Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (113) Vote Down (98) เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน   
38430 : จากคุณ รู้ไว้ใช่ว่า     [203.131.212.33]     01 Aug 2011 - 19:03     [1000 คำตอบ]

ตามหาคุณชายปริศนา
หลังจาก กระทู้ to คุณชายปริศนา ถูกทำให้กลืนหายไปตอนเลือกตั้ง จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ นั่นเป็นสิทธิของคุณ webmaster แต่ เราอยากบอกว่า อาหารทุกจานควรมีจุดเด่น ถ้าอาหารรสชาติเหมือนกันหมด มันจะอร่อยรื้อ! ตอนนี้เวปพยากรณ์ก็มีรสชาติเดียว คือ คุยเรื่องดวงชะตา วิชาโหร ทำนายฝัน ปนกันกับเรื่องลัคนา ขาดรสชาติเผ็ดที่เป็นรสชาติเด็ดเอกลักษณ์ของอาหารไทยอย่างคุณชายปริศนาไป แต่เอาเถอะ ไหน ๆ มันก็เป็นไปแล้ว เพียงแต่อยากถามใครก็ได้ที่รู้ว่าตอนนี้คุณชายปริศนาท่านไปอยู่ในเวปไหน หรือคุณชายปริศนาเอง ถ้ามาเห็น ขอความกรุณาช่วยมาบอกหน่อยว่าอยู่ที่ไหน ตัวข้าน้อยจะตามไปคุยด้วยจ้า

อ้อ..ผีซ้ากรรมซัดวิบัติเป็นจริง ๆ อีเมลของตัวข้าพเจ้าดันถูกแฮ็ก กลายเป็นอีเมลขยะ ติดต่อมิตรสหายไม่ได้ ถ้าคุณเวหามาเห็น แล้วยังมีเบอร์โทรศัพท์อยู่ ก็ช่วยติดต่อด้วย จะขอบคุณมาก

สุดท้าย คิดถึงทุกท่านที่เคยสนทนากัน เช่น คุณมาอยู่เป็นเพื่อน คุณมารอดูอยู่ทุกวัน และท่านอื่น ๆ ที่ไม่ได้เอ่ยนามมา หวังว่าทุกท่านสบายดี และมีโอกาสได้สนทนากันอีกในโอกาสต่อไป....

แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 1000 คำตอบ ( 34 หน้า )
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 |

971. มาอยู่เป็นเพื่อน     [110.168.112.208]     16 Feb 2012 - 19:57

เห็นน้องๆมาคึกคักดีมาก วันนี้เจ๊อุตส่าห์ซื้อหวยจากเลขวันที่ปูกี๊เข้าโรงแรมสี่ฤดู ซื้อ 28 แต่ชิช่ะๆ ออก 18 ซื้อไปเต็มที่เลย 10 บาท กะจะเอาเงินไปกินขนมซะหน่อย เลยเซ็งจิตนิดนึง แต่ยังมีคนฉลาดบอกให้ซื้อ 84 เพราะปูมีแปดขา และเข้าโรงแรมสี่ฤดูเลยรวยกันไปตามระเบียบ 555 เล่นสนุกๆค่ะ ไม่ได้ซีเรียสอะไร หวยอยู่ในสายเลือดของคนไทยเลยค่ะ ทุกวันที่ 1 และ 16 จะเห็นปรากฎการณ์ที่เรียกว่า "เช้าวุ่นวาย บ่ายตื่นเต้น เย็นนั่งเศร้า" เสมอๆ

พูดถึงเรื่องน้ำท่วม วันก่อนไปมธ รังสิตมา คนที่นั่นบอกตอนนี้คนแถวนั้น สร้างบ้านสองชั้นทั้งหมดเพราะกลัวน้ำท่วม ก็ดีค่ะ กันไว้ดีกว่าแก้ ปีที่แล้วเจ๊อยู่ฝั่งตะวันออก รอดไป ปีนี้ไม่ทราบจะว่ายังไง ปีที่แล้วก็บนสิ่งศักดิ์ไว้เยอะมากค่ะ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็เอาด้วยกล หรือไม่ก็ต้องพึ่งมนต์คาถาแหละค่า

เห็นรัดทะบานและนักการเมืองก็ต้องคันหูทุกที เซ็งจิต วันนี้คุยกับคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง แกรักเมืองไทย พูดภาษาไทยได้ดี และก็รู้เรื่องเมืองไทย แกบอกเมืองไทยดี มีความสุข แกอยากอยู่จนตาย แต่ห้ามสนใจการเมือง แหม แม้แต่คนต่างชาติยังพูดได้อย่างงี้ แต่พวกเราเป็นเจ้าของประเทศ เราก็ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อบ้านเมืองของเรานะคะ

คิดถึงทุกท่านค่ะ

ปล ตามอ่านวิเคราะห์ของน้องเชเสมอๆ ตามไปดูใน FB


972. เชฯ     [115.87.115.81]     16 Feb 2012 - 20:23

...อุ๊ย โดนคุณ มาอยู่เป็นเพื่อน เช็คเฟซฯ หรือนี่ อิอิ...
อาจจะผิดหวังหน่อยนะฮ้าบบบ...ช่วงนี้... หลังจากมีข่าวกระซิบๆ
กันมาว่า... เฟซฯไหนซ่าส์มาก... มักจะโดนบล๊อก โดนแฮ็ก

เชฯ เลย คิขุ อาโนเนะ.... เต็มหน้าวอลล์ไปหมดเลย... จามาเล่าให้ฟัง
บนบอร์ดก้อน่ะ... โล่งโจ้ง... ไปหน่อย... ถ้าแอดเชฯ ไว้แล้วก้อส่งข้อความ
แชท...มาบอกกันหน่อยนะฮ้าบบบ... จะได้ชวนไปเป็นชาว "บ้านบางระจัน"กัน

973. JaN     [124.120.42.226]     16 Feb 2012 - 20:30

ชื่นใจจริงๆค่ะ คุณขอคุยฯและคุณรู้ไว้ฯ มิตรภาพเป็นของมีค่าและนำพาความสุขใจมาให้เสมอ

คุณมาอยู่เป็นเพื่อน คะ โชคดีมีเพื่อนที่รอบคอบมาก โห ปูมีแปดขาเข้าโรงแรมสี่ฤดู ช่างคิดช่างตีความ นับถือจริงๆค่ะ
อ่านแล้วยิ้มอยู่คนเดียว

คุณเช ในเฟซฯมีอะไรอ่านบ้างน่ะ ท่าทางสนุก เดี๋ยวขอไปเยี่ยมหน่อยนะจ๊ะ


974. รู้ไว้ใช่ว่า     [203.131.212.33]     17 Feb 2012 - 08:44

สวัสดี ดีใจจริงๆ มีเพื่อนฝูงมาทักทาย...คึกคัก...คึกคัก...เราช๊อบ..ชอบ

ฟังสำเนียงหางเสียง............ดูเหมือนทุกท่านจะสบายดี...........ช่วยให้เราสบายใจไปด้วย

เพื่อน ๆ หายไป...ทำให้เราว้าเหว่

คุณเชฯ ...ยังน่ารักเหมือนเดิม

เรื่องกระทู้ เพื่อนฝูงหรือผู้อ่าน ไม่ต้องเกรงใจ กลัวว่ากระทู้จะเต็ม 1,000 โดยเร็ว ใครใคร่คุย คุยเลย

เราชอบเวลามีคนมาคุยด้วย เวลาไม่มีคนมาคุยด้วย เราชักไม่สบายใจ เขียนอะไรผิด ไม่เป็นที่พอใจกันหรือปล่าว

การตั้งกระทู้ ก็เพื่อพูดคุยกันอยู่แล้ว ไม่มีคนมาคุยด้วย ไม่รู้ตั้งไปทำไม

เพียงแต่มีคนบ่น ๆ ว่ากระทู้นี้หนักไป

ไม่มีความรู้บ้างละ คุยกันทำไมต้องใช้ความรู้ด้วยละ แค่มีความคิดอะไร ความรู้สึกอย่างไรก็ได้แล้ว

ว่าง ๆ จะแวะไป FB ของคุณเชฯนะ
แต่เราตั้งใจว่า เต็ม 1,000 เมื่อไหร่ จะขอพักซักระยะ ..........

คุณมาอยู่เป็นเพื่อน สำบัดสำนวน เจ็บ ๆ คัน ๆ ทำให้นึกถึงน้ำพริก....อะ........รสจัดจ้านแบบไทยแท้ทีเดียว

ใครมาอยู่เมืองไทยส่วนใหญ่ก็รัก โดยเฉพาะญี่ปุ่น แถวสุขุมวิท แทบจะเป็น little Japan เลยทีเดียว

พอหมดสัญญาต้องกลับบ้าน บางคนร้องห่มร้องไห้ไม่อยากกลับ ก็อะนะ รับเงินเดือนเหมือนอยู่ญี่ปุ่น แต่ของกินของใช้ราคาไทย ๆ

เรื่องการเมืองไทยมันเครียดเสมอ ๆ เพียงแต่ตอนนี้มีหนังรักมาฉาย เรื่อง "The
four season" ชื่อภาษาไทย ว่า "สวรรค์ ชั้น 7" แอ๊น...แอ้น...นำแสดงโดย พริตตี้คนสวย ปูกิ...ชาวบ้านงี้ตามดูแบบใจจดใจจ่อเชียว อย่างนี้สิค่อยมีสีสันหน่อย

เมื่อวานผู้ร่วมงานแวะมาคุย บอกว่า คุณปูเธออ่านโพย คำว่า คอนกรีต ว่า คอ-นก-รีต....... อุ๋ย .......What a fool , she is .



975. รู้ไว้ใช่ว่า     [203.131.212.33]     18 Feb 2012 - 12:08

โห้ย..................วันนี้กระทู้หลุดไปอยู่หน้าที่ 3 แนะ

วันนี้ ..ถ้าจะเงียบเหงา...........ใจคอ......จะให้เราเขียนคนเดียวจนครบ 1,000.- เชียวหรือ

พรุ่งนี้เราไม่ว่าง .......... ต้องไปทำบุญวันเกิดคนรู้จัก แถวเมืองสมุทรสาคร จะแวะกิน กุ้ง หอย ปลา เผื่อด้วยนะจ๊ะ แต่ไม่กินปู เพราะวันมันมาทำธุระ ว.5 ที่โฟร์ซีซั่นแล้วติดใจ ยังไม่ยอมกลับบ้าน นี่ก็ได้ข่าวว่าไปออกอีเว้นต์ ทัวร์น้ำท่วม 7-8 จังหวัด คงอีกนานกว่าจะได้กินปูอีก......ไม่รู้ว่าปูจะเน่าไปเสียก่อนอะเปล่านะซี้

เมื่อวานวันสุดท้าย ท่านนายกมาแวะประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ที่ปทุมธานี ดู ๆ ฟัง ๆ เอ้อ...อ้า ๆ ไปตามเรื่อง หลังจากนั้น ท่านรมต.ช่วย หมาดไทย นายชูชีพ หาญสวัสดิ์ อดรนทนความไม่รู้อะไรเลยของนางนกแก้วไม่ไหว เลยพูดทะลุกลางปล้องในที่นั่นว่า อะไร...อะไร...ก็ห่วงอยุธยา ..........จะปล่อยให้ปทุมธานีเป็นพื้นที่รับน้ำหรือ

นางนกแก้วรีบตัดบทตามที่ท่องเอาไว้ว่า เดี๋ยวค่อยไปดูใน กยน. นางไม่มีความรู้ความคิดในสมองที่จะตอบท่าน รมต.ช่วยอยู่แล้ว อาศัย กยน . กับ... กยอ. เป็นแพะเรื่องน้ำในทุกสถานการณ์

ไปทัวร์ไม่กี่วัน She อนุมัติเสียร่วม 200 โครงการฯ อะไรมันจะมากมายขนาดนั้น เธอรู้อะไรมั่งว่าแต่ละโครงการมันได้ประโยชน์คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ใครเสนอมาไม่รู้ว่าฟังได้กี่คำ อนุมัติซะแล้ว

โครงการรวม ๆ กัน เป็นหมื่นล้าน อนุมัติทันที แค่ 2-3 วัน เนี๊ยอะนะ รัฐบาลอื่น ๆ เค้าพิจารณากันเป็นปี มีแผนล่วงหน้ามาก่อนค่อยเสนอโครงการ แถมต้องพิจารณาผลได้ ผลเสีย รวมถึงผลกระทบต่อประชาชนโดยรวมทุกกลุ่ม เพราะเป็นเรื่องที่มีผลต่อประชาชนในพื้นที่ภาคกลางเกือบทั้งหมด

จะอ้างว่าเร่งด่วนน้ำจะมา เลยไม่พิจารณาให้รอบคอบได้อย่างไร

ถ้าคิดเองไม่เป็น ต้องมีคณะกรรมการกลั่นกรองก่อน แล้วค่อยพิจารณา จะได้เร็วแต่มีประสิทธิภาพ

โครงการร่วม 200 แบบนี้ คงผลาญเงินไปไม่น้อย แน่นอนมีคนได้ใกล้ตัวรัฐบาลนั่นแหละ เพราะมัน ลวก ๆ เหลือเกิน กลัวจะเอาเงินประเทศไปละลายน้ำ แต่แก้น้ำท่วมไม่ได้ ผลเสียหายก็ยังเกิด

สงสารประเทศไทย ที่มีนางนกแก้วและรัฐบาลที่ไม่มีความรู้ความสามารถอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตั้งรัฐมนตรีมีแต่พวกพ้องและเป็นการปูนบำเน็จ มากกว่าที่จะสรรหาคนมีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต มาบริหารบ้านเมืองให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน

แม้แต่ รมต.มหาดไทย ยังมีสมองแค่ทำผ้ากันเปื้อนรูปหน้านายกมาแจกคนที่มาเชียร์นายกตอนทัวร์นกแก้ว ถึงเป็นแสนผืน ไม่รู้เอาเงินใครมาทำ กลัวว่าจะเป็นเงินแผ่นดิน อย่างที่เคย ๆ ซึ่งไม่ได้เกิดประโยชน์โภคผลอะไรทั้งสิ้น นอกจาก.......เลีย.........เลียผู้ชายไม่เท่าไหร่...........นี่เลียผู้หญิง.....เลยน่าคิดว่าจะเลียตรงไหนเอ่ย

พูดถึง..........ถ้าปทุมธานี เป็นเมืองรับน้ำ

เราเสนอความคิดให้ ท่านชูชีพ หาญสวัสดิ์ ว่า ทำให้มันเป็นเวนิสไปเลย ประชาชนอยู่ได้ แถมเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกต่างหาก

ชาวบ้านที่มีบ้านชั้นเดียวอยู่แล้วก็ดีดซะ ทำเป็นสองชั้น

หน้าแล้งก็อยู่กันชั้นล่างได้ ส่วนชั้นบนเอาไว้นอน แถมถ้ามีสตางค์ ต่อขึ้นชั้นสาม ทำเป็นสวนดาดฟ้า ห้องนอน ห้องนั่งเล่นรับลม แล้วชมดาวยามค่ำคืน


ทำเนินขึ้นโรงรถชั้นสองไว้ ถ้ามีเรือก็เป็นที่เก็บเรือไปด้วย หน้าแล้งก็ขับรถไปไหนมาไหน แต่ถ้าน้ำมาเมื่อไหร่รถจะได้ปลอดภัย ส่วนเรือก็รู้อยู่แล้วไว้ใช้หน้าน้ำหลากท่วมบ้านท่วมเมือง

คนที่ยังไม่ปลูกบ้าน ก็สร้างบ้านเป็นแพ เสียเลยดีไหม? ผูกโยงไว้กับเสาหลัก หรือทำเป็นบ้านคล้องเสาทั้งสี่ด้าน เวลาน้ำขึ้นตัวบ้านก็ลอยอยู่ในกรอบเสานั่นแหละ ไม่หลุดลอยไปไหน ปลูกไม้ดอกไว้ในกระถางตามระเบียงและหน้าต่าง รวมทั้งดาดฟ้า สวยโรแมนติค ...........ใครมาเมืองไทยเป็นต้องขอไป.......ปทุมธานี


นี่เรียกว่าคนเรา ปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ ไม่ต้องไปฝืน ก็สามารถทำวิกฤติให้เป็นโอกาส พวกเศรษฐีนิยมมีบ้านสวย ๆ อยู่กลางน้ำ ขี้คร้านจะแย่งกันซื้อบ้านอยู่ปทุมฯซะไม่ว่า หน้าร้อนอยู่บนดิน หน้าฝนมีชีวิตอยู่บนบ้านลอยน้ำ จะหาที่ไหนได้แบบนี้อีกละ นอกจากปทุมธานี แถมติดเมืองหลวงแค่เนี๊ย ไป- กลับทำงาน ทำธุระแป๊บเดียว

ชาวบ้านธรรมดา ก็ขึ้นเรือต่อรถไฟฟ้าที่รังสิต แสนจะสะดวกสบาย ใช้ชีวิตลั้ลลา ที่ใคร ๆ ก็ต้องอิจฉา...........อิอิ

นี่แหละเราถึงไม่ขายที่ที่ซื้อมาได้ซัก 3-4 ปี ที่คลองสามรังสิต กะว่าจะปลูกบ้านลอยน้ำอยู่ให้ดั่งเมืองเวนิส หรือเปิดเป็นสถานที่พักผ่อนกลางน้ำ.......ไปเล้ย………..มีใครสนใจบ้างไหมจ๊า



976. 888     [14.207.164.199]     18 Feb 2012 - 18:31

ขอถามหน่อยนะคุณขอคุยด้วยคน เห็นว่าไปปฏิบัติธรรมที่อินเดีย ทำไมการปฏิบัติธรรมต้องไปไกลถึงอินเดีย เมืองไทยมีที่ปฏิบัติธรรมดีๆเยอะมาก

มีข้อสงสัยเกี่ยวกับชาวพุทธ แบบไทยๆ มากเลย เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนไปสุพรรณบุรี ไปทำการกุศลช่วยเหลือคุณยายคนหนึ่งที่ป่วยเป็นอัมพาตครี่งตัว แกไม่มีลูกแต่มีหลานและน้องชายที่ขาไม่ดีข้างหนึ่ง คือหลานแกทำงานในไอทีวี และนำเรื่องแกออกที่วีรายการอะไรสักอย่างตอนเที่ยงคืน แล้วเพื่อนในกลุ่มได้ดูเกิดสงสารอยากช่วยเหลือเลยชวนกันไป 5 คนไปเยี่ยมไปดูยาย แล้วก็ให้เงิน และซื้อเครื่องนอน เครื่องใช้ให้ แล้วก็แวะทำบุญกันที่วัดดังแห่งหนี่งของสุพรรณ วัดกำลังหาเงินซ่อมวิหารที่เก่าแก่ และหาเงินซื้อที่ดินแห่งใหม่ เพื่อสร้างวัดใหม่ พระพุทธรูปองค์ใหม่
ที่ใหญ่กว่าองค์เดิม เราก็ทำบุญบ้างไม่ได้มากเพราะเราคิดว่าวัดเก่าแก่เป็นโบราณสถานคู่บ้านคู่เมืองเมื่อชำรุดทรุดโทรมต้องซ่อมแซมรักษาไว้ แต่การจะสร้างวัดใหม่เพื่อให้ยิ่งใหญ่แข่งกับวัดอื่นเรารู้สึกขัดแย้งชอบกล มัคคทายกพูดว่าจะซื้อที่ดินแห่งใหม่สร้างวัดใหม่ให้ใหญ่กว่าอีกวัดหนึ่ง ฟังแล้วเกิดคำถามว่า

1.ทำไมวัดที่มีอยู่แล้วมากมายในเมืองไทย จะต้องสร้างวัดใหม่ให้ใหญ่กว่าเก่า
ทำไมวัดต้องแข่งขันกัน เหมือนมีกิเลสที่ยังไม่สิ้นสุด ความจริงเรานิยมชมชอบวัดของหลวงตาบัวมากไปแล้วรู้สึกถึงความเรียบง่ายสมถะ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ ที่ไม่ต้องวิจิตรบรรจงอะไรมากมาย นั่นคือการแสดงให้เห็นถึงความเข้าถึงแก่นแท้ของศาสนาของท่าน ละแล้วซื่งกิเลส
2.ทำไมวัดถึงไม่มุ่งนำเงินไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่คนในชุมชนสังคม มากกว่ามุ่งสร้างวัตถุเพื่อแข่งขันกัน
เราอยากเห็นวัดเมืองไทยทำอย่างวัดของหลวงตาบัวมากกว่า ที่จะออกมาในรูปแบบซื้อที่ดินให้ใหญ่ๆ สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ๆ สร้างอุโบสถหลังใหญ่ๆ วัดเมืองไทยมีมากเกินไปหรือเปล่า หยุดสร้างวัดใหม่ ดีกว่ามั๊ย นอกจากในพื้นที่นั้นไม่มีวัดจริงๆ แต่ที่เราเห็นที่สุพรรณบุรี วัดเยอะมากๆ
หรือเพราะผู้หลักผู้ใหญ่ของจังหวัดชอบสร้างอะไรใหญ่ๆจนกลายเป็นค่านิยมของจังหวัดนี้

977. 888     [14.207.164.199]     18 Feb 2012 - 18:47

ขอโทษนะถ้ามีคนสุพรรณมาอ่านเจอ แต่มันสงสัยจริงๆ คนแก่ คนจนในจังหวัด
ชาวบ้านที่อ.บางปลาม้า อ.สองพี่น้อง ถูกน้ำท่วมนานานหลายเดือนไม่มีรายได้ บ้านที่เราไปเยี่ยม น้ำท่วมขังอยู่ทำอะไรไม่ได้ ภรรยาของน้องชายยาย ก็มีโรคประจำตัว ความดันสูง มีรายได้แค่รับจ้างปอกเปลือกแห้ว กิโลละ 5 บาท วันหนึ่ง ปอกได้ 10 กิโล รายได้วันละ 50 บาท จะกินอะไรกัน ค่าข้าวแกงตอนนี้ 40-50 บาทต่อจาน ค่าข้าวของเครื่องใช้ กระดาษทิชชู สบู่ ยาสีฟัน ก็หมดแล้ว ยายแกเดินไม่ได้ต้องเจาะพื้นกระดานเป็นรูให้แก่ขับถ่าย แกต้องใช้ทิชชูมาก ก็ซื้อให้แก 2 ถุงใหญ่ ๆ คนจน คนลำบากยังมีอีกมากในเมืองไทย แต่อีกฟากหนึ่งของสังคม
กลับแข่งกันสร้างวัตถุสถานให้ยิ่งใหญ่ นี่แค่ตัวอย่างหนึ่ง
เราไปเจออีกเรื่องหนึ่ง ได้ไปนั่งสมาธิตามคำชวนของเพื่อนที่ทำงาน เพราะมีป้ายประกาศในอาคารที่ทำงาน เชิญชวนไปนั่งสมาธิหลังเลิกงาน เราไปครั้งแรกก็รู้สึกไม่ดีเท่าไร เพราะเป็นวัดสาย ธรรมกาย เน้นเรื่องสร้างสิ่งยิ่งใหญ่เหมือนกัน เฮ้อ!
เราเลยไม่ค่อยศรัทธา เพราะไม่ใช่แนวของเรา นะ

978. มาอยู่เป็นเพื่อน     [110.169.239.158]     18 Feb 2012 - 20:34

เคยเข้าไปขับรถเที่ยวในธรรมกาย ระหว่างรอลูกสาวเรียนที่มธ รังสิต ไม่มีอะไรทำเลยเข้าไปเที่ยวค่ะ ขอบอกว่าใหญ่และหรูมาก ท่ารถของวัดใหญ่กว่าหมอชิตอีกค่ะ ถามคนแถวนั้นว่าช่วงน้ำท่วม วัดรอดไหม เขาบอกว่าบริเวณนั้นน้ำไม่ท่วม อืม วัดมีปัจจัยเยอะค่ะ ก็แล้วแต่ศรัทธานะคะ อิฉันไม่เกี่ยวค่ะ

คุณรู้ไว้ใช่ว่าคะ เขียนต่อไปเรื่อยๆนะคะ พอกระทู้นี้เต็มให้ตั้งชื่อใหม่ว่า "ตามหาคุณชายปริศนา ภาค 2" อาจมีวงเล็บว่า "ยังตามหาต่อไปอย่างไม่ลดละ" พวกเราก็ตามอ่านต่อไปอยู่แล้วค่ะ

ขนลุกนะคะ ที่อ.ธนูเกณฑ์ท่านทำนายว่าเรื่องก่อนหลัง 7 กพ เพราะกรณีว. 5 สวรรค์ชั้น 7 ยังไม่น่าจะจบง่ายๆ นับถือๆ

อ่านหมอนิดท่านทำนายไว้ในเวปของท่านแล้วละเหี่ยใจค่ะ ไม่ทราบจะเป็นยังไงบ้าง ก็อย่างที่บอกอ่ะค่ะ ดูแลตัวเองก็แล้วกัน

คิดถึงทุกท่านค่ะ จะแวะมาบ่อยๆนะคะ


979. ขอคุยด้วยคน     [14.207.148.18]     20 Feb 2012 - 09:23

แหะๆ เพิ่งเข้ามาอ่านกระทู้เช้าวันจันทร์นี่เอง ขอตอบคุณ 888 เรื่องที่ถามว่าทำไมต้องไปปฏิบัติธรรมถึงอินเดีย เมืองไทยไม่มีที่ปฏิบัติธรรมหรือ

คือ เราปฏิบัติธรรมที่เมืองไทยกับหลวงพ่อที่เราเคารพมากเป็นประจำนี่แหละ เผอิญมูลนิธิที่วัดของหลวงพ่อเพิ่งเริ่มจัดธรรมยาตราครั้งแรก โดยจุดประสงค์คือไม่ใช่แค่ไปเที่ยวสังเวชนียสถาน 4 แห่ง แต่เป็นการเจาะเฉพาะที่พระพุทธองค์ท่านตรัสรู้ (พุทธคยา ณ ต้นพระศรีมหาโพธิ์) แล้วนำปฏิบัติ ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นด้วย ส่วนใหญ่คนที่ไปเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อ ที่เคยเข้ารับกรรมฐานจากท่านมา แล้วมีมุทิตาจิตอยากสนับสนุนงานของมูลนิธิฯ กับอีกอย่างคือ เราไม่เคยไปอินเดีย ก็คิดว่าสักครั้งในชีวิตน่าจะได้ไปกราบสถานที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ เป็นสิริมงคลให้กับชีวิตตัวเองจ้า ฟังแล้วคงไม่เว่อร์ไปเนอะ

ขอธรรมะคุ้มครองคุณ 888 และเพื่อนๆที่รักทุกคน

980. รู้ไว้ใช่ว่า     [203.131.212.33]     20 Feb 2012 - 11:02

สวัสดี
คุณขอคุยด้วยคน มาตอบคุณ 888 แล้ว สนทนาธรรมกันในกระทู้นี้ต่อไปก็ได้ เราและผู้อ่านอื่น ๆ จะได้ซึมซาบธรรมะกันบ้าง ไม่งั้นมีแต่เรื่องการเมือง เงิน ๆ ทอง ๆ ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่

แต่ยินดีที่ คุณ 888 กลับมาคุยด้วย หลังจากหายไปนานทีเดียว
....................................................................................................................................................
คุณเชฯ มาคุยกันในกระทู้ก็ได้น่า สำหรับคุณเชฯ เสียเลขที่กระทู้เท่าไหร่ เราก็ไม่เสียดายเลย คนน่ารัก ๆ แบบนี้......หายาก
...................................................................................................................................................
คุณมาอยู่เป็นเพื่อน เราเกรงใจคุณชายปริศนา ไม่กล้าใช้ชื่อท่านอีกแล้ว เหมือนอาศัยชื่อท่านเรียกแขก อย่างไรไม่รู้ ถ้าท่านจะมาเมื่อไหร่ก็แล้วแต่ท่านสะดวก หลังจากกระทู้นี้เต็มแล้วและเรากะจะพักฟื้นตัวเองซักระยะ เติมแบตเตอรี่ซักหน่อย แล้วค่อยเปิดกระทู้ใหม่ ซึ่งเรายังนึกไม่ออกว่าจะชื่ออะไร

ถ้าใครใคร่จะติดตามพูดคุย หรือ อ่าน อีกก็ขอให้ดูชื่อ เจ้าของกระทู้ชื่อ “รู้ไว้ใช่ว่า” หรือใครจะเสนอชื่อกระทู้ใหม่ ว่าชื่ออะไรดีก็ได้ ถ้าเห็นพ้องต้องกัน เราก็โอเคนะ จะได้รู้ไปเลยว่าถ้าเราเปิดกระทู้ใหม่ละชื่อนี้ใช่เลย
...................................................................................................................................................

มาคุยเรื่อง สี่ฤดู ที่กำลังเป็นกระแสแรงมากในปัจจุบัน

ที่ขณะนี้ถูกเบี่ยงประเด็น กลายเป็นเรื่องกดขี่ทางเพศ ของผู้หญิงไปเสียแล้ว

ซึ่งทั้งตัวนายกและบรรดาคนในซีกพรรคเพื่อไทย ต่างประสานเสียงว่ารังแกผู้หญิงไปโน่น

ใครที่หนีสภาไม่ว่านายกชายหรือหญิงแอบคุยเรื่องลับ ๆ กับผู้บริหารชั้นสูงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับชั้นนำของประเทศ ไม่ว่าจะกี่คนก็เถอะ เป็นเรื่องสมควรหรือไม่

เพราะถ้ายังเป็นผู้บริหารบริษัทอสังหา เอสซี แอสเซจ ของตระกูลย์ชินวัตร อย่างที่เคยเป็นอยู่ ไปประชุมที่ไหน กับใคร ก็ไม่แปลก

แต่นายกของประเทศไทย แอบไปคุยลับ ๆ ไม่อยากให้ใครรู้ อย่างไรเสียก็ไม่อาจจะแก้ตัวในเรื่องที่อาจจะเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองกับนักธุรกิจไปได้ ไม่ว่าจะไปปรึกษา หรืออะไร ก็จะเข้าข่ายต้องสงสัยเอาผลประโยชน์ของชาติไปยึดโยงกับผลประโยชน์ทางธุรกิจทันที

เพราะถ้าจริงใจ ไปประชุมที่ทำเนียบหรือสถานที่ราชการไหน ๆ ก็ได้ เพื่อหารือขอความเห็นทางเศรษฐกิจได้ทันที ไม่ผิดระเบียบ เพราะเรื่องแบบนี้ ทั้งไม่ใช่เรื่องลับ และไม่ใช่เรื่องส่วนตัวระดับต้องขอเวลา ว.5 ซึ่งเป็นการจำแนกที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า ไม่ใช่ภารกิจในหน้าที่นายกที่ต้องมีการลงตารางเวลาการปฏิบัติงานตามระเบียบ

และจะไม่เป็นการหนีประชุมสภาไปในเรื่องส่วนตัวอีกด้วย แต่นี่ทั้งนายกและพรรคเพื่อไทย พยายามหนีประเด็นนี้ซึ่งผิดเต็ม ๆ กลายเป็นเรื่องรังแกผู้หญิง อย่างกับละครน้ำเน่าหลังข่าว

ถ้านายกเป็นผู้ชาย ไปหาผู้ชาย ไม่กลายเป็นรังแกเพศที่สามไปเลยละหรือ

เรื่องนี้จึงไม่เกี่ยวกับเพศ อยู่ที่ใครทำผิด นายกทำผิดหรือไม่ หนีหน้าที่ราชการในสภาไปทำเรื่องส่วนตัวที่อาจจะทำให้ผลประโยชน์ของชาติเสียหาย ไม่ทราบว่าเอาความลับราชการไปหารือกับนักธุรกิจที่อาจมีส่วนได้ส่วนเสียกับแนวทางป้องกันน้ำท่วมหรือปล่าว เช่นหนีฟลัดเวย์ อย่าไปซื้อที่ลงทุนตรงนั้นตรงนี้ แต่ให้ไปลงทุนที่โน่นที่นี่แทน เรื่องนี้จึงไม่ใช่ผู้หญิง หรือผู้ชายทำผิด แล้วมาอ้างว่าเพราะเพศนี้เพศนั้นเลยถูกรังแก ถ้าเป็นเช่นนั้น ให้ออกเป็นกฎหมายเลยแล้วกัน ถ้าผู้หญิงทำผิด เพราะเป็นผู้หญิงจึงไม่ต้องรับโทษ เพราะเป็นการรังแกผู้หญิง

แล้วผู้หญิงมาเรียกร้องความเท่าเทียมทำไม ที่ประโยชน์จะเอาเท่าๆ กัน แต่เวลาจะเสียประโยชน์อ้างความเป็นผู้หญิงขึ้นมาทันที เรียกว่าเอาทั้งขึ้นทั้งล่อง ประเภท “เอาอยู่” เราเป็นผู้หญิงเหมือนกันยังรับไม่ได้ อย่างน้อยเรามีสมอง และสองมือสองเท้าไม่ต่างกับผู้ชาย ไม่ใช่พวกอ่านภาษาไทยยังไม่แตก คำว่า คอนกรีต อ่านว่า คอน-กรีด ดันอ่านเป็น “คอ นก รีด” ไม่ทราบว่านายกของเราสมองนะมีรอยหยักบ้างไหม?

ช่างเหมืองกับทักกี้ เวลาศาลตัดสินตัวเองได้ประโยชน์ก็บอกว่าดี ศาลยุติธรรม ตัวเองก็ยอมรับเวลาศาลตัดสินแล้วตัวเองผิดต้องเสียประโยชน์ ก็บอกว่าศาลไม่ยุติธรรม ไม่ยอมรับ ในขณะเดียวกันเที่ยวฟ้องร้องชาวบ้านผ่านศาลเหย็ง ๆ

เวลาเล่นตามกติกา แล้วตัวเองแพ้ ก็ล้มกติกาเดิม จะเขียน กติกาขึ้นใหม่ให้ตัวเองชนะ เป็นวิธีการที่ทักกี้ถนัดและชอบมาก ที่พยายามแก้รัฐธรรมนูญอย่างทุกวันนี้ ก็มาแบบเดียวกันเป๊ะ ๆ ข้อกฎหมายที่ใช้อยู่เป็นกติกาที่ตัวเองไม่ได้ประโยชน์ก็ลบเสีย แล้วเขียนใหม่ตามที่ตัวเองต้องการ

ถ้าเป็นเด็กเล่นกัน อย่างนี้เรียกว่าโกงกันตั้งแต่ยังไม่ได้เล่นเลย

แถมมีคนเชื่อและสนับสนุนตั้ง 15 ล้านคนแนะ เราเลยท้อแท้ ทำไมคนไทย 15 ล้านคนจึงเชื่อคนเลว ๆ แบบนี้ได้ และได้กลายเป็นคนสนับสนุนให้คนเลว ๆ แบบทักกี้ปูยี้ปูยำชาติไทยได้ตามใจชอบผ่านทางนางนกแก้ว ผู้ไม่รู้ว่ามีคิดอ่านอะไรเป็นชิ้นเป็นอันหรือไม่

มันคงเป็นวาระแห่งการย่อยยับของชาติไทยที่จะมาถึงในไม่ช้า ได้แต่ปลงว่ามันเป็นกรรมของชาติไทยที่ต้องประสบแล้วกระมัง


981. อ่านเจอ     [66.87.4.252]     20 Feb 2012 - 12:23

ฝ่าย'ทักษิณ'ตระเตรียมเพื่อการทำ'สงคราม'
( บทความแปล จากเอเชียไทมส์ออนไลน์ www.atimes.com )
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9550000022812

ถ้าต้องการอ่านต้นฉบับ หาอ่านได้จาก
Thailand's Thaksin prepares for war
By John Cole and Steve Sciacchitano 17/02/2012
http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/NB18Ae03.html

982. 777     [61.19.54.20]     20 Feb 2012 - 18:34

กท.981 อ่านแล้วงง ๆ

983. 777     [61.19.54.22]     20 Feb 2012 - 18:36

รู้แต่ว่าคุยกันในที่ลับๆในเวลาราชการ หมายถึง ว.5 ราชการลับ แฮะๆ

984. มาอยู่เป็นเพื่อน     [110.169.234.236]     20 Feb 2012 - 21:35

ใช้ชื่อกระทู้ว่ารู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม 555+

เรื่องสี่ฤดูนี่บอกได้คำเดียว กระดูกมันร้อง เชื่อเถอะค่ะ ธรรมชาติหาทางออกให้เสมอ พูดถึงเจ๊ปูกี๊เห็นหน้าปก astv ผู้จัดการเล่มล่าสุดแล้วหัวเราะทุกที ทำเป็นรูปหัวใจ เขียนว่า 'เอาอยู่' และมีรูปตัดต่อหนุ่มเจ้าของคอนโดยืนอยู่มีเจ๊ปูกิ๊ซบไหล่ แล้วก็มีคำโปรยว่า 'หนุ่มในฝัน สวรรค์ชั้น 7' 555+ เด็ดจริงๆ

985. รู้ไว้ใช่ว่า     [203.131.212.33]     21 Feb 2012 - 08:45

สวัสดี ตอนเช้า

ชื่อนี้ก็ไม่เลวนะ คุณมาอยู่เป็นเพื่อน เราขอรับไว้

ไม่ทราบว่าจะมีใครเสนอชื่ออื่นเข้าประกวดอีกไหม? เสนอมาได้นะจ๊ะ

เรื่อง ปูกิ๊ ไม่ไหวจะเคลียร์ ยิ่งอยู่นาน ประเทศไทยยิ่ง...chip หาย

พูดออกมาได้ ว่า "เดี้ยนจะพบกับใครก็ได้"

ถ้ายังเป็นนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่มีทั้งสามี และ ลูก 1 คน จะไปพบใครที่ไหนก็ได้

แต่ไม่ว่าจะ นาย นางสาว หรือนาง ไหนก็แล้วเหอะ เมื่อเป็นนายกของประเทศไม่ว่าประเทศไหนในโลกใบนี้ จะไปพบใคร เป็นเรื่องที่ต้องมีการกลั่นกรองทั้งสิ้น

คำพูดของบนางนกแก้ว ได้แสดงให้สังคมรับรู้ว่า นางไม่ทราบถึงสภาวะ ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีผู้นำประเทศของประเทศไทยเลยแม้แต่น้อย

ต่ำเตี้ยทั้งวุฒิภาวะ อารมณ์ ความคิด และ สติปัญญา ซึ่งตรงข้ามกับความสูงและรูปร่างหน้าตาของเธอ ซึ่งยิ่งนานวัน เธอยิ่งใส่ใจ แต่การปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งยิ่งนานยิ่ง............เติมคำในช่องว่างเอาเองตามอัธยาศัย ใครใคร่เชียร์ ก็เชียร์ ใครใคร่สมเพชก็เชิญ

อนาถถึงอนาคตของประเทศพอแล้ว คุยเรื่องเงินในกระเป๋าดีกว่า

เห็นตลาดหุ้นไทย แล้วเพลียฮาร์ต

สภาวะโดยรวมของเศรษฐกิจมันไม่ดีเท่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ ที่เห็นตัวเลขเลยหลักพันจุด เพราะคำว่า "ความหวัง" ตัวเดียว แท้ ๆ

หวังว่าอีก 3 เดือน 6 เดือน เศรษฐกิจจะดีขึ้น ดัชนีหุ้นจึงวิ่งไปหาความหวังที่ตั้งไว้

เพราะนักเศรษฐศาสตร์เอาตัวเลขเป็นตัวตั้ง โดยทำเป็นไม่มองเห็นความเป็นจริง

พวกนักเศรษฐศาสตร์มีหลักคิดว่า ในเมื่อฐานตัวเลขเศรษฐกิจปีที่แล้ว มันแค่ 1.3 อย่างไรเสียในเมื่อน้ำเลิกท่วมแล้ว ตัวเลขมันย่อมสูงกว่า 1.3 แน่ จึงพากันพูดถึงในทางที่ดีมีหวังสวยงามกันทั้งนั้น

แต่ความจริงที่ไม่ได้บอกคือ ตอนที่น้ำท่วม ดัชนีตลาดหุ้นก็แทบไม่ได้ลงไปที่ฐาน 1.3 ยังคงป้วนเปี้ยนแถว 900 จุด ซึ่งดีกว่าสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริงในตอนนั้น ซึ่งถ้าเป็น 1.3 จริง ตลาดหุ้นน่าจะไปอยู่ที่แถว ๆ 500 จุด

พอน้ำลด หุ้นก็วิ่งด้วยความหวังอีกว่าปัญหามันไปแล้ว อะไร ๆ ก็จะดีขึ้นเอง จึงวิ่งจาก 900 ทะลุมาแถว 1,100 จุด จึงทำให้ตัวเลขดัชนีวิ่งอยู่บนภาพแห่งความหวัง ไม่ได้สะท้อนสภาพเศรษฐกิจจริง

คนงานไม่ได้กลับเข้าทำงานหลังน้ำลด เพราะบริษัทหยุดกิจการเพื่อดูว่าน้ำจะมาอีกครั้งในปีนี้หรือไม่ บางบริษัทก็ย้ายฐานไปที่อื่นในประเทศบ้างต่างประเทศบ้าง ตัวเลขที่รัฐบาลปล่อยออกมาว่า เดิมมีงานก่อนน้ำท่วมแต่ต้องว่างงานกันประมาณ 45,000.- คน แต่ตัวเลขแห่งความเป็นจริงของคนว่างงานเพราะน้ำท่วมเราว่ามากกว่าหลายเท่า เพราะรัฐไม่สามารถรับทราบตัวเลขจริง ส่วนใหญ่อาศัยการขอรับเงินชดเชยประกันการว่างงานเป็นหลัก แต่บางคนอายุงานยังไม่ถึงจึงไม่สามารถขอรับเงินชดเชยอีกเท่าไหร่

นี่ยังไม่รวมคนที่หมดเนื้อหมดตัวจากน้ำท่วมอีกมหาศาล ไม่ได้เอามาคิด

ทรัพย์สินเอกชนทั้งของชาวบ้านของบริษัทธุรกิจเอกชนเท่าไหร่ยังไม่ได้นำมาคำนวณ

นี่แหละคือ ภาพที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน ที่ตรงกันข้ามกับตัวเลขดัชนีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

คือ เศรษฐกิจที่เอาตัวเลขมาเป็นตัวแทนภาพรวมของเศรษฐกิจไทย แล้วปล่อยให้ตัวเลขนี่แหละหลอกลวงคนทั้งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกแมงเม่าในตลาดหุ้น

เราจึงขอเตือน ขอฉุดให้หยุด ๆ ไว้บ้าง อย่าไปเชื่อนักวิเคราะห์มากนัก เพราะพวกเค้าเองก็หากินเป็นลูกจ้างบ้าง ผู้บริหารบ้าง หรือเจ้าของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์กันทั้งนั้น ดังนั้นจึงไม่มีใครอยากให้ตัวเลขมันลดลงหรอก ยิ่งขึ้นยิ่งดี มีผลต่อเงินรายได้ของพวกเค้าจะดีตามไปด้วย

รวมถึงทองด้วย ไม่ได้มีแต่ขึ้น เพราะไทยไม่ได้คุมตลาดทอง โน่นยุโรป อเมริกา ฮ่องกง สิงคโปร์ ดังนั้นพวกนี้หาเหตุให้ทองขึ้น ทองลงได้ตลอดเวลา ลงทุนอะไรขอให้มีสติ อย่าใช้ความโลภนำ จะพากันหมดเนื้อหมดตัวชนิดเฉียบพลันเอาได้............นะจ๊ะ

แล้วอะไรละที่จะมั่นคง ก็งานที่คุณทำอยู่นั่นแหละ เป็นเงินเป็นทองให้คุณทุกวันไม่ใช่หรือ รักษาไว้ให้มั่น กอดไว้ให้นาน...........จะไม่อดตายจ้า



986. รู้ไว้ใช่ว่า     [203.131.212.33]     22 Feb 2012 - 10:58

สวัสดี ทุกท่าน ทั้งเพื่อนฝูง และบรรดาแฟน ๆ ที่ติดตามอ่านทั้งหลาย
พูดถึงแฟนกระทู้นี้ รู้สึกจะเป็นสุภาพสตรีเสียส่วนใหญ่

วันนี้มีคำตอบว่าทำไม น้ำถึงไม่ท่วมฝั่งตะวันออก คัดลอกข่าวในอดีตเมื่อ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา ที่เป็นต้นเหตุให้น้ำท่วมใหญ่ เมื่อปี 2554

......................................................................................................
http://www.reic.or.th/home_eng/news/news_detail.asp?nID=570&p=9&s=15&t=14

เด็ก ทรท.รุมฉีกฟลัดเวย์ 10 บิ๊กอสังหารอส้มหล่น ( December 19, 2004 )
กลุ่มทุนอสังหาฯ-นักการเมือง ดิ้นอีกรอบ !ขอปรับสีผังที่ดินแนว"ฟลัดเวย์ " กว่าแสนไร่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ วิ่งฝุ่นตลบ ล็อบบี้รัฐบาลทักษิณขอปรับสีผัง ระบุหัวโจกใหญ่ เป็นกลุ่มส.ส. พรรคไทยรักไทยเขตมีนบุรี "วิชาญ มีนชัยนันท์" ครอบครองที่ดิน กว่า1,000 ไร่ เผย10 บิ๊กนักพัฒนาที่ดิน ตุนที่ดินในเขตเขียวลายเพียบ ไล่ตั้งแต่ "ประสงค์ เอาฬาร-หมอบุญ –ศุภาลัย-พฤกษา –แลนด์แอนด์เฮาส์-เค.ซี –บีแลนด์-ประภาวรรณกรุ๊ป รวมถึงตระกูลดัง"อัศวเหม" และอดีตเจ้าแม่อาวุธ "ราศี บัวเลิศ" พ้องเสียงผลักดันอยากปรับสีผังเป็นสีเหลือง ขณะที่ "วิษณุ" สั่งกทม.รื้อร่างผังเมืองใหม่ข้อ 38 อ้างให้อำนาจกทม.เกินขอบเขต พร้อมฟันธงเลื่อนประกาศใช้หลังเลือกตั้ง "อภิรักษ์"ผู้ว่ากทม.เสียงอ่อยแก้ไม่แก้สีผังแล้วแต่ครม.

สืบเนื่องจากหนังสือพิมพ์ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประกอบการ และกลุ่มนักการเมืองที่ได้ออกมาเคลื่อนไหว ขอแก้ไขผ่อนปรนร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร(กทม.)ฉบับใหม่ ที่จะประกาศใช้แทนผังเมืองรวมกทม.ฉบับที่ 414ที่หมดอายุลงไปเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2547 และกทม.กำหนดที่จะประกาศใช้ในช่วงสิ้นปี 2547ไม่เกินเดือนมกราคม2548นั้น

ล่าสุดนาย อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าขณะนี้ร่างผังเมืองรวมกทม.ฉบับใหม่ อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบตั้งแต่ช่วงปลายปี 2547 ที่ผ่านมา และ คาดว่าจะสามารถประกาศได้ในราวต้นปี 2548 แต่ยังไม่สามารถระบุว่าจะเป็นช่วงไหนขึ้นอยู่กับครม.จะพิจารณาแก้ไขหรือจะมีการเลื่อนการประกาศผังเมืองกทม.ใหม่ออกออกไป

ต่อข้อถามที่ว่าจะต้องมีการแก้ไขเนื้อหาสาระเพิ่มเติมหรือไม่ หากเอกชนเห็นว่าร่างผังดังกล่าวมีความเข้มงวดเกินไป นายอภิรักษ์กล่าวว่า ยอมรับว่าร่างผังเมืองรวมกทม.ฉบับที่จะออกมาบังคับใช้แทนผังเมืองฉบับเก่าที่หมดอายุลง เนื้อหาสาระน่าจะเหมาะสมแล้ว เพียงต้องการให้ภาคเอกชนและประชาชนร่วมทำความเข้าใจและวางแผนพัฒนาที่ดินตามผังเมืองในอนาคตมากกว่า อย่างไรก็ดีกรณีที่จะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระของร่างผังเมืองรวมกทม.ตามที่มีการร้องเรียนให้แก้ไขหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับครม.ว่าจะเห็นสมควรอย่างไร

ในขณะที่ แหล่งข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางสำนักนายกรัฐมนตรี โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กำหนดจะนำร่างผังเมืองรวมกทม.ฉบับใหม่เข้าครม.เพื่อพิจารณาเห็นชอบภายหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือในการจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า ที่เชื่อว่ารัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะมีเสียงข้างมาก และเข้ามาบริหารประเทศต่ออีกสมัย

ทั้งนี้ทางสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ท้วงติงว่ากทม.ไปพิจารณาร่างผังเมืองข้อ 38 ใหม่ ที่กำหนดให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในที่ดินรองหรือพื้นที่โควต้า10 % ของการใช้ประโยชน์ที่ดินหลัก อาทิ การอนุญาตให้พัฒนาเชิงพาณิชย์10 % ในพื้นที่สีเขียว ซึ่งกำหนดให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเป็นหลักฯลฯ โดยตั้งข้อสังเกตว่า ไม่จำเป็นต้องสอบถามจาก กทม. อีกว่าใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ได้ เพราะจะเกิดความล่าช้าและมอบหมายให้กทม.ไปหารือกับกฤษฎีกาว่าสามารถดำเนินการได้อย่างไร

อย่างไรก็ดีตามข้อเท็จจริงแล้วกรณีที่มีการประกาศบังคับใช้ผังเมืองรวมกทม.ฉบับใหม่ล่าช้าออกไปแหล่งข่าวกล่าวยืนยันว่า เพราะ มีกลุ่มนักการเมืองหลายกลุ่มในพื้นที่ อย่างกรณีของนายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตมีนบุรี พรรคไทยรักไทย และพวกพ้อง เป็นแกนนำในการวิ่งล็อบบี้รัฐบาลพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อขอปรับสีผังบริเวณแนว "ฟลัดเวย์" หรือพื้นที่สีขาวทแยงเขียวทั้งหมด ที่กำหนดให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม โซนตะวันออก บริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน กว่าแสนไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บริเวณเขตมีนบุรี เขตหนองจอกบางส่วน เขตลาดกระบัง เขตคลองสามวา ที่ร่างผังเมืองรวมกทม.ฉบับใหม่กำหนดให้ใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเท่านั้นหากต้องการจัดสรรที่ดินเชิงพาณิชย์จะต้องมีขนาดแปลงที่ดินขนาด 1,000 ตารางวา หรือ 2.5 ไร่ขึ้นไป จากผังเดิมกำหนดให้พัฒนาตั้งแต่ 100 ตารางวาขึ้นไปได้ โดยเสนอให้ปรับจากสีขาวทแยงเขียวหรือเขียวลายเป็นเป็นพื้นที่สีเหลือง หรือที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย เพื่อสามารถพัฒนาได้ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์

ทั้งๆที่บริเวณดังกล่าวเป็นแนวพระราชดำริ กำหนดให้เป็นแนวฟลัดเวย์หรือพื้นที่รับน้ำมาตั้งแต่ปี 2535 ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากทางตอนเหนือของกทม.เพื่อระบายลงสู่อ่าวไทยเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ดังนั้นกทม.จึงไม่สามารถที่จะปรับตามที่เอกชนและนักการเมืองกลุ่มดังกล่าวต้องการได้

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้แล้วช่วงที่ผ่านมา มีนักลงทุน นักการเมืองได้พยายามยืมมือประชาชนเจ้าของพื้นที่ โดยร่วมกับกลุ่มพัฒนาที่ดิน ส่งเรื่องร้องเรียนมายังกทม.และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดเสียงร้องเรียนจำนวนมากๆ เพื่อต้องการผลประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้องเพราะมีที่ดินอยู่ในแถบนั้นไม่ต่ำกว่า1,000 ไร่

ทั้งนี้จากปัญหาในเรื่องของการเรียกร้องการปรับสีผังแนวฟลัดเวย์ ดังกล่าว ทางกทม.จะร่วมกันหาทางออกกับกรมชลประทาน ด้วยการขุดคลองระบายน้ำใหม่ ขึ้นมาแทนที่แนวฟลัดเวย์ที่กำหนดเป็นพื้นที่รับน้ำทั้งหมด ซึ่งจะสามารถปรับพื้นที่แนวฟลัดเวย์ที่เหลือเป็นพื้นที่สีเหลืองในอนาคต ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้ เวลาในการศึกษาเรื่องนี้ ราว 2 ปีนับจากนี้เป็นต้นไป แต่ขณะนี้กทม.ขอยืนยันว่าจะขณะนี้ไม่ปรับเปลี่ยนสีผังแต่อย่างเด็ดขาด"

จากการสำรวจของ "ฐานเศรษฐกิจ"พบว่ามีกลุ่มนักการเมืองและบริษัทพัฒนาที่ดินรายใหญ่มีที่ดินอยู่ในพื้นที่ขาวทแยงเขียวจำนวนมาก อาทิกลุ่มของวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตมีนบุรี พรรคไทยรักไทย และพี่น้องที่เป็นทั้งสมาชิกสภากทม.(ส.ก.)และสมาชิกสภาเขต กทม.(ส.ข.) โดยมีที่ดินรวมกันประมาณ กว่า1,000ไร่ กลุ่มนายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัทเวชธานีกรุ๊ป มีที่ดิน ประมาณ 500 ไร่ ,นางราศรี บัวเลิศ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทแชลเลนจ์ กรุ๊ป มีที่ดินบริเวณย่านสุวินทวงศ์ จำนวน 600 ไร่ ,นายประสงค์ เอาฬาร กรรมการบริษัท ฟอร์ร่าวิล์ จำกัดและในฐานะนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรมีที่ดินบริเวณสุวินทวงศ์ จำนวน 300 ไร่ บริษัทศุภลัย จำกัด(มหาชน) ของนายประทีป ตั้งมติธรรม มีที่ดินอยู่ย่านสุวินทวงศ์ 50 ไร่

นอกจากนี้บริษัทพฤกษา จำกัด มีที่ดินประมาณ 300 ไร่ ของนายเจ้าพ่อบ้านราคาถูก นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์ บริษัทเค.ซีกรุ๊ป ของนายอภิสิทธิ งามอัจฉริยะกุล มีที่ดินประมาณ 2,000 ไร่บริเวณคลองสามวา บริษัทแลนด์แอนเฮ้าส์จำกัด(มหาชน) ของนายอนันต์ อัศวโภคินมีทีดินจำนวน 50 ไร่ นาง เพียงใจ อัศวโภคิน ซึ่งเป็นมารดาของนายอนันต์ มีที่ดินอยู่บริเวณเขตลาดกระบังใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิจำนวน 2 แปลงรวม 1,000 กว่าไร่ นายวันชัย ชูประภาวรรณ เจ้าของบริษัทประภาวรรณกรุ๊ปมีที่ดินย่านสุวินทวงศ์ประมาณ 100-200 ไร่ บางกอกแลนด์ มีที่ดินหลายร้อยไร่ และยังพบว่าตระกูลดังเมืองปากน้ำ"อัศวเหม"เองก็มีที่ดินในย่านดังกล่าวหลายร้อยไร่เช่นเดียวกันกัน

ทางด้านนายวันชัย ชูประภาวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัทประภาวรรณ กรุ๊ป กล่าวว่า มีที่ดินบริเวณพื้นที่ขาวทแยงเขียวย่านสุวินทวงศ์ จำนวน 100 ไร่ แต่ที่ผ่านมาได้ทยอยพัฒนาไปบ้างแล้วเพราะซื้อเก็บไว้นานแล้ว โดยได้ขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทิ้งไว้ ก่อนหน้าที่ผังเมืองรวมกทม.ฉบับปัจจุบันที่หมดอายุลง จะบังคับใช้ ดังนั้นจึงสามารถพัฒนาขนาดพื้นที่ 50-100 ตารางวาได้

อย่างไรก็ดีหากมีการชะลอใช้ผังเมืองฉบับใหม่ออกไป ก็จะเป็นผลดี เพราะพื้นที่ดังกล่าวกำหนดให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม หากจะทำจัดสรรต้องมีขนาดแปลง 1,000ตารางวา หรือ 2.5 ไร่ขึ้นไป แต่ขณะนี้มีปัญหาว่าบ้าหรูในบริเวณรอบหนองงูเห่าเริ่มขายไม่ออกแล้ว ที่ผ่านมาตนพยายามอุทธรณ์ให้มีการปรับเปลี่ยนสีผังมาโดยตลอด และเห็นว่าส.ส.วิชาญ มีความตั้งใจจริงในการทำงานในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนมากกว่า

ในขณะที่นายแพทย์ บุญวนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท เวชธานีกรุ๊ป กล่าวเช่นกันว่า มีที่ดินอยู่ในพื้นที่ขาวทแยงเขียว เขตมีนบุรี ประมาณ 400-500 ไร่ ซื้อมาเมื่อ 15 ปีก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถพัฒนาอะไรได้ คงจะต้องรอกทม.ปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินก่อน ที่ผ่านมาเอกชนก็เรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณนี้แต่ก็ขึ้นอยู่กับกทม.ว่าจะดำเนินการอย่างไร

นอกจากนี้แล้ว นายประสงค์ เอาฬาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ร่าวิลล์ จำกัด และในฐานะนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่าบริษัทมีที่ดินอยู่ย่านสุวินทวงศ์ 300 ไร่ ซึ่งเดิมทีได้พัฒนาโครงการมาแล้วส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยว 100 ตารางวา ตามผังเมืองฉบับเก่า

ทางด้านนาย อภิสิทธิ์ งามอัจฉริยะกุล ประธานกรรมการ บริษัท เค.ซี.กรุ๊ป ให้ความเห็นว่า มีที่ดินอยู่ประมาณ 1,000 ไร่ ขณะนี้เหลือ 200-300 ไร่ บริเวณ เขตคลองสามวา โดยที่ผ่านมาได้ยื่นขออนุญาตจัดสรรไว้ก่อนเมื่อปี 2542 ช่วงผังเมืองฉบับเก่า ส่วนพื้นที่ที่เหลือก็ต้องรอต่อไป อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้วของปรับสีผังเป็นสีเหลือง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวควรยกเลิกแนวฟลัดเวย์เพราะไม่เคยปรากฎว่ามีน้ำท่วม

นอกจากนี้แล้วในหลวงท่านให้ก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ ที่จังหวัดสระบุรี และแก้มลิง ซึ่งไม่น่าจะมีผลกระทบเกี่ยวกับน้ำท่วมอีกต่อไป ที่สำคัญทำเลดังกล่าวอยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิกำลังจะเปิดใช้ในอีกไม่นานนี้ควรจะเปิดใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยเฉพาะบ้านทาวน์เฮ้าส์อาคารชุดเพื่อรองรับกลุ่มคนทำงานย่านนี้ได้แล้ว อย่างไรก็ดีได้มีเอกชนและประชาชนได้ร้องเรียนผ่านนายวิชาญ ซึ่งเป็นส.ส.ในพื้นที่จำนวนมาก ดังนั้นก็เป็นธรรมดาที่จะเรียกร้องรัฐบาลให้แก้ไขในเรื่องดังกล่าว

ทางด้านนายอิสระ บุญยัง อุปนายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่าเป็นเกมการเมืองที่จะยื้อประกาศใช้ผังเมือง รวมกทม.ฉบับใหม่ออกไป แม้ว่าที่ผ่านมา3 สมาคมบ้านฯ ได้แก่ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมอาคารชุดไทย ได้เรียกร้องให้มีการผ่อนปรนการใช้ประโยชน์ที่ดินมาหลายครั้งแล้วก็ตามไม่ว่าจะ เป็นที่สภาผู้แทนราษฎร, กทม. ฯลฯ แต่ก็เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคทั่วไป เพื่อให้มีที่อยู่อาศัยราคาถูกในเขตกทม.ได้ แต่ขณะนี้ได้มีกลุ่มนักการเมืองที่มากกว่า 1-2 ราย ในพื้นที่ ต้องการวิ่งเต้นของแก้ไขผังบริเวณแนวฟลัดเวย์เพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ซึ่งมองว่าไม่น่าจะทำเช่นนั้น หากจะช่วยประชาชนจริงๆ ควรผลักดันเพื่อขอแก้ไข ทั้งหมดจะดีกว่า นอกจากนี้แล้วทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการสภาฯเพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากผลกระทบของร่างผังเมืองกทม.ฉบับดังกล่าวเสนอนายกรัฐมนตรีโดยตรงอีกด้วย

นายโชคชัย บรรลุทางธรรม นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยกล่าวว่า เชื่อว่าสาเหตุที่รัฐบาลได้เลื่อนการพิจารณาร่างผังเมืองรวมกทม.ฉบับใหม่ออกไป พิจารณาหลังการเลือกตั้งเนื่องจาก เล็งเห็นถึงความไม่พร้อมของร่างผังเมืองฉบับดังกล่าวมากกว่า โดยเฉพาะความเข้มงวดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่จะเป็นปัญหาอุปสรรคของเอชนและประชาชนเจ้าของที่ดิน อย่างไรก็ดีสมาคมฯอาจจะจะอาศัยจังหวะนี้เข้าร้องเรียนต่อสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อช่วยผลักดันในการแก้ไขผังต่อไป

“ ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ”

.......................................................................................................

เอาข่าวเก่าที่ลอกเค้ามาอีกทีมาให้ดู ว่าตั้งแต่สุวรรณภูมิยังสร้างไม่เสร็จ บรรดาบิ๊กอสังหาก็พากันไปจับจอง แถมขอเปลี่ยนแปลงพื้นที่ฟลัดเวย์เสียเรียบร้อย ไผเป็นไผก็เห็นกันแล้ว

ล้วนแล้วแต่พลพรรคเพื่อไทย และนายทุนพรรคนี้กันทั้งนั้น

จึงไม่แปลกว่าทำไมพื้นที่ฟลัดเวย์ ที่ผ่าน กยน. และลงในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ เมื่อวานนี้ (21 กพ. 2555) พื้นที่ส่วนใหญ่ของฟากตะวันตกของกรุงเทพฯ ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ที่เป็นพื้นที่สูง และแม่น้ำท่าจีนที่แสนจะคดเคี้ยวยากแก่การระบายน้ำ จึงกลายเป็นฟลัดเวย์ แต่พื้นที่ต่ำที่เคยเป็นพื้นที่รับน้ำแต่โบราณ เพราะที่ต่ำและมีคลองขุดเพื่อให้น้ำในแก้มลิงแถวนั้นใหลลงทะเลได้สะดวก กลับเป็นพื้นที่รับน้ำเพียงเล็กน้อยแค่บางส่วนของ หนองเสือ (ปทุมธานี) บางส่วนของหนองจอก (กทม.) ฉะเชิงเทราบางส่วน และคลองด่านใหลลงทะเลที่สมุทรปราการเท่านั้น

และแผนที่รับน้ำของ กยน. นี่เอง อาจจะเป็นคำตอบหนึ่งของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปทำอะไรกับนางนกแก้วที่โฟร์ซีซั่น ซ้ำรอยปี 2004 ที่ยกพวกกันไปร้อง กทม. ให้เปลี่ยนพื้นที่ผังเมือง และพื้นที่รับน้ำ กทม เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองล้วน ๆ ชาติบ้านเมืองจะจมน้ำก็ช่างมัน

ข่าวบอกว่า รัฐบาลจะทูลเกล้า แผนที่ฟลัดเวย์ใหม่ ที่ผ่าน กยน. เร็ว ๆ นี้ อ้างว่าให้ทรงวินิจฉัย แต่เราเห็นแผนที่แล้ว เราเกรงว่าจะระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะพื้นที่รับน้ำกลายเป็นฝั่งตะวันตกรับไปเต็ม ๆ แต่ตะวันออกโดนนิดเดียวอย่างที่บอกมา ไม่ว่าจะทรงวินิจฉัยเป็นอย่างไร ก็อาจจะทำให้ประชาชนบางส่วนไม่พอใจ ซึ่งเป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะทำเช่นนั้น
รัฐบาลเห็นดีเห็นชอบ แผนรับน้ำของ กยน. นี่แล้ว ที่แน่นอนว่าแผนที่ฉบับนี้ต้องมีคนของรัฐบาลปูแดง ทั้งผลักทั้งดันให้ออกมาเป็นแผนที่รับน้ำแล้ว ก็อย่าไปรบกวนพระองค์ท่านเลย

รัฐบาลทำเอง ก็ชงเอง รับผลการกระทำของตัวเองไปเหอะ เผลอ ๆ กรรมการ กยน. จะต้องกลายเป็นแพะ หนังหน้าไฟแทนรัฐบาลชุดนี้ละไม่ว่า...............เดี๋ยวจะกลายเป็นรัฐบาลไม่รู้ไม่เห็น คณะกรรมการ กยน. ทำกันเอง....จริงไหมพี่น้อง?




987. มาอยู่เป็นเพื่อน     [110.169.223.246]     22 Feb 2012 - 20:39

มาอ่านทุกวันแหละ ตามติด ติดตาม

988. เชฯ     [124.122.112.57]     22 Feb 2012 - 21:33

10 มี.ค. แกนนำ พธม.สั่งเตรียมพร้อม ....

“พันธมิตรฯ” แถลงต้านแก้ ม.291 ชี้แค่นิติกรรมอำพรางเพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับเก่า เปิดทางทุนสามานย์ยึดอำนาจประเทศไทย ลบล้างความผิดในอดีตพร้อมกระชับอำนาจให้เจ้าของพรรคการเมือง เตรียมมอบทนายพันธมิตรฯ ดำเนินคดีอาญา-ยื่นถอดถอนผู้มีเอี่ยวล้มล้าง รธน. นัดประชุมแกนนำ-พี่น้องทั่วประเทศ 10 มี.ค.เตรียมพร้อมเคลื่อนไหว ลั่นชุมนุมใหญ่ทันทีหากพบเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสถาบันกษัตริย์ หรือล้างผิดให้นักการเมือง

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000024035

บนเฟซฯ... ฝั่ง พธม. ปลุกใจกันคึกคัก เลยอ่ะ...
เหลืออีกไม่กี่วัน แระ.... จะทำทันป่าวเนี้ยยยยยย... เฮ้ออออ...

คุณรู้ไว้ฯ อย่าลืม เปิดกระทู้ใหม่น๊าาาา... ปีนี้เหตุการณ์ ระอุ...
...มาช่วยกันคิด หาทางออกกัน... ตอนนี้นั่งทำที่ คุณรู้ไว้ฯ จุดประกาย
เรื่อง น้ำมันไม่แบ่งสี... ยังไม่เสร็จเลยอ่ะ... จะเอามาให้ดูก้อไม่ได้

ถึงอยากให้ เล่นเฟซฯ ง่ะ... ถ้าคุณรู้ไว้ฯ แอดเชฯ เป็นเพื่อน...
มันมีวิธีพาไปดู โดยไม่เผยแพร่ต่อ สาธารณะ ได้ง่ะ....

...แต่คิดอีกที... ม่ายรู้ก้อดีเหมือนกัน จะได้ปลอดภัย
รู้จัก เชฯ มากเกินไป ชีวิตอาจ อันตรายยยยยย....


989. Art     [27.130.21.248]     22 Feb 2012 - 23:10

สวัสดีครับ

สรุปว่าคุณชายปริศนา จะไม่เข้ามาตอบแล้วหรือครับ เพราะว่าตามอ่านจากกระทู้เก่าๆ ที่คุณชายเคย ทำนาย และได้สนทนากันหลายครั้ง จนกระทั่งตามมาอ่านกระทู้นี้อีก

ยังไงรบกวนเปิดกระทู้ต่อ หากว่ากระทุ้นี้ครบ 1000 โพสด้วยนะครับ จะตามไปอ่านต่อครับ

ปล นึกถึงสภาพบ้านเมือง แล้วก็ท้อๆ ยังไงก็ไม่รู้ ผุ้ดีเดินตรอก จริงๆ

990. รู้ไว้ใช่ว่า     [203.131.212.33]     23 Feb 2012 - 09:54

สวัสดี ทุกท่าน

ดีใจที่ยังมีคุณมาอยู่เป็นเพื่อนติดตามอ่านอยู่

คุณเชฯนะ............พูดซะเราเป็นห่วง.............อย่าเป็นอะไรน้า

คนดีผีคุ้ม ............ เหล่าเทพคุ้มครอง

น้ำมันเลย 40 บาท กำลังวิ่งไปหา 50 บาท ปตท. ก็ประกาศผลกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เกินกว่าแสนล้าน แต่คนไทยส่วนใหญ่กำลังเดือดร้อน

เพราะน้ำมันรวมอยู่ในสินค้าและบริการทุกสิ่ง ลองคิดดูแค่ข้าวปล่าว 1 จาน ข้าวกว่าจะปลูกจนเกี่ยวได้ ใช้นำมันเป็นค่าไถ ค่าเกี่ยว ค่าสี เท่าไหร่ ค่าขนปุ๋ย/ยาฆ่าแมลงอีก ค่าขนข้าวไปขาย ค่าขนส่งข้าวไปตลาด นี่แค่ข้าวสารดิบนะ ใช้พลังงานไปเท่าไหร่แล้ว

แล้วรัฐบาลชุดนี้แทนที่จะไปสั่ง ปตท. ในฐานะผู้ถือหุ้น 51 % ให้มีกำไรน้อย ๆ ลง ราคาน้ำมันจะได้ไม่แพงมาก แต่รัฐบาลกลับไปคุมราคาข้าวแกงของพ่อค้าแม่ค้าซึ่งส่วนใหญ่ก็เสื้อแดงผู้สนับสนุนรัฐบาลนะแหละ สาเหตุก็เพราะคนของรัฐบาลชุดนี้มีหุ้นใน ปตท. เกือบจะ 49% ใช่ไหมละ กำไรเกินกว่า 60,000.-ล้าน จึงเข้ากระเป๋าใครละ


เราเห็นแว็บ ๆ เรื่องพันธมิตรรวมพล แต่ยังไม่ได้อ่าน

มันเศร้าอะ เพราะรู้ว่าอะไรจะตามมา เลยไม่อยากอ่าน

จากภาพข่าวและพฤติกรรมที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2548 กลุ่มนี้ได้แต่ประท้วง ยึดถนนเป็นที่ชุมนุม แย้ว ๆ ให้รถติดบ้าง ที่เสียหายมากก็ตอนไปประท้วงที่สนามบิน แต่ไม่เคยสร้างความรุนแรง ไม่เคยมีข่าวขโมย/ทำลายข้าวของ หรือยกพวกไปทำร้ายใคร แต่มักจะเป็นฝ่ายถูกทำร้ายตลอด

กลัวแต่ว่า อีกสีจะตามมานะสิ ...........สีเลือด

กลุ่มนี้ใหญ่กว่า รุนแรงกว่า แถมแกนนำยุให้รุนแรงเสียเอง ยุให้ขโมย/ทำร้ายข้าวของทั้งของเอกชนและทรัพย์สินสาธารณะ แถมมีการยกพวกไปทำร้ายคนอื่น ใครไม่พอใจหรือพูดจาไม่เข้าหูก็พุ่งจะไปทำร้ายเค้า อย่างเหตุการณ์ที่เคยเกิดที่หน้าห้างเซนทรัล และการเผาเมืองและศาลากลางจังหวัด

ลำพังชาวบ้านสีนี้นะไม่เท่าไหร่หรอก แต่แกนนำเป็นเสียเอง คนเราเวลารวมกลุ่มแล้ว พฤติกรรมกลุ่มมันจะชักจูงให้ทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดหรือไม่เคยกล้าทำมาก่อน เด็กอาชีวะ ที่ยกพวกเที่ยวตีโรงเรียนอื่นก็เป็นแบบนี้แหละ

ลองไปหาจิตวิทยาสังคมมาอ่านจะเข้าใจดีเลยว่า เวลาคนมารวมกลุ่มกันเป็นม็อบเมื่อไหร่ โอกาสเกิดจราจลมันง่ายอยู่แล้ว ยิ่งผู้นำแบบฮิตเลอร์ยุเข้าให้ เป็นได้เรื่องแน่นอน

ตอนนี้แกนนำแต่ละคนก็ได้รับการตอบแทน ได้ยศ ได้ตำแหน่ง เงินทองร่ำรวยกันถ้วนหน้า ที่ด่า ๆ เค้านะ ตัวเองทำหมดเป็นอำมาตย์เสียเอง

เท่าที่ดูจากอดีตสีเหลืองคงไม่ไปตอแยสีแดงหรอก กลัวแต่สีแดงนี่แหละจะเข้าไปห่ำหั่นเค้า...........ก็เกิดเรื่องสิ.........นี่แหละที่เราเคยทำนายไว้ว่าโอกาสเกิดสงครามกลางเมืองมีสูง

ถ้ามีพวกสีเหลืองรู้จักกับแกนนำผ่านมาอ่านละก็ อยากจะขอร้องว่า อย่าชุมนุมเลย ลองหาวิธีการอื่นที่แสดงการต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวได้หรือไม่ เพราะชาวสีเหลืองมีโอกาสสูงจะถูกทำร้ายอีกหากมีการชุมนุม

เราเองก็เข้าใจว่า มาตรานี้จะนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญเกือบจะเบ็จเสร็จ รัฐบาลนี้น่าจะมีเจตนาอย่างที่พันธมิตรกล่าวหาจริง แต่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ชุมนุมเป็นอันดับแรก

ไหนจะสีฝั่งตรงข้ามที่รุนแรงและพร้อมลุยเข้าทำร้าย ไหนจะฝ่ายเจ้าหน้าที่ซึ่งจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ปล่อยให้ถูกทำร้ายอย่างที่ผ่าน ๆ มา แถมกลัวเจ้าหน้าที่จะผสมโรงด้วย พันธมิตรจะเป็นบังทองแห่งสามก็ก โดนดักหน้าดักหลังได้แต่ยอมรับชะตากรรมแห่งความตายสถานเดียว กลายเป็นหงส์ปีกหักร่างกายเต็มไปด้วยธนู ตายในหุบเขาแคบ

อุดมการณ์ทำเพื่อชาติบ้านเมืองนะมันดีหรอก แต่ถึงพิการและตายได้เชียวนา

คนทำผิดก็ลอยนวล แถมด้วยการป้ายสีอีกต่างหาก เพราะรัฐเค้าคุมสื่อทั้งฟรีทีวี ทั้งวิทยุ และหนังสือพิมพ์เรียกว่าเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว โอกาสที่จะพ่ายแพ้และเสียหายมีสูงมาก

ลองหาวิธี ชนะโดยไม่ต้องรบ จะไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญและไม่ต้องบาดเจ็บล้มตายกัน มีแต่ได้กับได้...........นิ

.......................................................................................................
ขอบคุณ คุณART ที่ติดตามและแวะมาคุยด้วย

เราอยากให้คุณชายปริศนาแวะมาคุยด้วยเป็นที่สุด แต่ที่ท่านไม่มาคุยด้วย มีแต่ตัวท่านเองเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด เราเองได้แต่เดา ๆ เอา อาจจะเป็นเพราะท่านได้ทำนายล่วงหน้าปีนี้ไปแล้วกระมัง และท่านคงเอือมระอา พวกที่ชอบเอาสีข้างเข้าถู ท่านเลยยังไม่มาคุยแลกเปลี่ยนด้วย

หรือเพราะเราไม่มีความรู้ทางโหร หมดปัญญาจะแลกเปลี่ยนทัศนะกับท่านก็ได้

เอาเป็นว่าท่านจะมาเมื่อไหร่ เราก็ยินดี เพราะท่านเป็นคนที่เราให้การนับถือในความรอบรู้ทั้งทางโหราศาสตร์ การเมือง และเรื่องอื่น ๆ อีกมาก

.......................................................................................................

เรื่องเปิดกระทู้ใหม่ เรายังเซ็ง ๆ อยู่ เรียกว่าไร้อารมณ์ รอเหตุการณ์แบบคุณเชฯท่านพูดถึงก่อน แล้วค่อยมาแลกเปลี่ยนพูดคุยกันใหม่ดีกว่ามั้ง

ทุกวันนี้เราเห็นคนไทยส่วนใหญ่เป็นอย่างไรแล้ว เราได้แต่ท้อแท้


เพราะเรามันเป็นคนอารมณ์ศิลปินสูง ถ้าขาดแรงบันดาลใจละก็ มันซังกะตายอะ



991. รู้ไว้ใช่ว่า     [203.131.212.33]     23 Feb 2012 - 14:45

วันนี้เป็นวันอะไรนะ เจอแต่ข่าวไม่ดี

อันนี้เลย ไทยจะเจอสึนามิสูง 10 เมตร ตามแนวอ่าวไทย เสี่ยงมากคือสงขลา แม้แต่กทม. ก็โดน แต่สูงแค่สองเมตร เราลอกมาจากเวปกระปุก กระปุกตัดมาจากเดลินิวส์ ข่าวนี้สดๆ จากเวทีสัมมนาเรื่องน้ำเมื่อวานนี้เอง......จ้า

.....................................................................................................

วงสัมมนาการจัดการน้ำ สุเมธ ชี้ต้องทำฟลัดเวย์อย่างเร่งด่วน แผนดำเนินการต้องชัด อย่ามัวพูดปีนี้น้ำท่วมหรือไม่ ขณะที่ อาจอง ฝากเตรียมใจปีนี้เสี่ยงเจอสึนามิสูง 10 เมตร

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 มีการสัมมนาทางวิชาการ ในหัวข้อ "การบริหารจัดการน้ำกับอนาคตของประเทศไทย" โดยมี นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาและประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ กยน. , นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา คณะกรรมการ กยน. และ นายอาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้คิดค้นฐานจอดยานอวกาศองการนาซ่า มาร่วมงานดังกล่าว

ทั้งนี้ นายสุเมธ กล่าวว่า เวลานี้เจอใครก็มีจะมีคำถามว่า ปีนี้น้ำจะท่วมหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าหากใครทายได้ ก็คงจะเป็นยิ่งกว่าผู้วิเศษ เพราะอย่าลืมว่าไม่มีระบบเทคโนโลยีใดเอาชนะธรรมชาติได้ เราต้องใส่ใจดินน้ำลมไฟรอบ ๆ ตัว ส่วนน้ำจะท่วมหรือไม่นั้น หากมีเรือ มีอาหารก็สำรองไว้ เพราะลักษณะของพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและน้ำแล้งเป็นที่เดียวกัน ประเด็นสำคัญในการแก้ปัญหาคือ อย่าแก้ด้านเดียว เพราะมีปัญหาน้ำแล้งด้วยทำอย่างไรไม่ให้ท่วม และทำอย่างไรไม่ให้แล้ง มันต้องบูรณาการกัน

เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวต่อว่า การจัดการน้ำท่วมปีนี้ต้องทำอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะฟลัดเวย์ ความจริงไม่จำเป็นต้องใช้งบจำนวนมากและไม่ต้องขยายคลอง ใช้คูคลองที่มีอยู่เดิมและเสริมคันคลองให้สูงขึ้นเพื่อบีบน้ำให้ลงทะเลเร็ว ๆ และกรุงเทพต้องให้ท่วมบ้าง เพราะเป็นทางตรงที่สุดลงทะเล แต่ปีนี้อาจไม่หนักหนา หากแก้ปัญหาได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ด้านนายอาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา กล่าวในหัวข้อ "บทเรียนและอนาคตการสู้ภัยน้ำท่วมขอมชุมชน" ว่า อยากให้ประชาชนเตรียมตัวเตรียมใจกันไว้ด้วยนอกจากเรื่องน้ำท่วมแล้ว ปีนี้มีแนวโน้มสูงมากที่ประเทศไทยจะต้องเจอกับคลื่นยักษ์สึนามิสูง 10 เมตร จากการที่เปลือกโลกจะเกิดชนกันมากขึ้น และหลายประเทศรอบประเทศไทยเกิดแผ่นดินไหวบ่อยขึ้นด้วย โดยจังหวัดเสี่ยงคือ สงขลา และอ่าวไทย แต่คลื่นก็จะกระทบมาถึงกรุงเทพฯ 2 เมตร

......................................................................................................

หมอนิดทำนายว่า ปีนี้ ทั้งจราจลและภัยธรรมชาติ

ถ้าถามความเห็นเรา เราว่าไทยมีโอกาสเกิดสึนามิอีก แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ แต่ถ้าสามารถวัดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกสองสามแผ่นแถวอินโดนีเชีย ฟิลิปปินส์ และแถวบ้านเราได้ จะสามารถทำนายได้แม่นยำมาก

เพราะช่วงฟิลิปปินส์ นั่นเปลือกโลกมาเจอกันเป็นรอยต่อ 3 แผ่น ทีเดียว อินโดนีเซียแน่นอนอยู่แล้วอยู่บนแนวภูเขาไฟ ที่เรียกว่า "วงแหวนไฟ" ซึ่งเฉียดมาอยู่ตรงภาคใต้ของไทย

แผ่นดินไหว 9.2 ริคเตอร์ที่ญี่ปุ่นเมื่อต้นปีที่แล้ว น่าจะมีผลให้แผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัวทั้งออกจากกัน และเข้าหากัน ซึ่งมันจะเป็นลูกคลื่น คิดว่าน่าจะมีผลต่อแผ่นเปลือกโลกสองแผ่นที่ใกล้ไทยที่สุดคือ ทางอินโดนีเซีย และมีแนวต่อเข้ามาในอ่าวไทย ซึ่งเป็นอ่าวน้ำตื้น และตามแนวรอยแยกอันดามันในช่วงจังหวัดกาญจนบุรี ใครมีบ้านแถวที่กล่าวมา ก็ระวังกันบ้างนะจ๊ะ

........................................................................................................

เรื่องสึนามิ + น้ำท่วมแล้ว มาต่อเรื่องเศรษฐกิจไทยจะย่อยยับไปกับนโยบายประชานิยมกันเถอะ เราเคยเขียนไปแล้วว่าถ้าขืนดีแต่ใช้ หาไม่เป็น ใช้เงินเกินตัว ไม่พอก็กู้กันมาโกง แล้วแจกประชาชนบ้างอย่างนี้ไม่นาน จะเหมือนกรีซ ลองมาอ่านความเห็นของอาจารย์เศรษฐศาสตร์จากธรรมศาสตร์กันบ้าง คือ นายชวินทร์ ลีนะบรรจง และนายสุวินัยภรณวลัย ลอกมาจากเวปผู้จัดการวันนี้จะ

......................................................................................................

มีผู้สงสัยหลายคนว่าไทยจะเป็นเหมือนประเทศที่ใช้นโยบายประชานิยมแล้วย่อยยับในภายหลังเหมือนที่อาร์เจนตินาในอดีตเคยประสบพบมาหรือตัวอย่างของกรีซในปัจจุบัน ปลายทางของนโยบายประชานิยมของไทยจะจบลงที่เดียวกับกรีซหรือไม่?

บทเรียนของวิกฤตเศรษฐกิจที่ชาวกรีซได้รับอย่างแสนสาหัสน่าจะมีเหตุจากรัฐบาลกรีซเป็นสำคัญ เมื่อนักการเมืองอยากเอาชนะการเลือกตั้งโดยเสนอนโยบายเอื้อเฟื้อประชาชนหรืออีกนัยหนึ่งคือนโยบายประชานิยมโดยขาดความเป็นไปได้ ผลร้ายในบั้นปลายสำหรับประเทศที่ใช้ประสบเหมือนๆ กันก็คือความย่อยยับในสภาพเศรษฐกิจและสังคม

โลกนี้ไม่มีของฟรี จึงเป็นสัจธรรมทางเศรษฐกิจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ประโยชน์ที่คุณได้รับหากไม่จ่ายเองเพื่อแลกเอามาก็ต้องมีใครจ่ายให้

ที่มาของรายได้เช่นนโยบายภาษีจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่นักการเมืองมักจะพูดเป็นสิ่งสุดท้ายหรือไม่พูดถึงเลยทั้งที่ในความเป็นจริงจะต้องพูดเป็นสิ่งแรก เพราะการวาดฝันจากการใช้จ่ายนั้นง่ายและสวยหรู แต่ที่ยากก็คือจะเอารายได้จากที่ใดมาใช้จ่ายต่างหาก

คนไทยควรถามนักการเมืองว่าต้องจ่ายเป็นภาษีหรือความเสียหายทางเศรษฐกิจเท่าใดสำหรับ “ฝัน” ที่นักการเมืองวาดเอาไว้

รัฐบาลกรีซเข้าร่วมกลุ่มทางการเงินที่ใช้เงินสกุลร่วมใหม่ที่เรียกว่าเงินสกุล “ยูโร” ในปี 2000 ก็เพราะประโยชน์จากการกู้เงินจากนอกประเทศที่ทำได้ง่ายและเสียดอกเบี้ยต่ำเนื่องจากอาศัยการ “โหน” กับรัฐอื่นๆ เช่น เยอรมนี หรือ ฝรั่งเศส ที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งกว่า หรือพูดง่ายๆ ก็คือใช้เครดิตของคนอื่นในการกู้นั่นเองเพราะไปรวมกลุ่มกับเขาและใช้เงินเหมือนกัน หากกรีซจะกู้ด้วยเครดิตตนเอง เช่น ออกพันธบัตรเงินกู้เงินสกุลตนเองก็ยากที่จะมีคนสนใจ

แต่ที่เป็นต้นทุนซ่อนเร้นที่แพงกว่าดอกเบี้ยต้องจ่ายก็คือ การสูญเสียอิสระหรืออีกนัยหนึ่งคือ อธิปไตยทางเศรษฐกิจ เช่น นโยบายการเงินการคลังไปให้กับกลุ่มแทนที่จะสามารถกำหนดได้เองอย่างอิสระ การขาดดุลการคลังจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่รัฐสมาชิกต้องปฏิบัติให้เหมือนกัน นั่นคือกรีซก็จะต้องทำตัวเป็นรัฐที่ไม่ใช้จ่ายเงินเกินกว่าความสามารถในการหารายได้จากภาษีซึ่งเป็นสิ่งที่ปรากฏในภายหลังว่ากรีซทำไม่ได้ทั้งก่อนหน้าและภายหลังการเข้ารวมกลุ่ม
นักการเมืองกรีซใช้เล่ห์โดยคิดว่าคนอื่นจะรู้ไม่เท่าทัน ทั้งปิดบังและซ่อนเร้นข้อมูลหนี้สาธารณะจากการกู้เงิน อาศัยคำแนะนำที่ปรึกษาทางการเงินจากวอลล์สตรีท มาแนะนำวิธีเลี่ยงบาลี เช่น ให้มอบสิทธิในอนาคตอีกหลายสิบปีจากรายได้ของท่าอากาศยานหรือจากการออกสลากกินแบ่งเพื่อแลกกับเงินก้อนที่ธนาคาร (เจ้าหนี้) จะให้ในปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลกรีซอ้างว่าไม่ได้ทำผิด

กฎหมายและไม่ได้เป็นการกู้เงินแต่อย่างใด แต่มันจะต่างจากการกู้โดยเอารายได้อนาคตจากหน่วยงานของรัฐมาคืนตรงที่ใด

เงินที่ได้มารัฐบาลกรีซก็ได้นำไปใช้จ่ายเพื่อโครงการสวัสดิการสังคมที่ให้ผลประโยชน์กับผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่าเงินสมทบที่ได้รับ โดยไม่คำนึงถึงว่าจะเป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของประเทศในอนาคตแต่อย่างใดไม่ อาทิ เงินเดือนๆ ที่ 13-14 ของพนักงานของรัฐหรืออีกนัยหนึ่งคือการจ่ายโบนัส การตั้งกฎเกณฑ์ค่าจ้างขั้นต่ำที่สูงกว่าความสามารถของแรงงาน หรือจำนวนรัฐวิสาหกิจและเทศบาลที่เพิ่มขึ้นถึงกว่า 6 พันแห่งเพื่อเป็นทั้งแหล่งการจ้างงานและซ่อนตัวเลขการว่างงาน เป็นต้น

การนำเอาการประเมินผลหรือคำทำนายมาดูในภายหลังเป็นสิ่งน่าสนใจเพราะการมองย้อนอดีตนั้นไม่สามารถโกหกได้ ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจของกรีซจะเกิดขึ้น กองทุนการเงินระหว่างประเทศก็ได้มีการทำรายงานที่เรียกว่า IMF Country Report ในปี 2009 ในประเด็นต่างๆ เช่น สถานะทางการคลัง เพื่อที่ประเทศสมาชิกจะได้รู้ตัวและปรับปรุงแก้ไข

รายงานดังกล่าว (09/245) ระบุไว้ว่า สถานะทางการคลังตามระบบบัญชีแบบทั่วไปที่มองย้อนไปในอดีตก็แสดงถึงจำนวนหนี้ที่มีมากกว่าทรัพย์สินที่กรีซมีอยู่ แต่หากนำเอาการคาดคะเนไปในอนาคตเกี่ยวกับประชากรที่จะลดลง ภาระผูกพันในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับรายได้และรายจ่ายของรัฐบาล เข้ามาคำนวณด้วยมิใช่มองแต่จำนวนหนี้ที่มีอยู่แต่เพียงลำพัง ภาพที่ออกมาจึงแสดงถึงสถานะทางการคลังที่แท้จริงของกรีซ ปรากฏว่าในปี 2007 มีการขาดดุลการคลังที่ยังไม่รวมดอกเบี้ยจ่ายสูงกว่า 3.7 เท่าของรายได้ประชาชาติที่วัดโดย GDP และเพิ่มขึ้นทุกปีจนถึง 4.8 เท่าของ GDP ในปี 2014 ทำไมจึงเลวร้ายกว่าที่นักการเมืองบอก?

คำแนะนำง่ายๆ ที่รายงานแนะนำ คือ ให้ตัดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ แต่นักการเมืองกรีซก็เช่นเดียวกับนักการเมืองไทยคือไม่ยอมรับความจริงที่ไม่เป็นประโยชน์ทางการเมืองสำหรับตนโดยการตะแบงไปเรื่อยๆ เมื่อเศรษฐกิจกรีซที่พึ่งพาการท่องเที่ยวและการขนส่งทางทะเลถูกกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในปี 2008 ซึ่งเปรียบได้กับระฆังตอนเที่ยงคืน ซินเดอเรร่ากรีซจึงพบว่าตนเองก็ยังใส่เสื้อขาดวิ่นและรถม้าได้กลายเป็นฟักทองไปเสียแล้ว การเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในต้นปี 2010 ของกรีซจึงเป็นบทพิสูจน์ความถูกต้องของการคาดคะเนตามรายงานดังกล่าว

แม้ว่าขนาดของเศรษฐกิจกรีซจะมีขนาดเพียงประมาณร้อยละ 2.5 ของกลุ่มยูโร มีประชากรเพียงสิบล้านต้นๆ และขนาดของหนี้ก็ไม่ใหญ่มากนักประมาณ 3 แสนล้านยูโร แต่ปัญหาก็คือหนี้ส่วนใหญ่ของกรีซเป็นหนี้ต่างประเทศที่มีเจ้าหนี้ในกลุ่มยูโรที่เป็นเอกชน ผลของการผิดนัดชำระหนี้นอกจากจะทำให้เจ้าหนี้บางส่วนที่เป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญของเอกชน
ล้มละลายตามไปด้วย ที่สำคัญก็คือมีผลต่อความน่าเชื่อถือของเงินยูโรอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก การช่วยโดยให้เงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องจึงเป็นมาตรการแรกๆ ที่ออกมาโดยร่วมทำกับ IMF

การเข้าโรงเรียน IMF ของกรีซน่าจะทำให้ปัญหายุติเพราะมีผู้ช่วยเหลือเพื่อชำระหนี้ที่จะครบกำหนด แต่กลายเป็นว่า “ตอ” เริ่มโผล่มากขึ้นเรื่อยๆ หลังน้ำลดรวมถึงการออกลายของนักการเมืองกรีซ ทำให้ IMF และธนาคารกลางยุโรปต้องทำข้อตกลงความช่วยเหลือถึง 4 รอบตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมาจากวงเงิน 8 หมื่นล้านยูโรกลายมาเป็น 1.3 แสนล้านยูโรหรือเกือบครึ่งของหนี้ที่มีทั้งหมด

เมื่องานเลี้ยงจบและถึงเวลาคิดเงิน มาตรการการรัดเข็มขัดในภาครัฐเพื่อไม่ใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยตามที่นักการเมืองไปหาเสียงไว้ทำให้ประชาชนกรีซในปัจจุบันถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นในทุกรูปแบบ แม้กระทั่งภาษีที่อยู่อาศัยที่เก็บตามพื้นที่โดยให้จ่ายผ่านค่าไฟฟ้าเพื่อกันการเบี้ยวภาษี แม้กระทั่ง IMF เองก็ออกแถลงในภายหลังว่าไม่ควรเพิ่มภาษีอะไรอีกแล้วเพราะคนกรีซหมดความสามารถที่จะจ่ายภาษีแล้ว

การเจรจา “ตัดผม” หรือ hair cut ถึงกว่าร้อยละ 50 ของมูลหนี้ แสดงให้เห็นว่านอกจากจะต้องกู้มาชำระหนี้ถึงเกือบครึ่งของหนี้ที่มีอยู่ (1.3 แสนล้านยูโร) แล้วยังต้องขอไม่ใช้คืนหนี้อีกประมาณครึ่งหนึ่งที่เหลืออีกด้วย นี่คือข้อพิสูจน์ว่า การกู้เพื่อนำเอาไปใช้จ่ายตาม ฝัน” ของนักการเมืองกรีซนั้นไม่ได้ทำให้ประเทศมีความสามารถเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

บทเรียนจากกรีซถึงไทยก็คือ การดำเนินนโยบายประชานิยมได้พิสูจน์อีกครั้งในประเทศยุโรปที่มีสถานะร่ำรวยกว่าตัวอย่างที่เคยเกิดในประเทศแถบละตินอเมริกาว่าไม่เป็นผลดีต่อประเทศที่เอานโยบายแบบนี้มาใช้แต่อย่างใด

การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทสำหรับแรงงาน หรือ 15,000 บาทต่อเดือนสำหรับผู้จบปริญญาตรีโดยมิได้คำนึงถึงประสิทธิภาพของแรงงาน หรือ นโยบายรถคันแรกและบ้านหลังแรก หรือโครงการแก้น้ำท่วมที่พยายามตั้งงบประมาณไว้อย่างมหาศาลแต่ไม่รู้ว่าจะแก้ได้หรือไม่เพราะไม่มีรายละเอียดของโครงการแม้แต่น้อย เป็นตัวอย่างของนโยบายบ่อนทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตของประเทศอย่างชัดเจน

ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่รวมทั้งภาครัฐและเอกชนจึงเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศและอยู่เหนือการเป็นเจ้าของทรัพยากร เช่น แร่ธาตุ หรือพลังงาน ลองยกตัวอย่างประเทศด้อยพัฒนาที่ส่งออกน้ำมันแล้วสามารถพัฒนาจนเป็นประเทศพัฒนาแล้วก็ได้

ว่ามีสักประเทศบ้างไหม เห็นมีแต่ยิ่งสูบออกขายยิ่งยากจนเพิ่มมากขึ้น ตรงข้ามกับสี่เสือเอเชีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลี ที่ไม่มีน้ำมันสักหยดเดียวในครอบครองแต่สามารถยกระดับการพัฒนาทัดเทียมอารยประเทศอื่นๆ ในโลกตะวันตกได้

วิกฤตเศรษฐกิจของไทยเมื่อปี พ.ศ. 2540 ที่ทำให้ไทยต้องเข้าโรงเรียน IMF กล่าวได้ว่าเกิดจากหนี้สินของภาคเอกชนที่กู้ยืมนำเข้าเงินกู้จากต่างประเทศโดยคิดแต่เพียงดอกเบี้ยถูกแต่ไม่คำนึงถึงความเสี่ยงจากเงินตราต่างประเทศกู้เป็นดอลลาร์แต่มีรายได้เป็นบาท ในขณะที่ผู้กำกับดูแลก็บกพร่องในหน้าที่ไม่สามารถกำกับการใช้เงินทุนที่นำเข้าให้เป็นไปในทิศทางลงทุนมากกว่าการเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์ได้เป็นสำคัญ การเปิดเสรีทางการเงินจึงเป็น “แพะ”

วิกฤตเศรษฐกิจไทยในครั้งต่อไป มีแนวโน้มอย่างมากที่จะมาจากภาครัฐและโครงการประชานิยมทั้งหลายเหมือนเช่นที่นักการเมืองกรีซได้ทำมาเพื่อหวังผลทางการเมืองเหนือความย่อยยับและหายนะของประเทศในอนาคตเพราะผู้กำกับดูแลไม่ว่าจะเป็น ส.ส. องค์กรอิสระ หน่วยงานต่างๆ ของรัฐรวมถึงคนไทยบางส่วน ก็ไม่ทำหน้าที่หรือบกพร่องในหน้าที่กำกับดูแลภาครัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งการไร้ซึ่ง “ธรรมาภิบาล” ของรัฐบาล นรกจึงเป็นปลายทางที่เห็น

...................................................................................................


ถ้าเป็นอย่างทั้งสองเนื้อข่าว เราว่าประเทศไทยเราคงใกล้เคียงกับคำว่า " chip หาย" แน่

รัฐบาลนี้ก็คิดแค่ทำอย่างไร จะแก้รัฐธรรมนูญให้โกงกินได้ไม่อั้น เอาทักกี้กลับมาอย่างไม่มีความผิด แถมด้วยทำอย่างไรจะใช้ประชานิยมผูกใจรากหญ้าจะได้เป็นฐานเสียง ได้รับเลือกตั้ง 8 ปี 12 ปี หาได้คิดพิจารณาหาทางทำให้ไทยพ้นวิกฤติ มีแต่สร้างวิกฤติชาติไม่หยุดหย่อน

ถึงตอนชาติย่อยยับเมื่อไหร่ คนส่วนใหญ่คิดได้ ........... ก็สายเสียแล้ว

เลิกเป็นสีเหอะ สนับสนุนในสิ่งที่ดีที่ถูกต้อง เห็นแก่ส่วนรวม ส่วนรวมรอด พวกเราแต่ละคนจึงรอด

ถ้าส่วนตัวรอด แต่ส่วนรวมไม่รอด ก็นับถอยหลังลงนรกกันเถิดท่าน........ปิดฉากประเทศไทย

992. แบ่งปัน     [101.108.41.124]     23 Feb 2012 - 23:34

ดูเหมือนว่าประเทศชาติกำลังเดินทางไปถึงจุดเปลี่ยนชนิดพลิกผันขึ้นเรื่อยๆ ทั้งภัยจากคนในชาติคิดเห็นแตกแยกกัน ภัยธรรมชาติ ภัยเศรษฐกิจ และภัยจากความขัดแย้งนอกรั้วบ้าน

หากไม่ตั้งมั่นเตรียมตัวรับมือให้ดีแล้ว ก็จะลำบากกันไม่น้อย แต่ถ้ารู้รักสามัคคีกันเสียตั้งแต่ตอนนี้ก็น่าจะช่วยกันพาประเทศชาติรอดไปได้

ขอให้ทุกท่านใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาทนะครับ

993. รู้ไว้ใช่ว่า     [203.131.212.33]     24 Feb 2012 - 08:44

สวัสดี คุณแบ่งปัน

ตอนแรกพิมพ์ผิดเป็น "แบ่งกัน" ......อิอิ

คนไทยส่วนใหญ่คิดได้อย่างคุณก็ดีสิ ประเทศไทยจะไปได้ดีกว่านี้เนอะ

แต่คนไทยก็ทำกันไว้ "เยอะเกิน"

ขนาดทำลายบ้านเมืองกันชัด ๆ เผาเมืองก็ทำมาแล้ว ยังไม่สำนึกผิด แถมได้รางวัลกันอีกต่างหาก ................... แล้วประชาชนจะแยกผิด แยกถูกกันได้อย่างไร เพราะคำสอนทางศาสนาอย่างหนึ่ง แต่รัฐบาลทำให้ความเป็นจริงมันเป็นอีกอย่างหนึ่ง


รัฐบาล แบ่งแยกประชาชนเป็นอัมมาตย์กับไพร่ สร้างสีหนึ่งขึ้นมาเอง บอกว่าเป็นรัฐบาลที่จะสนับสนุนช่วยเหลือสีหนึ่งก่อนเพราะเป็นพวกเดียวกัน แจกของบริจาคของประชาชนที่ให้มาช่วยเหลือคนถูกน้ำท่วม รัฐบาลก็ต้องให้สีหนึ่งก่อน ยุยงส่งเสริมให้ประชาชนเข้าทำร้ายกันเพราะคิดต่าง

รัฐบาลที่สร้างความแตกแยกให้กับประชาชน โกงกิน แต่อ้างว่ากินแล้วทำงานด้วยแจกด้วย แก้กฏหมายจะได้รวบอำนาจและโกงได้สะดวก

ประเทศไหนมีพลเมืองแบบนี้ รัฐบาลปกครองแบบนี้ มีหรือจะรอด

ต้องแก้ที่ประชาชนก่อนเป็นอันดับแรก ประชาชนดี มีความรู้ความสามารุถ มีคุณธรรม และรู้เท่าทันคนชั่ว ก็ย่อมเลือกคนดีมีความสามารถเป็นตัวแทน

แต่ประชาชนส่วนใหญ่ มืดบอด ยอมให้โกงเพราะเห็นแก่ได้รอของแจก แทนที่คิดพึ่งพาทำมาหากินต่อสู้ด้วยตนเองอย่างทุกวันนี้ก็...........เอวัง..ละท่าน

เอาข่าวมาบอกแล้วกัน คัดลอกมาจากเวปกระปุก ซึ่งตัดข่าวจากมติชน


................................................................................................

ญี่ปุ่นชี้ กทม. - อยุธยา เคยเป็นทะเลทำเสี่ยงท่วม (ไอเอ็นเอ็น)
ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น ชี้ ไทย เสี่ยงภัยน้ำท่วมสูงสุด ระบุ พื้นที่ กทม. - อยุธยา เคยเป็นทะเลมาก่อน แนะรัฐจับมือหลายองค์กรเตรียมแผนป้องกัน

นายโอคาเบะ ชินอิจิ ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น หนึ่งในคณะกรรมการองค์การช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิในญี่ปุ่น กล่าวตอนหนึ่งระหว่างบรรยายในงานมอบรางวัลไทโย อวอร์ดส ว่า จากสถิติภัยพิบัติ 10 อันดับแรกของไทย พบว่า ครั้งใหญ่ที่สุดคือ แผ่นดินไหวและสึนามิ ที่ชายฝั่งทะเลอันดามันภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นอุทกภัยที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะมหาอุทกภัยเมื่อปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยโตเกียว พบว่า พื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ 1,000 ปีก่อน น่าจะเคยเป็นทะเล ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งอยู่ในที่ลุ่มและใกล้แม่น้ำ ซึ่งจะได้รับความเสียหายจากอุทกภัยบ่อยครั้ง ดังนั้นแผนการป้องกันภัยพิบัติเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลไทยต้องเตรียมพร้อม โดยเฉพาะมาตรการป้องกันล่วงหน้า ซึ่งรัฐบาลจะต้องร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เตรียมแผนป้องกันรักษาชีวิตและทรัพย์สินของบุคคล รวมทั้งต้องรักษาการดำเนินธุรกิจต่างๆ ให้เสียหายน้อยที่สุดและฟื้นฟูกลับมาได้โดยเร็ว เพราะต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก รัฐบาลไทยจึงต้องสร้างความแข็งแกร่งเพื่อสู้กับปัญหาอุทกภัยให้ได้
อดีตที่ปรึกษา ศปภ. เสนอสร้างอุโมงค์ผันน้ำจากแม่น้ำสาละวินลงเขื่อนภูมิพล ชี้ได้รับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยและสามารถผลิตไฟฟ้าได้กว่า 7,500 เมกะวัตต์

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายอุเทน ชาติภิญโญ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการระบายน้ำและอดีตประธานคณะกรรมการประธานผันน้ำทะเล ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ได้นำสื่อมวลชนลงสำรวจพื้นที่ลำน้ำแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับเตรียมสร้างอุโมงค์ผันน้ำ

โดยนายอุเทน กล่าวว่า เวลานี้ต้องปรับแนวคิดการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนภูมิพลใหม่ จากเดิมที่เขื่อนมักเก็บน้ำไว้จำนวนมากเพื่อการชลประทานในช่วงเดือนสิงหาคม และเร่งระบายน้ำออกในช่วงธันวาคม หันมาเปลี่ยนเป็นการพร่องน้ำ รอฝนและพายุที่อาจเข้ามาตลอดปีแทนเหมือนโครงการแก้มลิงขนาดใหญ่ ซึ่งหากใช้แนวทางดังกล่าว อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพลจะสามารถรับน้ำได้ถึง 9,400 ล้านลูกบาศก์เมตร อีกทั้งยังมีการเสนอโครงการสร้างอุโมงค์ผันน้ำจากแม่น้ำสาละวินของพม่า เพื่อผันน้ำเข้าอุโมงค์สู่ไทยให้ออกมายังลำนำแม่แตงสู่แม่น้ำปิงแล้วต่อไปยังอ่างเก็บน้ำเหนือเขือนภูมิพล ที่ อ.ดอยเต่า ซึ่งมีเขตติดต่อไปยังเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก ต่อไป

ทั้งนี้ จากการศึกษาและประเมินเบื้องต้นพบว่า อุโมงค์นี้จะสามารถส่งน้ำมาได้ราว 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีผลกระทบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติน้อยมาก และจากบริเวณเขื่อนที่แม่น้ำสาละวินจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 7,500 เมกะวัตต์ หรือหากตีเป็นมูลค่าจะได้ถึงเดือนละละกว่า 3 หมื่นล้านบาท ใช้งบประมาณลงทุนทั้งสิ้น 2 แสนล้านบาท เชื่อว่าหากประเทศไทยพลาดโอกาศการลงทุนครั้งนี้จะเสียประโยชน์เป็นอย่างมาก ซึ่งโครงการดังกล่าวเคยถูกเสนอคณะมนตรีไว้แล้วในปี 2547 สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่หลังจากเปลี่ยนรัฐบาล โครงการดังกล่าวก็ถูกยกเลิกไป ซึ่งนายอุเทนจะนำเรื่องนี้เสนอต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ใหม่ในวันที่ 15 ก.พ.นี้

ส่วนเรื่องของพื้นที่ที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อจัดการระบบน้ำในระยะยาวเตรียมเวนคืนเพื่อใช้เป็นพื้นที่น้ำหลาก(ฟลัดเวย์) ยังไม่มีความชัดเจนและการจัดเก็บน้ำภายในเขื่อนก็ยังมีแนวคิดกักเก็บน้ำเพื่อชลประทานเป็นหลักซึ่งหากจัดการแบบเดิมคาดว่าน้ำจะท่วมซ้ำอีก

.......................................................................................................


รื่องเตรียมความพร้อม เราเตรียมรับมือ ตั้งแต่คุณชายปริศนาท่านทำนายว่า ประเทศไทยจะล้มลุกคลุกคลานอีกประมาณ 17-19 ปี ไม่ใช่เรางมงายหรอก เราดูสถานการณ์ประเทศไทย และสถานการณ์โลก แล้ว มันสอดคล้องกันพอเหมาะพอเจาะ เราเลยคิดว่าเตรียมไว้ไม่เสียหลาย ถึงไม่เกิดเราก็สามารถดำเนินชีวิตไปได้ด้วยดี ตามคำสอนพระพุทธองค์ว่า " ดำเนินชีวิตโดยไม่ประมาท"



994. มาอยู่เป็นเพื่อน     [115.87.101.37]     24 Feb 2012 - 21:28

คุณรู้ไว้อย่าท้อใจเลยค่ะ มันก็คือความเป็นไปของโลกแหละค่ะ เราก็ต้องอดทน เชื่อว่าในที่สุดความดีก็ย่อมชนะค่ะ

ช่วงนี้มันอิรุงตุงนังไปหมด มีแต่เรื่องน่ากลัว หวาดผวา ไม่ว่าภัยธรรมชาติ ภัยการเมือง การก่อการร้าย ก็ได้แต่ตั้งสตินะคะ

อึกอย่างค่ะ ถ้ากระทู้นี้เต็มขอให้เปิดกระทู้ใหม่นะคะ ดิฉันเปิดให้ก็ได้ค่ะ แต่คุณรู้ไว้ คุณเช และท่านอื่นๆต้องแวะมานะคะ ถ้ากระทู้มันขาดหายไปคงใจหายนะคะ เอาเป็นว่าเราเปิดกระทู้ไว้เพื่อไว้แลกเปลี่ยนข่าวสารกันก็แล้วกัน


995. รู้ไว้ใช่ว่า     [203.131.212.33]     25 Feb 2012 - 11:06

ขอบคุณ คุณมาอยู่เป็นเพื่อน คุณ ART และท่านอื่น ๆ

เปิดกระทู้ต่อนะง่ายนิดเดียว เสียแต่ช่วงเวลานี้ นาทีนี้ เราท้อแท้ห่อเหี่ยวใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องเห็น คนในชาติจะต้องมาห่ำหั่นกันเพียงเพราะคน ๆ เดียวเท่านั้น

เราว่าคนอาร์เจนตินา คนกรีก คนอิตาลี ต่างก็ได้ผ่านสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ รู้ซึ้งและได้รับผลกรรมแห่งความลุ่มหลงมัวเมากับนักการเมืองชั่ว ประชานิยม และความคดโกงกันถ้วนหน้า

เหตุคือขาดสติเพราะความโลภ อยากมีอยากได้ โดยไม่ต้องลงทุนลงแรง ได้มาเฉย ถึงเวลาก็มีนักการเมืองเอามาแจกเอามาประเคนให้ ชาวบ้านก็ดีใจ ใคร ๆ ก็ชอบของฟรี รักษาฟรี เรียนฟรี รถไฟฟรี รถเมล์ฟรี แถมมีเงินแจกมาฟรีๆ อย่างโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลแมลงสาป ประกันสังคมแจกฟรีคนละ 2,000 บาท รัฐบาลทักษิณก็แจกเงินหมู่บ้านละล้าน บอกไม่มีจ่ายก็เอาไปเลยรัฐบาลยกให้ ไม่ตังจะใช้หนี้ก็ให้พักชำระหนี้ ชาวบ้านก็รักนักรักหนาเฮโลกันเลือก แถมใครแตะทักษิณก็ไม่ได้ออกมาปกป้อง

อย่างว่าละ คนดี/คนฉลาด ย่อมเลือกผู้แทนที่ดี/ฉลาด แต่ถ้าคนส่วนใหญ่โง่เห็นแก่ได้ย่อมเลือก...........เหมือนกัน เพราะถ้าคนส่วนใหญ่เป็นคนประเภทไหนย่อมได้ผู้แทนในระบอบประชาธิปไตยประเภทเดียวกันออกมาแน่นอนอยู่แล้ว ประชาธิปไตยจึงไม่ใช่ยาวิเศษที่จะทำให้ประเทศไหนเจริญได้แม้แต่อเมริกาก็เหอะ คำตอบมันอยู่ที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นคนอย่างไรต่างหาก

ประชาชนพวกนี้จะคิดสักนิดหรือไม่ ว่าเงินอยู่ดี ๆ มันโผล่มาจากไหน ตั้งมากมายที่ให้มาฟรี ๆ ทั้งหลายแหล่ เงินมันพิมพ์ได้ตามใจที่ไหนต้องมีทองมีเงินตราต่างประเทศเท่าจำนวนที่พิมพ์ออกมาใช้ในการ รักษาฟรี เรียนฟรี ขึ้นรถฟรี หยุดจ่ายหนี้ และเงินแจก รายได้ประเทศนะมีแต่มันไม่พอ เพราะแจกเกินตัว มันถึงต้องกู้เขามา กู้มีแต่เพิ่มทุกรัฐบาลเพราะต้องการ "ซื้อใจ" ประชาชน ให้เลือกตัวเข้ามา เพื่อตัวเอง พรรค พวก จะได้อิ่มเอมทั้งชื่อเสียงเกียรติยศเงินทองกันถ้วนหน้า ถึงวันหนึ่งเงินหมดหน้าตักไม่มีปัญญาจะใช้หนี้แล้ว ก็ไม่ต่างจากกรีซ อาร์เจนตินา และอิตาลี ต้องเอาประเทศไปเป็นประกันกราบกรานขอเงินกู้เค้ามายาใส้

ฝ่ายเจ้าหนี้เค้าก็บังคับอย่างกับทาส อธิปไตยก็ถูกยึดโดยปริยาย ประชาธิปไตยนะมันช่วยได้ตรงไหน มันพาพวกเราไปตายต่างหาก ประชาธิปไตยของคนโง่และโลภผสมขี้เกียจ จึงได้ตัวแทนที่เลว โลภ โกง เห็นแก่ได้ มาบริหารพาชาติล่มจมอย่างที่เห็นทั้งสามประเทศ


แล้วเป็นไง ผลมันก็กลับมาที่ประชาชนคนเดินดิน ไม่ว่าไพร่หรืออำมาตย์อย่างที่สร้างวาทกรรมสร้างความแตกแยกให้แก่ประเทศ ต้องก้มหน้าให้รัฐบาลขูดรีดภาษีไปใช้หนี้เค้า แท้ที่จริงลูกหลานมันไม่รู้เรื่องด้วยเลยกับความ โง่ โลภ และเห็นแก่ได้ของคนยุคนี้ ต้องมารับกรรมให้รัฐบาลล่าสุดมันขูดรีดเอาไปใช่หนี้ จนแม้กระทั่งแม้กระทั่ง กรณีกรีซ IMF เองที่เป็นเจ้าหนี้ของกรีซรายใหญ่ก็ยังทนเห็นความทุกข์ยากของชาวกรีกไม่ไหว ก็ออกแถลงในภายหลังว่าไม่ควรเพิ่มภาษีอะไรอีกแล้วเพราะคนกรีซหมดความสามารถที่จะจ่ายภาษีแล้ว

คนไทยจะรอให้ถึงวันนั้น วันที่เหมือนชาวกรีกใช่ไหม? ถึงจะรู้ตัว

ก็อย่างที่คุณกัญญารัตน์ เขียนมาใน กระทู้ตอบว่า "สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม" นั่นแหละ สัจธรรมทีเดียว ไม่มีอะไรจริงแท้ไปกว่านี้แล้ว


ทุกวันนี้คนส่วนหนึ่งที่พอรับรู้ ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า ไทยคงไม่ถึงขนาดกรีซหรอก เราว่าน่าจะคิดใหม่ว่า ไทยอาจจะแย่กว่ากรีซอีก

เพราะคนไทยส่วนใหญ่ที่ไปออกเสียงเลือกตั้ง เลือกตัวแทนสร้างความแตกแยกให้คนในชาติ แถมอภิมหาประชานิยม "ค่าแรง 300 ปริญญาตรี 15,000 รถคันแรก บ้านหลังแรก รับซื้อข้าวที่ตันละ 15,000 พักชำระหนี้ มีเงินแจก นั่งรถฟรี รักษาฟรี ฯลฯ " รัฐบาลจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย ลำพังเก็บภาษีคนทั้งชาติยังไม่พอ ต้องกู้เขามากินมาใช้อยู่ทุกวันนี้ เพราะมีรัฐบาลรู้แต่กู้ รู้แต่ใช้ แต่สร้างรายได้ให้ประชาชนและประเทศไม่เป็น แถมอภิมหาโกง โกงแม้แต่ของบริจาค แล้วจะไม่โกงทั้งภาษี โกงทั้งเงินกู้ หรือ ก็คิดกันเอาเองเถอะนะท่าน "

อนาคตมันอยู่ตรงหน้าให้เห็นแล้วว่าคนไทยต้องลงนรกกันทั้งประเทศในเร็ววัน แล้วเราจะมีแก่ใจนั่งเขียนบทความคุยมันได้ทุกวัน เป็นทองไม่รู้ร้อน ได้อย่างไรไหว?

เราจึงขอเวลา กลับไปนั่งทบทวนทำใจว่าเราจะเอาอย่างไรกับชีวิตของตัวเองดี

ขอบคุณที่คิดจะเปิดกระทู้ให้ แต่เราคงยังไม่มีแก่ใจมาเขียน ขอเวลาช่วงนี้ให้เราคิดหาทางรอดเงียบ ๆ ซักพักก่อน พอใกล้เกิดวิกฤติแห่งการทำลายล้างฆ่ากันเองเมื่อไหร่ เราอาจมีหัวคิดว่าจะทำอย่างไรดี และอาจจะมีคำแนะนำดี ๆ มาให้เพื่อน ๆ และท่านผู้อ่านทุกคนได้เป็นแนวทางตัดสินใจแก้ปัญหาของตัวเองและประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งต่อไป

รักคนไทยทุกสี ........... ทุกคน

996. รู้ไว้ใช่ว่า     [203.131.212.33]     27 Feb 2012 - 09:05

สวัสดี ทุกท่าน

คงจะใกล้ 1,000 แล้วมั้ง เลยไม่มีใครกล้าเข้ามาคุยด้วย กลัวกระทู้หมดไว


เข้าเรื่องดีกว่า เวลามีน้อย

เห็นพาดหัวข่าวรัฐบาลและ กยน. ทูลเกล้าถวายแผนที่ฟลัดเวย์ แล้ว ต้องบอกว่า พระองค์ท่านมีอัจฉริยภาพจริง ๆ ไม่ทรงรับสั่งเรื่องแผนที่ให้มากความ เพราะถ้าชี้ตรงไหน ประชาชนที่อาจจะเดือดร้อนเพราะแผนที่ดังกล่าว ก็อาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะพระบรมราชวินิจฉัย

แต่ทรงชี้ไปที่ต้นตอปัญหาแบบตรงเป้าเป๊ะ

เพราะคนไทยเวลานี้ห่วงแต่น้ำท่วม จนลืมไปว่า มีน้ำท่วมก็ต้องมีแล้ง ของมันคู่กัน อยู่แต่ว่าเวลาไหนอะไรจะมา จะท่วมก่อนหรือแล้วก่อนค่อยว่ากัน

ปัญหาใหญ่อยู่ที่การบุกรุกทำลายป่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งป่าต้นน้ำ

ถ้ามีป่าอุดมสมบูรณ์ปัญหาน้ำท่วมฝนแล้งก็จะลดลง แถมภูมิอากาศ ดิน น้ำ ลม ก็จะดีไปพร้อมกัน เรียกว่าเกิดสมดุลของธรรมชาติ

แถมการดูแลปลูกป่าต้นน้ำที่ถูกทำลาย เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมฝนแล้ง ยังใช้เงินไม่มาก ไม่ต้องถึงแสนล้านแบบที่รัฐบาลเตรียมกู้ไว้ด้วย

แต่ก็ทรงรับสั่งเรื่องแก้มลิง ก็ใช่ ถ้าปีไหนน้ำมามากก็ต้องมีที่พักน้ำ ค่อย ๆ ปล่อยไปในทางที่กำหนด

แต่ที่พวกเราต้องคิดกันต่อไปคือ ไอ้แสนล้านที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้นะ มันเป็นแผนที่เตรียมรับมือกับน้ำมาเท่าจำนวนที่เกิดในปี 54 เท่านั้น ถ้าน้ำมามากกว่านั้นก็...เอวัง

นี่แหละเราถึงว่าพระองค์ท่านทรงอัจฉริยภาพ เพราะการแก้ปัญหาป่าต้นน้ำ เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ฝนมากน้ำท่วม ฝนแล้งก็แล้งซ้ำซาก แถมไม่รู้ว่าฝนมามากแค่ไหน ก็ต้องมีป่ามาก ๆ ไว้ซับน้ำไว้ได้....อย่างน้อยก็ประมาณ 30% ทีเดียว เรียกว่าแก้ปัญหาแบบเบ็จเสร็จ และยังได้สภาพแวดล้อมที่ดีทั้ง ดิน ลม น้ำกลับมา..........ต้องเรียกว่าสุดยอด


เห็นรัฐบาลออกข่าวขมีขมันว่าจะปลูกป่า 4 ล้านไร่ และน้อมนำพระราชดำริไปปฏิบัติ จัดการกับพวกบุกรุกทำลายป่า ปลูกไม้โตเร็วควบคู่กับไม่โตช้า คาดว่าไม่กี่ปีก็จะกลับมาเขียวฉอุ่มดังเดิม ถ้าทำจริงอันนี้ต้องชมว่ารัฐบาลปูแดงทำดีจริง

หมดเรื่องน้ำท่วมแล้ว เข้าโหมดแก้รัฐธรรมนูญ

พรรคเพื่อไทย ออกมาดาหน้าว่าใครไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ เป็นผู้สร้างความขัดแย้ง

คงมีความเข้าใจผิด หรือโง่ หรือต้องการโยนความไม่ดีไปให้พวกเห็นต่าง

เพราะถ้าใครไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลกลายเป็นการสร้างความขัดแย้งละก็ มันเผด็จการชัด ๆ ใครไม่เห็นด้วยกับรัฐเป็นผิดไปหมด รัฐจะเสนออะไรเลว ๆ ก็ได้ ออกกฎหมายนิรโทษกรรม หรือฟอกผิดเป็นถูก ประชาชนก็ค้านไม่ได้หรือไง

ปากก็ก็อ้างประชาธิปไตย ขนาดเผาบ้านเผาเมืองเพื่อประชาธิปไตยของใคร ก็ทำมาแล้ว คราวนี้พูด ทำ แบบเผด็จการเสียงข้างมากเฉยเลยนะ

การมีเสียงข้างมากในสภาไม่ได้หมายความว่า จะทำเลวอย่างไรก็ได้

เรื่องของความถูกต้อง ไม่เกี่ยวกับเสียงมากหรือน้อย

สำคัญว่าถูกหรือผิดต่างหาก แยกแยะถูกหรือปล่าว

คิดว่าคนไทยส่วนใหญ่โง่หรือไง บอกอะไรก็เชื่อ เดี๋ยวเอาเงินยัดปาก แจกโน่นแจกนี่ขี้คร้านจะเงียบหรือไง

ความจริงคือรัฐธรรมนูญมันไม่ได้เสียหายมากมายให้ต้องแก้

แต่ที่เสียหายมากมายต้องแก้ไขด่วน คือบรรดา สมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทั้งหลาย รวมทั้งบรรดาสมาชิกวุฒิสภาอีกลายท่านต่างหาก ทีมันทำให้บ้านเมืองนี้ต้องล่มจมลงทุกวัน

ไม่รู้ตัว หรือแกล้งโง่ ไม่ทราบ

อ้อ...ฝากข่าวไปถึงบรรดา พันธมิตรสีเหลืองว่า ...อย่าต้องมาบาดเจ็บล้มตายเพราะเรื่องแก้รัฐธรรมนูญเลย

เราเคยบอกว่า หาวิธีที่ชนะโดยไม่ต้องรบน่าจะดีกว่า

จึงขอเสนอว่า รณรงค์ให้ความรู้ประชาชนว่าแก้รัฐธรรมนูญไม่ดีอย่างไร หรือแก้ประเด็นไหนไม่เอา

ต่อต้านทำง่าย ๆ ในเมืองใหญ่ ๆ เช่น กทม. เช่นให้ใส่เสื้อสีอะไร หรือติดสัญลักษณ์อะไรที่ตัวหรือที่รถ หรือที่บ้าน/สถานที่ทำงาน ให้เป็นที่รู้กันว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ

ถือว่าเป็นการต่อสู้ที่ไม่ต้องรบ อหิงสาแบบคานธี อย่างน้อยก็จะรู้กันไปเลยว่าคนไม่เห็นด้วยและออกมาปฏิเสธมีมากน้อยแค่ไหน เพราะบางคนก็เห็นด้วยกับสีเหลืองในบางเรื่อง แต่เค้าไม่ใช่สีเหลือง จะออกไปเย้ว ๆ ด้วย ก็ลำบากใจ เอาวิธีนี้ซะ ทุกคนที่เห็นด้วยเต็มใจทำ และตัดประเด็นเรื่องสีไป

เรื่องน้ำมันก็เช่นกัน ถาจะให้ ปตท. ขึ้นราคาตามใจชอบ เห็นทีอาจใช้วิธีนี้ หรือถ้าไม่ไหวจริง ๆ กับรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหน ก็งดจ่ายภาษีมันไปเลย

แค่กรุงเทพฯ จังหวัดเดียวงดจ่ายภาษี รับรองเงินรายได้จากภาษีจะหายไปเกินครึ่งของประเทศ แล้วคราวนี้รากหญ้าทั้งหลายจะเข้าใจว่า กทม. นะสำคัญอย่างไร และไม่ถูกรัฐบาลปูแดงจูงจมูกแบ่งแยกคนชนบทกับคนเมืองหลวง

คนเมืองหลวงอาจได้ความสะดวกมากกว่า แต่ก็จ่ายมากกว่าชนบทหลายเท่านัก มันเป็นไปตามธรรมชาติ คนชนบทก็เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ต่างฝ่ายต่างเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ทั้งชนบทและเมืองจะอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข พรรคและแกนนำสีที่มีอำนาจอยู่ในขณะนี้ เลิกแบ่งแยกประชาชนเสียที เที่ยวด่าว่าคนอื่นสร้างความแตกแยกนะ ชี้นิ้วไปที่คนอื่นแต่อีกสี่นิ้วชี้เข้าตัวเองทั้งนั้น............เลวซะ


997. มาอยู่เป็นเพื่อน     [58.11.132.145]     27 Feb 2012 - 21:44

ไม่ต้องห่วงค่ะ เต็มก็เปิดใหม่ค่ะ ขอให้มาตอบเถิด

วันนี้อ่านหมอนิดทำนายก็ได้แต่ห่อเหี่ยวใจ แต่ทำไงได้ค่ะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

พูดถึงพันธมิตร ได้ข่าวว่ารอความพร้อมอยู่ ถ้าอันตรายหรือไม่ชนะ คงไม่ออกมาหรอกค่ะ ที่สำคัญตอนนี้ฝ่ายสีเหลืองถูกฝ่ายสีฟ้าตัดกำลังไปเยอะด้วยค่ะ จริงๆแล้วถ้ามาร่วมมือกันคงมีพลังที่แข็งแรงมากขึ้นค่ะ

998. รู้ไว้ใช่ว่า     [203.131.212.33]     28 Feb 2012 - 19:47

สวัสดี ตอนค่ำ..ย่ำ......ย่ำ....และก็ย่ำ......ช้ำหัวใจเหลือเกิน

วันนี้งานมาก ซ้ำร้ายเกิดปัญหา กะว่าจะไม่มาเขียนอะไรให้อ่าน เอาไว้ใจคอมั่นคงแล้วค่อยเขียน

แต่ก็อะนะ กังวลว่าจะมีคนรออ่าน เขาจะรอเก้อ ก็ตัดใจมาเขียนฝ่าความเครียดจากเรื่องงานในหน้าที่

เขียนอีกไม่ถึงห้าครั้งก็ครบพันแล้ว............พี่น้อง

วันนี้เห็นข่าว คุณคำนูน สิทธิสมาน ท่านเอาภาพและเรื่องสำรวจหาน้ำมันกลางใจกรุงเทพ แถบตะวันตก พุทธมณฑลสาย 2

ถ้าเจอน้ำมันและมีปริมาณมากพอทางการพาณิชย์ละก็ อาจต้องเวณคืนที่ดินร่วม 20 ตารางกิโลเมตรเชียวละ

กว้างใหญ่พอสมควร น่าจะกินพื้นที่พุทธมณฑลสาย 1-4

ถามว่าเคยมีการขุดเจาะสำรวจหาน้ำมันในพื้นที่ กทม. ไหม?

ต้องตอบว่าเคยมี แต่ไม่เคยเจอ อาจจะทำมาหลายสิบปีแล้ว เครื่องไม้เครื่องมืออาจจะไม่ทันสมัยพอ

อีกอย่างเมื่อก่อนน้ำมันถูกลิตรละสิบกว่าบาท เดี๋ยวนี้จะ 50 บาทแล้ว น่าจะคุ้มค่ากับการลงทุน

พื้นที่ กทม. เรื่อยไปจนถึงทางตอนใต้ของภาคเหนือ เคยเป็นทะเลมาก่อน แม้แต่อีสานยังพบหอยทะเลโบราณอยู่บนยอดเขาเลย เราเคยไปเห็นด้วยตามาแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยแฮะ

คาดว่าไม่กี่พันปีมานี้ เกิดสันดอนตื้นเขินตามแนวชายฝั่ง จึงกลายเป็นพื้นดินให้พวกเราได้อาศัย

เคยอ่านในหนังสือว่า ในสมัยต้นอยุธยาเป็นราชธานีประมาณ 500 ปีมาแล้ว ฝรั่งบันทึกไว้ว่า ล่องเรือมาค้าขายที่อยุธยา ขนาดอยู่บนเรือยังมองเห็นยอดปราสาทได้ แสดงว่าอยุธยาสมัยนั้นใกล้ทะเลเอาการอยู่ละ

จึงไม่น่าแปลกใจที่ กทม. สูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่ถึงสองเมตร

ที่ดินแบบนี้มีโอกาสที่จะเกิดแหล่งพลังงานจากฟอสซิล ก็คือแกซธรรมชาติ และน้ำมันสูง

ในอ่าวไทยเราก็ไม่ได้มีแกซอย่างเดียว มีน้ำมันมหาศาล ............น่าจะมีอยู่ในบ่อแกซของ ปตท.ที่ขุด ๆ กันอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ออกข่าว.........รวยเละ.....แต่ไม่รู้เข้ากระเป๋าใคร....เพราะมันเป็นบ่อแกซ....น้ำมันที่เจอก็เลยเป็นผลพลอยได้

ส่วนรอยต่อระหว่างไทยกับเขมรที่ทักกี้กะฟันไม่เลี้ยง เห็นข่าวว่ามีประมาณ 5ล้านล้านบาท

เพราะอ่าวไทยมันเป็นทะเลใส น้ำรึก็ตื้น อากาศก็ร้อนช่วยทำให้ซากพืชซากสัตว์ย่อยสลายได้ง่ายและเร็วกว่าปกติ.......จึงไม่แปลกที่จะมีน้ำมัน

รวมถึงบนดินบนบกนี้ด้วย ขนาดกำแพงเพชร ขุดมาหลายปีแล้วยังไม่หมดเสียที ได้ยินมาว่าเป็นน้ำมันคุณภาพดีแต่มีจำนวนไม่มากพอที่จะใช้ในประเทศก็เท่านั้นแหละ

ป่าชายเลนแถบกรุงเทพฯ จึงไม่แปลกถ้าจะมีน้ำมัน แต่จะมากจะน้อย หรืออยู่ตรงไหนค่อยว่ากัน

มีคนกลัวว่าแผ่นดินจะทรุด ถ้าขุดเจาะเจอน้ำมัน ซึ่งเราว่าขุดลึกอยู่นะ ไม่เหมือนขุดน้ำบาดาล ที่เดี๋ยวนี้ห้ามขุดเพราะแผ่นดิน กทม. ทรุดไปหลายนิ้วแล้ว

น้ำมันน่าจะขุดลึกเลยเข้าไปในชั้นดินดานเสียอีก แต่เราไม่รู้ว่าจะมีผลต่อการทรุดตัวของแผ่นดินหรือไม่ เพราะไม่เคยเห็นข่าวบ่อน้ำมันประเทศไหนมีปัญหาแผ่นดินทรุด แต่ที่เคยเห็นก็คือเพลิงไหม้ที่บ่อแล้วสร้างมลพิษนี่แหละ เคยเกิดกับบ่อของ ปตท. ที่ประเทศออสเตรเลียเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา

อ้อ....ขอบอกว่า ....ถ้าเจอแล้วอย่าหลงดีใจละว่า..........คนไทยจะรวย.....เป็นเศรษฐีน้ำมัน

เสียใจด้วย...........ถ้าเจอจริง .........ปตท. จ๊ะที่รวย

แม้ว่าบริษัทที่ได้สัมปทานจะเป็นฝรั่งต่างชาติก็เหอะ แต่ต้องกลั่นโดยโรงกลั่นของ ปตท. เท่านั้นจ้า..........ก็มันผูกขาดเป็นเสือนอนกิน

แล้วขุดได้ในไทย...ควรเป็นของคนไทยทั้งชาติ........แต่มันขายในราคาสิงคโปร์นะจะ...........รู้หรือปล่าว

49% ของเครือข่ายทักกี้ถือหุ้น ปตท. ซะเกือบหมด ของรัฐแค่ 51%

ดังนั้นกำไรเข้ากระเป๋านักการเมืองไม่กี่คน

อีกครึ่งหนึ่งคือ 51% ค่อยมาเฉลี่ยให้คน 65 ล้านคนนะจ๊ะ

สรุปเจอน้ำมัน คนไทยก็ใช้น้ำมันแพงอยู่ดีละจ๊ะ แถมไม่ได้รวยขึ้น คนรวยขึ้นยังเป็นนักกินเมืองเหมือนเดิม

ไม่เชื่อเรา พวกท่านลองไปดูในกูเกิล ประเทศอินโดนีเซียเพื่อนบ้านเรา ขุดน้ำมันขายมหาศาล คนอินโดฯ ยังใช้น้ำมันแพง แถมยากจน ค่าแรงงานแค่ร้อยบาทต้น ๆ เองนะจ๊ะ......สิบอกให้...........เพราะนักการเมืองโกงกินพอ ๆ กับบ้านเราอะสิ

แล้วถ้ากรุงเทพฯเจอน้ำมันมาก ๆ (ถึงแม้ว่าเราจะเชื่อว่าค่อนข้างยากอยู่พอสมควร)

แล้วจะเกิดอะไรขึ้น

ก็ต้องมาชั่งน้ำหนักกันละว่า อันไหนมันสำคัญกว่ากัน ระหว่างน้ำมัน กับ ชุมชนเมืองหลวง

ถ้าจำนวนมหาศาลละก็ เราบอกว่า คนที่อาศัยอยู่แถบนั้นต้องทำใจ เตรียมรับค่าเวณคืนตามราคาที่ดินที่ซื้อขายกัน แล้วไปหาที่อยู่ใหม่ ซึ่งคงต้องออกไปอยู่ตามจังหวัดปริมณฑล เพราะที่เมืองหลวง ย่านกลางใจเมืองแบบนี้ มีเงินก็ไม่แน่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ ....จริงไหม?

เพราะนักการเมืองเค้าคิดถึงเงินที่จะเข้ากระเป๋าเค้าเป็นอันดับแรกแน่นอน ประชาชนไม่ได้มาก่อนอย่างที่โฆษณาหรอก แถมบอกต้องเสียสละเพื่อความเจริญของชาติ เงินก็ให้แล้ว ไปซะดี ๆ

ซึ่งบางทีไม่ได้อยู่ที่เงินหรอกนะ คนบางคนเค้าอยู่มาหลายปี หรืออยู่มาชั่วลูกชั่วหลาน เลยไม่อยากย้ายไปไหน โดยเฉพาะคนแก่ ตอนน้ำท่วมก็เห็นกันแล้ว ขนาดน้ำถึงชั้นสองแล้ว บรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ยังไม่ยอมย้าย

ถ้าถามความเห็นเรานะ เราว่าถ้าเกิดเจอน้ำมันแล้วรัฐบาลให้ขุดเจาะจริงละก็ ไม่ไล่ก็ควรไป เพราะมันอันตรายต่อสุขภาพ มลภาวะนะใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่

เราเองก็มีที่แถวสาย 3-4 เหลืออยู่แค่ 50 ตรว. เพราะก่อนหน้าหลานมาขอซื้อไปปลูกบ้านเสีย 50 ตรว. เราเห็นว่าหลานแท้ ๆ ก็ขายให้ถูก ๆ ที่ติดถนนคอนกรีต สาธารณูปโภคพร้อม ขาย ตรว. ละไม่ถึงหมื่น ถูกกว่าราคาประเมินเยอะ ที่ก็โอนให้ก่อนเงินยังไม่ต้อง บ้านก็ปลูกจนเข้าอยู่แล้ว นี่เกือบสองปีแล้ว ยังไม่ได้เงิน ถ้ามันจะโดนเวณคืนส่วนที่เหลืออีก....ก็ต้องโดนละ.....

อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด..........ว่าไหม?

แต่ต้องย้ายเมืองหลวงหรือไม่ ถ้ามันเกิดมีน้ำมันหลายบ่อ บ่อละหลายล้านบาเรล ละก็ เราว่านักการเมืองไทยมันต้องหาเหตุย้ายเมืองหลวงแน่............เฮ้อ






999. ดีจัง     [27.55.0.135]     28 Feb 2012 - 21:36

เป็นแฟนคลับกระทู้นี้มานานแล้วค่ะ
เป็นผู้ชมมานานแล้ววันนี้ขอเป็นผู้แสดงด้วยนะคะ
ปัจจัยของบ้านเมืองเรามันเยอะค่ะ สตอรี่ของสยามเราก็มีมานาน
ต้องทำความเข้าใจกับบริบทของชาวสยามนะคะ
ถ้าจะให้วิเคราห์ ก็ต้องใช้หลักการของพฤติกรรมศาสตร์ สังคมศาสตร์ ภูมิศาสตร์
และที่สำคัญคือโหราศาสตร์ ชิมิ ชิมิ
แต่แล้วสุดท้าย ทุกอย่างในโลกนี้ย่อมเป็นไปตามกรรม. ของพุทธศาสตร์นั่นเองค่ะ
ทุกวันนี้ขอให้ปัจเจกบุคคลประคับประคองตนเองให้ดีนะคะ. แล้วจึงจะไปช่วยผู้อื่นได้
เหมือนกับการปฏิบัติธรรมค่ะ. อานิสงค์จะเกิดกับคนรอบข้าง
เพราะกระแสของกรรมดีย่อมไปถึง คล้ายๆกับการแผ่รังสีให้กับคนที่แวดล้อม
คำตอบของยุคนี้ คือการมีสติ รอบคอบ ใจเย็นๆ เห็นอะไร อ่านอะไร โปรดใช้วิจารณญาน
ตอนนี้บ้านเมืองแบ่งเป็นสองเรียบร้อยแล้ว ทำอะไรไม่ได้ ก็ได้แต่เฝ้าดู
แต่ที่ประทับใจมากในช่วงเวลานี้คือ คุณชวนอภิปรายได้จับใจ ชัดเจน ตรงประเด็น
ถ้าใครไม่ได้ฟังน่าเสียดายนะคะ
ส่วนการวิเคราะห์เหตุการณ์บ้านเมืองด้วยโหราศาสตร์ ยังมีเสน่ห์ น่าติดตาม
ขอให้ คงกระทู้นี้ไว้นะคะ


1000. หึหึ     [118.174.88.59]     28 Feb 2012 - 23:59

ขอเจิมปิดกระทู้เลยนะครับ คุณชายใจแข็งมากไม่มามาแจม แต่เชื่อไหม เมื่อมีสัญญาณสำคัญ หลังขึ้น 1 ค่ำเดือน 5 หรืออย่างช้าก็หลังสงกรานต์ คุณชายน่าจะใจอ่อนลง และแวะมาทักทายกันบ้างนะครับ สวัสดี

แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 1000 คำตอบ ( 34 หน้า )
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 |

Click to share


ขออภัย เนื่องจากกระทู้นี้มีผู้ร่วมตอบกระทู้ เกินกว่า 1,000 คำตอบแล้ว

จึงขอปิด! งดการตอบกระทู้ต่อไป เนื่องจากจะทำให้ระบบโดยรวมช้าลง

หากเห็นว่ากระทู้นี้มีประโยชน์ ขอให้ท่านเปิดกระทู้ใหม่แทน

จากใจ Webmaster



©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.