม่ใช้วาจาแบบนี้ ดิฉันอาจจะโง่ แต่ดิฉันไม่กล้าวิจารณ์พระเพราะ เราไม่รู้จริง กลัวบาป เท่าที่เห็นดิฉันพอใจเพียงแค่สิ่งที่เห็นและได้ยินคือท่านสอนให้คนทำดี คุณที่วิจารณ์น่าจะหาหลักฐานต่างๆ ที่มัดตัวจนดิ้นไม่หลุดมาเพื่อที่จะได้พิสูจน์ความจริงกัน และจะได้ไม่บาปด้วย เพราะถ้าคุณวิจารณ์ผิดๆ คุณไม่มีโอกาสแก้ตัว ไม่รู้นะดิฉันเชื่อว่านรกสวรรค์มีจริง แล้วก็กลัวไฟนรกด้วย

412. คนไทยด้วยกัน     [119.46.145.56]     22 Nov 2011 - 12:24

คนเรามีสติ ต้องรู้จักเลือกว่า สิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี อย่าไปเชื่ออะไรอย่างงมงายและไร้ซึ่งเหตุและผล ตลอดจนไม่ต้องไปตำหนิใครว่าไม่ดี หรือ..... หันมาดูตนเองว่าขณะนี้ปฎิบัติตนอย่างไร เช่่นไร หรือจะปรับปรุงตัวอย่างไร เพื่อให้ตนเป็นคนดีปฎิบัติดีปฎิบัติชอบ เมื่อทำได้เยี่ยงนี้ทุกคนแล้ว โลกก็จะดำรงอยู่ได้อย่างสันติ

413. dhamm_nid@hotmail.com     [49.48.146.4]     29 Dec 2011 - 11:51

แล้วมันใช่เสียงหลวงพ่อสดท่านจริงใหม? สมัยนั้นเครื่องบันทึกเสียงมันดีขนาดนั้นเชียว แถมเก็บมาได้ถึงทุกวันนี้ แล้วที่พูดๆเีนี่ยคุณอ่านพระไตรปิฏกมาแค่ไหน ผมอ่านไปจนถึงเล่มที่ 45 แล้ว ฉบับเยาวชน ฉบับหลวง ของศรีลังกาผมก็อ่าน ผมไม่เคยเห็นพระพุทธเจ้าท่านพูดแค่ธรรมกายเฉยๆ ท่านบอกว่าจะเรียกเราว่า "ธรรมภูติ(ธรรมที่มีรูปอยู่) ธรรมกาย(ผู้มีกายเป็นธรรม) ธรรมเจโต(เจตนาของธรรม/ผู้มีใจเป็นธรรม)"ก็ได้ แต่ทางลัทธิโมเมว่าท่านว่าธรรมกายอย่างเดียว บิดเบือนอีกว่าปรากฎเห็นร่างกายท่านแล้วเห็นธรรม บิดเบือนไปแล้วคับคำสอนทั้งยวง แล้วพระพุทธเจ้าท่านยังตรัสอีกว่า(ผมจะย่อคำท่านสั้นๆเลยนะคับ)"มนุษย์ เทวดา อินทร์ พรหมจนถึงชั้นอกนิษฐ์ หรืออรหันต์ทั้งหลาย ก็ย่อมเห็นเราแต่เพียงเท่านี้ หากนิพพานแล้วจะไม่มีใครเห็นเราอีก แม้จะมีฤทธิ มีเดช มีจักษุทิพย์ โสตทิพย์ ได้ฌานสี่ก็ตาม" อีกอัน "ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา" แปลว่า ใครรู้จักธรรมมีดวงตาเห็นธรรมก็เหมือนกับมีพระพุทธเจ้ามาโปรด มีพระพุทธเจ้ามาสั่งสอน ไม่ใช่เห็นท่านอยู่ข้างในตัวเป็นดวงๆนะคับ คุณใช้ปัญญาเป็นใหมคับ ศรัทธา*ปาสะคุณก็ยังด้อยคับ เพราะคุณศรัทธาพวกมีชีวิตอยู่ไม่ได้คุณวิเศษอะไร มาล้างคำของพระศาสดาท่านทั้งหมด เหมือนลัทธิบัวขาวของจีน เหมือนพวกตั้งเข้าทรงของจีนเก็บเงินเวลาไปฟังธรรม การพูดเนี่ยอิงคล้ายนิกายบัวขาวบอกว่าท่านมีกายสามกายเอาแยกมาจากของมหายานธิเบตอีกที คล้ายของพวกศาลเข้าผีเข้าทรง ที่ผมพูดเพราะผมเอา่ท่านปัญญานันทะของศรีลังกามาเป็นบรรทัดฐานคับ ว่าควรตอบโต้อธรรมด้วยธรรม ควรเอาธรรมดีข่มธรรมชั่ว ควรเอาํํวิชาตอบโต้อวิชา แม้แต่เอกทัคคะด้านจักษุทิพย์ที่พระพุทธเจ้าท่านทรงตั้งไว้ว่าเลิศที่สุด ท่านเห็นตลอดการเข้าฌานสมาบัติของพระพุทธเจ้าตอนพระพุทธเจ้าท่านจะทำการนิพพาน ท่านก็ยังพูดว่าเราเห็นตลอดทุกขั้นตอนของการเข้าฌานที่มีนับแสนสมาบัติพอพระศาสดาเข้าินิพพานแล้ว"ไม่ปรากฎในนิมิตจักษุของเราอีก รู้แต่ว่าท่านเข้านิพพานแล้ว" แม้พระอรหันต์ยุคหลังๆเหมือนหลวงปู่เสาร์หลวงปู่้มั่นท่านก็ยังบอกเลยว่า บอกได้คำเดียวว่าคุณได้ตั้ง "ลัทธิมั่วซั่ว" มาพลาญเงินคน หลอกกินเงินคน เหมือนภิกษุที่คนเขารังเกียจจนได้ตั้งพุทธบัญญัติอาบัติ+กฎเรื่องภิกษุมักขอเลยทีเดียว

414. dhamm_nid@hotmail.com     [49.48.146.4]     29 Dec 2011 - 12:36

แก้ไขเรื่องหลวงปู่เสาีร์ินิดนะคับท่านบอกว่า"ทำบุญก็ทำมามากแล้ว ทำมาเยอะแล้ว สู้บวชขาวถือศีล8วันเดียวไม่ได้"(แล้วทำไมพวกคุณเน้นให้บริจาคกันจัง) อันนี้ท่านมีพระธาตุจริงแน่ หลวงปู่มั่นท่านก็สอนอยู่ว่า "ไปทางนิพพานมันไม่มีทางลัดหรอก ถ้าจะไปให้เร็วต้องอาศัยปัญญาประกอบเป็นหลัก เพียรเป็นรอง ศรัทธาเป็นที่สาม ถ้าโง่ๆหน่อยสอนอะไรไม่รู้เรื่องคิดอะไรไม่ออกนั่นหล่ะค่อยยึดพุทออก ธาเข้า อาศัยศรัทธา แล้วค่อยอ่านอีกที นั่งอีกที พิจารณาอีกที แม้อรหันต์ที่ด้อยปัญญาเรียนธรรมประโยคเดียวตลอดสามเดือนไม่ได้ก็ยังมี" ซึ่งหลวงปู่มั่นเองท่านก็มีพระธาตุ(ซึ่งสมัยก่อนไม่มีเพชรรัสเซียนะจ๊ะ แถมคนสมัยนั้นไม่เชื่องมงาย ขนาดใครแค่มีของเรียนอาคมเช่นหนังเหนียวเขายังลองเอามีดฟันก่อนไม่บอกเจ้าตัวด้วยซ้ำ ตายก็ตายฟรีนะ ถ้าโอ้อวดหน่ะ ยิ่งพระไม่ต้องพูดถึงยกเอาไตรปิฏกมาถกบ้าง ทดลองปัญญาบ้าง แอบดูวัตรดูศีลบ้าง เห็นท่านแสดงปาฏิหาริย์ซึ่งบังเอิญเห็นจะๆบ้าง เพราะขนาดหลวงปู่มั่นซึ่งชอบแสดงปาฎิหาริย์โลดโผนถ้าไม่เกี่ยวกับการสอนธรรมะท่านก็จะไม่ทำทั้งสิ้น เรื่องปัดระเบิดเนี่ย คุณปัดลงมหาสมุทรแปซิฟิคดีกว่าใหม? เอาให้มันตกญี่ปุ่นทำไม? บาปนะนั่นชีวิตมนุษย์นับล้าน ทำให้ระเบิดมันด้านดีกว่าใหม ได้มหาบุญด้วยช่วยชีวิตนับล้าน)

มาเอาเรื่องพระพุทธเจ้าของสูงที่สุดในสามโลกบ้าง ขนาด พระพุทธเจ้ายังแบ่งเป็นเกรด 3 เกรด 4 เกรด(ถ้ารวมพระปัจเจกพระพุทธเจ้าด้วยนะ) เกรดดีสุดเกรด 1 คือพระพุทธเจ้าสายปัญญาสะสมบารมีเพียง 4-4.7อสงไขยแสนกัปป์เศษ(พระสมณโดม ตถาคตของพวกเราเป็นเกรดนี้) เกรดรองลงมาคือสายเพียร 6-8 อสงไขยกับอีกแสนกัปป์เศษ(ท้าววสวัตตีมาราธิราช) เกรด 3 ศรัทธา 16-30 อสงไขยกับอีกแสนกัปป์เศษ(พระศรีอาริยเมตไตย) ส่วนพระปัจเจกพุทธเจ้า 2 อสงไขยกับอีกแสนกัปป์เศษ(ท่านไม่ประกาศศาสนาและให้อย่างมากก็ศีลสิบ สุดๆก็อริสัจ 4แต่ไม่อธิบายโดยละเอียด และมีพร้อมกันได้หลายพระองค์แต่พระสัมมาจะมีเพียงองค์เดียวต่อยุคและประกาศศาสนาให้ปรากฏในโลก) คุณๆหน่ะ เน้นปัญญาบ้างนะคับ อะไรที่ไม่เข้าใจ ผมแนะนำให้ลองหาคำแปลจารึกหินที่มันแตกๆหักๆของมหาลัยนาลันทา(ซึ่งมันโคตรไม่สมบุรณ์เป็นขาดๆแหว่งๆตรงคำผมแนะนำปราชญ์ทั้งหลายให้เทียบกับพระไตรปิฏกเอานะคับว่าหมวดไหนวรรคไหน) หรือเอาจารึกหินสมัยพระอานนท์ท่านยังอยู่ก็ได้นะคับ ค้นในเนตเลย อ่านที่พวกเมืองนอกแปลเป็นอังกฤษที่เขาแปลจากบาลี(หรือเทวนาครี)อีกที ถ้าอ่านไม่ออกก็อาศัยลูกหลานเอาคับ ไม่งั้นถ้าชอบคำสอนสมบูรณ์ก็ยุคเลยมาหน่อยก็ของศรีลังกาเก่าๆก็ได้ พุทธดำรัสที่ชำระแล้วหรือไตรปิฏกแท้ๆ(เป็นพุทธดำรัสจริงๆของพระพุทธเจ้าไม่ใช่โมเมเอาทีหลัง)ถือเอาพวกใบลานทำจากทองคำเก่าๆที่เขาเอาไว้ในสถูปเจดีย์ของศรีลังกาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกส่งสมณะทูตและมีเลยมานิดหน่อยมทั้งนั้น เพราะยังอยู่ในช่วงยุคสัจธรรม(200กว่า ปีแห่งศาสนา ยุคสัจธรรมแท้คือ 0-500 ปีแห่งศาสนา ที่พุทธเจ้าท่านตรัสทำนายเรื่องยุคธรรมซึ่งมีพระอรหันต์เถระและภิกษุณีวงศ์อยู่เป็นอรหันตเถรี) อีกอย่างศรีลังกาเขาเก็บของพวกนี้ไว้ดีมากขนาดเอกสารตอบจากษัตริย์ไทยสมัยขอพระสงฆ์ไทยไปบูรณะศาสนาที่ลังกาเขายังเก็บใส่สถูปเอาไว้(ที่บรรจุเป็นงาช้าง สารทำมาจากแผ่นเงิน ใช้ทองและทองแดงเขียนจาร) ผมขอให้เน้นปัญญาคับ เพียรคับ ผมไม่เน้นศรัทธา เพราะศรัทธาผิดๆผมเห็นแล้วเศร้าคับ สะอึกคับ ขนาดพระสัมมาัสัมพุทธเจ้าสายปัญญา(ซึ่งเท่าที่ผมรู้สายนี้จะได้ัรับเกียรติมากที่สุดและเลือกเวลาลงมาโปรดสัตว์ได้ แม้ในโพธิสัตว์ด้วยกันก็นับว่ามีศักดิ์เป็นพี่ใหญ่เพราะศึกษาพระธรรมมากบรรลุโพธิสัตว์บาีรมีโดยไว แต่เพราะท่านมีเมตตามากก็เลยลงมาโปรดช่วงที่คนอายุจะเข้าช่วงสอนธรรมไปนิพพานไม่ค่อยจะรู้เรื่องแล้ว)ได้สอนคุณยังไง คุณก็ยังล้างคำสอนได้ บิดเบือนได้ พูดได้คำเดียว กำลังเข้ายุคศาสนาเสื่อมถอยแล้วคับ อีกสักหน่อย เอาผ้าเหลืองเหน็บหูก็คงเป็นพระ แต่งจีวรเหลืองสอนแค่คำว่า "พุทโธ"ก็เป็นพระพุทธเจ้าได้...เ

415. จะเป็นใคร     [223.205.237.149]     11 Jan 2012 - 19:49

การติเตือนผู้อื่นแม้เขาจะผิดจริงก็เป็นการก่อกวนจิตใจของตนเองให้ขุ่นมัวไปด้วย ความเดือดร้อนวุ่นวายใจที่คิดตำหนิติเตือนผู้อื่นจนอยู่ไม่เป็นสุขนั้น นักปราญช์ถือว่าเป็นความผิดและบาปกรรม ไม่ดีเลย จะเป็นสิ่งให้ท่านได้สิ่งที่ไม่พึงปรารถนามาทรมานอย่างไม่คาดฝัน การกล่าวโทษผู้อื่นโดยขาดการไตร่ตรอง เป็นการสั่งสมโทษและบาปกรรมใส่ตนให้ได้รับความทุกข์จึงควรสลดสงเวชต่อความผิดของตน งดความเห็นที่เป็นบา่ปภัยแก่ตนเสีย ความทุกข์้เป็นของน่าเกลียดน่ากลัว แต่ทำไมสา้เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์จึงพอใจสร้างขึ้นเอง
คติธรรม หลวงปู่้มั่น ภูริทัตโต

416. ง่ายนักหรือฝึกปรือไหม     [101.51.88.90]     11 Jan 2012 - 21:29

มาฝึกอารมณ์จิตพระโสดาบันกันไหม
................(หลวงพ่อวัดท่าซุง อ.เมืองฯ จ.อุทัยธานี)

ความจริงพระโสดาบันไม่ใช่ของสูง เป็นของธรรมดา
ที่เรียกกันว่า ชาวบ้านชั้นดี ท่านพระอริยะเบื้องสูงท่านกล่าวว่า
ธรรมที่จะทำให้คนเป็นพระโสดาบัน เหมือนกับของเด็กเล่น
คือเป็นของทำง่ายๆ เพียงแต่มีพรหมวิหาร ๔ ประจำใจ
เราก็เป็นพระโสดาบันได้แบบสบายๆ เมื่อกล่าวโดยสรุป

พระโสดาบัน มีอารมณ์โดยย่อดังนี้

๑.มีความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ต้องตายแน่

๒.ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า

๓.ฆราวาสมีศีล ๕ ทรงอารมณ์เป็นปกติ

ทั้ง ๓ ประการนี้ เป็นอารมณ์ในขณะที่ปฏิบัติ เมื่ออารมณ์ทรงตัวแล้ว อารมณ์ที่ปักหลักมั่นคงอยู่กับใจจริงๆ ก็เหลือเพียงสอง ที่ท่านเรียกว่า องค์ ก็คือ

หนึ่ง ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ สาวกของพระพุทธเจ้าอย่างมั่นคงจริงจัง

สอง มีศีล ๕ บริสุทธิ์ผุดผ่องจริง

สุดท้าย ด้วยคุณบารมี ของพระศรีรัตนตรัย มีพระพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆ รัตนะ ทั้งสามประการ
จงดลบันดาลให้ ท่านผู้อ่านทั้งหลาย จงมีแต่ความสุขสวัสดิพิพัฒนมงคล
สมบูรณ์พูนผล ให้จงเจริญไปด้วยจตุรพิธพรชัยทั้ง ๔ ประการ
มี อายุ วรรณะ สุขะพละ และปฏิภาณ
ปรารถนาสิ่งใด ขอให้ได้สิ่งนั้น สมความปรารถนาจงทุกประการ
ณ กาลบัดนี้ และตลอดไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน


แสดงคำตอบจำนวน 50 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 416 คำตอบ ( 9 หน้า )
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |


ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"
 
ชื่อ(อีเมล์)
รายละเอียด





เชิญร่วมแสดงความคิดเห็น แสดงวิสัชนา

เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จกดปุ่ม Submit เพียงครั้งเดียวพอแล้ว

©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.