Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (101) Vote Down (104) เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน   
3706 : จากคุณ ดาวพฤหัส     [203.147.0.42]     22 Nov 2002 - 05:51     [15 คำตอบ]

เรื่องของดาวทั้ง 8(ดาวอาทิตย์)
เรื่องของดาวทั้ง 8(ดาวอาทิตย์)
อันการพยากรณ์ศาสตร์นั้นจำเป็นต้องรู้จักและเข้าใจในความหมายและเรื่องราวของดาวต่างๆ เพื่อใช้เป็นหลักในการพยากรณ์ หากไม่ศึกษาให้เข้าใจในเรื่องของดาวทั้ง 7 รวมโลก(ดาวราหูด้วยเป็น 8 )แล้ว ก็ยากนักที่จะเข้าถึงแก่นแท้แห่งวิชาโหรได้ ทั้งยังไม่อาจเป็นหมอดูที่ดีได้ด้วย เนื่องจากเป็นเนื้อหาที่รวบรวมจากตำหรับตำราต่างๆในคัมภีร์โบราณทั้งหลายรวมตลอดจนถึงตำราในปัจจุบันและที่หาได้จากทั่วโลกรวมทั้งพยากรณ์เวบแห่งนี้ ซึ่งมีเนื้อหารายละเอียดมากมายมหาศาลเป็นยิ่งนักเพื่อประโยชน์สำหรับผู้ต้องการศึกษาวิชาโหราศาสตร์ไทยโบราณด้วยตนเอง กับทั้งเพื่ออนุรักษ์มรดกไทยเอาไว้ ดังนั้นเราจักไม่สอนให้โดยละเอียดเพราะพิมพ์ไม่เก่งต้องค่อยๆจิ้มเอาบางครั้งก็หาตัวอักษรที่จะพิมพ์ไม่ค่อยเจอ ในบางเรื่องจึงขอสรุบเป็นเคล็ดวิชาที่ยาวพอสมควรแต่อาจนำไปขยายความได้อีกนับหมื่นหน้า ทั้งบางประโยคในกระทู้นี้ยังอาจนำไปขยายความได้นับร้อยนับพันหน้า
ขอให้ท่านผู้ใคร่ในการศึกษาค้นคว้าทุกท่านค่อยๆศึกษาและทำความเข้าใจอย่าใจร้อน และในขณะที่ศึกษาให้ทำความเข้าใจตามนี้ว่า
อันดาวแต่ละดวงนั้นล้วนมีทั้ง ด้านดี ด้านเสีย อาจให้ได้ทั้งคุณหรือโทษ หรืออาจให้ทั้งคุณแลทั้งให้โทษได้ในดวงเดียวกัน มีอารมณ์ รัก-ชัง ยินดี-ยินร้าย เป็นบวก-เป็นลบ มีธรรมชาติต่างๆทางอารมณ์เช่นเดียวกับมนุษย์ปุถุชนธรรมดา มีธรรมชาติแห่งความเป็นของคู่คือ เป็นหยินแลหยาง(อาจค้นคว้าได้จาก คัมภีร์หยิน-หยางของท่าน อ.พลูหลวง)

1. ดาวพฤหัส     [203.147.49.249]     22 Nov 2002 - 06:34

ดาวอาทิตย์ ราชาแห่งท้องจักรวาล (พระผู้ทรงประทานชีวิตจิตใจ)
เป็นบ่อเกิดแสงสว่างและความร้อน(ให้พลังงานแลกำเนิดพลังแห่งชีวิต) ตลอดจนพลังงานอันมีอำนาจยิ่งนักในการทำลายล้างผลาญสิ่งที่ขวางหน้าหรืออยู่ใกล้(คล้อยตามข้าอยู่ขวางทางข้าถูกทำลาย) มีความหมุนเป็นวงวน แผ่พลังงานความร้อนอันเกิดจากปฎิกิริยานิวเคลียฟิวชั่นออกมาโดยรอบ ตรงแกนกลางมีความเย็นเป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตชั้นสูง ที่มีความเริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่เหนือกว่าพวกดาวราหูหรือโลกชมพูอย่างพวกเจ้านี่นับร้อยนับพันเท่า อาจสามารถเขียน รูปวงกลมมีจุดตรงกลางหรือ อักษร อ. หรือ ๑ แทนได้ มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำดาว แต่มนุษย์บนดาวดวงนี้ไม่สามารถเป็นพระอรหันต์ได้เพราะมีกำลังใจในการเลิกคบกับกิเลศตันหาตัวพาวนพาเวียนพาติดพาหลงอย่างเด็ดขาด น้อยไปหน่อยนึงขาดความเข้มแข็งเด็ดขาดสู้พวกดาวราหูอย่างพวกเจ้าไม่ได้ ดังนั้นผู้ที่จะเป็นพระอรหันต์จึงต้องมาเกิดในชมพูทวีปเท่านั้น ถ้าไปเกิดที่ดาวดวงอื่นที่ไม่ใช่โลกชมพู(ชมพูทวีปคือโลกเราดาวราหูนี้) ไม่สามารถเป็นพระอรหันต์ได้อย่างแน่นอนนับเป็นโชคดีของพวกเจ้าแล้วที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์บนโลกแห่งนี้ในเขตพระพุทธศาสนาแล้วได้พบได้รู้จักพระพุทธศาสนา ได้รู้จัก การทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์อยู่เหนือทุกข์ทั้งปวง ดังนั้นผู้ที่กำลังคิดจะฆ่าตัวตายด้วยเหตุผลประการต่างๆนั้น ควรเลิกคิดได้แล้ว เนื่องจากการฆ่าตัวตายเพื่อพ้นทุกข์จากภาวะความบีบคั้นที่กำลังประสบอยู่นี้ ตายแล้วไม่เพียงไม่พ้นทุกข์กลับกลายเป็นการเพิ่มทุกข์ให้ตัวเองมากยิ่งขึ้นไปอีกในโลกหลังความตาย ทั้งกรรมที่เกิดจากการฆ่าตัวตายก็ยังจะตามไปให้ผลพร้อมกับกรรมเก่าที่ยังมีอยู่ในการเกิดเป็นมนุษย์ในชาติต่อไปอีกด้วย
ทุกข์มีเพราะมีเรา เรามีเพราะมีความยึดมั่นถือมั่นในทุกข์ หากเราไม่เที่ยวไปยึดมั่นถือมั่นว่าทุกข์เป็นเรา เราเป็นผู้ทุกข์ มองดูความทุกข์ทั้งปวง เกิด-ดับ ตามสภาพแห่งความเป็นจริง ด้วยความมีสติ โดยไม่มีเราเข้าไปเกี่ยวข้อง ทุกข์อันหนึ่ง เราอันหนึ่ง คนละส่วนกัน ต่างอันต่างจริงมันก็หมดเรื่อง พ้นทุกข์ได้ง่ายๆแค่นี้เอง

2. ดาวพฤหัส     [203.147.0.42]     22 Nov 2002 - 07:12

นามของพระอาทิตย์ เรียกว่า สุริยะหรือสุริชะ ในยามกลางวัน และเรียก รวิ ในยามกลางคืน
นอกนั้นเรียกว่า สูรย์ สุริยะ สุริยา สุริยาทิตย์ อัคนี อักโก ระวี วิภากร สาวิตร สุริฉาน ทิวากร สุริยน อินทภาษ อัคคะ ภานุ ทินกร อุทัย อรุณ ชโยติยะ ฯลฯ เป็นต้น

3. ดาวพฤหัส     [203.147.49.250]     22 Nov 2002 - 14:12

ดาวอาทิตย์ทางดาราศาสตร์
การกำเนิดสุริยะ
ผลจากการวิเคราะห์อายุของหินในโลกและจากดวงจันทร์ และของอุกาบาตปรากฏว่าที่มีอยู่เก่าแก่ที่สุดปะมาณ4,500ล้านปี การศึกษาทางทฤษฎีเรื่องวิวัฒนาการของดวงอาทิตย์บ่งบอกให้ ทราบว่าอายุโดยประมาณของดวงอาทิตย์ก็ราวเดียวกัน จึงสรุปได้ว่าระบบสุริยะต้องก่อตัวเกิดขึ้นเมื่อราวเกือบ 5,000 ล้านปีมาแล้ว การจัดตัวของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะนี้มีระเบียบพอสมควร ดาวเคราะห์ทั้งปวงเกือบอยู่ในระนาบเดียวกันวงโคจรก็เกือบเป็นวงกลม ทุกดวงต่างโคจรไปทางเดียวกัน และดาวเคราะห์ส่วนใหญ่กับดาวบริวารส่วนมากต่างก็หมุนรอบตัวเองจาก ตะวันตกออกเหมือนกัน ระบบสุริยะ
ปัจจุบันนี้เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปแล้วว่าดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ทั้งปวงก่อตัวเกิดขึ้นจากมวลเมฆแห่งวัตถุธาตุ แต่ดั้งเดิมอันเดียวกันพร้อมๆกัน แต่สมมติฐานสมัยใหม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ทางกลศาสตร์ C.F. von Weizacker ได้เสนอสมมติฐานอย่างใหม่ขึ้นเมื่อกลางทศวรรษหลัง ค.ศ. 1940 และต่อมา G.P. Kuiper ได้ปรับปรุงใหม่และมีชื่อว่า the protoplanet hypothesis หรือ สมมติฐานปฐมเคราะห์
มวลของสมาชิกในระบบสุริยะ ดวงอาทิตย์ 99.85 %
เหล่าดาวเคราะห์ 0.135 %
เหล่าดาวหาง 0.01 %
บริวารของดาวเคราะห์ 0.00005 %
ดาวเคราะห์น้อย 0.0000002 %
อุกกาบาต 0.0000001 %
ประเภทของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะ
ดาวเคราะห์ชั้นใน (Inner Planets)
เป็นกลุ่มดาวเคราะห์ทีมีลักษณะคล้ายโลก (The Terrestrial Planet) คือมีพื้นผิวเป็นหินแข็งอย่างโลก ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก และดาวอังคาร ขณะที่ดาวศุกร์ โลก และดาวอังคารมีบรรยากาศห่อหุ้มชัดเจน แต่ดาวพุธเกือบไม่มีบรรยากาศเลย
ดาวเคราะห์ชั้นนอก (Outer Planets)
เป็นกลุ่มดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายดาวพฤหัสบดี (The Jovian Planets) คือเป็นดาวเคราะห์ก๊าซซึ่งอาจมีแกนแข็งขนาดเล็กอยู่ที่ใจกลางและ มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับโลกได้แก่ ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน

4. ดาวพฤหัส     [203.147.0.42]     22 Nov 2002 - 15:50

ดวงอาทิตย์ พระอาทิตย์ ตะวัน สุริยา เป็นชื่อของดาวฤกษ์ประจำระบบสุริยะของเรา เป็นวัตถุใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดในระบบนี้ มวลรวมของระบบสุริยะของเรานั้น 98 เปอร์เซ็นต์ได้มาจากมวลของดวงอาทิตย์นี่เอง แรงดึงดูดของดวงอาทิตย์เป็นตัวการทำให้ดาวเคราะห์ทั้งหลายโคจรอยู่รอบ ๆ พร้อมกับการเคลื่อนที่ไปในอวกาศของดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์เป็นผู้มอบพลังงานเกือบทั้งหมดที่เราใช้บนโลก ขนาดหน้าตัดของดวงอาทิตย์ใหญ่กว่าขนาดหน้าตัดของโลก 100 เท่า และต้องใช้โลกถึง 1.3 ล้านใบเพื่อเติมเนื้อในของดวงอาทิตย์ให้เต็ม ชั้นนอกสุดของดวงอาทิตย์เรียกว่า โฟโตสเฟียร์ และมีอุณหภูมิประมาณ 6,000 องศาเซลเซียส ชั้นนี้จะมีลักษณะเหมือนเป็นริ้วระลอกเนื่องจาก ความปั่นป่วนของกระแสพลังงานที่ระเบิดอยู่ตลอดเวลาที่พื้นผิว
พลังงานของดวงอาทิตย์เกิดขึ้นอยู่ภายในแกนกลางของดวงอาทิตย์ ที่ซึ่งมีอุณหภูมิประมาณ 15,000,000 องศาเซลเซียส และมีความดันมากกว่าความดันอากาศ ณ ระดับน้ำทะเลของโลกถึง 340 พันล้านเท่า ณ สภาพเช่นนี้ทำให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์แบบรวมตัว โปรตอนของไฮโดรเจน 4 ตัว หลอมรวมตัวกันเกิดเป็นอนุภาคอัลฟาหรือนิวเคลียสของฮีเลียมซึ่งมีมวลน้อยกว่าโปรตอนทั้งสี่ประมาณ 0.7 เปอร์เซ็นต์ มวลที่หายไปได้แปรสภาพเป็นพลังงาน และเคลื่อนตัวมายังผิวดวงอาทิตย์ด้วยกระบวนการพาความร้อน แล้วจึงปลดปล่อยออกมาเป็นแสงและความร้อน
พลังงานจากใจกลางของดวงอาทิตย์ต้องใช้เวลานับล้านปี เพื่อเคลื่อนตัวไปถึงผิวของดวงอาทิตย์ ทุก ๆ วินาทีจะมีไฮโดรเจนเปลี่ยนเป็นฮีเลียมราว 700 ล้านตัน และปลดปล่อยพลังงานบริสุทธิ์ออกมา 5 ล้านตัน มวลของดวงอาทิตย์จึงลดลงตลอดเวลา
พื้นผิวของดวงอาทิตย์มักจะมีส่วนที่มืด ๆ ปรากฏ พื้นที่มืดนี้เราเรียกว่า จุดดับบนดวงอาทิตย์ เป็นจุดที่มีความร้อนแต่ร้อนน้อยกว่าส่วนอื่น ๆ ของดวงอาทิตย์ มันจึงดูมืดกว่าส่วนที่เหลือ จุดดับบนดวงอาทิตย์เหล่านี้มีขนาดใหญ่กว่าโลกของเราทั้งใบเสียอีก
ในบางครั้งก็จะมีลำก๊าซร้อนพวยพุ่งออกมาจากดวงอาทิตย์ พวยก๊าซร้อนนี้บางครั้งก็ตกกลับลงสู่ดวงอาทิตย์ บางครั้งก็เคลื่อนตัวหลุดออกมา ไกลขนาดที่มาถึงโลกของเราได้เลย
ดูเหมือนว่าดวงอาทิตย์มีชีวิตอยู่มานานถึง 4.6 พันล้านปีแล้ว และยังคงมีเชื้อเพลิงมากพอให้เปลี่ยนเป็นพลังงานอีก 5 พันล้านปีเป็นอย่างน้อย ในช่วงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนไปอาศัยฮีเลียมในการหลอมรวมตัว และมีขนาดใหญ่ขึ้น พองออกมาจนมาถึงวงโคจรของโลก จึงกลืนกินโลกเข้าไปได้ หลังจากพันล้านปีผ่านไป ดวงอาทิตย์ (ซึ่งในสภาพนั้นเรียกว่า ยักษ์แดง หรือ red giant) ก็จะหดกลับลงอย่างทันใดกลายเป็น ดาวแคระขาว (white dwarf) ซึ่งเป็นวาระสุดท้ายจริง ๆ ของดาวฤกษ์เช่นดวงอาทิตย์ และคงใช้เวลาอีกนับเป็นล้านล้านปีจึงจะเย็นลงอย่างสมบูรณ์
ข้อมูลทั่วไปของดวงอาทิตย์
มวล (กิโลกรัม)) 1.989 x 10 30
มวลเทียบกับโลก (โลก = 1) 332,830
รัศมีที่เส้นศูนย์สูตร (กิโลเมตร) 695,000
รัศมีที่เส้นศูนย์สูตร (โลก = 1) 108.97
ความหนาแน่นเฉลี่ย (กรัม/ลูกบาศก์เซ็นติเมตร) 1.410
คาบการหมุนรอบตัวเอง (วัน) 25-36*
ความเร็วหลุดพ้น (กิโลเมตรต่อวินาที) 618.02
อุณหภูมิเฉลี่ยที่พื้นผิว 6,000 oC
อายุ (พันล้านปี) 4.5
องค์ประกอบเคมี
ไฮโดรเจน 92.1 %
ฮีเลียม 7.8 %
ออกซิเจน 0.061 %
คาร์บอน 0.030%
ไนโตรเจน 0.0084%
นีออน 0.0076%
เหล็ก 0.0037
ซิลิคอน 0.0031%
แมกนีเซียม 0.0024%
กำมะถัน 0.0015%
อื่น ๆ 0.0015%
ดวงอาทิตย์มีการโคจรเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับโลก แต่เป็นการเคลื่อนไหวที่ช้ากว่าโลกมาก ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผลอันสืบเนื่องมาจากจุดดับของดวงอาทิตย์นั้นเอง ซึ่งจุดดับบนดวงอาทิตย์บอกทำให้เกิดพายุสนามแม่เหล็กขึ้น อย่างรุนแรง มีอิทธิพลทำให้เกิดผลกระทบกระเทือน ต่อการปฏิบัติงานทางโทรเลข โทรศัพท์ วิทยุและโทรทัศน์ เป็นต้น
ดวงอาทิตย์ไม่สามารถหมุนไปทั้งรูปทรงกลมเหมือนอย่างโลก แต่หมุนไปในลักษณะคล้ายของเหลวอิทธิพลของดวงอาทิตย์ก่อให้เกิดประโยชน์แก่มวลมนุษย์ สัตว์ และพืชต่างๆ ในโลกอย่างมหาศาล ถ้าปราศจากดวงอาทิตย์แล้วผมคิดว่า ทุกสิ่งที่มีชีวิตจะอาศัยอยู่ในโลกไม่ได้ คุณประโยชน์ของดวงอาทิตย์ทำให้ดิน ฟ้า อากาศมีความร้อนไม่เสมอกัน ทำให้เกิดกระแสลม กระแสน้ำ ฝนตก เนื่องจากมีพลังความร้อนทำให้พื้นดินชุ่มชื่น เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชธัญญาหารตามควรแก่ฤดูกาล ทำให้เกิดแสงสว่างเชื้อเพลิง และไฟฟ้ารวมความแล้วบันดาลให้เกิดแสง ความร้อน และกัมมันตภาพรังสี อันเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ และสัตว์ที่อาศัยอยู่บนโลกได้อย่างพอเหมาะ พอควร

5. ดาวพฤหัส     [203.147.49.250]     24 Nov 2002 - 18:27

ดาวอาทิตย์ทางโหราศาสตร์ คัมภีร์โบราณได้กล่าวถึง การสร้างโลกของพระอิศวรผู้เป็นเจ้า(เทพแห่งการทำลายล้างและการสร้างสรรค์) ด้วยอำนาจบารมีทรงสร้างจักรวาลน้อยใหญ่เป็นลำดับ บันดาลให้เกิดความมืดแลความสว่างอันมีดาวพระเคราะห์แลดาวฤกษ์อีกมากมาย โดยให้เทพเจ้าเสวยวิมานประจำทิศทั้ง 8 รอบเขาพระสุเมร ในครั้งนั้นด้วยอำนาจบารมีรัศมีกำลังฤทธิ์พระอิศวรได้ร่ายพระเวทย์ให้ราชสีห์หกตัว บดป่นเป็นผงธุลีห่อด้วยผ้าสีแดง แล้วทรงประพรมด้วยน้ำอมฤตอธิฐานบังเกิดเป็นทวยเทพ เทวราช ชาย มีรัศมีกายแดง (วิมานแดง) ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ
ตามตำราโลกธาตุกล่าวว่า พระอาทิตย์ ๑ ผิวพรรณเป็นทับทิมประดับอาภรณ์ปัทมาคัมมณีแดงทรงราชสีห์เป็นพาหนะวนรอบเขาพระสุเมร 6 รอบ เป็นธาตุไฟอันรุ่งโรจน์แก่กล้าครองยังทิศอิสานหรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือรูปร่างสมส่วน

6. ดาวพฤหัส     [203.147.0.42]     28 Nov 2002 - 16:35

อาทิตย์สถิตอยู่ในราศีตุลย์มีตำแหน่งเป็นนิจ เป็นผู้ที่อับวาสนาอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องตำแหน่งชื่อเสียง ความมีหน้ามีตาในหมู่สังคม รวมไปถึงความไร้ผลงานและตำแหน่ง และจะเป็นตำแหน่งประหรือนิจก็ตาม จะมีผลให้เจ้าชะตานั้นหัวสูง ใฝ่สูงอีกด้วย เจ้าชะตาจะเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสโอหัง นอกจากจะร่วมราศีกับดาวศุภเคราะห์ เช่น ดาวจันทร์ ดาวพุธ หรือจะร่วมราศีกับดาวศุกร์ ก็ได้ เช่นนี้แล้วก็จะลดความหยิ่งยโสโอหังลงได้บ้าง กลับกลายเป็นอ่อนน้อมถ่อมตัวได้ดีเสียอีกด้วย

7. ดาวพฤหัส     [203.147.49.250]     28 Nov 2002 - 16:44

ธรรมชาติ เป็นธาตุไฟอันรุ่งโรจน์โชติช่วง รุนแรง ฉับพลัน เป็นไฟอันสามารถเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างที่ขว้างหน้า ธรรมชาติของดวงอาทิตย์นั้นย่อมเข้มแข็ง จริงจัง ร้อน ว่องไว เฉียบขาด กล้าแกร่ง จริงจัง ทำลายล้างได้ถ้าร่วมกับดาวที่เป็นศัตรู
ด้านดี ความมีเกียรติ มีวาสนา รักชื่อเสียง และศักดิ์ศรี มีอำนาจบารมี แข็งแกร่ง เชื่อมัน ตรงไปตรงมา รักอิสระ เจ้าระเบียบ มีความรับผิดชอบสูง เด่นทางราชการ เป็นผู้นำที่ดี เปิดเผย รักความก้าวหน้า มีความทะเยอทะยานสูง รวมทั้งมีลักษณะของความงามเวลานั่ง เดิน นอน หรือยืน ( โปรดเปรียบเทียบกับความเป็นเจ้าป่าของราชสีห์ )
ด้านเสีย มีความหยิ่ง จองหอง ถือดีถือตัว ใจร้อนไม่ฟังใครห้ามปราม รักสบายจนขี้เกียจ อับวาสนาได้ถ้าอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดี หลงตัว กร้าวร้าวเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ ใฝ่สูง ไม่ชอบทำงาน ไม่ชอบการบังคับบัญชาจากใคร อับวาสนาถ้าทำงานราชการ
บุคลิกภาพ มีสง่า ผ่าเผย ดูภูมิฐานน่าเคารพนับถือ น่ายำเกรงยิ่งนัก มองแล้วดูเกรง อำนาจ และต้องลักษณะองอาจด้วย ไม่ชอบออกแรงทำงานที่ไม่ถูกต้องหรือขัดกับใจตัว ขัดต่อความถูกต้องที่ควรจะเป็น
ความหมายโดยทั่วไปของดาวอาทิตย์
คำไข ทายยศทายศักดิ์ให้ทายอาทิตย์ ( สร้างจากราชสีห์ ) ผู้เป็นเจ้าป่าตามตำนาน ได้สร้างโดยพระอิศวรผู้เป็นเจ้าแห่งเทวราชทั้งหลายทั้งปวง
อุปนิสัย เป็นผู้ที่รักเสรีภาพที่สุด รักชื่อเสียง ใจคอกว้างขวาง โอบอ้อมอารี ดูมีสง่าผ่าเผย เปิดเผยตรงไปตรงมา เชื่อมั่นในตนเอง บางครั้งใจร้อนได้ รุนแรง ใจเร็ว ทะเยอทะยานรักอนาคต เป็นผู้นำโดยนิสัย มีความกระตือรือร้น รักความยุติธรรม ไม่ชอบง้อใคร มีความตื่นตัวอยู่เสมอทุกภาวะเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ( อุปนิสัยของดาวอาทิตย์นี้ โปรดสังเกตุจากลักษณะนิสัยของราชสีห์ก็ได้ เพราะโหราจารย์ท่านได้เทียบกันไว้ )
สิ่งของ สิ่งของที่มีแสงในตัวเองเช่นหลอดไฟ กระแสไฟ เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นสิ่งของที่มีพลังงานในตัวเองอีกด้วย เช่นถ่านไฟฉาย กระแสแม่เหล็ก เป็นต้น ตลอดจนแห่งความร้อนทั้งหลาย ถ่านที่อยู่ในเตา แว่นตา เครื่องคอมพิวเตอร์
สีสรร สีแดง แดงเลือดหมู แดงสด แดงทับทิม แดงอิฐที่ก่อสร้างก็ได้ หรือจะแดงเหมือนเลือดมนุษย์ก็ไม่ผิด
อวัยวะ ส่วนที่เป็นอวัยวะของร่างกายนั้นขอให้คิดถึงคำว่าแสงสว่างเข้าไว้ โดยถ้าจะเทียบแล้วก็ได้แก่ดวงตานั้นเอง ส่วนเรื่องพลังงานแล้วสิ่งที่ให้พลังงานแห่งร่างกายที่อยู่ได้เพราะลมหายใจนั้นก็คือ หัวใจ อีกทั้งยังได้หมายถึงสีแดงนั้นก็คือ เลือด เลือดลม ระบบสูบฉีดโลหิต แห่งความร้อนความอบอุ่นของร่างกาย
โรคภัย โรคเกี่ยวกับสายตา ดวงตา เลือด เลือดลม เลือดจาง ความดันสูงหรือต่ำก็ได้ทั้งสิ้น ทั้งยังเกี่ยวแก่โรคหัวใจอีกด้วย เช่นหัวใจโต หัวใจล้มเหลว หัวใจรั่ว เป็นต้น ( ขอให้สังเกตุจากอวัยวะของร่างกาย โดยโรคภัยที่จะเกิดขึ้นนี้ก็มาจากอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนั้นเอง )
เพศ ได้แก่ เพศชาย
อาชีพ ได้แก่อาชีพที่คอยรับใช้พระมหากษัตริย์นั่นก็คือ อาชีพข้าราชการ รับใช้ชาติและแผ่นดิน งานที่มีเกียรติทั้งหลาย มีตำแหน่งดีเด่น หรืองานส่วนตัวที่เป็นผู้ลงทุนเอง ทำเอง งานอิสระตามห้างร้านบริษัทก็ได้ แต่จะขอเน้นสักหน่อยว่างานนั้นจะต้องมีอิสระพอควร หรือเป็นงานที่มีหน้ามีตา จัดอยู่ในขั้นเลือกทำงานได้
อักษร ได้แก่ตัวสระทั้งหลายที่มีอยู่ในภาษาไทย เว้น วรรณยุกต์ เอก โท ตรี จัตวา อีกทั้งยังเป็นตัว ”อ” ด้วย แต่เป็นสระ
ธาตุ เป็นธาตุไฟ และเป็นต้นของแม่ธาตุไฟอันร้องแรงสามารถเผาผลาญสิ่งทั้งหลายทั้งปวงได้อย่างรวดเร็ว ฉับพลัน รุนแรง รุ่งโรจน์ที่สุด นับเป็นไฟที่เกิดจากแหล่งกำเนิดอันยิ่งใหญ่ เช่นดวงอาทิตย์ เป็นต้น
ทิศทาง ได้แก่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือทิศอีสานตามหลักของไทย
กำลังดาว มีกำลัง 6 ( พระอิศวรสร้างดาวอาทิตย์ขึ้นมาจากราชสีห์ 6 ตัว )
สัญชาติ เป็นชาติผิวแดง บ้างผิวดำก็มี มีจมูกโด่งยาวมาก ซึ่งตำราทั่วไปส่วนมากระบุไว้เลยว่า ชาติอินเดีย
คู่มิตร เป็นคู่มิตรกับดาวพฤหัส ( อาทิตย์เป็นมิตรกับครู ตามอำนาจของดาวชาติเวรเดิมตามประวัติที่มีมา )
คู่ธาตุ เป็นคู่ธาตุไฟกับดาวเสาร์ เพราะเป็นไฟด้วยกันทั้งคู่ ต่างกันก็แต่เพียงว่าไฟบรรลัยกัลป์ กับไฟสุมขอน ไฟอบอุ่นคลายหนาว
คู่สมพล เป็นคู่สมพลกับดาวศุกร์ เพราะมีกำลังเป็น 6 ส่วนศุกร์มีกำลังเป็น 21 รวมกันแล้วได้ 27 พอดี
คู่ศัตรู เป็นคู่ศัตรูกับดาวอังคาร ตามดวงดาวคู่ชาติเวรที่มีเล่ากันมาตั้งแต่โบราณว่าเป็นศัตรูในด้านชิงรักหักสวาทกันและกัน
ภาวะ เป็นดาวบาปเคราะห์ ( บาป คือ บาปะ แปลว่าความชั่ว ความเลว ) ( บางตำราว่าเป็นกลาง ) ขอให้ทราบกันเลยทีเดียวว่าดาวอาทิตย์นี้เป็นดาวบาปพระเคราะห์ ( สังเกตุได้จากเลขต้องเป็นเลขคี่ เว้นดาวราหู เป็นเลขคู่ ตัวเดียวที่ดาวบาปเคราะห์ )
พระประจำวัน เป็นปรางถวายเนตร
บุคคล ท่านได้ทราบถึงลักษณะงาน ของอาชีพแห่งดาวอาทิตย์แล้ว สำหรับเรื่องบุคคลนี้ก็เกี่ยวเนื่องกันนั่นเอง คือบุคคลที่มียศถาบรรดาศักดิ์ เป็นคนที่มีเกียรติ บุคคลสูงเด่นไปด้วยอำนาจบารมี บุคคลที่อยู่ในวงการราชการ นายคน หัวหน้าคน เจ้าของกิจการห้างร้าน พระราชา พระมหากษัตริย์ พระเจ้าแผ่นดิน นายกรัฐมนตรี นายจ้าง ( เป็นเพศพ่อ หรือสามี ตามตำราสากลซึ่งก็เป็นที่เชื่อถือได้ เพราะมีตำราไทยโบราณหลายเล่มได้กล่าวไว้เช่นนั้น )
เลข-เบอร์ เลขประจำคือเลข 1 10 19 28 37 46 55 64 73 82 91 100 109 118 เป็นต้น
สถานที่ พระราชวัง สถานฑูต สถานที่ราชการ รัฐสภา กระทรวงต่าง ๆ สถานที่โอ่อ่าหรูหรามีแสงมีเสียง หรือสถานที่แหล่งพลังงาน เช่นโรงงานไฟฟ้า โทรศัพท์ สถานที่บุคคลระดับสูงเขาอยู่อาศัยกัน เป็นต้น
รูปร่าง มีรูปร่างสันทัด ไม่อ้วน ไม่สูง ไม่ผอม หน้ากลม ( บางตำราว่าล่ำสันองอาจ ) ผิวขาวเหลือง หรือที่สังเกตุได้ง่ายคือ ท่าทางทะมัดทะแมงไม่อืดอาด ว่องไว สง่า ( ควรจะสันทัดมากกว่าที่จะล่ำสัน )
อัญมณี ได้แก่พลอย จินดาที่มีสีประกายแดง เช่นทับทิม หลอยแดง อาภรณ์ก็ต้องเป็นสีแดงไปด้วย เช่น เสื้อแดง กางเกงแดง เน็ดไทด์แดง
รสชาติ รสเผ็ดร้อนแรง รสจัด หนักไปทางเผ็ด และร้อนด้วย

8. ดาวพฤหัส     [203.156.14.211]     10 Jan 2003 - 04:33

ดาวอาทิตย์ (๑) คนที่มีดาว (๑) กุมลัคนา (ไฟกรด กุม ลัคนา)
มักจะเกิดในช่วงเวลาประมาณ 6.00 - 8.00 น. ในช่วงเวลาเช้า
ดาว (๑) ส่งผลในทาง ให้พลัง ให้ความร้อน พลังของชีวิต ฉะนั้นใครที่มี (๑) กุมลัคนาก็จะเป็นคนร้อนไปด้วย (ตรง ๆ ตามธรรมชาติของดาว) ยิ่งถ้ามีชื่อเกี่ยวข้องกับดวงอาทิตย์ด้วย ก็ยิ่งร้อนใหญ่ แม้นแต่ (๑) จรไปต้องลัคน์ใครในเดือนไหน มักจะต้องเดินทาง ย้ายที่อยู่ ปรับปรุงที่อยู่อาศัย (ปรับปรุงตลอดหรือไม่ก็ต้องย้ายที่อยู่อาศัยตลอด) ไม่อยู่นิ่งกับที่
ดาว (๑) เป็นดาวเกษตรในราศีสิงห์ ภพปุตตะของโลก อิทธิพลของดาว (๑) ก็จะร่าเริง เป็นเด็ก รักสนุก ขี้เล่นอยู่ตลอด มีความสุข เพื่อนเยอะ และมักจะอยู่ไม่นิ่ง หากจับคนที่มีดาว (๑) กุมลัคน์มานั่งนิ่งๆ เขาก็จะมีความคิดไปโน้นไปนี่อยู่ตลอดเวลา หรือไม่ก็ต้องนั่งอ่านหนังสือด้วย ทำโน้นทำนี่ไปด้วย นี่คืออิทธิพลของดาว (๑)
ทั้งยังส่งผลในเรื่องของการถือตัวด้วย(นิสัยของราชสีห์) แต่ก็เพื่อนเยอะ มีฟอร์มเสียหน้าไม่ได้ ทำอะไรตรงไปตรงมา โผงผาง ไม่โกหก ถือเกียรติ รับปากแล้วต้องทำ กลัวเสียหน้า เสียเครดิต ชอบเป็นหมอ ชอบช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก แต่มักทำคุณคนไม่ขึ้น อะไรทำนองนี้
ส่วนใหญ่แล้วคนที่มี (๑) กุมลัคน์ ศัตรูจะทำอะไรไม่ค่อยได้ ด้วยอำนาจตามธรรมชาติ และส่งผลให้มีความเจริญในหน้าที่การงานด้วย ทำอะไรทำจริง มีหัวในการทำ มีความสามารถในการเชิญชวนบุคคล ให้มีความเชื่อในตัวเขาได้ด้วย คือ โน้นน้าวจิตใจคนได้ดี อันนี้เป็นคุณสมบัติของราศีสิงห์ที่มี (๑) เป็นเกษตร เพราะฉะนั้นจึงได้รับอิทธิพลของราศีสิงห์ไปด้วย มีข้อเสียคือ ทรัพย์ร้อน ใช้เงินเก่ง มีเรื่องให้ต้องใช้เงินอยู่เรื่อยๆ เพราะว่าเป็นคนร้อนวิ่งอยู่เรื่อยไม่นิ่ง ไม่อยู่กับที่ คนที่ออกไปไหนบ่อยๆ ย่อมใช้เงินเก่งเป็นธรรมดา
แต่มักเป็นคนที่มีอนาคตแจ่มใส เพราะว่าขยันขันแข็ง มีความเพียร มักจะมีอิทธิพลทางด้านจิตใจต่อคนใกล้ชิด ต่อความคิด มีความโดดเด่นเฉพาะตัว และมักจะประสบความสำเร็จในชีวิตด้วย ถ้าหาก (๑) ไม่เสีย แต่ถ้าเสีย คือ เป็น เป็นประ คำทำนายไม่ได้ออกจากตรงนี้เลย เพียงแต่ถ้าเป็นประ จะเป็นคนโอบอ้อมอารี ทำอะไรให้คนอื่นก่อนตัวเอง แต่ถ้าเป็นนิจ มักจะอยู่เบื้องหลัง มีจิตใจที่เข้าใจคนที่ต่ำกว่าตน(ไม่ถือเป็นข้อเสีย)

9. แกะรอย     [203.113.32.8]     10 Jan 2003 - 06:13

ผมมีความเห็นว่า ตามที่คุณดาวพฤหัสยกตำรามาอ้างนั้น การที่ดาวอาทิตย์กุมลัคน์มิได้เป็นตามที่ท่านได้ยกมาอ้างทั้งหมด เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นและคนโบราณคัดลอกกันมาแต่นำมาไม่หมด
ลัคนาเกิดภพ ดาวที่มากุมลัคนา มีตั้ง12ภพ และดาวที่สัมพันธ์กับลัคนา ตัวแรกคือตนุลัคน์ไม่ได้นำมาเกี่ยวข้อง
การพิจารณาเรื่องราวต่างๆต้องพิจารณา ทั้ง 2ลักษณะพร้อมๆกัน
คือดาวที่อยู่ในภพนั้น คือดาวที่กุมลัคน์ตามที่ท่านได้พรรณามา
อีกลักษณะหนึ่งท่านยังมิได้เอามาพิจารณาคือ ดาวเกษตรเจ้าเรือนลัคน์ ที่เรียกว่าตนุลัคน์
เช่น ลัคนาอยู่ราศีพฤษภ และมีดาวอาทิตย์กุมลัคน์ และดาวศุกร์อยู่ราศีมีน
ความหมายอย่างหนึ่ง
ในราศีสิงห์มีดาวหรือไม่ ถ้าในราศีสิงห์มีดาว ความหมายก็จใช้ดาวมาสัมพันธ์
ความหมายก็เปลี่ยนไป
ในราศี ตุลที่ศุกร์เป็นเจ้าเรือนก็มีความหมายที่เปลี่ยนไป
--------------------
ถ้าลัคนาอยู่ราศรีเมษ อาทิตย์เป็นอุจ และดาวอังคารเจ้าเรือนอยู่ราศีตุล
ความหมายก็เปลี่ยนไป
-------------------
ผมว่าถ้านักศึกษาใหม่มาอ่านเข้าและนำไปใช้ไม่ถูกวิธ๊ อาจจะพลาดได้ง่าย
ตำราที่เขียนไว้ไม่ใช่ไม่ถูกต้อง แต่เรานำตัวอย่างที่ท่านจดไว้เพียงด้านเดียว แต่มิได้บอกการแปลความหมายทั้งหมด
การที่ท่านได้คัดลอก คุณสมบัติของดาวอาทิตย์มานั้น เห็นด้วย แต่การยกมาว่า
อาทิตย์กุมลัคน์เพียงด้านเดียว โดยมิได้พิจารณา ดาวเจ้าเรือนมาประกอบ
อาทิตย์กุมลัคน์ ราศีเมษ อังคารเป็นประอยู่ พฤษภ
อาทิคตย์กุมลัคน์ราศี เมษ อังคารเป็นเกษตรราศรีเมษ
อาทิตย์กุมลัคน์ราศี เมษ อังคารอยู่ราศี กรกฎ
อาทิตย์กุมลัคน์ราศี เมษ อังคารอยู่ พิจิก
-------------------------
ผมยกความแตกต่างมาเพียง 4 ราศี ถ้าใช้ดาวต่างๆ สัมพันธ์กันทั้งดวง จะมีความหมายแตกต่างกันไป
ขอย้ำว่า ตัวอย่างที่ดาวพฤหัสยกมานั้นเป็นตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ต้องดูองค์ประกอบอื่น
เข้าเกี่ยวข้องด้วย
การอ้างว่าอาทิตย์กุมลัคน์ สถานเดียวและทำนายออกไปตามคำพยากรณ์โดยไม่พิจารณาให้ครบตามกระบวนการ ตั้งแต่การผสมดาว การผสมธาตุ ดาวร่วมราศี
การอ่านสภาพจิตใจ (ตนุเศษ) และสุดท้ายการอ่านจากทักษา เพราะอาทิตย์กุมลัคน์
สำหรับคนเกิดวันพฤหัส กับเกิดวันจันทร์ ความหมายก็เปลี่ยนไป
โดยมารยาทผมไม่อยากจะวิวาทะในทำนองขัดแย้ง แต่เกรงว่าผู้ที่เข้ามาอ่านและมีความรู้ครึ่งๆกลางๆ นำไปใช้ไม่ได้ผล วิเคราะห์ถูกบ้าง ผิดบ้าง จะนำความเสื่อมเสียมาถึง วงการโหราศาสตร์ไทย
ขอย้ำว่าตำราที่ดาวพฤหัสลอกมานั้นนำมาไม่หมด เพียงตัวอย่างสถานเดียว
บรรดาผู้ที่ศึกษาโหราศาสตร์ไม่แตกฉานจะนำไปใช้กรุณากลั่นและกรอง อย่าเป็นเช่นผมในอดีตที่ผ่านมาที่สับสนกับตำราที่โบราณท่านแฝงวิธีใช้ไว้ในทุกตำราอย่าจำเพียงผิวเผิน
ด้วยความปรารถนาดีเป็นที่ตั้ง มิได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น

แกะรอย

10. แกะรอย     [203.113.32.8]     10 Jan 2003 - 06:25

ตามที่ดาวพฤหัสยกว่า อาทิตย์กุมลัคน์ ที่อธิบายอยู่ในกระทู้ที่8 นั้น
............หมายถึงดาวอาทิตย์กุมลัคน์คนเกิดห้วงกลางเดือนสิงหาคม ถึงกลางเดือนกันยายน และเกิดห้วงเวลา0600-0800 จึงจะเป็นอาทิตย์กุมลัคน์ในราศีสิงห์
---------------
อาทิตย์กุมลัคน์ราศีสิงห์ เพียงสถานเดียว
และที่ราศีสิงห์ไม่มีดาวอื่นมาร่วมด้วย
--------------ความหมายจึงจะเป็นตามกระทู้ที่8
และต้องเป็นคนเกิดวันอาทิตย์ด้วย ถ้าเป็นคนเกิดวันจันทร์ อาทิตย์จะเป็นดาวกาลี
กุมลัคน์ครับ

11. แกะรอย     [203.113.33.8]     10 Jan 2003 - 16:08

.........ถ้าหาก (๑) ไม่เสีย แต่ถ้าเสีย คือ เป็น เป็นประ คำทำนายไม่ได้ออกจากตรงนี้เลย เพียงแต่ถ้าเป็นประ จะเป็นคนโอบอ้อมอารี ทำอะไรให้คนอื่นก่อนตัวเอง แต่ถ้าเป็นนิจ มักจะอยู่เบื้องหลัง มีจิตใจที่เข้าใจคนที่ต่ำกว่าตน(ไม่ถือเป็นข้อเสีย)
.........ขอแกะรอยต่อ เรื่องของอาทิตย์กุมลัคนา
...........ข้อความข้างบน ที่ผมลอกมาจากดาวพฤหัสอธิบาย
หมายถึงอาทิตย์เป็นประกุมลัคน์ หมายถึงลัคนาราศีกุมภ์ แล้วดาวราหู เจ้าเรือนลัคน์หรือตนุลัคน์ สามารถมีตำแหน่งได้อีก 12ตำแหน่ง จะมีความหมายไปอีก 12เรื่องและถ้าคนเกิดวันศุกร์ ดาวราหูเป็นกาลีวันเกิด ดาวอาทิตย์ แปรสภาพเป็นจิตใจ
ความหมายก็เปลี่ยนไป
ถ้าดาวตนุเสษ เข้ามากลั่นกรองด้านจิตใจของเจ้าชะตาก็ปลี่ยนไป
------------------------
..... อยากเห็นดวงชะตาจริงๆที่ดาวพฤหัสยกมาแสดงว่า ดาวอาทิตย์เป็นประกุมลัคนา จะมีจิตใจโอบอ้อมอารีตามที่ท่านแสดงมา

12. ดาวพฤหัส     [203.147.25.123]     10 Jan 2003 - 17:50

ดาว (๑) กุมลัคนาราศีเมษ (ราศีของผู้นำตลอดไม่เคยทำอะไรเสร็จเป็นชิ้นเป็นอันสักที)
ก็ยังคงความขี้เล่นอยู่ และยังเป็นอภิชาติบุตรด้วย เป็นผู้นำ เสื่อมใสในทางปรัชญา, ศาสนา นับถือศาสนาใดก็มักจะได้เป็นผู้นำในศาสนานั้น เป็นคนมีชื่อเสียงมีความรู้ เพราะว่า (๑) ที่อยู่ในราศีเมษ จะอยู่ในดาวฤกษ์กลุ่มอัศวินี และภรณี (รายละเอียดในเรื่องฤกษ์นี้ส่วนมากมักจะอยู่ในตำราโหราศาสตร์ไทยชั้นสูงไปหาอ่านเอาเองแล้วกันมันเยอะพิมพ์ให้อ่านไม่ไหว) ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่ ชนะศัตรู เป็นผู้มีศิลปวิทยามาก เพราะฉะนั้น (๑) ที่อยู่ในกลุ่มดาวฤกษ์นี้ก็จะได้รับอิทธิพลในเรื่องของความรู้ และเป็นดาวธาตุไฟกรด เข้าสู่ราศีธาตุไฟกรดด้วย เรียกได้ว่าร้อนแรงแบบสุดๆยกกำลังสอง เพราะฉะนั้นหลักการ วิชาความรู้ก็จะดี แม่นวิชา แต่ก็ยังอยู่ไม่เป็นที่ เป็นมนุษย์หลายโครงการ (จอม Project) ชอบคิดริเริ่มทำโน่นทำนี่ ทำนั่นเป็นประจำ ทั้งที่โครงการเก่าแต่ละโครงการก็ยังไปไม่ถึงใหนเลย ต้องมีคนมาช่วยสานต่อโครงการแต่ละโครงการงานจึงจะเสร็จเรียบร้อย ไม่ชอบอยู่ใต้บังคับบัญชาของใคร ไม่อยู่ใต้อำนาจใครนาน เหมาะที่จะเป็นกลุ่มเคลื่อนไหว เป็นคนมีทรัพย์ ใจกว้าง

13. ดาวพฤหัส     [203.147.25.123]     10 Jan 2003 - 18:49

      "ราศีธาตุไฟมีความหมายถึงความเข้มแข็งและความเปล่งปลั่งของจิตใจ พฤติกรรมจะมีลักษณะโน้มเอียงไปในทางที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง มีอิสรภาพและรักความเป็นอิสระ ไม่ขึ้นกับสิ่งใด และไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจของสิ่งใด กล้าหาญและมีความทะเยอทะยาน ก่อให้เกิดความมุ่งมาดปรารถนาไม่สิ้นสุด ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ท้อแท้ย้อย่น บ่งถึงความทะนงในตนเอง การจะก้มหัวให้ใครหรือให้ใครมาชี้นิ้วบงการว่าอ้ายนั่นเป็นอ้ายนี่ อ้ายนี่เป็นอ้ายนั่น หรือคอยสะเออะสะเอ๋อสะอ๋องสะแอ๋งตามใจพระเดชพระคุณท่านไปตลอดกาลนั้นอย่าได้หมาย ถ้าจะลงมือคิดอ่านหรือทำการอะไรสักอย่าง ต้องคำนึงถึงความเอิกเกริกหรูหราเอาไว้ก่อน ชอบการเป็นผู้นำและนำหน้าคนอื่น ลงมือก่อนคนอื่นในทุกสิ่ง ไม่ยอมรับเอาความคิดเห็นหรือการชี้แนะชี้นำจากผู้อื่น จะทำตามความพอใจของตนเองตามที่ตนคิดและตามที่ตนเห็น การพูดจาปราศรัยกับคนอื่น ก็จะเริ่มต้นด้วยการตั้งปัญหาหรือมีข้อขัดแย้ง ให้มีการโต้แย้งกันขึ้นและก็ชอบการโต้แย้งนั้นด้วย"
      นี่คือลักษณะของธาตุไฟ ส่วนจะแรงมากแรงน้อยนั้นต้องดูว่าเป็นไฟอะไร ได้รับอิทธิพลของธาตุอะไรมาผสมหรือไม่ อย่างไร มากน้อยเท่าไร หัดใช้หมองนั่งมาธิ คิดผสมสมธาตุ ผสมภพ ผสมดาว ผสมภพของลัคนาโลกกันเอาเอง จะให้แจกแจงให้หมดทุกเรื่องคงไม่ใหว ที่จริงแล้วเรื่องของดาวทั้ง 8 นี้เราคิดจะรวบรวมไว้เพื่อทบทวนความจำของตัวเอง และเป็นตำราที่ใช้ส่วนตัว ที่สามารถเปิดอ่านได้ทั่วโลก ดังนั้นขอบันทึกรวบรวมไว้แบบตามใจฉันไม่ตามใจใคร ส่วนใครเห็นว่าควรเพิ่มเติมตรงใหน ก็โพสหลักวิชาเพิ่มเติมเข้ามาได้ไม่ห้าม แต่ประเภทที่มีความรู้มากแล้วคิดแต่จะโกยวิชาความรู้ของผู้อื่นเขาอย่างเดียวอย่ามาโพสเลยรกกระทู้ ใครคิดว่าตัวเองมีความรู้ในเรื่องของดาวดวงใหนก็ลงหลักวิชาที่มีได้เลย แต่ลงให้ถูกกระทู้ ให้ถูกดาวน๊ะ

14. แกะรอย     [203.113.33.9]     10 Jan 2003 - 19:42

ครับขอบคุณ ที่เตือนสติผม
ผมโง่ตั้งนานหลงมาอ่านบันทึกส่วนตัว ของท่าน
.......เราคิดจะรวบรวมไว้เพื่อทบทวนความจำของตัวเอง และเป็นตำราที่ใช้ส่วนตัว ที่สามารถเปิดอ่านได้ทั่วโลก ดังนั้นขอบันทึกรวบรวมไว้แบบตามใจฉัน ....

ขอโทษด้วย ผมบ้าเอง

15. ดาวพฤหัส     [203.156.13.214]     11 Jan 2003 - 00:22

เราไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไรคุณหรอกคุณแกะรอย ดีแล้วที่เข้ามาช่วยเตือนสติผู้ที่คิดใช้กระทู้ ชุดนี้ของเราเป็นหลักในการพยากรณ์อย่างไม่ลืมหูลืมตา และช่วยเพิ่มเติมในส่วนที่ขาด ผู้ที่เข้ามาในนี้จะได้ไม่หลงทาง หากมีเวลาช่วยลงเรื่องของดาวอาทิตย์ เท่าที่คุณรู้ เพื่อประโยชน์แก่ปวงชนบ้างน๊ะ
เรามี ๑ เป็นตนุเศษอยู่ราศีเมษน่ะ กระทู้เรื่องดาวอาทิตย์นี้จะว่าเป็นเรื่องที่เราด่าตัวเองก็ได้น๊ะ หวังว่าคงเข้าใจน๊ะ คุณแกะรอย
เข้าไปดูในเรื่องของดาวอีกเจ็ดดวงที่เราแยกไว้ เจ็ดกระทู้ ก็จะหายสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องมาย้ำเรื่องบันทึกส่วนตัวนี้ ทั้งๆที่ได้กล่าวเอาไว้ในกระทู้ ดาวพฤหัสไขข้อข้องใจแล้ว

ราศีเมษ
ในบรรดาราศีทั้ง 12 ราศี เมษถือเป็นราศีที่หนึ่ง หรือราศีต้นของจักรวาล
การเกิดขึ้นของสรรพสิ่งหรือการเริ่มต้นทั้งหลายทั้งปวงของสรรพสิ่งเกิดจากราศีเมษ และมีราศีเมษเป็นต้นกำเนิด
ราศีเมษเป็นราศีธาตุไฟและเป็นราศีแห่งความร้อนโดยธรรมชาติ เป็นราศีเพศชาย สัญลักษณ์ของราศี คือ รูปแพะ
เป็นราศีที่บ่งถึงใบหน้า ศีรษะ และส่วนบนของร่างกายมนุษย์
รูปร่างลักษณะ
: ผู้ที่เกิดในราศีเมษ ท่านว่ารูปร่างเป็นคนค่อนข้างสันทัด ไม่สูงไม่ต่ำจนเกินไป ค่อนข้างจะกระเดียดไปทางผอมบาง แต่ก็มีเนื้อมีหนัง แต่ไม่หนาหรือเตี้ยล่ำ ใบหน้าและคอค่อนข้างจะยาว ลัษณะสีหน้าและผิวพรรณค่อนข้างจะแดงระเรื่อ เพราะความสมบูรณ์ของเลือดและการสูบฉีดของโลหิต ศีรษะค่อนข้างใหญ่หรือกว้างในขณะที่ปลายคางค่อนข้างจะแคบกว่าปกติ ขนคิ้วหนา ตาสีเทาหรือค่อนข้างจะเป็นสีน้ำตาล มีประกายคมเฉียบ เส้นผมแข็ง แต่ไม่ถึงหยาบกระด้าง
สภาพทางจิตใจ
: โดยที่ราศีเมษปกครองควบคุมโดยดาวอังคาร นิสัยจิตใจของเจ้าชะตาก็จะโน้มเอียงไปทางลักษณะดาวอังคาร คือมีความกระปรี้กระเปร่า และถูกกระตุ้นให้มีพลังงานอยู่เสมอในทุกกรณี มีความฝันและความทะเยอทะยานสูง กล้าคิดกล้าทำ กล้าเสี่ยงและกล้าพูด อารมณ์คุโชนอยู่ด้วยพลังและความเคลื่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมและสัมผัส มีความเชื่อมั่นและเชื่อมือตัวเองในลักษณะพิเศษ ไม่ว่าความคิดความอ่านหรือการกระทำ ตลอดจนความมุ่งหวังในชีวิต จะมองไปข้างหน้าไกลกว่าปกติและวางเป้าหมายใหญ่โตโอฬารอยู่เสมอ ไม่ยอมถอยและไม่ยอมน้อยหน้าใคร ทุกอย่างจะสู้ ทุกอย่างจะคิด ทุกอย่างจะทำและทุกอย่างไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ คิดแต่อย่างเดียวว่าจะไปตายเอาดาบหน้า และตายก็ช่างหัวมัน
ขออย่างเดียวคือ ให้ได้คิด ขอให้ได้ทำ ขอให้ได้หวัง และขอให้ได้สำแดงออกเท่านั้น
ชีวิตจะอยู่นิ่งๆไม่ได้ อะไรก็ได้ ขอให้ได้ทำให้ได้สำแดง หรือมีมีส่วนเข้าไปร่วม อย่างไม่ได้อะไรเลยก็ขอให้เกิดความหวานความมันเอาไว้ก่อน
บุคลิกลักษณะและอุปนิสัย
: ในฐานะที่ราศีเมษเป็นราศีที่หนึ่งหรือราศีต้นของจักรวาล ผู้ที่เกิดในราศีเมษก็มีอุปนิสัยเป็นไปตามความหมายของราศีคือ ชีวิตของคนในราศีเมษจะมีความต้องการอยู่ประการเดียวคือ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในฐานะอะไรและในสภาพอย่างไร ทำงานอะไร คนราศีเมษขอให้ได้เป็นผู้นำหรือได้เป็นหัวหน้าคนเสมอไป นั่นเป็นสัญชาติญาณ หรือเป็นกมลสันดานอันแท้จริงที่คนราศีเมษจะต้องมีอยู่
คนในราศีเมษ อาจจะอ่านตำราร้อยแปดตำรา อาจจะเรียนรู้จบเจนทุกสิ่งทุกอย่างทั้งใต้มหาสมุทรหรือสูงไปถึงขอบจักรวาล คนราศีเมษอาจจะนั่งฟังคำสั่งสอนแนะนำจากใครต่อใครเป็นวัน หรือต่อให้จับไปสัมมนาเป็นแรมปี ชาวราศีเมษจะฟังได้ รับได้ แต่สิ่งที่ชาวราศีเมษจะทำก็คือ ไม่เชื่อตำรับตำราหรือคำแนะนำเหล่านั้น
ตรงข้าม ชาวราศีเมษจะเชื่อตัวเอง จะพิจารณาด้วยตัวเองและตัดสินใจด้วยตัวเอง
อ้ายเรื่องชี้นิ้วบอกให้ทำโน่นทำนี่จากใครต่อใครนั้น เมินเสียเถอะ ชาวราศีเมษจะไม่ทำตามง่ายๆนัก
ถ้าจะทำก็ทำเอง
หรือมีวิธีการทำอันเป็นของตัวเอง
ขออย่างเดียว ถ้าเกิดเป็นราศีเมษแล้ว แม้ว่าจะทำในสิ่งที่คนทุกคนต้องการให้ทำก็จริง และเขาเองก็ต้องทำตามนั้นก็จริง แต่เขามีวิธีทำของเขาเองเป็นเรื่องของเขาเอง
ใครอย่ามาบงการเป็นอันขาด
ชาวราศีเมษ ไม่สามารถจะเป็นผู้สนับสนุนได้ นอกจากการเป็นผู้นำหน้า ไม่ว่าจะในด้านความคิดหรือการกระทำ
ชาวราศีเมษจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเป็นผู้นำ เป็นหัวหน้า เป็นนายงาน เป็นผู้รับผิดชอบ
ชาวราศีเมษมีคุณสมบัติในด้านดีหลายประการ ในด้านความคิดอ่านหรือในด้านการลงมือกระทำหรือในการรับผิดชอบและเป็นหัวหน้า เพราะในงานบางชนิดที่ต้องการการตัดสินใจที่เด็ดขาดรวดเร็ว ต้องกระทำด้วยความเชื่อมั่นและเป็นเรื่องที่ต้องเสี่ยง ความสามารถทางด้านบริหารและการควบคุมคนอื่นชาวราศีเมษจะรับหน้าที่ได้ดีที่สุดและตัดสินใจได้ดีที่สุด
เพราะฉะนั้น โบราณจึงกล่าวว่า ผู้ที่เกิดในราศีเมษหรือผู้ที่อยู่ใต้อิทธิพลของดาวอังคารนั้น ต้องเป็นเจ้าคนนายคนและเป็นนักรบผู้กล้าหาญชาญชัยในสงคราม
เหมาะสำหรับการออกไปรบ ออกไปสู้ และแน่นอนที่สุด ก็เหมาะสำหรับการออกไปตายด้วยเพราะความกล้าหาญ ความเด็ดเดี่ยวและการเป็นคนชอบเสี่ยงภัยนั่นเอง
ในด้านธุรกิจการงาน โชคลาภหรือโอกาส ชาวราศีเมษคอยอะไรไม่ได้และรอเช้าชามเย็นชามแบบที่รอให้โชควิ่งมาหารือให้ราชรถมาเกยนั้นไม่ได้
เขาจะต้องแสวงหา
มีไม่มีก็ต้องหาเรื่องให้มันมีให้ได้
ราศีเมษเป็นราศีธาตุไฟ ความเร่าร้อนของไฟหรือพลังเพลิงอันไม่เคยดับย่อมเผาชีวิตและวิญญาณของชาวราศีเมษให้เต็มไปด้วยความปรารถนาอยู่ไม่มีวันหยุด มีความต้องการที่เขาจะต้องแสวงหามาให้ได้ ตราบใดที่ความต้องการนั้นยังคุอยู่ในอกและในวิญญาณอันไม่ร่วงโรยของเขา
การแสวงหาและความต้องการหรือความอยากอันไม่สิ้นสุดของเขา มันมีที่มา ชาวราศีเมษจะไม่เคยจนความต้องการ เพราะในสมองและในความคิดของเขาจะเต็มไปด้วยโครงการและแผนการสารพัด ไม่หมดไม่สิ้น และเขามักจะกระทำตามแผนการหรือโครงการที่เขาค้นคิดนั้นเสมอ และทำในทันทีไม่ว่าในสถานการณ์ใดๆ ที่ต้องการการตัดสินใจ และต้องการแก้ปัญหาหรือมีปัญหาใดๆ ขึ้น ชาวราศีเมษจะมองเห็นช่องทางและมีวิธีแก้ไข เหมาะสมและทันกับเหตุการณ์เสมอในทันทีทันใด
ความต้องการของราศีเมษ เป็นความต้องการที่รุนแรง เป็นความปรารถนาที่เร่าร้อนถ้าไม่สมหวังหรือไม่ได้มันมา เป็นความเร่าร้อนและความทุกข์ทรมานสำหรับชาวราศีเมษเสมอ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดความปรารถนาหรือเกิดความต้องการขึ้น ชาวราศีเมษจะเสาะแสวงหาช่องทาง จะคิดค้นและวางแผนในทันทีทันใดและเขาก็จะลงมือปฏิบัติตามแผนนั้น สำหรับคนอื่นเขาจะยังไม่ห่วง เพราะฉะนั้นชาวราศีเมษจะยังไม่ยอมสละหยาดเหงื่อและปันใจให้แก่ใครก่อนที่เขาจะได้มันมาเป็นของตัวเองเสียก่อน
คุณสมบัติเหล่านี้เอง ที่ทำให้ชาวราศีเมษเป็นคนที่เหมาะสมสำหรับการเป็นหัวหน้าในยามที่เผชิญปัญหา ในยามที่ต้องการความเด็ดขาด ในยามที่ต้องการการตัดสินใจ และในยามที่คนอื่นมองไม่เห็นโอกาสและช่องทางที่จะตัดสินใจอะไรออกมา
แต่อย่างไรก็ตาม ชาวราศีเมษก็คือ มนุษย์ มนุษย์ทุกคนย่อมมีข้อเสียและข้อบกพร่อง เพราะฉะนั้น ชาวราศีเมษก็มีข้อเสียข้อบกพร่อง หรือจุดอ่อนในชีวิตเหมือนกัน ซึ่งถ้าพูดกันในแง่ของโชคหรือดวงชะตาตามวิธีการทางโหราศาสตร์แล้ว ข้อเสีย ข้อบกพร่อง หรือจุดอ่อนที่ว่านี้เองที่จะเป็นตัวอุปสรรค หรือเป็นตัวที่บั่นทอนโชคชะตาลงไปไม่ให้ประสบความสำเร็จ หรือไม่ให้ประสบโชคดี ตรงข้ามกลับมีโชคร้ายอยู่เสมอ และในชีวิตจะพบแต่ความหักพังอยู่ตลอดเวลา ถ้าตราบใดที่ยังไม่แก้ไขหรือปรับปรุงจุดอ่อนและข้อบกพร่องเหล่านั้นเสีย
ข้อเสีย ข้อบกพร่องหรือจุดอ่อนของชาวราศีเมษ มีลักษณะสำคัญดังต่อไปนี้
ชาวราศีเมษ มีแนวโน้มหรือตามปกติก็มักจะเป็นคนที่ชอบการโต้แย้งกับคนอื่นอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ถ้าหากชาวราศีเมษที่ได้รับอิทธิพลในทางเสีย ก็จะกลายเป็นคนที่ชอบทะเลาะเบาะแว้ง และยอมอะไรไม่ได้ขึ้นมาทันที อันจะนำไปสู่การพิพาทและการเหม็นหน้า หรือขาดมนุษยสัมพันธ์ซึ่งอาจหมดมิตรเอาได้ง่ายๆ
ชาวราศีเมษในด้านลบ จะกลายเป็นคนฉุนเฉียว หงุดหงิด งอแง ขุ่นเคือง ลักษณะที่คนเข้าหน้าไม่ติดเหล่านี้ มักจะมีอยู่เป็นประจำ
บางทีก็เป็นคนชอบอึกทึก โอ่อ่า ทั้งๆที่ไม่มีอะไรที่ควรจะอึกทึกโอ่อ่า แต่ก็พยายามทำให้มันเป็นจุดสนใจไปพอได้เสี้ยน หรือหาเสี้ยนโดยไม่ได้แกว่งเท้าไปยังงั้นเอง
ในด้านของทัศนะหรือความคิดเห็น ชาวราศีเมษในด้านลบนั้น มักจะยึดถือความเห็นของตัวเองเป็นใหญ่ เชื่อใครไม่ได้และยอมรับความคิดเห็นของใครไม่ได้
และในขณะเดียวกัน ก็จะพยายามมองความคิดเห็นหรือการกระทำของคนอื่นไปในทำนองประมาทหมิ่นเหม่ไป
มองอะไรต่ออะไรในด้านดีไปหมด แม้กระทั่งบางทีการมองนั้นก็คือความฝัน ฝันชนิดที่เลื่อนลอยและไร้เหตุไร้ผลที่สุดก็ฝัน
ลักษณะของราศีเมษในด้านลบจึงจำเป็นจะต้องระวังให้มาก ชาวราศีเมษจะต้องระวังความพอเหมาะพอดีไว้ให้จงมาก อย่าให้ข้ามเส้น หรือเกินเลยจนเกินไป ถ้าหากข้ามเส้นหรือเกินเลยไป เพราะอิทธิพลในด้านลบของราศีเมษ นอกจากลักษณะเสียที่กล่าวมาแล้ว ชาวราศีเมษยังจะบั่นทอนตนองลงไปอีกด้วยการมีชีวิตอยู่อย่างยกตนข่มท่าน ถือตนเองเป็นใหญ่ชอบมีเรื่องมีราว โอหัง เหิมเกริม หยิ่งทะนงในสิ่งที่ตนไม่มีอยู่ ชอบข่มคนอื่นไม่ว่าจะเป็นในด้านความคิดหรือในด้านการกระทำ มีข้อขัดแย้งและมากไปด้วยปัญหาอันไม่เป็นมิตร อันเกิดจากคนที่เกี่ยวข้อง ยอมใครไม่ได้ คบใครไม่ได้
เมื่อเกิดคุณสมบัติในด้านนี้และกลายมาเป็นนิสัยประจำตัว เป็นคุณสมบัติหรือเป็นบุคลิกลักษณะที่เข้าในยามใดหรือถ้ามีอยู่ประจำชีวิตแล้ว คำว่าโชคดีนั้นย่อมไม่มีทางที่จะเป็นไปได้
ความสำเร็จหรือความอบอุ่นในชีวิต ทั้งส่วนตัวหรือการงานนั้นไม่จำเป็นจะต้องหวั่น
การดูหมอหรือการไปหาหมอดูนั้น ความจริงก็เพื่อสิ่งนี้ คือรู้สิ่งเหล่านี้
โชคหรือเคราะห์ตามที่หมอดูบอกมามันก็คือ คุณสมบัติและการดำเนินชีวิตอันเป็นอุปสรรค หรือจะเอื้ออำนวยแก่ชีวิตของผู้ไปดูหมอแต่ละคนนั่นเอง
ตรงไหนดี ด้านหรือมุมไหนดี ก็พยายามสร้างสรรค์ส่งเสริมมันขึ้นแทน และเพิ่มพูนสิ่งนั้นเพิ่มขึ้น
อันไหนมันไม่ดีหรือเป็นด้านเสีย ก็แก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมันเสีย หรือพยายามอย่าให้มันมีอยู่
เรื่องการสะเดาะเคราะห์หรือไปเที่ยวรดน้ำมันน้ำมนต์นั้น มันช่วยอะไรไม่ได้มากนักหรอก เพียงแต่ช่วยให้เกิดกำลังใจขึ้นชั่วประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น
คนเรานั้น มิได้หนีไปจากธรรมชาติและความเป็นจริงที่ว่า ถ้าหากทำไม่ดีหรือดำเนินชีวิตไม่ถูกไม่ต้องกันอยู่ตราบใด ตราบนั้น โชคดีมันก็มายาก หรือแม้แต่จะรดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ไปสิบวัดร้อยวัด มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตราบใดการปฏิบัติตัวของเราเองมันยังยังเป็นอุปสรรคให้เห็นๆกันอยู่
โหราศาสตร์ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากกระจกที่จะส่องภาพของตัวท่านเองว่าตรงไหนบ้างที่จะควรจะผัดแป้งแต่งเติม ตรงไหนบ้างควรจะอาบน้ำฟอกสบู่เสียอย่าให้มันเลอะ
สุขภาพโรคภัยไข้เจ็บ
: ตามปกตินั้น ชาวราศีเมษ เป็นคนที่ค่อนข้างจะแข็งแรงสุขภาพดีและไม่ค่อยจะมีโรคภัยไข้เจ็บ มีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ได้สูง และมีความต้านทานเป็นอย่างดีต่อโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิด
แต่ชาวราศีเมษ จะมีการเจ็บป่วยประจำอยู่อย่างหนึ่งก็คือ บาดแผลเล็กๆน้อยๆซึ่งเกิดจากอาวุธเหล็กและไฟอย่างใดอย่างหนึ่ง และบางครั้งก็มักจะได้รับอุบัติเหตุจากอาวุธและไฟโดยไม่คาดหมายเสมอ โดยปกติบาดแผลและแผลเป็นจะมีอยู่ตามศีรษะและหน้าผาก
ชาวราศีเมษ มักจะขับรถเร็ว อันจะได้รับบาดแผลอุบัติเหตุเนื่องจากการขับรถได้ง่าย หรือคนที่ชอบทำงานเกี่ยวกับเครื่องมือที่เป็นเหล็กหรือของมีคมเฉพาะช่างทุกประเภทในโรงงาน
ชาวราศีเมษ เป็นคนที่ชอบใช้พลังงานหรือการออกกำลัง เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่ชาวราศีเมษจะเป็นคนประเภทชอบกีฬา เพื่อการออกกำลังเล่นกีฬาได้ทุกชนิด แต่มักไม่ค่อยเอาจริงเอาจัง เล่นได้ไม่ทนและไม่นานแล้วก็จะเปลี่ยนไปสนใจอย่างอื่น
นอกจากโรคที่เกิดบนส่วนบนของร่างกาย เช่นที่ศีรษะหรือหน้าผากแล้ว โรคภัยไข้เจ็บของชาวราศีเมษอีกประการหนึ่งก็คือ โรคที่เกี่ยวกับท้อง กระเพาะและลำไส้ไปพร้อมๆกันด้วย หรือถ้าโรคประจำตัวไม่เกิดในส่วนศีรษะ เช่น ปวดหัวหรือประสาทก็มักจะเกิดจากท้อง
ชาวราศีเมษ มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องใช้เวลาพักผ่อนให้เพียงพอ หลับให้อิ่ม และอาหารที่สำคัญที่สุดจะต้องเป็นอาหารที่ประกอบด้วยผักมากๆ
สิ่งที่จะต้องหลีกเลี่ยงให้มากก็คือ การใช้อารมณ์และความรู้สึก ชาวราศีเมษจะต้องพยายามควบคุมอารมณ์และความรู้สึกไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะมันจะระเบิดง่าย พยายามหลีกเลี่ยงความวิตกกังวล ความตื่นเต้น และความโกรธหรือโทสะจริตให้มาก ซึ่งเป็นทางเดียวที่จะควบคุมสุขภาพร่างกายและสมรรถภาพให้คงเส้นคงวาอยู่ได้ เฉพาะในกรณีที่อายุมากขึ้น การไม่ควบคุมและการไม่ปรับปรุงสิ่งเหล่านี้ให้พอเหมาะพอดี จะเป็นโรคหรือเกิดอุบัติเหตุทางด้านสมองและประสาทส่วนบนอยู่มาก
การเงินและโชคลาภ
: ชาวราศีเมษ เป็นคนที่ไม่ชอบการสะสมทรัพย์สมบัติ หรืออาจจะเรียกว่าไม่เคยนึกถึงวันข้างหน้าเสียด้วยซ้ำ ทั้งๆที่เขาฉลาดปราดเปรื่อง ขยัน ทำงานไม่หยุด สามารถจะทำมาหาได้ไม่น้อยหน้าใครแต่เขาก็จะกินจะใช้มันเหมือนกับของไม่มีค่า เขามักจะทะนงตนเองอยู่เสมอว่า เงินเป็นของหาได้ง่าย ข้างหน้าของเขายังมีมากกว่าข้างหลัง ข้างหน้าเขายังหาได้มากกว่าที่หาได้มาแล้ว เขาคิดอยู่เสมอว่า ถ้าหากมีอยู่เขาจะใช้มันทันที และถ้ามันหมดไปเขาจะสบายใจ บางครั้งดูเหมือนว่าถ้าหากเขาได้เงินมา ถ้าเขาไม่รีบใช้มันไปให้หมดๆเสีย เขาจะกลายเป็นคนขี้เกียจและไม่มีวันอยากจะหาเงิน แต่ในทันทีที่เงินเขาหมดมือ เขาจะขยันและกระปรี้กระเปร่าทันที วางแผนวางโครงการและเขาจะรีบแสวงหามันทันที และเขาก็จะได้มันด้วย
เงินสำหรับชาวราศีเมษจึงมีความหมายน้อยไปหน่อย
เงินที่ชาวราศีเมษมีอยู่ แม้ว่าเขาจะมีมันอื้อจือเหลียงก็ตาม แต่เขาจะมีทางหมดลงไปโดยวิธีการง่ายๆคือมีแรงกระตุ้นอยากให้เขาอยากได้ อยากซื้อ อยากจะจ่ายมันเพื่อให้สุขหัวใจที่สุดเท่าที่จะสุขได้ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า เขาจะใช้เงินซื้อความสบายใจ และซื้อความพอใจทุกอย่างในชีวิต และอีกด้านหนึ่งที่เขาจะต้องเสียก็คือการลงทุน ลงทุนอะไรก็ได้ซึ่งการลงทุนนั้นเขาจะไม่ยั้งคิด ไม่มีแผน เมื่อเขาพอใจ เขาจะโยนโครมลงไปทันที
เมื่อเขานึกโครงการอะไรขึ้นมาหรือมีใครมาชักชวนวาดภาพอะไรให้เขาเห็น เขาจะลงทุนมันทันทีทันใด ในการลงทุนของเขา เขาจะทำอย่างเอิกเกริกและโอ่อ่าทีเดียว แต่ด้วยการไม่ยอมวางแผน ไม่ใคร่ครวญและไม่รั้งรอของเขานั้น ผลของมันก็คือเงินทุนของเขาจะละลายเป็นน้ำไปในทันที เพราะเขาเป็นคนที่ไม่เคยคิดถึงวันพรุ่งนี้ เรื่องของเขาคือเรื่องของวันนี้ เพราะฉะนั้นการที่เขาจะกะงบประมาณเผื่อได้เผื่อเสีย เขาจะไม่ทำ
แต่วันหนึ่งเขาก็จะนึกขึ้นมาได้ว่า เขาผิดพลาดและทำไม่ถูก
เขาก็เพียงแต่นึกขึ้นมาได้เท่านั้นเอง ไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากเขาจะไปหาทุนมาใหม่และมาเริ่มต้นใหม่
ถ้าเขาเป็นนักเล่นม้า และเข้าไปในสนามม้า เขาจะควักเงินบาทสุดท้ายของเขาแทงม้าตัวที่เขาชอบอย่างหมดกระเป๋าในทันที ทั้งๆที่เขาอาจจะไม่แน่ใจว่ามันจะมาหรือไม่มา ซึ่งถ้ามันไม่มา เขาก็พร้อมที่จะเดินกลับบ้าน และบอกตัวเองได้คำเดียวว่า "ไอ้บ้า"!
แล้วเขาก็จะลืมมันเสีย
ทางแก้ไขของเขามีอยู่ทางเดียวก็คือ ก่อนจะทำอะไรลงไปเกี่ยวกับการใช้เงิน เขาจะต้องนับหนึ่งถึงหมื่นเสียก่อน คิดก่อน วางแผนหรือคิดหน้าคิดหลังให้แน่นอนเสียก่อน ทางที่ดีที่สุดเขาจะต้องมีที่ปรึกษาแนะนำในการใช้เงินและการจ่ายเงินให้รอบคอบกับใครสักคนหนึ่ง
แต่นั่นแหละเขาอาจจะมีที่ปรึกษาแนะนำอยู่ และขณะที่ปรึกษานั้นเขาก็จะยอมรับฟัง
แต่เขาจะไม่ทำตามเสมอไป
เพราะเขาเป็นชาวราศีเมษ!

Click to share


ขออภัย เนื่องจากกระทู้นี้เก่าเกินไปแล้ว

จึงขอปิด! งดการตอบกระทู้ต่อไป เนื่องจากจะทำให้ระบบโดยรวมช้าลง

หากเห็นว่ากระทู้นี้มีประโยชน์ ขอให้ท่านเปิดกระทู้ใหม่แทน

จากใจ Webmaster



©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.