Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (52) Vote Down (72) เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน   
37261 : จากคุณ s     [130.127.255.226]     04 May 2011 - 07:44     [13 คำตอบ]

กตัญญูกตเวทีย่อมมีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต
"เป็นคนกตัญญูกตเวที คือใครก็ตามถ้าเป็นคนมีความกตัญญูกตเวทีต่อท่านผู้มีพระคุณแก่ตนมาก่อน คนนั้นจัดเป็นคนดี เป็นคนที่น่ารักและน่าเคารพนับถือ ยกย่อง จากคนทั้งหลาย เพราะเป็นการแสดงถึงพื้นฐานจิตใจของคนดี" ดังคำพระบาลีที่ว่า ภูมิ เว สาธุรูปานํ กตญฺญกตเวทิตา (ความกตัญญูกตเวทีเป็นพื้นใจของคนดี) กตัญญูกตเวทีนี้ แยกเป็น ๒ ศัพท์ คือ กตัญญู ศัพท์หนึ่งและ กตเวที ศัพท์หนึ่ง

กตัญญู หมายถึง ผู้รู้อุปการคุณที่คนอื่นได้เคยทำแก่ตนมา เช่น เคยเลี้ยงดูและเคยช่วยเหลือตนมา เป็นต้น แม้ยังไม่ได้ตอบแทน แต่ถ้ารู้ถึงบุญคุณที่คนอื่นเคยกระทำแก่ตนมา ก็จัดเป็นคนกตัญญูแล้ว

ส่วน กตเวทีนั้น หมายถึง คนที่ได้ตอบแทนอุปการคุณที่เขาได้เคยทำแก่ตนมาแล้ว เช่น ได้ตอบแทนอุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่ของตน หรือต่อคนที่เคยช่วยเหลือตนเป็นต้น คนที่รู้บุญคุณที่ผู้อื่นเคยทำมาแล้วแก่ตน และได้ตอบแทนเช่นนี้ จัดเป็น คนกตัญญูกตเวที ย่อมเป็นที่รักใคร่ของคนทั้งหลายที่พบเห็น และย่อมมีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตได้มาก เช่น คนที่เลี้ยงดูพ่อแม่ของตนเป็นต้น ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า มาตาปิตุอุปฏฐานํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตนํ แปลว่า การเลี้ยงดูมารดาบิดาเป็นมงคลอย่างสูงสุดของชีวิต คือใครก็ตาม ถ้าได้เลี้ยงดูมารดาบิดาของตน จะมีความเจริญรุ่งเรืองมาก ไม่ตกอับ ถ้าจะตกอับบ้างก็ด้วยอำนาจกรรมชั่วในปางก่อนติดตามมา แต่ต้องเจริญรุ่งเรืองในที่สุด เพราะได้บุญมากอันเกิดจากการเลี้ยงดูมารดาบิดาของตนนั่นแล

ข้อนี้พิสูจน์ดูก็ได้คือถ้าผู้ใดยังมีพ่อแม่ ทั้ง ๒ ยังมีชีวิตอยู่ หรือยังอยู่คนใดคนหนึ่ง โดยเราเอาเสื้อผ้า อาหาร หรือเงินทองไปมอบให้แก่ท่าน หรือได้เลี้ยงดูท่านด้วยความจริงใจในอุปการคุณของท่าน ผู้นั้นจะได้ลาภ ยศ หรือความรุ่งเรืองในชีวิตเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บางทีภายในเดือนหนึ่ง หรือ ๒-๓ เดือนเท่านั้น ถ้าผู้นั้นมีลูกหลาน ๆ ก็จะเลี้ยงเขาตอบ

แต่ในทางตรงกันข้าม ผู้ใดเป็นคนอกตัญญูอกตเวที ไม่รู้คุณท่านผู้มีพระคุณแก่ตนและไม่คิดตอบแทน เช่นไม่เลี้ยงดูมารดาบิดาของตน และซ้ำร้ายกลับด่าว่าทุบตี และเหยียดหยามมารดาบิดาของตน และปล่อยให้ท่านถึงความลำบากเมื่อท่านป่วยไข้เข้าสู่วัยชรา คนเช่นนี้จะไม่มีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตได้เลย จะมีแต่ตกต่ำฝ่ายเดียว ถ้าจะเจริญบ้างก็ด้วยอำนาจกรรมดีในปางก่อนดลบันดาลมา แต่ก็ต้องเสื่อมไปในที่สุด เพราะบาปมาก อันเกิดจากการประพฤติผิดต่อมารดาบิดาของตน ถ้าเขามีลูกหลาน ๆ ก็จะประพฤติต่อเขาเหมือนอย่างที่เขาเคยประพฤติต่อพ่อแม่ของตน ด้วยเหตุนี้ คนไทยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะยากจนหรือร่ำรวยจะไม่ทอดทิ้งพ่อแม่ของเรา ฉะนั้นคนแก่เฒ่าในชาติของเราจึงได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากลูกหลานของตน มากกว่าคนแก่ในโลกตะวันตกซึ่งมักจะถูกทอดทิ้ง ความกตัญญูกตเวทีจึงมีผลอย่างมากต่อครอบครัว และสังคมไทยโดยส่วนรวม ฉะนั้น ความกตัญญูกตเวที จึงเป็นลักษณะของคนที่น่ารักและเป็นประโยชน์เกื้อกูลต่อสังคมโดยส่วนรวม

http://www.kanlayanatam.com/sara/sara86.htm

1. สาธุ     [203.158.4.226]     04 May 2011 - 07:51


2. s     [130.127.255.226]     04 May 2011 - 07:55

กรรมของคนอกตัญญู
โดย หลานสมเด็จ


เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เขตอำเภอป้อมปราบ ในตระกูลพ่อค้าที่มีความมั่งมี มีพ่อแม่และลูกชายคนหนึ่ง จากการที่ตามใจลูกมาตั้งแต่เด็กจนเป็นหนุ่ม ลักษณะและอุปนิสัยของลูกชายนั้น นิสัยขี้โมโห โกรธง่าย เพราะถูกพ่อแม่เลี้ยงมาแบบเอาใจมาก เลยทำให้นิสัยเสียจึงเป็นคนแข็งกร้าว ชอบเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่

พอพ่อแม่อายุย่างเข้า ๖๐ ปี ก็ได้มอบทรัพย์สมบัติและกิจการต่างๆ ให้เป็นของลูกโดยให้ลูกเป็นผู้ดูแลทั้งสิ้น เมื่อได้รับมรดกดังกล่าวแล้ว ลูกชายคนนี้ก็ยิ่งมีความหยิ่งจองหองและปากเปราะมาก บางครั้งแม่ของตัวเองจะทานข้าว จะไปธุระหรือจะไปนอน ตัวเองซึ่งเป็นลูกชายไม่เคยที่จะมาดูแลทุกข์สุขแต่อย่างใด

บางครั้งแม่จะขอเงินบางส่วนไปทำบุญ ปล่อยนก ปล่อยสัตว์ ลูกชายก็ตะคอกใส่ โดยไม่คำนึงว่าผู้นั้นเป็นผู้บังเกิดเกล้าของเขาโดยไม่กลัวบาป และบางครั้งแม่พูดผิดหรือทำของหกหล่น เป็นที่ไม่พอใจ ลูกก็ด่าว่าโดยไม่มีการให้อภัย เป็นเรื่องที่บาปมากที่สุด จนบ้านใกล้เรือนเคียงรู้สึก มีความหดหู่ใจต่อบุตรชายที่เนรคุณต่อผู้มีพระคุณ

ครั้นต่อมาเมื่อแม่ของตัวเองได้สิ้นบุญลง กิจการต่างๆ ก็เริ่มทรุดลงตาม สำหรับตัวเองก็เสเพลดื่มเหล้า เที่ยวผู้หญิง แล้วก็เล่นการพนัน เพียงไม่เกิน ๕ ปี กิจการต่างๆ ก็ล้มละลาย และภายในครอบครัวก็มีเรื่องแตกแยกกัน สภาพการเงินก็เลวลงกว่าที่เป็นอยู่ จนตัวเองคิดมากและสุขภาพไม่แข็งแรงป่วยเป็นสารพัดโรค

ทำให้ตนเองจากที่เคยขี่รถเบ็นซ์ ก็กลายเป็นต้องมาขี่จักรยาน ๒ ล้อแทน และไปทำงานบริษัท ในหน้าที่เด็กเดินหนังสือไม่ถึง ๒ เดือน ก็ถูกไล่ออก เพราะนิสัยเดิมที่เป็นคนมุทะลุ โกรธง่ายจองหอง จึงเป็นเหตุให้ทำงานไม่ได้ ผลสุดท้ายต้องไปนั่งขอทานตามสะพาน ตามศาลเจ้าต่างๆ

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นว่า ผู้บังเกิดเกล้าเป็นสิ่งที่เราต้องยกย่องนับถือและเทอดทูนเหนือสิ่งอื่นใด และต้องไม่เนรคุณลบหลู่ต่อท่านอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นแล้ว กรรมจะตามสนองเหมือนอย่างนี้ และฟ้าดินจะต้องลงโทษอย่าง
ที่มา http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=186
www.palungjit.com

3. s     [130.127.255.226]     04 May 2011 - 07:58

คนอกตัญญูกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายหนุ่มผู้ยากจนคนหนึ่งท่องเที่ยวโดยไร้จุดหมายจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่งอยู่มาวันหนึ่งในขณะที่เขาเข้าไปยังเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งก็ได้พบกับคนขอทานผู้พิการคนหนึ่งเข้ามาขออาหารกินด้วยความสงสารเขาก็แบ่งอาหารและน้ำที่พกติดตัวมาให้คนขอทานคนนั้นกิน
ขณะที่เขาเตรียมตัวจะเดินจากไป ชายขอทานก็จับมือเขาไว้พร้อมกับพูดกับเขาด้วยเสียงอันแหบแห้งว่า “ พ่อหนุ่ม ” เจ้าเป็นคนมีเมตตามากถึงเจ้าจะยากจนก็ยังอุตส่าห์แบ่งอาหาให้เรา เพื่อเป็นการตอบแทนความมีน้ำใจของเจ้า เราจะให้คาถาแก่เจ้าบทหนึ่ง ท่องจำไว้ให้ดีสักวันหนึ่งมันจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้า

ด้วยอำนาจของคาถานี้จะทำให้ชายผู้นั้นสามารถกระตุ้นให้ผลไม้ทุกชนิดออกผลนอกฤดูกาล ได้แต่ว่าเขาต้องนำน้ำมาขันหนึ่งและเมื่อท่องคาถาแล้วก็ให้เป่าลง ไปบนน้ำนั้นแล้วจึงนำน้ำไปรดโคนต้นไม้ที่ต้องการให้ออกผลอย่างไรก็ดีชายขอทาน ได้ตั้งเงื่อนไขไว้ข้อหนึ่งว่าชายหนุ่มผู้นั้นต้องให้ความเคารพอย่างจริงใจตลอดชีวิต มิฉะนั้นแล้วคาถานั้นก็จะเสื่อมความคลังลงไปชายหนุ่มรับปากโดยไม่มีเงื่อนไข เขาดีใจมากและหลังจากกราบลาชายขอทานแล้วเขาก็มุ่งหน้าต่อไปยังเมืองอื่นอีก

อยู่มาวันหนึ่งชายหนุ่มผู้นั้นบังเอิญเดินทางมาถึงเมืองใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งทหารกำลังป่าวประกาศหาคนผู้ซึ่งสามารถหามะม่วงในฤดูกาลนี้มาถวายพระราชินีผู้ซึ่งกำลังทรงพระครรภ์ได้ก็จะได้รับรางวัลอย่างงาม นื่องจากในช่วงที่ป่าวประกาศนั้นไม่ใช่ฤดูกาลที่มะม่วงจะออกผลจึงไม่มีผู้ใดหามะม่วงมาถวายพระราชินีได้ พระราชินีเองทรงมีพระประสงค์จะเสวยมะม่วงเป็นอย่างมาก

หลังจากได้ยินคำประกาศ ชายหนุ่มผู้นั้นก็รีบอาสาไปเอามะม่วงมาถวายพระราชินี ในทันทีเขานำน้ำมาหนึ่งขันและหลังจากท่องคาถาแล้วก็เป่าลงไปบนน้ำนั้นแล้วก็บอกทหารให้นำเขาไปยังพระราชอุทยาน เมื่อไปถึงเขาก็เอาน้ำรดลงไปบนรากของต้นมะม่วงแล้วก็บอกให้ทุกคนกลับมาในวันรุ่งขึ้น

เป็นที่น่าประหลาดใจยิ่งนักที่ในวันรุ่งขึ้นมะม่วงต้นนั้นออกผลเต็มไปหมด พระราชินีทรงดีพระทัยยิ่งหนักที่ได้เสวยมะม่วง พระองค์พระราชทานรางวัลอันมีค่าแก่ชายหนุ่มผู้นั้นและชวนให้เขามาอยู่ในพระนครของพระนาง

ชายหนุ่มกลับกลายเป็นเศรษฐีเพียงชั่วข้ามคืน เขามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสุขสบายในเมืองนั้นโดยที่ไม่ต้องเร่ร่อนไปยังเมืองโน้นเมืองนี้อีกต่อไป อย่างไรก็ตามอยู่มาวันหนึ่งพระราชาทรงมีความสงสัยก็เลยตรัสถามชายหนุ่มผู้นั้นว่าเขาได้คาถานั้นมาอย่างไรและใครเป็นอาจารย์ของเขา

เมื่อถูกถามอย่างนี้ เขาเกิดความอายอย่างมากที่จะกราบทูลพระราชาว่า แท้ที่จริงแล้วอาจารย์ของเขาเป็นคนขอทานผู้พิการ ดังนั้นเขาจึงกราบทูลพระราชาไปว่าอาจารย์ของเขาเป็นฤาษีอาศัยอยู่ในป่าไกล

อีก 2-3 วันต่อมา พระราชินีทรงมีพระประสงค์ที่จะเสวยมะม่วงอีก ดังนั้นพระราชาจึงรับสั่งให้ชายหนุ่มนั้นนำมะม่วงมาถวายพระราชินี และแล้วชายหนุ่มก็เริ่มประกอบพิธีเหมือนอย่างที่เคยทำ แต่ว่าครั้งนี้มะม่วงไม่ยอมออกผลแม้แต่ลูกเดียว พระราชาทรงกริ้วมากละรับสั่งให้ชายหนุ่มผู้นั้นกราบทูลเหตุผลให้ทรงทราบ หลังจากทรงทราบความจริงแล้วพระราชาทรงตำหนิชายอกตัญญูผู้นั้นและทรงขับไล่ออกจากพระนคร ชายหนุ่มผู้นั้นจึงกลับไปเป็นคนจนเหมือนอย่างเดิม ชายหนุ่มผู้นั้นรู้ดีว่าที่คาถาของเขาเสื่อมลง นั้นเพราะเขาไม่รักษาคำพูดของอาจารย์ของเขานั้นเอง เขารู้สึกเสียใจแต่ก็สายไปแล้วตอนนี้ ดังมีคำขวัญที่ว่า “ อย่าเนรคุณผู้มีบุญคุณ ”

แง่คิด: ความอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณไม่เคยนำความเจริญมาสู่ผู้ใด

http://www.skn.ac.th/skl/project/nitan482/nu3.htm

4. ก้อนหินกับนาฬิกา     [202.124.72.32]     04 May 2011 - 09:22

สาธุ

5. hora_ooo8     [124.120.80.80]     04 May 2011 - 09:40

กตัญญูกตเวทีย่อมมีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเคยตั้งข้อสังเกตมานานแล้ว คนที่มีีความกตัญญูกตเวทีโดยเฉพาะกับพ่อแม่ มีความรุ่งเรืองในชีวิตจิงๆ

6. a19     [125.24.101.88]     04 May 2011 - 10:40



อนุโมทนาสาธุนิ

7. เห็นด้วย     [212.85.205.92]     04 May 2011 - 13:50

เล่ากันว่า มีนายทหารคนหนึ่ง ไปกราบเรียนถามท่านเจ้าคุณนรรัตนราชมานิต หรือท่านเจ้าคุณนรฯ ซึ่งคุณทั่วไปรู้จักกันดีว่าท่านคือ "พระอรหันต์กลางกรุง" เกี่ยวกับหลักหรือแนวทางการปฎิบัิตตนให้เจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้าในอาชีพการงาน ทั้งนี้ ตามชีวประวัติของท่านเจ้าคุณนรฯ ก่อนบวชนั้น ท่านได้เป็น "พระยานรรัตนราชมานิต" เมื่ออายุได้เพียง 25 ปีเท่านั้น

ท่านเจ้าคุณนรฯ ได้ให้ปริศนาธรรมแก่นายทหารผู้นั้นว่า "อยากจะเป็นต้นไม้ใหญ่ รากไม้จะต้องชุ่มเย็น" ซึ่งก็มีหลายๆท่านแปลความหมายไปต่างๆนานา
อาทิ ต้นไม้ใหญ่นั้น โดยปกติ ก็เป็นที่อาศัยของนกกาและให้ความร่มเย็น บังแดดบังลมแก่ผู้เดินทาง จึงแปลความหมายกันว่าคนเราจะเป็นใหญ่ เป็นโต ได้นั้น ควรจะมีเมตตาและเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น ซึ่งจะทำให้คนรักใคร่ นับถือและใครๆก็อยากช่วยเหลือ สนับสนุนให้เจริญก้าวหน้า

ในฐานะนักโหราศาสตร์ เปรียบชีวิตคนเราเหมือนต้นไม้ ราก นั้นคือพ่อ แม่และผู้มีพระคุณ ลำต้นก็คือตัวเราเอง ส่วนกิ่ง ก้าน ใบ ดอกและผล ก็คือ วงศาคณาญาติ ลูกหลาน ว่านเครือ ไปตามลำดับ

"อยากจะเป็นต้นไม้ใหญ่ รากไม้จะต้องชุ่มเย็น" นั่นก็คือ ลำต้นหรือตัวเรา จะยืนต้นได้อย่างมั่นคง แข็งแรง รากของต้นไม้นั้นจะต้องอุดม สมบูรณ์ ดินดี มีน้ำ มีปุ๋ยอย่างดี ซึ่งจะส่งไปเลี้ยงลำต้น ให้เติบใหญ่ มั่นคง แข็งแรง ไปที่พึ่งอาศัยแก่นก กา และให้ความร่มเย็นแก่ผู้เข้ามาพักอาศัย

การบำรุงรากไม้ด้วยดินดี ทั้งน้ำและปุ๋ย ด้วยความชุ่มเย็น ตามความหมายของท่านเจ้าคุณนรฯ นั่นก็คือการบำรุง เลี้ยงดู พ่อ แม่และผู้มีพระคุณนัุ่่ัั่นเอง อย่าว่าแต่มนุษย์ด้วยกันเองจะชื่นชมเลย แม้แต่เทวดาก็ยกย่อง ช่วยเหลือและคุ้มครอง สังเกตเห็นได้ง่ายๆ เด็กกตัญญูแต่ยากจน แร้นแค้น ทีปฏิบัติตนเลี้ยงดูพ่อ แม่ ซึ่งพิการ เจ็บป่วย TV.เอามาออกรายการ ใครได้ดู ได้เห็น ถ้าใจไม่เข้มแข็งจริงๆ ก็มักจะน้ำตาคลอเบ้า ที่เห็นการปฎิบัติของเขาต่อผู้มีพระคุณ มีคนช่วยเหลือ ให้ทุนการศึกษา ฯ แม้จะไม่ใช่ญาติโก โหติกาหรือพี่น้องกันก็ตาม

ครับความกตัญญู กตเวที เป็นปัจจัยที่สำคัญ ที่จะทำให้คนเจริญรุ่งเรืองจริงๆ

8. ...     [173.58.209.95]     05 May 2011 - 07:39

.. อนุโมทนาๆๆ ..

9. มิ้มเฒ่า siamwarm.com     [124.120.147.22]     06 May 2011 - 08:37

ถ้ากับพ่อแม่ บุพการีควรอย่างยิ่งครับ

แต่...ถ้ากับอย่างอื่น โดยเฉพาะสิ่งไม่มีชีวิต เช่นองค์กร บริษัท
ดูด้วยครับว่าเขาหลอกใช้คุณไหม? เห็นคุณเป็นแค่ฟันเฟืองไหม?
หรือแค่สมประโยชน์กัน

ดูไว้บ้างก็ดีครับ ไม่งั้นจะซื่อ จนโดนหลอก ตัวเองกลับไม่เจริญก้าวหน้า

แล้วก็ไปโอดครวญว่า "กตัญญู แล้วไม่ได้ดี"

10. ชื่นชมแนวคิด     [49.228.220.253]     06 May 2011 - 08:50

คุณมิ้มเฒ่ากล่าวได้โดนใจ
ขออนุญาติสนับสนุนแนวคิดจ๊าา
พ่อแม่ ควรอย่างยิ่ง สำคัญยิ่ง
กับคนอื่นๆหรือองค์กรณ์หรืออารายก็ตามแต่
ต้องคิดให้ตกซะก่อน ว่าเค้าจริงแค่ไหน จริงอย่างไร

11. เจ้าแม่เพิ่งกลับถึงบ้าน..     [58.34.178.129]     06 May 2011 - 09:12

สำหรับคนที่ไม่เคยมีชีวิตกับพ่อแม่เหมือนปุถุชนทั่วไปอย่างข้าพเจ้า ขอมองอีกมุมว่า..
ความกตัญญูไม่ได้จำกัดแค่พ่อแม่ แต่เป็นใครก็ได้ที่เคยอุปการะหรือช่วยเหลือยามตกต่ำ หรือประสิทธิ์ประสาทความรู้แแบบไม่ได้หวังผลประโยชน์ตอบแทน ได้ทั้งนั้น..

หากกำลังอยู่ในหัวเลี้ยวหัวต่อของธุรกิจสำคัญ แต่ได้ข่าวว่าผู้มีพระคุณป่วยหนัก มีสักกี่รายที่ทิ้งธุรกิจแล้วบินด่วนไปดูใจท่าน.. (ณ ชีวิตของสังคมปัจจุบัน)..

แต่อยากทราบความเห็นท่านอื่นๆ ว่า กรณีที่บางคนพ่อแม่ทำร้าย แต่บุคคลอื่นได้ความอุปการะไป กรณีเช่นนี้สมควรกตัญญูต่อผู้ใดมากกว่ากัน ระหว่างพ่อแม่(ที่ให้กำเนิด แต่ทำร้ายแก่ชีวิต)หรือ ผู้อุปการะ(ไม่ได้ให้ร่างกาย แต่ให้ชีวิตรอด)

ที่กล่าวเป็นกรณี ไม่ได้มีความตั้งใจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งในกระทู้ แต่เป็นความคิดและมุมมองทั้งจากที่ประสบโดยตรงและอ่านข่าวต่างๆ (เช่น พ่อข่มขืนลูกมานานปี แม่คลอดแล้วทิ้ง ฯลฯ)

หรือบางที การที่คนๆหนึ่งได้มาอุปการะคนๆหนึ่งอาจขึ้นอยู่กับวาสนาที่ร่วมกันมา โดยที่ผู้ทำให้เกิดร่างกายอาจไม่ได้มีวาสนาร่วมในส่วนนี้ .. หรือ เช่น คนๆหนึ่งตามดวงไม่มีลูก แต่เคยมีวาสนากับคนๆหนึ่งมาทำให้มาอุปการะเลี้ยงดูกันโดยที่ไม่ได้เป็นลูก คล้ายแค่ตามมาเกิดให้ทันอยู่อุปการะกันชาตินี้เท่านั้น..

หรือยังไงเอ่ย..

เมื่อคิดดูให้ลึกลงไป เรื่องนี้ช่างซับซ้อน..('_')?!?

12. homesiryy@hotmail.com     [125.26.165.217]     24 May 2011 - 21:03

กตัญญูแล้วเจริญจริงหรือ แต่ทำไมชีวิตผมมันถึงได้บัดซบอย่างนี้ กตัญญูต่อตายายแม่และผูมีพระคุณทุกท่าน แต่กับเริ่มทำมาค้าขายเพียงกำไรน้อยนิดทำมา2ปียังไม่มีเงินเก็บเลยสักบาท 2-3เดือนหยุด1วัน และขายถูกจนกำไรแทบมองไม่เห็น
อีกทั้งกินข้าววันละ1-2มื้อ แต่การค้าขายกับบัดซบลงเรื่อยๆ และตัวผมเองไม่ชอบการเบียดเบียนผู้อื่นหรือเบียดบังการค้าทำกำไรพอสมควรราคาไม่โอเวอร์แต่ลูกค้าดันน้อยลงๆแต่กลับไปมองคนอื่นทำการค้าธุรกิจ แค่มันขันน๊อตไส่รถ4ตัวคิดผมตั้ง80บาทโมโหแทบบ้าแต่ก็จ่ายเฝ้าดูมันตลอด3ปีมันซื้อบ้านที่เช้าซ่อมรถราคา1ล้านกว่าบาทได้ และซื้อรถวีโก้4ประตูจนหมดภายใน3ปี นี้หรือทำดีได้ดี ใครทำดีได้ดีมีจริงใหม มีแต่คำบอกเล่ามาทั้งนั้น ตัวคนที่ทำดีได้ดีตัวจิงๆท่านเคยเห็นสักคนใหม......

13. น้ำ     [27.55.163.164]     02 Dec 2013 - 23:15

พ่อแม่ทุกคนรักลูกมากค่ะและหวังให้ลูกเป็นที่พึ่งทั้งทางกายและทางจิตใจค้ะเป็นกำลังใจให้ผู้ที่คิดดีทำดีสู้ๆค้ะ : )))

Click to share

เชิญร่วมแสดงความคิดเห็น กรุณาใช้ข้อความสุภาพ
ชื่อผู้ตอบ * ไม่ควรใช้ชื่อ-นามสกุลจริง ในการตอบกระทู้ รวมถึงในเนื้อหาด้วย
ป้อนรหัสตามภาพ CAPTCHA

©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.