Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (35) Vote Down (38)
เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน 
38404 : จากคุณ อีแอ่น     [223.206.149.25]     30 Jul 2011 - 12:40     [62 คำตอบ]

อยากเรียนโหราศาสตร์สิบลัคน์
มีความต้องการเรียนสิบลัคน์แต่ติดที่อยู่ต่างจังหวัดไม่สะดวกในการเดินทางมาเรียนในกรุงเทพ ต้องการผู้ใจบุญช่วยแนะนำอาจารย์ที่ใจดี ไม่หวงความรู้หรือหลักสูตรทางe-mail แบบว่าเรียนทางไกล

แสดงคำตอบจำนวน 50 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 62 คำตอบ ( 2 หน้า )
| 1 | 2 |

13. กระซิบบอก     [115.87.25.121]     02 Aug 2011 - 12:56

เพื่อนคุณฝากตัวเป็นศิษย์ใครครับ?

หากคุณ COPY ให้เพื่อนคุณ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากอาจารย์
อันนี้เป็นการละเมิดข้อบังคับ

การรับสัจจะต้องกระทำต่อหน้าอาจารย์

กฏข้อที่ 1 จะบอกเคล็ดลับแก่ใครไม่ได้เป็นอันขาด ทั้งนี้รวมทั้งการเขียนและตีพิมพ์เพื่อจำหน่าย หรือโฆษณาใด ๆทั้งสิ้น

กฏข้อที่ 2 จะไม่สอนศิษย์เมื่อยังไม่ผ่านดวงชะตาแบบนี้ครบ 5000 ดวง

ตำรานี้มีอาถรรพ์ อย่าละเมิดเลย ผมเคยเจอกับตัวเองมาแล้ว

14. จาก คห12     [49.49.98.105]     02 Aug 2011 - 13:09

ขอบพระคุณที่ชี้แนะ

15. เดาจัง     [203.185.68.102]     02 Aug 2011 - 15:36

สมาคมโหร แยกัวดบวร ทางไปวัดตรี น่าจะมีสอนครับ

16. to trkung     [118.172.188.135]     02 Aug 2011 - 15:38

trkung@yahoo.com
ส่งรายละเอียดไปแล้ว
โทรมาคุยกันก่อน

17. ผูกดวงสิบลัคน์     [118.172.181.43]     03 Aug 2011 - 13:41

การใช้จานหมุนอมตพยากรณ์ผูกดวงสิบลัคน์(ลัคน์ทันใจแบบสิบลัคนา)

การผูกดวงชะตาสิบลัคนาแบบตั้งจุดหาครั้งเดียวได้ครบสิบดวง
โดยใช้แผ่นจานหมุนอมตพยากรณ์ลัคน์ทันใจ ให้ทำดังนี้

ให้ใช้เส้นแบ่งราศีเริ่มต้นของราศีเมษ(แผ่นจานบน) ไปตั้งให้ตรงกับเวลาที่เขาเกิด (แผ่นจานล่าง) แล้วอ่านองศาอาทิตย์ที่สมผุสได้ขณะเกิด เป็นลัคนาอาทิตย์ อ่านองศาจันทร์ที่สมผุสได้ขณะเกิด เป็นลัคนาจันทร์ ฯลฯ โดยอ่านสมผุสที่ราศีอาทิตย์หรือจันทร์สถิตอยู่(แผ่นจานบน) แล้วมองข้ามตรงไปที่จักรราศีด้านนอก(แผ่นจานล่าง) ซึ่งสมมติให้เป็นราศีของโลก (แผ่นจานบนสมมติให้เป็นราศีของจักรวาลซึ่งเป็นสถานที่ดาวต่างๆสถิตอยู่ในท้องฟ้า ขณะเวลาที่เราเกิด) ตรงกับราศีใด ราศีนั้นคือจุดที่ลัคนาอาทิตย์หรือลัคนาจันทร์หรือลัคนาดาวอื่นๆ ที่หาได้โดยวิธีการอย่างเดียวกัน

ทั้งนี้มีหลักการว่า ดาวพระเคราะห์แต่ละดวง ที่โคจร ณ ราศีต่างๆ ของจักรวาล ตามเวลาที่เจ้าชะตาเกิด ได้ส่งแสงไปตรงราศีใดของโลก จุดนั้นก็เป็นที่สถิตอยู่ของดาวดวงนั้นที่ได้ส่งแสงตรงไป ณ จุดนั้น เกิดเป็นหลักการของการผูกดวงแบบสิบลัคนา

สำหรับ ราหู และ เกตุ ที่โคจรทวนจักรราศีนั้น ต้องดูอีกแบบหนึ่งคือ ให้ตั้งต้นดูจากจักรราศีโลก(แผ่นจานล่าง) เข้าหาราศีจักรวาล(แผ่นจานบน) ก็จะได้ราศีของราหูและเกตุ ที่ส่งแสงมาอยู่บนจักรราศีของโลก ซึ่งเป็นดวงชะตาของมนุษย์เรา ด้วยวิธีการดังกล่าวมาแล้วทั้งหมด ทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว ในการผูกดวงชะตาแบบสิบลัคนา และไม่มีการผิดพลาดคลาดเคลื่อนเหมือนแบบเดิมที่ต้องหมุนหากันถึง 10 ครั้ง


18. การทำนายดวง10ลัคน์     [118.172.181.43]     03 Aug 2011 - 14:05

เมื่อผูกดวงแบบ10ลัคน์แล้ว
อยากให้ลองใช้หลักการทำนายของ โหรแฉล้ม เลี่ยมเพชรรัตน์
วิเคราะห์ดวงชะตา โดยมีหลัก10 ประการดังนี้

1.การวิเคราะห์ว่าด้วยตำแหน่งมาตรฐานของดาวแต่ละดวงในดวงชะตา ได้แก่ อุจ เกษตร มหาจักร ราชาโชค อุจจาวิลาส มูลเกษตร ประกิณโชค นิจ ประ

2.การวิเคราะห์ว่าด้วยธาตุราศีที่ส่งอิทธิพลแก่ดาว กล่าวโดยสรุป ดาวใดที่มีธาตุทั้ง 4 ครบ ถือว่าสมบูรณ์ คือนับไป สี่ มีดาวอยู่ จนครบ จตุสดัย ราศีทวาร ยิ่งใหญ่ที่สุด(เมษ กรกฎ ตุลย์ มังกร) รองไปอันดับสอง(พฤษภ สิงหื พิจิก กุมภ์) อันดับสาม(มิถุน กันย์ ธนู มีน) และการร่วมธาตุแบบตรีโกณก็ให้คุณแรงแก่ดาวนั้นๆเมื่อครบทั้งสามมุม

3.การวิเคราะห์ว่าด้วยธาตุประจำประจำดาวเคราะห์ โดยสรุป ดาว 1 ไฟ 2 ดิน 3 ลม 4 น้ำ 7 ไฟ 5 ดิน 8 ลม 6 น้ำ ตัวอย่างชะตาใด มีดาว 1-7 กุมลัคนาที่ราศีเมษ ผู้นั้น มีบุญวาสนาระดับรัฐมนตรี เศรษฐีของประเทศระดับ1ใน10

4.การวิเคราะห์ว่าด้วยกำลังของดาวเคราะห์ โดยสรุปเพื่อหาดาวคู่สมพลในดวงชะตา ใช้ทำนายทั้งดาวเดิมและดาวจร ดาวคู่สมพลนี้โหรแฉล้ม ใช้เป็นเกณฑ์ทำนายท่านสุลตานแห่งมาเลย์เซียปราบดาภิเศกเป็นกษัตริย์โดยมีดาวคู่ธาตุตรีโกณเสาร์และโยคประกอบด้วยในการทำนายระบุวันเดือนปีชัดเจน

5.การวิเคราะห์ว่าด้วยคู่อุปการะของดวงดาว โดยสรุปคือการหาดาวคู่มิตร คู่ศัตรู ในดวงชะตา ใช้ทำนายทั้งดาวเดิมและดาวจร เป็นมิตรให้คุณ เป็นศัตรูให้โทษ ท่านย้ำว่า การอ่านจรที่ให้คุณ มีคู่ธาตุ คู่มิตร คู่สมพล จตุสดัย และตรีโกณ จำให้ดี ท่านบอกว่าใช้เวลาถึง 14 ปีจึงได้หลักดังกล่าวมาใช้ทำนาย

6.การวิเคราะห์ดาวว่าด้วยเกร็ดตำนานดาวเคราะห์ ให้ดูจากตำนานชาติเวรเป็นหลัก เช่น ดาว 1กระทบดาว 5 เป็นเรื่องดี ดาว 1 กระทบดาว7 เรื่องไม่ดี ดาว 1 กระทบ ราหู 8 จากที่อยู่ ดาวอื่นๆ ก็ต้องจำโดยมีลีลาการเกิดเหตุการณ์แบบตำนานชาติเวร

7.การวิเคราะห์ว่าด้วยลัคนาประกอบดวงดาว โดยสรุป ให้รู้ว่า ดาวอะไรที่ได้องค์เกณฑ์บ้าง ได้แก่ ปัศวะเกณฑ์ อำพุเกณฑ์ นระเกณฑ์ กีฏะเกณฑ์ ดาวที่เป็นคุณแก่ลัคนาคือ นับจากลัคนาไปเป็น1-3-7-11ให้คุณชั้นดี นับไปได้ 2-5-9-10 ให้คุณชั้นกลาง นับไปได้ 4-6-8-12 เรียกว่า เบียน เป็นโทษ ถ้าดาวดีตกชั่ว หรือดาวชั่วตกดี ถือว่าใช้ไม่ได้ เช่น ดาวได้ตำแหน่งอุจ เกษตร แต่ตก 6-8-12 เรียกว่าดีตกร้าย เป็น 4 ก้ไม่สู้ดี แต่ไม่ถึงร้าย หรือ นิจ ประ เป็น 1-3-7-11เรียกว่า ร้ายตกดี อย่างนี้ไม่ดี แต่ถ้าดีตกดี ร้ายตกร้าย อย่างนี้เรียกว่าดี ต้องดูดาว 1-2-3-5 เป็นสำคัญ เรียกดาว มูลกำเนิด ดีไหม ซ่อมได้ไหม ถ้าดีทายดี ซ่อมได้ทายปานกลาง ถ้าไม่ดี ซ่อมไม่ได้ทายเลว(ดาว 1 ราหู 8 ซ่อมแทน 2 ดาว 4 ซ่อมแทน 3 ดาว 7 ซ่อมแทน 5 ดาว 6 ซ่อมแทน) จะทายดาวอะไรให้คิดว่าดาวนั้นคือลัคนา(โหรแฉล้ม คิดได้ไงตรงกับ10ลัคน์เลย) ถ้ามีดาวอื่นเป็น 4-6-8-12ดาวก็เบียนกัน ถ้าเป็น 3-7-11 ก็ส่งเสริมกัน ดาวดีถุกเบียนก็หย่อนคุณภาพ ถ้าดาวร้ายก็กลับดีขึ้น หลักข้อนี้ อ. โหรแฉล้มเน้นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการวิเคราะห์ดวงชะตา

8.การวิเคราะห์ว่าด้วยวันกำเนิดประกอบดวงดาว โดยสรุป คือการนำทักษามาประกอบการทำนาย อ.โหรแฉล้มเน้นว่า ถ้าในดวงชะตา อ่านได้ชัดเจนแล้ว เช่น ตำแหน่งมาตรฐาน องค์เกณฑ์ โยค จตุสดัย คู่ธาตุ ตรีโกณ คู่มิตร คู่สมพล เข้ากฎบังคับ จักรทีปนี ไม่ต้องเอาทักษามาใช้เลย แต่ถ้าเป็นดวงจรปัจจุบัน ถ้าอ่านไม่ชัดเจน ก่ำกึ่งให้เอามาทำนาย เรื่องนี้ อ.โหรแฉล้มไม่เน้น แต่บอกเป็นนัยๆว่า ถ้าไม่เอามาใช้ครูบาอาจารย์จะหาว่าอกตัญญู

9.การวิเคราะห์ว่าด้วยรูปดวงชะตาที่ดาวเรียงรายอยู่ขณะเกิด
มีสองประเด็น

ประเด็นที่หนึ่ง ให้ดูรูปดวงดาวว่า ได้ตำแหน่งหรือตรีโกณ คู่มิตร คู่ธาตุ คู่สมพล ได้เกณฑ์ ได้โยคและกุมลัคนา ถ้ารูปดวงเป็นจันทร์ตรี หรือพระจันทร์ครึ่งซีก ดวงลัคนาขับพล ดวงลัคนาคุมพล ดวงดอกพิกุล และสัมพันธ์ลัคน์ จัดว่าดี

ประเด็นที่สอง ต้องวินิจฉัยให้ได้ว่าดวงชะตาเปรียบดังต้นไม้
ดาว 1 ราก 2 แก่น 3 ใบ 4 ดอก 6 เปลือก 7 กิ่งก้าน 8 มอด 9 ความแข็งของต้นไม้ 0 ความตายของต้นไม้ 5 ผลของต้นไม้ มีอะไรดี และไม่ดีคืออะไร
ตรวจดูดาวมูลกำเนิดคือ
1-2-3-5 สัมพันธ์ลัคน์ดีอันดับหนึ่ง
8-4-7-5 สัมพันธ์ ดีเป็นอันดับสอง
ดาว 5 เสีย ให้ดูดาว 6 ซ่อมแทน ให้ดูดาวคุ้มกัน
ราหู 8 ให้โทษดาว 7 ดีคุ้มได้
8-7ให้โทษ 4 ดีคุ้มได้
8-7-4 ให้โทษ ดาว 3 ดีคุ้มได้
8-7-4-3 ดาว 6 ดี คุ้มได้
8-7-4-3-6 ให้โทษ ดาว 2 ดีคุ้มได้
8-7-4-3-6-2 ดาว 1 ดีให้คุณคุ้มได้
8-7-4-3-6-2-1 ให้โทษ ดาว 5 ดีคุ้มโทษได้
ถ้าดาว 5 เสีย ไม่มีดาวใดคุ้มโทษได้

10.การวิเคราะห์ว่าด้วยตวงจร กาลชะตาและดวงกาลจักร มีกฎข้อบังคับของกาลชะตา ดังนี้
1.ฤกษ์ทิ้งไม่ได้ วันดี วันร้าย ลืมไม่ได้ ดาวจรเป็นอย่างไร เวลานี้ ลัคนาอยู่ไหน
2.ต้องเข้าใจหลักมูลเดิมให้แม่นยำ ต้องสังเกตการเดินของดวงดาวไว้ว่า เมื่อเดินอย่างนี้ สำหรับจำพวกลัคนาต่างราศีเป็นอย่างไร จับเอาลัคนาสังเกต เช่นลัคนาตัวเองก็ได้
3.จงพิจารณา หลักสำคัญการสังหรณ์ คือการตื่นเต้นวาบหวำใจ เมื่อไม่มีลางสังหรณ์อย่าทายพรวดพราด
4.จงมีสมาธิในการพยากรณ์ เพราะเกี่ยวกับจิตศาสตร์อยู่มาก
5.การให้ฤกษ์แก่คณะใด เหล่าใด ผู้ใดทำการใดๆนั้นก็คือ กาลชะตา ต้องพิจารณาถึงวันห้าม เช่น ดิถีมหาสูญ บอดทักทิน ยมขันธ์ โลกาวินาศ ข้อสำคัญอย่าให้ลัคนาเป็นอริ มรณะ วินาศ แก่กัน
6.อ่านดวงเดิมเก่งมาแล้ว ก็จะอ่านดวงกาลชะตาเก่งไปด้วย
ถ้าอ่านดวงเดิมไม่เก่ง การอ่านกาลชะตาก็ไม่เก่งเช่นกัน

ว่าดัวยดวงจร ให้ใช้

1.ใช้ลัคนาจร ตรวจดวงชะตา ถ้าตกราศี นะระ กิตะ ดี ตกปัศวะ อำพุ ไม่ดี ฯลฯ

2.ใช้ตรีวัยจร ดูสภาพชีวิตขณะนั้น (ตรงกับ อ. อรุณ เน้นมากๆ)

3. ใช้ทักษาจรประจำปี (แนว อ. อักษร ไพบูลย์)

4.การดูดาวจร ต้องดูถึง องศาในราศีที่สถิต ถ้าไม่ดูองศาดาว มักทำนายผิดพลาด ต้องไม่ลืมอาการโคจร พักร์ มนท์ เสริด ของดาวด้วยสำคัญยิ่ง อย่าลืมจักรทีปนี เกร็ดดาวเรื่องชาติเวรดาวเคราะห์ ธาตุของดาวธาตุของราศี ตำแหน่งการส่งการเบียนของดาว ฯลฯ

กฎการใช้กาลจักร

1.มีดวงกาลจักรไว้ ก็เพื่อจะพิสูจน์ ในเมื่อได้ตรวจดวงเดิมกับดวงจรกระทบกัน มีปัญหายุ่งยากในการทำนาย ไม่แน่ใจ ให้เอาดวงกาลจักรนี้ ตัดสินผลการทำนาย

2.ห้ามมิให้ตั้งดวงกาลจักร แล้วเอาดวงจรมากระทบทำนาย อย่างเดียวกับดวงเดิมเป็นอันขาด เพราะจะทำให้การทำนายยุ่ง ความจริงดางกาลจักรบอกสภาพของปัจจุบันไว้แล้ว

3.ห้ามทำนายราศีที่ว่าง เหมือนดวงเดิม มีดาวปรากฎที่ราศีใด จงทำนายตรงดาวลอยเท่านั้น

4.กาลจักรนี้ไม่ใช้ทีกษากำเนิดมาทำนาย ให้ใช้ทักษาจรประจำปี ทำนายเป้นหลัก (ถ้าจะให้แม่นยำควรใช้ภูมิเดิม 25 % ภูมิจร 75 %)

5.กาลจักรนี้คำทำนายต้องทำนายไม่เกินไปกว่าคุณภาพของดวงชะตาเดิม ต้องถือว่าดวงกาลจักรเป็นเพียงสาขาของดวงกำเนิดแปรสภาะมาเท่านั้น

6.กาลจักรนี้ จะบอกสภาพคราวถึง ตาย อย่างแน่นอนทีเดียว เพราะเวลาสิ้นอายุ บอกฆาฏไปในตัว แต่ถ้าจะหาว่า ตาย เดือน วัน ใด ต้องตรวจดวงจร ที่จะบอกเดือน วัน ส่วนจะบอกถึงเวลาก็บอกได้ ด้วยวางลัคนาเดิม และเวลาตายแสดงให้รู้เอง ดวงกาลจักรนี้ เป็นเสมือนรายงานงบยอดรวมบัญชี ของดวงดาวเป็นปีๆของบุคคลผู้นั้นเท่านั้น

7.หลักพิเศษวิธีทำนายกาลจักร ใช้หลักธรรมดา คือเคล็ดลับภาคหนึ่งทั้งหมด เป็นการทำนายแบบมีคนอีกคนหนึ่งแยกไปเท่านั้น




19. การทำนายดวง10ลัคน์     [118.172.181.43]     03 Aug 2011 - 14:25

โห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม)
โดย สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน)
บทที่ ๒๑ การพยากรณ์เบื้องต้น
๒๐ บทที่ผ่านมา ผมได้นำเอาหลักต่าง ๆ ที่เป็นพื้นฐานหรือหัวใจด้านการพยากรณ์มาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งถ้าท่านจำได้หมด เวลาจะทาย หรือพยากรณ์ดวงของใครก็ตาม แล้วนำหลักวิชาที่ผมว่าไว้นี้มาใช้ รับรองว่าคุณจะไม่มีวันทายผิดจนต้องหงายหลังแน่ เพราะผมเองทุกวันนี้ก็สามารถมั่วเอาตัวรอดได้ด้วยหลักเหล่านี้

แต่ถ้าท่านหวังว่าจะเป็นนักพยากรณ์ที่อย่างแย่ แต่ดีกว่าผมท่านต้องรอบคอบเพิ่มขึ้น คือต้องไม่มองข้ามจุดใดจุดหนึ่ง โดยเฉพาะการวิเคราะห์พื้นดวงชะตา เพื่อหาจุดเด่นหรือจุดด้อย ซึ่งควรต้องทำกันเป็นอันดับแรก หลังจากผูกดวงเสร็จแล้ว

อีกอย่างหนึ่งคือพิจารณาดาวทุกดวงในดวงชะตาว่าดาวใดมีตำแหน่งใดในดวงทักษา ภาคที่กล่าวว่าดีหรือเลว คือต้องจำได้ ว่าดาวใดคือดาวกาลกิณี ดาวใดคือดาวศรี ดาวใดได้ตำแหน่งดี เช่นเป็นมหาอุจจ์ มหาจักร ราชาโชค เกษตร นิจ ประ

สำหรับดาวที่เป็นกลาง ๆ คือไม่ดีมากหรือร้ายมาก ก็ต้องดูเกี่ยวกับการเป็นมิตร เป็นศัตรู เป็นคู่ธาตุ ถ้าเป็นคู่มิตรหรือคู่ธาตุ ดาวจะเสริมกำลังกันและกัน ในทำนองกลับกันถ้าดาวต้องเป็นคู่ศัตรู ก็จะหักล้างกำลังให้คุณให้โทษของกันและกัน

เฉพาะการนำเอาดวงทักษาเข้ามาตอกย้ำคุณภาพของดาว ควรอย่างยิ่งที่ต้องนำมาใช้ให้คล่องทั้งดวงทักษาเดิมและทักษาจร เพราะคุณภาพของดาวที่เกิดจากดวงเดิมหรือดวงกำเนิด ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามอายุของแต่ละคน การจะดีตลอดหรือร้ายตลอดย่อมเป็นไปไม่ได้

ตามดวงที่สมมุติในบทที่ ๑๘ เมื่อทำดวงชะตาขึ้นมาแล้วจะเป็นดังที่เห็นนี้คือ ดาวอาทิตย์ (๑) พุธ (๔) เกตุ (๙) สถิตราศีกรกฎ ดาวศุกร์ (๖) และราหู (๘) สถิตราศีสิงห์ จันทร์ (๒) มฤตยู (๐) สถิตราศีตุลย์ อังคาร (๓) สถิตราศีพิจิก เสาร์ (๗) สถิตราศีกุมภ์ พฤหัสบดี (๕) สถิตราศีมิถุนหรือเมถุน เป็นตนุเศษด้วย

เนื่องจากดวงนี้เป็นดวงในระบบ ๑๐ ลัคนา เมื่ออาทิตย์ (๑) อันเป็นดาวประธานของดาวทั้งหลายสถิตราศีกรกฎ จึงเท่ากับลัคนาก็สถิตราศีกรกฎด้วย สำหรับลัคนาของดาวอื่นก็กระจายกันดังที่เห็น

การวิเคราะห์

การวิเคราะห์เริ่มกันที่ เจ้าชะตารายนี้เกิดตรงกับวันอาทิตย์ ดังนั้นดาวศรีวันเกิดคือดาว พุธ (๔) ดาวกาลกิณีกำเนิดคือดาว ศุกร์ (๖)

ดาวอาทิตย์ (๑) บริวารในดวงทักษา ได้ตำแหน่งมหาจักร

ดาวจันทร์ (๒) เป็นดาวอายุ ไม่ได้ตำแหน่งเด่นมาก

ดาวอังคาร (๓) เป็นดาวเดชได้ตำแหน่งเป็นเกษตร

ดาวพุธ (๔) เป็นดาวศรีกุมลัคนา และอยู่ในเรือนของดาวจันทร์ (๒) ซึ่งเป็นดาวคู่มิตร

ดาวพฤหัสบดี (๕) เป็นประ แต่อยู่ในเรือนพุธ (๔) ซึ่งเป็นดาวศรี

ดาวศุกร์ (๖) เป็นดาวกาลกิณี อยู่กับราหู (๘) มนตรีเดิม

ดาวเสาร์ (๗) เป็นดาวมูลละอยู่ในเรือนเกษตรของราหู (๘) คู่มิตร ซึ่งเหมือนบ้านเก่าของตนเอง

ราหู (๘) เป็นดาวมนตรีอยู่กับดาวศุกร์ (๖) ราศีสิงห์เป็นของอาทิตย์ (๑) เท่ากับราหู (๘) ต้องมาอยู่ในเรือนที่ไม่ถูกชะตากัน

เกตุ (๐) ครองราศีตุลย์และอยู่กับจันทร์ (๒)

เหล่านี้เป็นการมองพื้นฐานของดาวในเบื้องต้น เพื่อนำมาประเมินอีกทีหนึ่งว่ามีดาวอะไรให้โทษ ดาวอะไรให้คุณ กับเจ้าชะตา ให้โทษหรือให้คุณเรื่องอะไรบ้าง

ตามดวงที่สมมุติ ดาวศุกร์ (๖) เป็นดาวกาลกิณี ดาวดวงนี้โดยย่อแล้วหมายถึงการเงินและความรัก ความสวยงาม ศิลปะ และเป็นดาวเจ้าเรือนหรือราศีพฤษภ อันเป็นเรือลาภะของลัคนา มาอยู่กับราหู (๘) ในเรือนกะดุมพะของลัคน์ และอีกเรือนหนึ่งคือเรือนพันธุราศีตุลย์ ในราศีตุลย์ก็มีมฤตยู (๐) นั่นหมายถึงลาภใด ๆ ที่ได้มา โดยเฉพาะการเงินย่อมไม่ดีคือเก็บไม่อยู่ ได้มาก็จ่ายไป ได้มากก็ต้องจ่ายมากเป็นเงาตามตัว ทั้งญาติพี่น้องก็เข้ากันไม่ค่อยสนิทนัก มีญาติน้อย มีโอกาสจะเดือนร้อนเพราะญาติ เมื่อมารวมกับราหู (๘) ซึ่งเป็นเหมือนมอดด้วยแล้ว ยิ่งทำให้กระแสการเงิน หรือการสร้างฐานะทางการเงินของตนเองต้องยาวนาน กว่าจะเห็นหน้าเห็นหลังเหมือนคนอื่น และอาจจะถึงขั้นหาลาภผลการเงินโดยมิชอบด้วยเพราะศุกร์ (๖) เป็นดาวกาลี

แต่ก็สามารถสร้างตนเองได้ดีในบั้นปลาย เพราะดาวเจ้าเรือนกะดุมพะของลัคนาคืออาทิตย์ (๑)ได้ตำแหน่งคือเป็นมหาจักร และกุมลัคนา ทั้งลัคนาก็สถิตอยู่ในเรือนการเงินหรือเรือนกะดุมพะของตนุเศษ

นี่ผมหยิบยกเอามาพูดเพียงดาวศุกร์ (๖) เพื่อเป็นแนวทางให้ท่านเห็นชัดว่าหลักของการพยากรณ์มันมีการโยงใยกันตามขั้นตอนคือ เรื่องของดาวแต่ละดาวที่บ่งบอกคุณภาพในตอนต้นอย่างหนึ่งที่ทิ้งไม่ได้ ทักษาอีกประหนึ่ง และที่สำคัญคือดาวเจ้าเรือน นอกนั้นก็เป็นเรื่องดาวผสมดาว ซึ่งจะยากขึ้นมาอีกนิดแต่ก็ไม่ยากเกินสมองท่านผู้อ่านแน่นอน เอาไว้ถึงตอนพยากรณ์ระดับสูงผมจะแจกแจงออกมาให้เห็นกันถนัด ๆ ในตอนนี้กล่าวแต่พอเป็นพื้นฐานไปก่อน

ทีนี้ผมจะนำเอาดาวอาทิตย์ (๑) มาพูดบ้าง เพราะดาวอาทิตย์ (๑) คือลัคนา เป็นดาวประธานที่สำคัญมากกว่าทุกดาว และในรูปแบบของ 10 ลัคน์ทุกคนอาทิตย์ (๑) กุมลัคน์ อาทิตย์ (๑) เป็นดาวเกียรติยศและชื่อเสียง ตำแหน่งหน้าที่การงาน และศักดิ์ศรี คนที่อาทิตย์ (๑) เด่น คือได้ตำแหน่งดี เช่นเป็นมหาอุจ มหาจักร ราชาโชค หรือเกษตร หรือเป็นเดช ศรี มนตรี จะรักศักดิ์ศรียิ่งชีวิต เป็นคนไม่ยอมคน ทำตนอย่างราชสีห์ ไม่นิยมการเดินตามหลังหรือประจบประแจงใคร ชอบการเป็นหัวหมามากกว่าเป็นหางราชสีห์ ชอบงานอิสสระ ชอบสั่งงานไม่ชอบทำตามคำสั่งใคร จึงไม่เหมาะกับงานเป็นลูกจ้าง

ตามดวงนี้อาทิตย์ (๑) เป็นดาวบริวาร ได้ตำแหน่งมหาจักรกุมลัคน์ และมาจากเรือนกะดุมพะ บริวารจึงดีและหาเงินเก่ง ชื่อเสียงดี มีดาวพุธ (๔) ซึ่งเป็นดาวศรีกุม ทำให้พูดดีมีเสน่ห์ มีมนุษย์สัมพันธ์กับคนทั่วไปดี เกตุ (๙) กุมลัคน์ปฏิภานไหวพริบดี

จันทร์ (๒) เป็นดาวอายุ อยู่ในเรือนหรือราศีที่เป็นกาลกิณี มีมฤตยู (๐) สุขภาพไม่ดีมีโรคประจำตัว ป่วยง่าย ความต้านทานไม่ดี ทั้งเป็นดาวเจ้าเรือนลัคนา จึงมักมีทุกข์อยู่เนือง ๆ

อังคาร (๓) เป็นดาวเดชตามทักษา เป็นดาวเจ้าเรือนกรรมะของลัคนา และเป็นดาวเจ้าเรือนลาภะของตนุเศษ ได้ตำแหน่งเกษตร เรียกว่าด้านการงานและลาภผลดี งานก้าวหน้าไปตามเป้าหมาย การลงทุนมักไม่เสียเปล่า ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า เมื่อมาเป็นอริแก่ตนุเศษ หมายถึงลาภผลมีการรั่วไหลง่าย ต้องทำงานหนักกว่าปกติ

สำหรับการวิเคราะห์เรื่องอื่น ๆ ก็จะเป็นไปในแนวนี้ คือพิจารณากันที่ดาว ที่เป็นดาวอะไร ครองตำแหน่งอะไรในดวงทักษา เป็นดาวเจ้าเรือนอะไรในดวง 12 ราศีจักร แล้วเป็นดาวลอยไปอยู่เป็นอะไรกับลัคนาหรือตนุเศษ มีคู่มิตร คู่ศัตรู คู่ธาตุ คู่สมพล มาเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า

ที่มา http://www.10luckastro.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=116253&Ntype=4

20. ทำนาย10ลัคน์     [118.172.181.43]     03 Aug 2011 - 16:46

เมื่อผูกดวงแบบ10ลัคน์
แล้วใช้วิธีการและหลักการทำนายแนวของ อ.ศานิต
มีหลักโดยย่อว่า"อ่านดาวก่อน พยากรณ์ตามหลัง เช่น
ลัคนาราศีมังกร(สมมติว่าเป็นดวง10ลัคน์)
สีแดง=อ่านดาว สีดำ=คำพยากรณ์
อ่านดาว...ดาว ๗ ตนุลัคน์ โคจรในภพสหัชชะ ในทักษาเป็นดาวศรี
พยากรณ์....เป็นคนมีภาระ และมักเก็บความทุกข์เข้ามาหาตัวเอง
(๗ทุกข์-ภาระ)แต่เป็นคนมีโอกาสมาก และชีวิตจะประสพกับความสำเร็จในเรื่องที่ดีๆ(๗ศรี) เป็นคนที่สังคมยอมรับ(๗สหัชชะ)

ดาว ๗ เป็นเกษตรในนวางค์จักรและทับลัคนา
จะเป็นคนที่หนักแน่น ฐานะดีและมั่นคง(๗เกษตรนวางค์-ศรี)
ดวงดาวในนวางค์จักร และดวงดาวในราศีจักรจะถึงกันนะครับ หาอ่านได้จากตำรา อ.ศิวเมษ เรื่องเคล็ดลับดวงนวางค์จักร เล่มนึงไม่ถึง ร้อยบาทครับ

ดาว ๗ เรือน ๕ มูละ คู่ฝืนทน และดาว ๕ โคจรอยู่ภพศุภะ
ชีวิตต้องการแก้ไขปัญหากับสภาพความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น(๗เรือน๕สหัชชะ) หรือต้องการดีดตัวเองให้ก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป เพื่อหวังความสุขความสำเร็จในการสร้างฐานะ(๕ ศุภะ) และต้องทนกับสภาพความเป็นอยู่เพื่อรอสักวันชีวิตจะได้ดีดั่งที่คิดไว้(๗ศรี)

ดาว ๘ เจ้าภพกุดภะ กุมดาว ๗ ตนุลัคน์ คู่มิตรในภพสหัชชะ ในทักษาดาว ๘ เป็นอุตสาหะ

เป็นคนสนใจหาเงินทอง(๘กดุมภะ-๗ตนุ) และงานที่ทำมักสร้างเงินให้จำนวนมาก(๘อุตสาหะ-๗คู่มิตร)และสังคมมักเปิดโอกาสในสิ่งที่ดีๆให้เสมอๆ(๘-๗ในสหัชชะ)

ดาว ๐ ในนวางค์จักร ทับดาว ๘-๗ ในภพสหัชชะ
ความราบรื่นและผลประโยชน์ที่ดีงามที่เกิดขึ้น(๗ศรี)
ก็มักมีความเครียดความกังวลโดยเฉพาะกับสิ่งรอบตัวหรือสังคมที่อยู่(๘-๗-๐ สหัชชะ) ทำให้ต้องคิดทั้งเรื่องการเงินและการงาน(๘กดุมภะ-อุตสาหะ)

ดาว ๔ เจ้าภพอริ-ศุภะ ทับลัคนาทับดาว ๗ เกษตร คู่สมพลในนวางค์จักร ในทักษาดาว ๔ เป็นเดช

เป็นคนเอาตัวรอดได้ แก้ปัญหาเก่งและมีฝีมือ(๔อริ-๗คู่สมพล) และนำปัญหามาแก้ไขพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้า(๔ศุภะ-๗คู่สมพล)เกิดความสุข
และมีชีวิตที่เป็นปึกแผ่นมั่นคง(๗เกษตรนวางค์) และจะเป็นคนที่มีชื่อเสียงหรือมีเกียรติ(๔เดช)

ดาวประเกษตร จะมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถส่องแสงกลับเรือนตัวเองได้
ในดวงนี้ดาว ๕ ดาวตัวแทนความสำเร็จของชีวิตเป็นประ จึงต้องเหนื่อยลำบาก และภพวินาศเสีย จึงขาดคนหนุนหลัง และความสำเร็จก็จะเกิดจากฝีมือเราเอง
แต่ภพสหัชชะนั้นดี เพราะภพนั้นได้รับแสงจากดาว ๕
จึงเป็นคนที่สังคมยอมรับและสังคมมักให้โอกาส
โดยเฉพาะเรื่องดีๆ ที่สร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเอง
ดวงนี้จึงจะเจริญรุ่งเรื่องได้ โดยเหนื่อยลำบากที่ต้องพึ่งพาความสามารถเราเอง จนนำไปสู่ความสำเร็จของชีวิต

เรื่องของการครองคู่ จะพิจารณาสองอย่างคือหนึ่ง ดาว ๖ ดาวความรัก สองดาวปัตนิ

ดวงนี้ดาว ๖ เป็นเจ้าเรือนปุตตะและกัมมะ
โคจรอยู่ภพกดุมภะเรือนดาว ๘ ส่วนดาว ๘ โคจรอยู่ภพสหัชชะ และในทักษาดาว ๖ เป็นมนตรี

ลืมบอกไป ความรักกับคู่ครองนั้นคนละอย่างกันนะครับ
เพราะบางคนรักกันแต่ไม่ได้แต่งงานกัน เพราะต้องไปแต่งงานกับเนื้อคู่เรา ซึ่งทีแรกก็ไม่ได้รักอะไรหรอกครับ เหตุการณ์พาไป จนร่วมสร้างฐานะด้วยกัน
และรักเห็นใจกันอย่างนี้ก็มีนะครับ

ถ้าความรักก็คือดาว ๖ แต่เนื้อคู่นั้นคือดาวปัตนิครับ

ดวงนี้ดาว ๖ เป็นเจ้าเรือนปุตตะและกัมมะ
โคจรอยู่ภพกดุมภะเรือนดาว ๘ ส่วนดาว ๘ โคจรอยู่ภพสหัชชะ และในทักษาดาว ๖ เป็นมนตรี

มองและสนใจในความรักและเห็นว่าเป็นเรื่องดี(๖ปุตตะ-กัมมะ) และได้รับความรักมาบ่อยหรือเรื่อยๆ(๖กดุมภะ) และมักเป็นความรักที่อายุอ่อนกว่าหรือกับคนฮาๆสนุกสนาน (๖ปุตตะ) ทำนองหลงเสน่ห์มากกว่าอย่างอื่น(๖เรือน๘คู่เสน่ห์หา) และมักเป็นคนรอบตัวหรือคนที่ได้สัมผัสกับเรา(๘สหัชชะ)
แต่จะคบฉาบฉวยมากกว่าลึกซึ้ง(๕ ประ-ศุภะ)
เพราะการวางตัวดูเป็นผู้ใหญ่ ความรักจึงอยู่ในกรอบ(๖มนตรี)หรือควบคุมได้

ดาว ๖ ทับเรือนกันเอง ในนวางค์จักรได้ตำแหน่งวรโตคมนวางค์ ในภพกดุมภะ
การได้มาซึ่งความรัก ความรักก็จะเลิศเลิอและความสมหวังจะเกินคาด

ดาว ๓ เจ้าภพพันธุ-ลาภะ(เดิมเป็นเรือนที่เสีย)ในนวางค์จักร์ทับดาว ๖ คู่มิตร ในภพกดุมภะ

การได้มาซึ่งความรัก(๓กดุมภะ)ที่บ่อยครั้ง(๓ลาภะ)และกับคนดีๆ(๓-๖คู่มิตร)
กลับกลายเป็นเรื่องไม่ใช่(๓ลาภะเดิม-เสีย)โดยเฉพาะเรื่องการสร้างฐานะร่วมกัน(๓พันธุ)

ดาว ๙ นวางค์จักร์เรือน ๘ อุตสาหะ
ทับดาว ๖ ในภพกดุมภะ
ความรักที่ได้มาถูกมองว่าเป็นเรื่องยุ่ง เรื่องปวดหัว(๙กดุมภะ-๖) และเหนื่อยกับอารมณ์ที่ขึ้นลงไม่คงที่ (๙เรือน๘อุตสาหะ) เพราะหวังความรักให้เกิดความสุขความสำเร็จ มากกว่ารักแค่ชั่วครู่ชั่วยาม(๙นวางค์ ๕ มูละทับดาว๖)

ดวงนี้ไม่ได้ขาดแคลนความรักแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องการความลงตัว และความมั่นคงของความรัก
จึงทำให้เกิดปัญหาว่าแต่งงานช้า
หรือความรักที่มีมาเรื่อยๆ ก็เป็นเรื่องหวั่น
ที่จะฝากผีฝากไข้ในวันข้างหน้าได้หรือเปล่า

คราวนี้มาดูเรื่องเนื้อคู่บ้าง

ดวงนี้ดาว ๒ ดาว ปัตนิโคจรในภพกัมมะเป็นจุลจักร
ในนวางค์กลับเป็นดาวมหาจักร และเป็นบริวารในทักษา

เนื้อคู่ก็จะเป็นคนที่มีนิสัยเรียบร้อย หรือเป็นคนมีน้ำใจ(๒ น้ำใจ)
และคู่ครองจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานร่วมกับเรา
หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน(๒กัมมะ)
และคู่ครองจะเรียบง่ายในภายนอก(๒จุลจักร)
แต่ภายในเป็นนักต่อสู้ชั้นเลิศ(๒มหาจักร์นวางค์)

และคู่ครองจะรักครอบครัว(๒นวางค์จักรพันธุ)และคนในโอวาสเป็นชีวิตจิตใจ(๒บริวาร) และนำสิ่งดีให้แก่ครอบครัวอย่างเสมอต้นเสมอปลาย โดยเฉพาะเรื่องการสร้างฐานะที่จะให้ความสำคัญอันดับหนึ่ง
(เรือนพันธุเป็นเรือนที่ดีเพราะได้รับแสงจากดาว ๓ ประ ส่องแสงกลับเรือนตัวเอง)

ดาว ๓ ประ เจ้าภพพันธุ-ลาภะ กุมดาว ๒ ในภพกัมมะ คู่กังวล ในทักษาดาว ๓ เป็นดาวอายุ

เกิดความกังวลและความไม่แน่ใจเกี่ยวกับการครองคู่
และพฤติกรรมของอนาคตสามี(๓ประ-๒ปัตนิ-กัมมะ)
และการค้นหาตัวจริงเสียงจริง จะเป็นเรื่องที่เหนื่อยและลำบาก

เพราะเนื้อคู่จะไม่ใช่คนในอุดมคติที่วาดฝันไว้
ต้องร่วมชีวิตก่อร่างสร้างตัวร่วมกันด้วยความลำบาก
ชีวิตถึงจะเกิดความสุข และความสำเร็จ(๓ประ-๒ปัตนิ-กัมมะ)

ดาว ๙ ในเรือนเสีย ภพลาภะเรือน ๓ เจ้าภพพันธุ
คนที่จะถูกเลือก มักไม่ผ่านขั้นสองคือเรื่องการสร้างฐานะ(๙เรือน๓พันธุ) เพราะดูแล้วเหมือนจะทำไม่ได้เพราะไม่มีความคงที่อยู่ในตัว(๙เปลี่ยนแปลง)

ดวงนี้ถ้าเรารวบรวมปัญหาทั้งสองอย่างรวมเข้าด้วยกัน ในเรื่องของการมีความรัก(ดาว ๖)
และการครองคู่(ดาว ๒) ก็จะเห็นได้ว่า
ทั้งการมีรักและการคัดสรรค์คู่ครอง เป็นเรื่องพิถีพิถัน
ที่ไม่อยากพลาดหรือไม่อยากเลือกผิด

ความล่าช้าในเรื่องนี้จึงเกิดขึ้น
แต่อย่างไรก็ดี ดวงนี้ก็จะมีคู่ครองตามที่ดวงดาว
บอกล่วงหน้าไว้นั่นแหละครับ
ไม่ใช่ดวงที่จะไร้คู่อยู่คนเดียวแต่อย่างใด

ส่วนจะสมหวังเมื่อไหร่ในเรื่องนี้
ก็ตูจากสูตรครับ เมื่อดาว ๕ โคจรเป็นราชาโชคที่ราศีเมษ จะเข้าภพพันธุของดวงและเป็นเรือนที่ดี
และเล็งดาว ๓ คู่สมพล เล็งดาว ๒ ดาว ปัตนิคู่ธาตุ
และในพื้นดวงดาว ๕ อยู่ในภพศุภะมาก่อน
ก็แปลว่า มีความก้าวหน้าและมีโชค ที่พึงพอใจ
ในเรื่องต่างๆโดยเฉพาะในเรื่องการครองคู่ครับ
ก็คือ หลังเดือน พ.ค 2554 ตลอดทั้งปีครับ

ถ้าจะเช็คจากชัณษาจร อายุจะเต็ม 42 ปี
นับจากดาว ๗ ตนุลัคน์ไปทวนเข็มนาฬิกา
เมื่อนับครบ 12 ช่องให้กระโดดข้าม 1 ช่องเสมอ

ชัณษาจรจะตกที่ราศีพิจิก
เป็นภพลาภะของดวง และตั้งลัคน์ใหม่ตรงนั้น
อ่านลัคนาซ้อนกับลัคนาเดิมจะเห็นว่า
ลัคนาใหม่เป็นลาภะของลัคนาเดิม
แปลว่าปีที่จะได้รับสิ่งดีๆ
แต่พื้นดวงราศีนั้นเป็นราศีที่เสีย สิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้น
กับชีวิตก็จะเป็นเรื่องที่ขัดใจหรือไม่ค่อยชอบ
ดาว ๙ กุมลัคน์ ก็จะเป็นปีของการเดินทาง การโยกย้ายสับเปลี่ยนหรือการเปลี่ยนแปลง
ดาว ๙ อยู่ในนวางค์ ๕ มูละ
ก็หมายถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี โดยมุ่งไปที่การสร้างฐานะหรือการสร้างครอบครัว

ดาว ๓ เจ้าเรือนลัคนาใหม่ราศพิจิก เป็นเจ้าภพอริ-วินาศ กุมดาว ๒ ที่เป็นปัตนิของลัคนาเดิม

ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับตัวเอง คือเรื่องการครองคู่
แต่การตัดสินใจจะอยู่ที่ตัวเจ้าชะตาเอง
เพียงแต่ดวงดาวได้บอกล่วงหน้าไว้อย่างนี้ครับ

21. เรียนสิบลัคน์     [118.172.139.190]     04 Aug 2011 - 11:53

ท่านที่สนใจจะเรียนสิบลัคน์
จากเอกสารสิบลัคน์ และตำราที่เกี่ยวข้อง
โดยต้องแสดงเจตนาเป็นศิษย์10ลัคน์และยอมรับสัจจะ 5 ข้อคือ
1.จะไม่เปิดเผยตำรานี้ ไม่ว่าด้วยประการใดๆ ยกเว้นสอนศิษย์
2.เมื่อยังไม่ผ่านการพิจารณาดวงแบบ10ลัคน์ครบ5,000ดวง จะไม่สอนผู้ใด
3.จะไม่ใช้ตำรานี้ในทางทุจริต เช่นหาฤกษ์หนีภาษี หรือทำมิดีกับเพศตรงข้าม
4.เมื่อให้ฤกษ์ผู้ใดไปแล้ว จะต้องให้ผู้นั้นใส่บาตรตามกำลังวันที่ได้ฤกษ์ทุกครั้งไป
5.เมื่อมีรายได้จากการพยากรณ์ จะต้องทำบุญ 30%เสมอ
เนื้อหาประกอบด้วย
1. เอกสารฉบับคัดลอกด้วยมือลายมือ ฉบับดั้งเดิม
2.เอกสาร 10ลัคน์ ฉบับ อ.อารมณ์ ชื่นเชาว์ไว
3.เอกสาร ชุดถอดเทปจากบันทึก อ. อรุณ
4. เอกสาร การให้ฤกษ์ของ 10 ลัคน์
5. เอกสาร สิบลัคน์ฉบับพิมพ์ใหม่ เมื่อ 7 มค.2536 ถวายหลวงพ่ออรุณ เทศถมทรัพย์
6,ตำรา “แนวศึกษาโหราศาสตร์ ภาคสำเร็จ พร้อมด้วย อันโตนาทีใหม่”(รวมเป็นเล่มเดียว ) ของ ร.อ.หิรัญ สมรรคเสวี-นายประยูร ณ นคร(2491)
7.ข้อสังเกตในวิชาโหราศาสตร์ของ อายัณโฆษ
8.โหราศาสตร์ไทย อ. อักษร ไพบูลย์
9.เคล็ดลับโหราศาสตร์ฉบับพิสดารแลกาลจักร โหร แฉล้ม
10.หนังสือประชุมเรื่องสิบลัคนา อ.อรุณ เทศถมทรัพย์
11.ทักษาโสฬส อ.ประทีป อัครา
12.นวกทักษา ของ อ.เทอม
13.การให้ฤกษ์และวิจารณ์ดวงสิบลัคนา อ.อารมณ์ ชื่นเชาว์ไว

22. แหล่งข้อมูล๑๐ลัคน์     [118.172.139.190]     04 Aug 2011 - 11:57

ห้องสมุดวัดราชบพิตร ทุกวันอาทิตย์จะมีการพบปะสังสรรค์
และบรรยายวิชาการสิบลัคนา พร้อมทั้งเปิดสอน สนใจติดต่อได้ที่
คุณสิโรจน์ 082-5219-487
หลวงพี่ตุ๋ย 084-122-1190
คุณบัญชา 089-772-2556
คุณเปิ้ล 089-7774-117
คุณอัญชลี 089-1311-861
คุณสุเพลิน 081-700-9035



23. วิชา ๑๐ ลัคน์     [118.172.139.190]     04 Aug 2011 - 12:45

ที่มาของวิชา ๑๐ ลัคน์

วิชาบริเฉทเจ็ดดารา โดยพระอาจารย์อภิสิทธ์ อภิญาโณ

เมืองราชบุรีแหล่งสรรพตำราในอดีต
เมืองราชบุรีจะได้ตั้งมาแต่ครั้งไร เป็นอันหาหลักฐานแน่นอนไม่ได้ แต่เป็นที่ควรเชื่อว่า เมืองราชบุรีได้มีมาแล้ว้ย202222ก่อนเริ่มตั้งประเทศสยาม ด้วยความเก่าแก่นี้ ในครั้งที่ได้มีการจัดงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๘ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้มีการจัดทำหนังสือที่ระลึกขึ้น ๒ เล่ม เล่มหนึ่ง ก็คือ หนังสือ “สมุดราชบุรี”
ในเอกสารดังกล่าวระบุว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๖๘ นั้น เฉพาะในจังหวัดราชบุรีมีพลเมือง ประมาณ ๒๒๕,๐๐๐ คน (ทั้งมณฑลประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน) ซึ่งนอกจากคนไทยแล้ว ยังมีพวกมอญ ชาวเมืองทวาย และพวกลาวโซ่ง ลาวเวียง ชาวศรีสัตนาคนหุต เข้ามาอยู่ปะปนเป็นจำนวนมาก และยังมีพวกเกรี่ยง กร่าง ที่อยู่บนเขา อีกประมาณ ๑,๒๐๐ คน
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ กับ เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี ซึ่งได้เคยอำนวยการสร้างพระนครคีรีที่เมืองเพชรบุรีมาแล้ว ให้ร่วมกันสร้างพระราชวังขึ้นที่เมืองราชบุรี ณ บนยอดเขาสัตนารถ
พระราชวังที่สร้างบนยอดเขาสัตนารถนั้น เขานี้เป็นเขาขนาดย่อมลูกหนึ่งมีขนาดสูง ๔๔ เมตร และมีเขามออยู่ใกล้เคียงอีก ๒ ลูก อยู่ห่างจากในเมืองไปทางทิศตะวันตก ระยะทาง ๕๐ เส้น (ภายหลังชาวบ้านเรียกว่าแต่เพียงว่า “เขาวัง”) ซึ่งได้เคยใช้ในคราวเสด็จออกรับทูตโปรตุเกส ณ ที่นี้ เพียงคราวเดียว
บนเขาสัตนารถนั้น แต่เดิมทีมีวัดโบราณอยู่วัดหนึ่ง ไม่ปรากฏนาม มีแต่พระเจดีย์องค์หนึ่ง และวิหารพระนอนหลังหนึ่ง ครั้นในปี พ.ศ.๒๔๑๔ เมื่อจะทรงสร้างพระราชวัง ก็ทรงโปรดให้กระทำ “ผาติกรรม” โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายวัดจากเขาสัตนารถ ไปสร้างใหม่ที่ริมลำน้ำแม่กลองฝั่งขวา ใต้ศาลากลางเมืองลงไป ๔๐ เส้น อันเป็นที่วัดร้าง ซึ่งมีชื่อเดิมว่า “วัดโพธิ์งาม” พร้อมกับได้ย้ายองค์พระนอนไปสถิตยังวัดที่สร้างขึ้นใหม่นั้น เมื่อสร้างวัดเสร็จแล้ว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามของวัดใหม่นี้ว่า “วัดสัตนารถปริวัตร์” ซึ่งมีความหมายว่า “วัดที่ย้ายไปจากเขาสัตนารถ”แล้วทรงโปรดฯ ให้นิมนต์คณะสงฆ์จากวัดโสมนัส ไปจำพรรษาที่วัดนี้ วัดนี้จึงเป็นวัดในคณะธรรมยุติกนิกาย เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร
วัดสัตนารถปริวัตร์ นี้ มีเจ้าอาวาสตามลำดับ(เท่าที่พอเรียบเรียงได้) ดังนี้
(๑) พระครูศีลคุณธราจารย์ (นิล) ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๑๕-๒๔๒๖ (ลาสิกขา)
(๒) พระสมุทรมุนี (หน่าย เขมฺโก) ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๒๖-๒๔๓๗
(๓) พระพุทธวิริยากร (จิตร์ ฉนฺโน) ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๓๗-๒๔๕๘
(๔) พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) (พ.ศ.๒๔๐๐-๒๔๘๓ อายุ ๘๓ ปี)
พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) – ชาตกาล เดิม เป็นบุตรของหลวงวิสาหภักดี (เพชร) และนางทิม เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๐๐ ตรงกับ วาร ๕ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๙ ปีมะเส็ง จ.ศ.๑๒๑๙ได้รับการศึกษาเล่าเรียนขั้นต้นที่สำนักเรียนวัดพะเนินพลู ต่อมาได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดอมรินทราราม (วัดตาล)

ต่อมา พ.ศ.๒๔๒๑ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดอมรินทราราม (วัดตาล) โดยมี พระสมุทรมุนี (หน่าย เขมฺโก) (เมื่อครั้งยังดำรงสมณศักดิ์เป็นที่ “พระครูขันตยาคม”) เจ้าอาวาสวัดอมรินทราราม (วัดตาล) เป็น พระอุปัชฌาย์ พระพุทธวิริยากร (จิตร์ ฉนฺโน) (เมื่อครั้งเป็นที่ “พระสมุห์จิตร์” ตำแหน่งฐานานุกรมของพระครูขันตยาคม) วัดอมรินทราราม (วัดตาล) เป็น พระกรรมวาจาจารย์ และมีพระใบฎีกาโต เป็น พระอนุสาวนาจารย์
พระภิกษุอินทร์ ได้เจริญก้าวหน้าโดยลำดับ ในปี พ.ศ. ๒๔๒๖ เมื่อ พระครูขันตยาคม ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นที่ พระสมุทรมุนี และย้ายจากวัดอมรินทราราม (วัดตาล) มาเป็นเจ้าอาวาสวัดสัตนารถปริวัตร์ พระภิกษุอินทร์ก็ได้ย้ายตามมาด้วย และต่อมาได้รับตำแหน่ง เป็นที่ “พระปลัด” ในฐานานุกรมของพระสมุทรมุนี
ครั้นถึง พ.ศ. ๒๔๓๓ พระปลัดอินทร์ (อินทร์ ปญฺญาทีโป) ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ฐานานุกรมของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวิริยาลงกรณ์ ในทินนาม “พระครูวินัยธรรม”
ขอกล่าวถึงความสำคัญและความเกี่ยวพันกันระหว่าง วัดอมรินทราราม (วัดตาล) และ วัดสัตนารถปริวัตร์ นั้น คือ วัดอมรินทราราม (วัดตาล) นั้นเป็นวัดเดิมที่ พระสมุทรมุนี (หน่าย เขมฺโก) พระพุทธวิริยากร (จิตร์ ฉนฺโน) และ พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) เคยจำพรรษามาก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่วัดสัตนารถปริวัตร์
พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันโดยสามัญว่า “พระครูอินทร์ เทวดา” นี้ท่านมีเรื่องราวอภินิหารมากมาย มีเรื่องเล่าแปลกเกี่ยวกับท่านก็มาก ถึงกับลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ในขณะนั้น เกี่ยวกับอภินิหารที่ท่านแสดง ณ ท้องสนามหลวง

วิชาสิบลัคนา กับ พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป)
จากหนังสือ “ประชุมเรื่องสิบลัคน์ และพระชาตาเจ้านาย”
(ฉบับตีพิมพ์ปี พ.ศ.๒๕๓๒) หน้า ๒๙๕ - ๒๙๖ ท่านอาจารย์ อรุณ เทศถมทรัพย์ (บรรยายที่วัดราชบพิธ เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๕) ได้กล่าวว่า
“… เมื่อพูดถึงต้นตำรับ ข้าพเจ้าระลึกได้ว่า ครั้งหนึ่งได้เคยไปที่วัดสัตนารถปริวัต จังหวัดราชบุรี ได้ไถ่ถามสืบสวนตำรานี้จากท่านพระครูสมุห์พรหม ก็ได้ความว่า ตำรานี้เดิมทีเดียวเป็นของพระครูอิน เรียกกันว่าพระครูอินเทวดา และมีชื่อเฉพาะของตำรานี้ว่า ตำรากุงกะชัมพุ์ แบ่งออกเป็น ๓ ภาค ภาคแรกเรียกว่า ภาคสุริยาตรสารัมภ์ ได้ทราบต่อมาว่า มีผู้ค้นพบอยู่ที่บนเพดานของวัดตะโหนด (หมายถึง ตำราที่อาจารย์มหาบรรเทาได้พบ- หมายเหตุ โดย พระอภิสิทธิ์ อภิญาโณ ผู้เขียน) เมื่อปีใดข้าพเจ้าจำไม่ได้ถนัด ภาค ๒ เป็นตำราพยากรณ์และฤกษ์ ได้ทราบว่า มีขุนนางทางเมืองหลวง ขอยืมไปคัดลอกแล้วต่อมาพระครูอินมรณภาพ จะตกทอดไปอยู่แห่งใดไม่ทราบชัด ส่วนภาคที่ ๓ เกี่ยวกับตำราเลข ๗ ตัว ทราบว่าไปตกอยู่ทางจังหวัดสุพรรณบุรี และมีศิษย์ของท่านพระครูอินที่ข้าพเจ้ารู้จักผู้หนึ่งได้รับถ่ายทอดไว้ แต่ลืมชื่อเสียแล้ว เพราะสมัยนั้น ข้าพเจ้ายังเป็นเด็กมาก ที่รู้จักก็เพราะศิษย์ของท่านพระครูอินผู้นี้ ได้รับพยากรณ์อยู่ที่ตลาดจังหวัดราชบุรี ที่ใบหน้าของท่านผู้นี้มีแผลเป็นปรากฏชัด ... จึงพอสันนิษฐานได้ว่า ขุนนางในเมืองหลวงที่เอาตำราไปคัดลอกคงจะเป็นคุณหลวงโลกทีปแน่ และเมื่อท่านคัดลอกเสร็จแล้ว ก็คงจะได้นำข้อมูลต่างๆ ไปส่งข่าวให้ท่านเจ้าประคุณพระพรหมมุนี ... จนถึงสมัยท่านขุนชอบฯ ...”

อาจารย์มหาบรรเทา จันทศร กับ พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป)
จากบันทึกข้อความของท่านอาจารย์ มหาบรรเทา จันทศร ในบทความเกี่ยวกับคัมภีร์สุริยฉายาหรือที่เรียกว่า “พระคัมภีร์สุริยะเบญจกาเคราะห์” ได้กล่าวโดยสรุปความว่า
เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๐๘ สมัยที่ ท่านอาจารย์ มหาบรรเทา จันทศร ยังดำรงสมณเพศเป็นพระภิกษุอยู่นั้น ได้จาริกไปที่วัดอมรินทราราม (วัดตาล) ได้พบกับท่านอาจารย์หลีที่วัดตาล และท่านอาจารย์หลี ได้มอบใบลาน “พระคัมภีร์สุริยะเบญจกาเคราะห์” ให้แก่ ท่านอาจารย์ มหาบรรเทา โดยบอกว่า เก็บได้ที่บนเพดานกุฏิของท่านเอง
ท่านอาจารย์มหาบรรเทา จันทศร เมื่อได้ศึกษาตำรานี้แล้ว ถึงกับกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเก็บเอาความพิศวง สงสัยมาช้านานว่า พระเดชพระคุณพระพรหมมุนี เจ้าอาวาสวัดราชประดิษฐ์ก็ดี ท่านพระครูเฒ่าหรืออีกนัยหนึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า พระครูอินทร์เทวดาแห่งวัดสัตนารถปริวัตร์ จังหวัดราชบุรี ผู้เป็นอาจารย์ของท่านเจ้าคุณพระพรหมมุนีก็ดี พระสุเมธีวรคุณ วัดเกาะหลัก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ศิษย์ของท่านพระครูเฒ่าอีกองค์หนึ่งก็ดี ท่านทั้งสามที่กล่าวนามมานี้ ท่านมีวิธีเช่นไรของท่าน ที่สามารถคำนวณดวงดาวภายในใจ และทราบตำแหน่งดาวได้ โดยมิผิดกับหลักการ ... ในข้อนี้เดิมทีอาตมาก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพิ่งมาปราศจากความสงสัยได้ ก็ตอนที่มาพบคัมภีร์สุริยะฉายานี้...”
(อ.มหาบรรเทาได้เรียกเปลี่ยนชื่อ “พระคัมภีร์สุริยะเบญจกาเคราะห์” มาเป็น “คัมภีร์สุริยะฉายา” แทน)
จากข้างต้น พอสรุปได้ความว่า พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันโดยสามัญว่า “พระครูอินทร์ เทวดา” นี้ท่านมีตำราทางโหราศาสตร์อยู่ชุดหนึ่ง แยกออกเป็น ๓ ภาค กล่าวคือ
ภาคแรก เข้าใจว่า จะตรงกับ “พระคัมภีร์สุริยะเบญจกาเคราะห์” หรือ “คัมภีร์สุริยะฉายา” อันเป็นภาคคำนวณ ที่ท่านอาจารย์มหาบรรเทา จันทศร ได้ไป
ภาคที่สอง เป็นตำราพยากรณ์และฤกษ์ ซึ่งเข้าใจว่า น่าจะเป็น “ตำราสิบลัคนา” ที่ท่านอาจารย์ อรุณ เทศถมทรัพย์ ได้กล่าวว่า เป็นตำราที่คุณหลวงโลกทีปได้นำไปคัดลอก และนำไปให้ท่านเจ้าประคุณพระพรหมมุนีได้ร่วมกันศึกษา จนกระทั่งได้ถ่ายทอดมาถึงท่านขุนชอบรักตะประกร (กลั่น หิมะกลัส) และท่านอาจารย์ อรุณ เทศถมทรัพย์ นั่นเอง
ภาคที่สาม ภาคนี้เท่าที่ท่านอาจารย์ อรุณ เทศถมทรัพย์ กล่าวไว้ ก็คือ น่าจะเกี่ยวกับเลข ๗ ตัว แต่ในรายละเอียดเรื่องราวที่แท้จริงนั้น ท่านเองก็มิได้ทราบ ทราบแต่เพียงว่า มีหมอหน้าบากเคยใช้พยากรณ์อยู่หน้าตลาดราชบุรีเท่านั้น สำหรับการตามหาตำราภาคนี้ ท่านอาจารย์มหาบรรเทา จันทศร ก็เคยใช้เวลาหลายปีตามหาอยู่แต่ได้เพียงเค้าร่องรอยเท่านั้น ส่วนตำราเลข ๗ ตัวกุงกะชัมพุ์ที่อาจารย์มหาบรรเทา จันทศร ได้นำมาถ่ายทอดให้ท่านอาจารย์ พันเอก พิเศษ เอื้อน มณเฑียรทอง ทำการเผยแพร่นั้น เป็นอีกตำราหนึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับตำราของท่านพระครูอินทร์เทวดาแต่อย่างใด หากแต่เมื่อเผยแพร่ไปแล้ว จึงมีผู้เข้าใจผิด ดังเช่นที่ ท่านพระครูสมุห์พรหม ได้นำไปบอกเล่ากับท่านอาจารย์ อรุณ เทศถมทรัพย์ ว่า เป็นชื่อตำราดังกล่าว
ข้อมูลที่แตกต่าง
เรื่องตำราเลข ๗ ตัวของท่านพระครูอินทร์เทวดานี้ บรรดาผู้อาวุโสในวงการโหราศาสตร์หลายท่านก็เคยได้รับฟังมาต่างๆกัน ในส่วนของครูบาอาจารย์ของอาตมาเอง ก็มีคำชี้แจงไปในอีกส่วนหนึ่ง มีข้อความแตกต่างโดยพลความไปบ้าง โดยท่านกล่าวว่า
ได้มีการชำระพบเอกสารตำราใบลานของในหมู่ชนชาวลาวพวกลาวโซ่ง ลาวเวียง ชาวศรีสัตนาคนหุต ที่อพยพมาอยู่ราชบุรีเมื่อครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จำนวนหนึ่ง แล้วได้นำเข้าไปถวายที่เมืองหลวง ที่ครั้งกระนั้น ได้ทรงโปรดให้รวบรวมชำระขึ้น (จำนวนใบลานในครั้งนั้นมีมาก หากมีบุคคลใด ที่ถูกกล่าวว่าถูกกระทำยำเยีย ก็จะนำเอาใบลานที่รวมมาได้นั้นนำมาใช้เผาศพก็มี) มีปกรณ์ตำราโหราศาสตร์อยู่ชุดหนึ่ง จำนวนหลายผูก ได้ตกทอดไปยัง พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) เพื่อนำไปปริวรรตข้อความถวาย สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวิริยาลงกรณ์ แต่พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) ถ่ายทอดความได้บางส่วน เฉพาะที่เป็นตำราธรรมะ ส่วนที่เป็นตำราโหราศาสตร์นั้น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า ฯ ไม่ทรงโปรด จึงไม่ได้แปลถวาย พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) ได้ปริวรรตแปลข้อความในใบลานในตำราโหราศาสตร์ออกมาบางส่วน ได้ความว่า มีอยู่ ๓ ภาค ดังที่ท่านอาจารย์ อรุณ เทศถมทรัพย์ ได้กล่าวมาแล้ว เพียงแต่ชื่อที่มีนั้นต่างกัน
(ในที่นี้ ขอให้ใช้ชื่อว่า “ตำราค่าดั่งทองคำ” แทนชื่อเดิม)
พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) ได้แปลในภาคที่สาม ของ “ตำราค่าดั่งทองคำ” อันเป็นภาคของเลข ๗ ตัวและพิธีกรรม ไปได้บางส่วน ท่านกล่าวว่า ถึงแม้ว่าท่านได้ศึกษาตำรานี้มาเกือบสิบปี แต่ในบางส่วนของตำรานี้ แม้แต่ท่านก็ยังไม่ใคร่เข้าใจ แต่ท่านก็ได้แนะนำในส่วนต้นนั้นให้แก่ลูกศิษย์ (หมอหน้าบาก) ของท่านไป
ต่อมา หมอหน้าบากก็ได้นำเอาวิชาของท่านพระครูอินทร์เทวดานั้น มาสอนให้แก่ “หลวงปู่” ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่ อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ก่อนจะได้ถึงแก่กรรม และหลังจากนั้น “หลวงปู่” ก็ได้ศึกษาวิชานั้นต่อมาจนเชี่ยวชาญ และได้ถ่ายทอดวิชาของท่านพระครูอินทร์เทวดาดังกล่าว ให้แก่ คุณโยมปริศนาหรือ “หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม” เป็นศิษย์รับช่วงวิชาต่อไป แต่เพียงผู้เดียว
คำถามคำตอบ-
(1) วิชาที่ “หลวงปู่” อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ได้ถ่ายทอดให้แก่ คุณโยมปริศนา หรือ “หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม” เป็นวิชาอะไร?
ตอบ – ตามหลักฐานที่มี สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นวิชาของ พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) หรือ ท่านพระครูอินทร์เทวดา ตามเหตุผลที่ได้กล่าวถึงข้างต้น
(2) ตำราเลข ๗ ตัว ที่ว่าเป็นวิชาของ พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) หรือ ท่านพระครูอินทร์เทวดา นั้น เหมือนหรือแตกต่างกับวิชาเลข ๗ ตัวอย่างไร?
ตอบ – น่าจะแตกต่างกันมาก อาตมาขอเรียนว่า ในบรรดาปกรณ์โหรต่างๆ จำนวน ๒๐๐ กว่า ปกรณ์เท่าที่ได้เคยศึกษาค้นคว้ามานั้น แบ่งเป็นปกรณ์โหรที่เกี่ยวกับดวงชะตา อย่างหยาบได้ ๓ ชนิด คือ
(๑) ตำราทางโหราศาสตร์ที่ใช้ตำแหน่งดาวตามพระคัมภีร์สุริยยาตร์ เช่น พวกตำราจักรทีปนี, ตำราโสฬสมหานคร, ตำรานครภังสะ, คัมภีร์ราชมัญตัญ เป็นต้น จำพวกหนึ่ง และตำราที่ใช้การคำนวณปรากฏเป็นรูปดวงชะตาเป็นพิเศษ อย่างเช่น คัมภีร์เผด็จรามเหียรและคัมภีร์จุฬามณี ซึ่งจะมีปกรณ์ทายโดยใช้ตำแหน่งและความหมายดาวเป็นแบบเฉพาะ อีกอย่างหนึ่ง
(๒) ตำราทางพวกวิชาเลข ๗ ตัวต่างๆ อย่าง เลข ๗ ตัวเชียงแสน ฉัตรสามชั้น มหาภูติ อุทาสินฉบับมอญ ตำราทักษายุค ฯลฯ
(๓) ตำราเกี่ยวกับพวกขับดวงต่างๆ อาทิเช่น ดวงกาลชะตา ดวงยามต่างๆ เช่น ตำรายามนวกาลของท่านอาจารย์ เชย บัวก้านทอง, ตำราโหรทายหนูของท่านอาจารย์ประทีป อัครา, วิชาโหราบวรของท่านอาจารย์ อารมณ์ ชื่นเชาว์ไว, ตำราโหราปอนของท่านอาจารย์ อรุณ เทศถมทรัพย์ หรือ ดวงสมันต์พยากรณ์ของโบราณ อีกอย่างหนึ่ง
ตำราต่างๆ จะมีเอกลักษณ์และความสมบูรณ์ในตัวเป็นการเฉพาะ ซึ่งตรงนี้ ช่วยให้เราคัดแยกตำราได้
อย่างวิชาเลข ๗ ตัว ของ ท่านพระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) หรือ ท่านพระครูอินทร์เทวดา นั้น จะมีครบตามหลักทั้ง ๓ ส่วน คือ (ก) ภาคคำนวณ (ข) ภาคพยากรณ์ (ค) ภาคพิธีกรรม ซึ่งตรงนี้มีศัพท์ที่ต้องขออธิบายสักหน่อย
ที่ว่ามีภาคคำนวณ คือ จะต้องมีรูปแบบเฉพาะและหลักเกณฑ์ที่สมบูรณ์ในการตั้งดวงหรือแบบแผนในการพยากรณ์ คำว่า “ภาคพยากรณ์” คงเข้าใจกันทั่วไปแล้ว ไม่จำต้องอธิบาย ส่วนคำว่า “ภาคพิธีกรรม” นี้ ต้องอธิบายสักหน่อย เพราะ พอพูดถึงพิธีกรรม ก็มักจะนึกถึงภาพการที่ไปนั่งทำพิธีอะไรเพื่อสะเดาะเคราะห์อะไรอย่างนั้น มันไม่ใช่ความหมายในทางวิจารณ์ในที่นี้ คำว่า “ภาคพิธีกรรม” ในที่นี้ หมายความว่า การอ่านเรื่องดาว เรื่อง ธาตุ เรื่องราศี ได้อย่างแตกฉานและชัดเจน สามารถบ่งบอกได้ว่า ธาตุหรือพระเคราะห์อะไรที่เสียหาย ด้วยเหตุผลอะไร? และมากน้อยแค่ไหน? การจำกัดของเขตหรือการหลีกเลี่ยงความเสียหายนั้น จะกระทำได้อย่างไรบ้าง? เรียกให้ชัดเจนว่า “การจัดระเบียบดาวพระเคราะห์” เช่น ถ้าหากพิจารณาได้ว่า บุคคลใกล้ชิดเจ้าชะตาจะป่วยด้วยโรคนิ่ว ภายใน ๑ เดือนนี้ เมื่อพิจารณาอ่านได้ออกแน่ชัดแล้ว ก็ควรแนะนำให้เจ้าชะตาพาบุคคลดังกล่าวไปตรวจสุขภาพเสียแต่เนิ่นๆ ดังนี้ เป็นต้น
สำหรับตำราเลข ๗ ตัว ที่ว่าเป็นวิชาของ พระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) หรือ ท่านพระครูอินทร์เทวดา นั้น เท่าที่ทราบจากผู้ที่ใช้วิชานี้ มีความเห็นว่า ในตัววิชามีครบหลักเกณฑ์ ทั้ง ๓ ประการคือ มีครบทั้ง ภาคคำนวณ ภาคพยากรณ์ และภาคพิธีกรรม โดยเฉพาะจุดที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างวิชาเลข ๗ ตัวอื่นๆ ก็คือ สามารถพิจารณาได้ในรายละเอียดแต่ละนาที ตรงกับที่อาตมาเคยได้ยินการบอกเล่ามา แต่รายละเอียดควรจะสอบถามโดยตรงกับผู้เป็นเจ้าของวิชา คือ คุณโยมปริศนา หรือ “หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม” มากกว่า
(3) คงจะมีคำถามว่า อาตมาเชื่อได้อย่างไรว่า วิชาที่คุณโยมปริศนา หรือ “หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม” ใช้นั้นเป็นวิชาของพระครูวินัยธรรม(อินทร์ ปญฺญาทีโป) หรือท่านพระครูอินทร์เทวดา?
ตอบ – จริงๆแล้ว เรื่องนี้ อาตมาไม่รู้หรอก เพราะเกิดไม่ทันพระครูอินทร์เทวดา แต่เมื่อได้ลำดับเรื่องราวจากผู้ทรงศีลและคำพยานจากผู้ที่น่าเชื่อถือได้ อาตมาก็ว่าไปตามหลักฐานที่ได้ศึกษาค้นคว้ารวบรวมมากว่า 20 ปี สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นวิชาของพระครูวินัยธรรม (อินทร์ ปญฺญาทีโป) หรือ ท่านพระครูอินทร์เทวดา ตัวอาตมาเองเมื่อก่อนนั้นก็เคยได้ยินเรื่องนี้ (เรื่องเล่าที่แตกต่างจากอาจารย์อรุณ) จากผู้ใหญ่มาก่อน เมื่อหลายสิบปีก่อนก็เคยไปเที่ยวตามหาที่จังหวัดราชบุรีมาก่อน อาตมาเคยปรารภเรื่องตำรานี้กับท่านอาจารย์ สาธิต กิตติทัตต์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเลข ๗ ตัว อุปนายกสมาคมโหรแห่งประเทศไทยฯ ผู้ล่วงลับ ท่านอาจารย์สาธิตก็เล่าว่า เคยได้ยินว่ามีตำรานี้ทางลาว แต่หาสอบถามจากทางลาวแล้วก็ไม่ได้ความ
สุดท้ายนี้ ถึงแม้ว่า วิชานี้ จะได้มีการถ่ายทอดและมี คุณโยมปริศนา หรือ “หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม” เป็นผู้สืบทอดวิชาแต่เพียงผู้เดียวก็ตาม แต่เรื่องที่ยังเสียดายคือ เรื่องของต้นฉบับที่หายไป ที่ยังเสาะหาไม่ได้ ก็คือ ต้นฉบับตำราใบลานจริง ที่ท่านพระครูอินทร์เทวดาได้ศึกษา (ที่กล่าวว่าได้ตกทอดไปทางสุพรรณบุรี) เพราะส่วนที่ถ่ายทอดกันก็เป็นปากเปล่าและข้อเขียนภายหลังไม่ใช่ต้นฉบับที่จารในใบลาน ซึ่งเชื่อว่าอย่างน้อยยังมีข้อความในตำรานั้นอีกไม่น้อยที่ยังมิได้แปลออกมา
สำหรับวิชา ปริเฉทเจ็ดดารา นี้ อาตมาเข้าใจว่า น่าจะเป็นวิชาดังที่ครูโหรกล่าวว่า เป็นแค่วิชาสำหรับออกกราวหน้าพากย์เท่านั้น ส่วนหลักวิชาจริงๆนั้น เป็นอีกวิชาหนึ่งที่มีเงื่อนไขกับเวลาเป็นสำคัญ

24. เรื่องจริง     [58.8.238.203]     04 Aug 2011 - 13:41

10 ลัคน์กับบริเฉท 7 ดารา คนละเรื่อง ไม่เกี่ยวกันเลย
บริเฉทฯ เป็นวิชาต่างหากที่คนใช้คิดขึ้นมาใช้ ไม่เกี่ยวใดๆ กับวิชา 10 ลัคน์ เพียงแต่คนใช้เอาแนวทางบางอย่างของ 10 ลัคน์ ในเรื่องดูลักษณะมาใช้เท่านั้นเอง ที่ว่าเป็นของเก่าตกทอดอะไรนั่น นิยายทั้งนั้น

เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

25. Valcan     [161.200.59.144]     04 Aug 2011 - 16:15

สวัสดีครับ ผมก็สนใจเหมือนกัน ขอรายละเอียดเรื่องตำรา
หรือการเรียนด้วยครับ riskspec@yahoo.com

ขอบคุณครับ

26. เจ     [113.53.23.28]     04 Aug 2011 - 16:53

สนใจตำราครับ บางเล่มผมมีแล้ว
jpsw@thaimail.com

27. wanchai_mk@yahoo.co.th     [110.169.245.138]     04 Aug 2011 - 21:53

สนใจตำราด้วยครับ

28. ตำรา ๑๐ ลัคน์     [118.172.188.253]     05 Aug 2011 - 10:38

wanchai_mk@yahoo.co.th
riskspec@yahoo.com
jpsw@thaimail.com
ส่งไปแล้วรายละเอียดตำรา ๑๐ ลัคน์


29. ทีเด็ด๑๐ลัคน์     [118.172.188.253]     05 Aug 2011 - 10:51

สุภาพสตรีท่านใด เป็นหญิงเนื้อทิพย์ สามีทั้งรักทั้งหลงหรือไม่
ผูกดวงแบบ ๑๐ ลัคน์ รู้ได้ทันที เพราะดาวจะบอกได้ชัดเจน
เป็นเรื่องที่สอดคล้องที่กล่าวไว้ในพระไตรปิฎก อย่างน่าอัสจรรย์
อยากรู้ต้องเรียนวิชา ๑๐ ลัคน์ ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีสัจจะข้อที่ ๓
"จะไม่ใช้ตำรานี้ในทางทุจริต
เช่นหาฤกษ์หนีภาษี หรือทำมิดีกับเพศตรงข้าม"

30. pier     [110.168.196.184]     05 Aug 2011 - 13:16

สนใจตำำราค่ะรบกวนด้วยคนคะ
pier_2024@hotmail.com
ขอบคุณค่ะ

31. ตำรา10ลัคน์     [101.51.86.133]     06 Aug 2011 - 12:21

pier_2024@hotmail.com

ส่งรายละเอียดมาแล้ว

32. เกตุดวง10ลัคน์     [101.51.86.133]     06 Aug 2011 - 16:27

เกตุประจำราศี (ตามดวง10ลัคน์)

เมษ

ราศีเมษพระเกตุประจำธาตุ เป็นอุจจาวิลาสกำเนิดหมาย

พระครูโหราจารย์ท่านทำนาย ผู้นั้นจะได้ถึงที่พึ่งดี

มีผู้ช่วยชูชุบอุปถัมภ์ จะจุนค้ำยศศักดิ์ให้สูงศรี

จะเป็นปราชญ์ในชาตาปัญญาดี เสียแต่มีใจหลอก กลับกลอกจริง

เจ้าเล่ห์กลมายาหนักหนานัก ทำเป็นรักทำเป็นห่วงล่อลวงหญิง

คุณและโทษแห่งพระเกตุเหตุมีจริง อย่าประวิงจงจำถ้อยคำครู

พฤษภ

แม้ราศีพฤษภพบพระเกตุ มหาอุจอันวิเศษกว่าคนผู้

มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่วิชัยชู จะสมบูรณะลาภท้าวพระยา

จะได้เป็นขุนคลังแห่งกษัตริย์ เก็บสมบัติมีทรัพย์มากหนักหนา

เกียรติยศเกียรติคุณและบุญญา วาสนาสูงหนักสูงศักดิ์ดี


33. เกตุประจำราศี     [118.172.143.50]     07 Aug 2011 - 13:18

มิถุน

อันราศีมิถุนบุญพระเกตุ ผู้นั้นจะเป็นเหตุด้วยน้องพี่

ญาติวงค์ริษยาเป็นราคี แต่ก็มีบุญทรัพย์นับอนัต์

กรกฎ

ราศีกรกฎหมดราคีแม้มีเกตุ จะมีคุณวิเศษแข็งขยัน

จะเรียนรู้วิชาสาระพัน มีความหมั่นพากเพียรเล่าเรียนดี

สิงห์

จะปรากฏยศศักดิ์ด้วยความรู้ พระเกตุอยู่ในสิงห์ยิ่งราศี

ชื่อว่าอาชาชาติอาจจะมี เกียรติยศศักดิ์ศรีดีจริงๆ

จะไปในที่ใดไม่เลือกมรรค ย่อมเป็นที่รักแห่งชายหญิง

แต่เป็นคนขี้โรคทุกข์โศกจริง เจ้าโทโสโยยิ่งไม่ยอมใคร

กันย์

ราศีกันย์มีพระเกตุวิเศษนัก ย่อมเป็นที่รักแห่งญาติสนิทได้

จะสั่งสมสินทรัพย์นับกระไร ทั้งเงินทองข้าไทก็มากมูล

ตุลย์

ราศีตุลย์ผิว์พระเกตุประจำอยู่ มักเรียนรู้ธรรมาปัญญาหนุน

ทั้งมีทรัพย์วาสนาปัญญาพูน เพราะเกตุกูลเกื้อเกิดกำเนิดมา

พิจิก

ราศีพิจิกพระเกตุเสด็จตั้ง ผู้นั้นหยั่งรู้ธรรมเป็นหนักหนา

เป็นอาจารย์ศิษย์รักและบูชา แต่ใฝ่ตัวสูงกว่าฐานันดร

ธนู

ราศีธนูที่อยู่ของพระเกตุ เป็นเกษตรตามว่าเมธาสอน

จะมีทรัพย์เหลือคณาสถาพร ตระกูลสูงมาแต่ก่อนย้อนทำนาย

ทั้งจะมีปัญญารู้รอบคอบ แต่โรคร้ายมักชอบเบียดเบียนหลาย

มังกร

มังกรมีพระเกตุก็ร่างกาย งามผิวผ่องพรรณรายเลิศสคราญ

มักชอบชื่นรื่นเริงมหรสพ แต่มักพบเหตุวิบัติพลัดถิ่นฐาน

ไปต่างบ้านต่างเมืองเคืองรำคาญ เกตุกำเนิดก่อการให้เป็นไป

กุมภ์

ราศีกุมภ์มีพระเกตุท่านว่าขาน เจ้าชาตามักรำคาญด้วยทุกข์ใหญ่

เป็นกำเนิดเกิดชาตามาแต่ไร แต่ปัญญาว่องไวไหวพริบดี

มีน

ราศีมีนพระเกตุมหาจักร ผู้นั้นมักกล้าหาญไม่คร้านหนี

ทั้งหญิงชายรักใคร่ในความดี สมบัติมีมูลมองปกครองนาน





34. nakunlakan@hotmail.com     [125.26.86.26]     13 Nov 2011 - 11:38

เรียนดวงสิบลัคน์อยู่ ผูกดวงสิบลัคน์แล้วได้ดังนี้ เป็นดวงผู้หญิงเกิด อาทิตย์ที่ 17 พ.ค. 2502 ลัคนาอยู่ราศีพิจิก นวางค์ 5 ตรียางค์ 2
14 อยู่พิจิก ,6 อยู่ธนู,38 อยู่มังกร,0 อยู่กุมภ์,2 อยู่เมษ,59อยู่กรกฎ 7อยู่สิงห์
อยากเรียนนถามท่านผู้รู้ช่วยวิเคราะห์ ทำไมดวงนี้จึงโลดโผนนัก เป็นคนหน้าตาโดดเด่นสวยมากอายุมากเข้าเลข 5 แล้วก็ยังสวยมาก หน้าตาดูอ่อนกว่าความเป็นจริงประมาณ 10 ปี แต่ไม่มีคู่ แต่มีคนมาชอบตลอดแม้อายุจะเข้าเลข 5 แล้ว ทำราชการโดนแย่งความดีความชอบบ่อยทำงานมา 29 ปีได้ 2 ขั้น 2 ครั้ง(น้อยมาก)เป็นคนมีพรสวรรค์สามารถทำอะได้เกือบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นงานผู้หญิงหรือชายและทำได้ดีอยู่ในลำดับแนวหน้า แต่มักมีคนอิจฉาอยู่เสมอ ชีวิตมักผิดหวังเสมอจะได้อะไรต้องความสามารถตัวเองจริง ๆตอนนี้ราหูทับลัคน์รู้สึกมีความสุขดีจิตใจดีไม่เศร้าหมองชนะศัตรูรู้สึกเข้มแข็งได้เลื่อนระดับ(ด้วยตัวเอง)แต่งยังไม่ได้เป็นหัวหน้าเมื่อต้นปีโดนเขาแย่งตำแหน่งหัวหน้าแต่คนทีได้ตำแหน่งไม่มีบารมีเท่าเรา ต่อไปดาวเสาร์จะเข้าภพกัมมะจากตนุเศษอยากให้วิเคราะห์ว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้นจะมีความยุ่งยากมากหรือไม่ในเรื่องการงาน ตัวเองก็คิดไว้เหมือนกันแต่ไม่ค่อยมั่นใจ สงสัยอย่างหนึ่งราหูทับลัคน์คนอื่นเขาวุ่นวายกันแต่ทำไมเรากับเป็นตรงข้าม

35. สมพล คนเดิม     [103.1.165.200]     13 Nov 2011 - 23:35

แนะนำ ให้ไปถามอาจารย์ที่คุณเรียนกับท่านอยู่ การที่มาถามในเรื่องที่อาจารย์ก็ยังสอนคุณอยู่ กับคนอื่นในนี้ เป็นการไม่ให้เกียรติอาจารย์ ทำแบบนี้ ไม่ควรประพฤติ

36. nakunlakan@hotmail.com     [101.108.205.240]     15 Nov 2011 - 19:27

เรียน สมพล ไม่ใช่ว่าไม่ให้เกียรติอาจารย์นะ พอดีอาจารย์ท่านเสียชีวิตแล้วก็ได้แต่สนทนากับคนที่เรียนด้วยกันบ้างเป็นบางครั้ง ที่ส่งข้อมูลมาก็เพื่อจะได้ปุจฉา วิสัชนา กันแลกเปลี่ยนความรู้กันในวงกว้าง ไม่คิดว่าคุณสมพลจะคิดไปในทางที่เป็นอคติอย่างนั้น ต่อไปจะไม่ส่งข้อมูลมาอีกแล้วละ มีความรู้สึกเหมือนกันนะ การเรียนการศึกษาไม่มีที่สิ้นสุดหรอก ศึกษาได้ทั้งชีวิตนั่นแหละยิ่งได้พูดได้คุยกันยิ่งแตกแขนง ถ้าคุณคิดแค่นี้ก็จะจบแล้วกัน

37. lunk_002@yahoo.com     [38.73.83.22]     15 Nov 2011 - 19:57

สนใจตำราสิบลัคน์ค่ะ ขอรายละเอียดด้วยนะคะ

lunk_002@yahoo.com

38. k-akarawat@hotmail.com     [61.90.11.252]     15 Nov 2011 - 21:42

อยากศึกษามากครับตาราสิบลัคน์ รบกวนขอรายละเอียดด้วยคนครับ
ส่งเมล์ k-akarawat@hotmail.com

39. สมพล คนเดิม     [110.49.135.247]     16 Nov 2011 - 20:12

ถึง nakunlakan@hotmail.com

อืม แล้วเขียนมาทำไม ว่า เรียนสิบลัคน์อยู่ ใครอ่านก็คิดคุณว่าเรียนกับอาจารย์ทั้งนั้นหละ แล้วทำไม่บอกไปหละว่าเป็นอย่างไร เหมือนกับที่คุณมาบอกในกระทู้ที่ตอบออกมาครั้งที่สอง

แล้วสิ่งที่คุณถามมา มันตอบได้เต็มๆตามหลักวิชาในที่สาธารณะไหม๊ล่ะ บางอย่างตอบไปมันผิดคำสัจหรือไม่ คุณไม่รู้ หรือ แกล้งไม่รู้ กันแน่

40. Dragcola     [115.87.35.214]     17 Nov 2011 - 01:22

สนใจเรียนด้วยคนครับ

thai.on2.shopping@gmail.com

41. ผู้สน๑๐ลัคน์     [118.172.138.123]     17 Nov 2011 - 22:47

k-akarawat@hotmail.com

lunk_002@yahoo.com

ส่งไปแล้วรายละเอียด

42. อ. สิบลัคน์     [180.180.66.185]     23 Nov 2011 - 11:55

ท่านใดที่มีความสนใจอยากจะเรียนโหราศาสตร์สิบลัคนาผมขอแนะนำว่าให้ไปซื้อหนังสือโหราศาสตร์มาอ่านทำความเข้าใจและศึกษาเบื้องต้นก่อน เพราะการเรียนโหราศาสตร์สิบลัคนาต้องมีพื้นฐานจากลัคนาเดียวคือหมายความว่าดาวมาตรฐานต่างๆก็ใช้เหมือนกับลัคนาเดียวต่างแต่ข้อปลีกย่อย เพราะในตำราสิบลัคนาไม่มีดาวมาตรฐานให้ศึกษา ท่านต้องไปหาศึกษาเองและทำความเข้าใจเอง ตัวอย่างเช่นดาวเกษตร มหาอุจจ์ มหาจักร ราชาโชค ประ นิจ มีความหมายอย่างไร ท่านที่มีพื้นฐานลัคนาเดียวอยู่แล้วหรือท่านที่มีความรู้เกียวกับดาวมาตรฐานดีอยู่แล้วขอแนะนำให้ไปหาครูบาอาจารย์สิบลัคนาขอเรียนกับท่าน รู้สึกว่าจะมีอาจารย์ที่เก่งๆอยู่หลายท่านลองสืบๆดู

43. สิบรัก สิบฤทธิ์     [223.204.160.205]     28 Dec 2011 - 19:11

แหม เดี๋ยวนี้คนเก่งสิบลัคน์มากเหลือเกินนะ อ่านลีลาสำนวนการตอบแล้วเข้าท่าดี น่าจะมีแววหลายคน เอาไว้ว่างๆ จะมาคุยด้วย น่าสงสารแต่พวกที่สนใจจริงๆ แต่ไม่รู้จะไปเรียนที่ไหน ไอ้ที่มีอยู่ก็ไม่รู้จะสอนได้จริงหรือเปล่า คุณๆที่สนใจเรียนเรียนจริงฟังทางนี้
1. วิชาสิบลัคนานี้ เป็นของจริง ศักดิ์สิทธิ์และแม่นยำมาก
(ถ้าคุณหาเวลาเกิดที่ "แท้จริง" ตรงกับชีวิตคุณ)
2. เวลาที่คุณเกิด ไม่ได้ถือเวลาเกิดจากนาฬิกาที่คุณยึดถือ
แต่ใช้เวลาตามนวางค์ -ตรียางค์ที่บอกรูปหน้า ผิวพรรณได้ละเอียดมากที่ สุดกว่าทุกตำราโหราศาสตร์ทุกระบบที่มีอยู่ในเวลานี้ ในแผ่นหมุนสิบลัคนาและพัฒนาไปจนถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ผูกดวง ของคุณมานพ ธีรเวชชโรกุล
3. นักพยากรณ์สิบลัคน์ หลายคนในปัจจุบันยังผูกดวง ไม่ถูกต้องและไม่ตรงกับชีวิตจริงของผู้มาให้พยากรณ์ กรุณาตรวจสอบด้วย ดวงผิดเป็นราศีเลย
ทายอย่างไรก็ไม่ถูก และพยายามจะยัดเยียดให้ถูก เวรกรรมเอ๋ย
4. จึงต้องหาคนที่เก่งจริงๆ สำหรับตรงนี้ ทายเก่งไม่กลัว แต่กลัวหาเวลาเกิดไม่ตรง มีผลมากกว่า จริงไหม ถามว่ามีไหม ตอบว่า มี ของจริงด้วย
เอาไว้ระยะหนึ่งก่อน ของดีต้องรอ จริงไหม เรื่องอะไรบอกหมดล่ะ
สัจจะสำคัญที่สุด ถือสัจจะให้มั่นคง ใครก็ทำอะไรไม่ได้

44. ตอบคุณ nakunlakan@hotmail     [69.22.170.199]     29 Dec 2011 - 14:20

ดวงที่คุณให้มานั้น ไม่ทราบว่าตอนที่เรียนสิบลัคน์อยู่กับอาจารย์ผู้สอน ท่านได้สอบเวลาเกิดให้หรือไม่ ดูจากคำบอกเล่าของคุณกับดวงที่ให้ไม่ค่อยตรงกันนัก

แต่ถ้าเป็นราศีตุลย์ลูกนวางค์สุดท้าย คุณจะเป็นผู้หญิงที่หน้ารูปไข่เรียวสวยมากทีเดียว โดยเฉพาะมีดาวพุธเป็นศรีกุมลัคน์ยิ่งน่าจะสวยผุดผาดบาดตา ใครเห็นเป็นต้องมองจนเหลียวหลังคอแทบหัก แต่ความที่เกิดในเพ็ชรฆาฏฤกษ์ทำให้เป็นคนค่อนข้างดุอยู่สักหน่อย และเมื่อตัดสินใจกระทำการใดๆแล้วก็ไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ และถึงคุณจะเป็นคนราศีตุลย์แต่ก็มีอุปนิสัยคล้ายคนราศีพิจิกอยู่ไม่น้อย เพราะดาวศุกร์เจ้าเรือนลัคน์ไปอยู่ที่ราศีพิจิก จึงต้องเอาลักษณะคนราศีพิจิกมาร่วมทายด้วย และก็อีกนั่นแหละความที่เจ้าเรือนลัคน์เป็นกาลกิณีแก่วันเกิดทำให้ชีวิตคุณมักมีอุปสรรคเสมอ กว่าเอาดีได้ก็หืดขึ้นคอ

คุณบอกว่าไม่มีคู่ เพราะว่าดาวเจ้าเรือนปัตนิคืออังคารอยู่ร่วมกับมฤตยู ทำให้มีคู่ยาก แต่งงานช้า หรืออาจต้องได้คนมีอายุอยู่สักหน่อย

ดวงนี้มีดาวคู่ธาตุคู่หนึ่งตรีโกณถึงกันที่ชนชาวสิบลัคน์ล้วนทราบดีว่า ดาวคู่นี้ทำให้เจ้าชะตาดูอ่อนกว่าอายุจริงมาก

ดาวอังคารเล็งกับดาวพฤหัสเป็นคู่สมพล พฤหัสเป็นดาวอุตสาหะ ทำให้คุณมีความอุตสาหะวิริยะดี ขยัน ความจำแม่นยำ เรียนโหราศาสตร์ดี เพราะจำแม่น
ดาวจันทร์เล็งกับดาวเกตุ มีสัญชาตญาณพิเศษดี แต่ค่อนข้างเป็นคนขี้ใจน้อย บางทีก็คิดทำอะไรแผลงๆ

ดาวราหูอยู่ในเรือนพฤหัส คุณเป็นคนสนใจในเรื่องของศาสนาค่อนข้างมาก

นอกจากนี้ดาวบางตัวก็บ่งบอกว่าคุณเป็นคนไม่ชอบอยู่กับที่อาจเดินทางบ่อยหรือทำงานที่ไม่อยู่กับที่ หรือย้ายที่อยู่บ่อย

ดวงนี้ปกติดาวพุธเป็นศรี พูดจาดี แต่ความที่อยู่ในเรือนกาลีและเป็นสี่แก่ดาวเสาร์ที่ราศีกรกฏ พุธ-เสาร์ เป็นคู่สมพลแต่ก็เป็นคู่ศัตรูแก่กัน ทำให้เวลาที่ใครพูดไม่เข้าหูเจ้าชะตาก็มักจะสวนกลับได้แบบเล่นเอาฝ่ายตรงข้ามอึ้งกิมกี่ได้ทีเดียวแหละ....5555

ทั้งหมดที่พยากรณ์มานี่เป็นเรื่องสมมตินะ เพราะไม่เคยเห็นหน้าไม่เห็นตัวจริงของของเจ้าชะตา อ่านเอาจากคำบอกเล่าเท่านั้น

และที่เข้ามาพูดคุยด้วยเพราะมีความปรารถนาดีแก่ชาวสิบลัคน์ทุกท่าน จงจำไว้อย่างหนึ่งว่าหัวใจสำคัญของการเรียนสิบลัคน์คือเรื่องลูกนวางค์ หากตีไม่แตก หาเวลาเกิดที่แท้จริงไม่ได้ รูปดวงชะตาอาจจจะออกมาผิดพลาด ยิ่งกรณีมีดาวคาบเกี่ยวราศีด้วยแล้วจะยิ่งทำให้ยากแก่การพยากรณ์ และนี่คือเหตุผลที่ผู้ที่เรียนสิบลัคน์ท้อถอยละทิ้งตำรากันไปก็มาก

ด้วยคารวะ

สุรินทราหู

45. จันทราหู     [223.205.190.171]     30 Dec 2011 - 15:25

สุรินทราหูวิจารณ์ดวงถูกต้องนัก
ใช้สิบลัคน์ทำนายคลายสงสัย
ทั้งภาษาแสนสำราญอ่านสบาย
ของง่ายๆทายแม่นยำจำได้ดี
ขอคารวะองค์ความรู้ครูสิบลัคน์
ได้ประจักษ์คุณค่าสง่าศรี
ภูมิปัญญาโบราณนับนานปี
ยอดของดียอดสิบลัคน์ยอดตำรา

ข้าผู้น้อยขอยอมรับการวิจารณ์ดวงๆนี้ ว่าสุดยอดอย่างมิต้องสงสัยเลย
*** ท่านอื่นที่อ่านล่ะ อ่านแล้วเป็นอย่างไร ยอมรับกันบ้างเถอะ
อย่าดื้อดึงตะแบงว่าข้าเก่งอยู่คนเดียวเลย ***

ด้วยคารวะ

จันทราหู



46. อมตพยากรณ์     [171.4.153.216]     18 Dec 2012 - 09:08

**กระทู้นี้ไม่มีพวกสิบลัคน์ปลอมระบาด ป้วนเปี้ยนไปมาเลยหรือ สบายใจจัง555

47. เข้าท่า     [182.53.165.81]     18 Dec 2012 - 13:08

ปุจฉา..........เรียนดวงสิบลัคน์อยู่ ผูกดวงสิบลัคน์แล้วได้ดังนี้ เป็นดวงผู้หญิงเกิด อาทิตย์ที่ 17 พ.ค. 2502
ลัคนาอยู่ราศีพิจิก นวางค์ 5 ตรียางค์ 2 14 อยู่พิจิก ,6 อยู่ธนู,38 อยู่มังกร,0 อยู่กุมภ์,2 อยู่เมษ,59อยู่กรกฎ 7อยู่สิงห์
อยากเรียนถามท่านผู้รู้ช่วยวิเคราะห์
1.ทำไมดวงนี้จึงโลดโผนนัก เป็นคนหน้าตาโดดเด่นสวยมากอายุมากเข้าเลข 5 แล้วก็ยังสวยมาก หน้าตาดูอ่อนกว่าความเป็นจริงประมาณ 10 ปี
2.แต่ไม่มีคู่ แต่มีคนมาชอบตลอดแม้อายุจะเข้าเลข 5 แล้ว
3.ทำราชการโดนแย่งความดีความชอบบ่อยทำงานมา 29 ปีได้ 2 ขั้น 2 ครั้ง(น้อยมาก)
4.เป็นคนมีพรสวรรค์สามารถทำอะได้เกือบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นงานผู้หญิงหรือชายและทำได้ดีอยู่ในลำดับแนวหน้า แต่มักมีคนอิจฉาอยู่เสมอ
5.ชีวิตมักผิดหวังเสมอจะได้อะไรต้องความสามารถตัวเองจริง ๆ
6.ตอนนี้ราหูทับลัคน์รู้สึกมีความสุขดีจิตใจดีไม่เศร้าหมองชนะศัตรูรู้สึกเข้มแข็งได้เลื่อนระดับ(ด้วยตัวเอง)แต่ยังไม่ได้เป็นหัวหน้าเมื่อต้นปีโดนเขาแย่งตำแหน่งหัวหน้าแต่คนที่ได้ตำแหน่งไม่มีบารมีเท่าเรา
7.ต่อไปดาวเสาร์จะเข้าภพกัมมะจากตนุเศษอยากให้วิเคราะห์ว่าน่าจะเกิดอะไรขึ้นจะมีความยุ่งยากมากหรือไม่ในเรื่องการงาน ตัวเองก็คิดไว้เหมือนกันแต่ไม่ค่อยมั่นใจ สงสัยอย่างหนึ่งราหูทับลัคน์คนอื่นเขาวุ่นวายกันแต่ทำไมเรากับเป็นตรงข้าม
วิสัชนา....ดวงที่คุณให้มานั้น ไม่ทราบว่าตอนที่เรียนสิบลัคน์อยู่กับอาจารย์ผู้สอน ท่านได้สอบเวลาเกิดให้หรือไม่ ดูจากคำบอกเล่าของคุณกับดวงที่ให้ไม่ค่อยตรงกันนัก
แต่ถ้าเป็นราศีตุลย์ลูกนวางค์สุดท้าย คุณจะเป็นผู้หญิงที่หน้ารูปไข่เรียวสวยมากทีเดียว โดยเฉพาะมีดาวพุธเป็นศรีกุมลัคน์ยิ่งน่าจะสวยผุดผาดบาดตา ใครเห็นเป็นต้องมองจนเหลียวหลังคอแทบหัก แต่ความที่เกิดในเพ็ชรฆาฏฤกษ์ทำให้เป็นคนค่อนข้างดุอยู่สักหน่อย และเมื่อตัดสินใจกระทำการใดๆแล้วก็ไม่เปลี่ยนใจง่ายๆ และถึงคุณจะเป็นคนราศีตุลย์แต่ก็มีอุปนิสัยคล้ายคนราศีพิจิกอยู่ไม่น้อย เพราะดาวศุกร์เจ้าเรือนลัคน์ไปอยู่ที่ราศีพิจิก จึงต้องเอาลักษณะคนราศีพิจิกมาร่วมทายด้วย และก็อีกนั่นแหละความที่เจ้าเรือนลัคน์เป็นกาลกิณีแก่วันเกิดทำให้ชีวิตคุณมักมีอุปสรรคเสมอ กว่าเอาดีได้ก็หืดขึ้นคอ

คุณบอกว่าไม่มีคู่ เพราะว่าดาวเจ้าเรือนปัตนิคืออังคารอยู่ร่วมกับมฤตยู ทำให้มีคู่ยาก แต่งงานช้า หรืออาจต้องได้คนมีอายุอยู่สักหน่อย

ดวงนี้มีดาวคู่ธาตุคู่หนึ่งตรีโกณถึงกันที่ชนชาวสิบลัคน์ล้วนทราบดีว่า ดาวคู่นี้ทำให้เจ้าชะตาดูอ่อนกว่าอายุจริงมาก

ดาวอังคารเล็งกับดาวพฤหัสเป็นคู่สมพล พฤหัสเป็นดาวอุตสาหะ ทำให้คุณมีความอุตสาหะวิริยะดี ขยัน ความจำแม่นยำ เรียนโหราศาสตร์ดี เพราะจำแม่น ดาวจันทร์เล็งกับดาวเกตุ มีสัญชาตญาณพิเศษดี แต่ค่อนข้างเป็นคนขี้ใจน้อย บางทีก็คิดทำอะไรแผลงๆ

ดาวราหูอยู่ในเรือนพฤหัส คุณเป็นคนสนใจในเรื่องของศาสนาค่อนข้างมาก(5+8=คู่เชี่ยวชาญในความรู้เฉพาะทาง)

นอกจากนี้ดาวบางตัวก็บ่งบอกว่าคุณเป็นคนไม่ชอบอยู่กับที่อาจเดินทางบ่อยหรือทำงานที่ไม่อยู่กับที่ หรือย้ายที่อยู่บ่อย

ดวงนี้ปกติดาวพุธเป็นศรี พูดจาดี แต่ความที่อยู่ในเรือนกาลีและเป็นสี่แก่ดาวเสาร์ที่ราศีกรกฏ พุธ-เสาร์ เป็นคู่สมพลแต่ก็เป็นคู่ศัตรูแก่กัน ทำให้เวลาที่ใครพูดไม่เข้าหูเจ้าชะตาก็มักจะสวนกลับได้แบบเล่นเอาฝ่ายตรงข้ามอึ้งกิมกี่ได้ทีเดียวแหละ....5555
ทั้งหมดที่พยากรณ์มานี่เป็นเรื่องสมมตินะ เพราะไม่เคยเห็นหน้าไม่เห็นตัวจริงของของเจ้าชะตา อ่านเอาจากคำบอกเล่าเท่านั้น
และที่เข้ามาพูดคุยด้วยเพราะมีความปรารถนาดีแก่ชาวสิบลัคน์ทุกท่าน
จงจำไว้อย่างหนึ่งว่าหัวใจสำคัญของการเรียนสิบลัคน์คือเรื่องลูกนวางค์ หากตีไม่แตก หาเวลาเกิดที่แท้จริงไม่ได้ รูปดวงชะตาอาจจจะออกมาผิดพลาด ยิ่งกรณีมีดาวคาบเกี่ยวราศีด้วยแล้วจะยิ่งทำให้ยากแก่การพยากรณ์ และนี่คือเหตุผลที่ผู้ที่เรียนสิบลัคน์ท้อถอยละทิ้งตำรากันไปก็มาก

ด้วยคารวะ

สุรินทราหู

48. joe     [27.55.9.249]     18 Dec 2012 - 13:46

สนใจตำราและอยากเรียนระบบสิบลัคน์ รบกวนด้วยครับ
nopmusic@hotmail.com

49. ...     [110.49.225.66]     21 Dec 2012 - 00:12

ผมสนใจ 10ลัคน์แต่ยังไม่มีใตรที่ทำให้ประทับใจได้เลย แระสบการณ์ที่แย่มากคือ 10ลัคน์ทายว่าได้งานเมื่อไรยังผิดเลย อย่างไรก็ตามผมไม่ได้หมายความว่า 10ลัคน์จะไม่แม่น เหตุการณ์สำคัญตามหน้าหนังสือก็ควรออกมาทาย ปลของการทำนายถูกผิดนั่นคือของจริง หากมีใครตั้งคำถามเพื่อทดสอบความแม่นยำกัน 10ลัคน์ก็ควรเข้าร่วมเพื่อแสดงว่าทั้งการทายดวงเดิมและดวงจร 10 ลัคน์แม่นยำทั้งมหมด ตรงกันข้ามคนที่เรียน10ลัคน์เก็บตัวกันเป็นส่วนใหญ่ แล้วจะไปเรียกศรัทธามหาชนได้อย่างไรกัน
วิชาที่น่าเรียนที่สุดคือวิชาที่ใช้แล้วแม่นยำได้ผลเท่านั้น

50. oopkung     [58.8.228.127]     21 Dec 2012 - 03:00

เช็ค เวลาเกิดตรงกะรูปหน้าหรือยังคับ คุณความเห็นที่ 49

51. สุรินทราหู     [14.207.112.254]     21 Dec 2012 - 06:20

คุณ ... คคห.49

การวางดวงของแต่ละผู้พยากรณ์ในวิชาสิบลัคนา มักจะแตกต่างกันไปตามวิจารณญาณของแต่ละท่าน ในการพิจารณารูปหน้าสอบเวลาเกิดที่แท้จริง

เพราะการวางดวงสิบลัคน์ ถ้าวางเวลาไม่ถูก ตำแหน่งดาวจะคลาดเคลื่อน บางครั้งแม้เพียงนาทีเดียว ถ้าหากลัคนาคาบเส้น หรือดาวบางตัวคาบเส้น การวางดวงก็คลาดเคลื่อนได้ ยิ่งถ้าเอามาทายจร ก็จะออกทะเลไปเลย

เมื่อสักประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้รับศิษย์คนหนึ่ง เวลาเกิดของเขาที่ได้จากสูติบัตร เป็นเวลา 10.08 น.ลัคนาราศีธนู แต่จากการพิจารณารูปหน้า บุคลิกลักษณะ ท่าทาง ข้าพเจ้าจึงได้ตัดสินใจเลื่อนเวลาเป็น 09.08 น.
ลัคนาก็เลื่อนเป็นราศีพิจิก

หลังจากนั้นมาก็ได้ทดสอบพยากรณ์ พร้อมๆกับได้ถ่ายทอดวิชาโหราศาสตร์สิบลัคนาให้เขามาเรื่อยๆ ก็พบว่าการพยากรณ์จรไม่พลาดเลยสักครั้ง

และล่าสุด ศิษย์ของข้าพเจ้าคนนี้ ก็เพิ่งได้งาน (หลังจบปริญญาโทวิศวกรและใช้เวลาที่รองานมาขอรับสัจจะเรียนวิชาโหราศาสตร์สิบลัคนาที่เขาสนใจและศรัทธา) ในขณะที่ดาวพฤหัสเล็งลัคนาสนิทองศาพอดิบพอดี

ซึ่งถ้าหากวางเวลาเกิดไว้ ตามที่ เขาระบุมาตั้งแต่ต้น ก็จะไม่สามารถออกคำพยากรณ์ให้เป็นดังนี้ได้เลย


52. อมตพยากรณ์     [171.5.116.158]     21 Dec 2012 - 09:18

คุณ 49 ครับ เมื่อเห็นคุณสุรินทราหู โพสต์แล้วอ่านให้เข้าใจ จะได้เข้าใจในระบบสิบลัคนามากยิ่งขึ้น ..ผมพูดเท่านี้แหละครับ ไม่อยากพูดอะไรมาก.. น่าสงสารนะ..คงจะไปเจอสิบลัคน์ปลอมทายหรือไม่ก็เพิ่งหัดเรียนใหม่ๆ หาเวลาเกิดยังไม่ถูกต้องเข้าให้ มันก็ผิดสิครับ..วางดวงไม่ถูกแล้วมันจะไปทายถูกได้ยังไง.. ..55555 ..แล้วคุณคิดว่า เมืองไทยเราศาสตร์หมอดูไหนล่ะ ที่เรียกศรัทธามหาชนได้..ในเมื่อหมอดูยังเป็นกันอย่างนี้อยู่..

53. ท้าทาย     [58.11.87.145]     21 Dec 2012 - 09:27

ซื้อตำรามาอ่านเอง มีไรป่าว ใครจะทำไม

54. ท้าทาย     [58.11.87.145]     21 Dec 2012 - 09:30

ถ้าบอกว่าอ่านตำราแล้วเป็นสิบลัคน์ปลอมก็เท่ากับ กำลังบอกว่า สิ่งที่อาจารย์บันทึกไว้ในตำราปลอมด้วย เหรอ

55. ...     [110.49.248.92]     22 Dec 2012 - 05:03

คนที่ว่านี่เป็นคนดัง แค่บอกชื่อก็รู้กันทั่วเมือง มีประสบการณ์ด้าน 10ลัคน์อย่างน้อย 30 ปี
การทายดักหน้าเป็นจุดหนึ่งที่ผู้รู้ 10 ลัคน์แสดงออกมาน้อยมาก

56. สุรินทราหู     [204.93.60.75]     22 Dec 2012 - 07:16

คุณ...คคห.ที่ 55

พอจะเข้าใจได้ในสิ่งที่คุณได้ว่ามา
แต่สิบลัคนานั้นเป็นวิชาโหรที่มีครูบาอาจารย์ที่ได้สร้างชื่อมาเป็นที่ประจักษ์มาแต่ในอดีต คุณจะเอาตัวตั้งเป็น ใคร บางคนที่มีชื่อเสียงในรุ่นปัจจุบัน มาเป็นตัวตัดสิน จะไม่เป็นการพิพากษาวิชาโหรโดยขาดเสียซึ่งหลักการพิจารณาด้วย กาลามสูตร ๑๐ ไปเสียหน่อยหรือ

อีกทั้งผู้ที่ใช้สิบลัคน์ นอกจากบุคคลผู้ซึ่งคุณกล่าวพาดพิง ก็ยังมีให้เห็น ให้เสาะหา อย่างแน่นอน....และอย่างที่ได้กล่าวไว้แล้วในเบื้องต้น การวางดวงสิบลัคน์ ถ้าหากเน้นหัวใจสำคัญจริงๆของตำรา ต้องมีความจัดเจนเรื่องการหาเวลาเกิดที่ถูกต้องให้ได้ มิเช่นนั้นก็มีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้สูง การทายจรก็จะพลาดไปทั้งหมด


57. น้ำใสไหลริน     [46.35.64.251]     30 Dec 2012 - 18:43

กระทู้สิบลัคน์ช่วงนี้แรงจริงๆ

58. อมตพยากรณ์     [171.4.174.61]     15 Jan 2013 - 14:49

คุณสุรินทราหูครับ ตอบได้ชัดเจนสะใจมาก พวกคุณปลอมทั้งหลาย อ่านแล้วก็ไปทำการบ้านกันหน่อยนะ ประเภทซื้อตำรามาอ่านเอง มีไรป่าว ใครจะทำไม เชิญท่านอ่านไปให้ตลอดชีวิตเถอะครับ.....ว่างๆ จะมาอัดต่อ..ช่วงนี้ภารกิจเยอะครับ

59. Paak_joo@hotmail.com     [101.108.16.143]     20 Feb 2013 - 13:01

Paak_joo@hotmail.com ผมสนใจและอยากศึกษา ตำราสิบลัคน์ ครับ

60. รุ่งติ๋ม     [171.4.160.234]     21 Feb 2013 - 10:58

ท่านที่จะเรียนสิบลัคนา โทรไปได้เลยที่คุณสุทธาภา แทนวารีรัตน์ 081-9094059ค่ะ ที่นีเรียนแล้วได้ผลมากที่สุด พยากรณ์ได้ถูกต้อง เขาไปเรียนมาแล้ว ประทับใจมาก ที่อื่นเป็นอย่างไรไม่ขอพูดถึง

61. You know we never know wh     [69.60.108.142]     22 Feb 2013 - 06:41


62. เงื่อนไข     [182.53.178.210]     22 Feb 2013 - 16:56

ที่นี่เรียนแล้วได้ผลมากที่สุด พยากรณ์ได้ถูกต้อง

แสดงว่า ทำนายเป็นรายวันล่วงหน้า 30 วันถูกต้อง
เป็นไปตามเงื่อนไขที่ อ.อรุณ ยอมเรียน 10ลัคน์กับปรมาจารย์ขุนชอบฯ

แสดงคำตอบจำนวน 50 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 62 คำตอบ ( 2 หน้า )
| 1 | 2 |


ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"
 
ชื่อ(อีเมล์)
รายละเอียด





เชิญร่วมแสดงความคิดเห็น แสดงวิสัชนา

เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จกดปุ่ม Submit เพียงครั้งเดียวพอแล้ว

©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.