Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (169) Vote Down (134) เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน   
38979 : จากคุณ หมอดูสมัครเล่น     [125.25.20.218]     16 Sep 2011 - 20:40     [1000 คำตอบ]

หนึ่งนารีขี่ม้า...มีความหมายอย่างไรกันแน่????


ตามข่าว .....

หลวงพ่อจรัญฯแนะนำให้อภิสิทธิ์รักษาเนื้อรักษาตัว เพราะจะได้กลับมาเป็นนายกฯอีก และกล่าวว่าผู้ปกครองเป็นหญิงจะนำชาติไปสู่ความเสียหาย โดยยกคำทำนายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำมาอ้างอิง

เลยเห็นว่าลองมาวิเคราะห์คำทำนายดูว่าแท้จริงมีความหมายอย่างใด ซึ่งมีผู้ยกมาอ้างดังนี้..........


คำทำนาย
ที่เคยมีมาช้านานนัก เริ่มประจักษ์ให้เห็นเร้นไม่ได้
หลวงพ่อฤาษีลิงดำเคยทำนาย เมื่อถึงปลายรัชกาลผ่านเข้ามา
ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและเฟื่องฟุ้ง น้ำมันผุดขึ้นมาจนเห็นค่า
พวกกาขาวจะบินรี้หนีเข้ามา เป็นประชาชนเต็มพระนคร
ชนทั่วโลกจะยกพระองค์ท่าน ชื่อกระฉ่อนร่อนทั่วทุกสิงขร
ออกพระนามลือชื่อดั่งทินกร องค์อมรเอกบุรุษแห่งแผ่นดิน
ชาวประชาจะปีติยิ้มสดใส แต่อกไหม้หนอนกินข้างในสิ้น
จะมีพวกกาฝากคอยกัดกิน เพื่อให้ได้สิ่งถวิลสมจินตนา
จะมีการต่อตีกันกลางเมือง ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า
คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร
ข้าราชการตงฉินถูกประณาม สามคนหามสี่คนแห่มาลากไส้
เกิดวิกฤติผิดเพี้ยนโดยทั่วไป โกลาหลหม่นไหม้ไร้ความดี
ประชาชีจะสับสนเรื่องดีชั่ว ถ้วนทุกทั่วจะมุดขุดรูหนี
ไม่แน่ใจสิ่งที่ทำนำความดี เกรงเป็นผีตายตกไปตามกัน
พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ
เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย
แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย
เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน
ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น
ทั้งพฤฒาจารย์ลือระบิล จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม
ความระทมจะถมทับนับเทวศ ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม
คนที่ดีจะก้มหน้าสุดระทม ส่วนคนชั่วหัวร่อทำท่าดัง
จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ
ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา
คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ.
ลาภ







แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 1000 คำตอบ ( 34 หน้า )
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 |

181. JaN     [110.168.89.122]     05 Oct 2011 - 08:03

รัฐบาลผลงานห่วยแบบนี้ ไม่มีใครปฏิวัติให้โง่หรอก !!


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 ตุลาคม 2554 07:01 น.




ผ่าประเด็นร้อน

หลายคนคงจะขบขันกับโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ ที่ระบุว่ากำลังมีขบวนการล้มรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เรียกว่า “แผน 9 ขั้น” อะไรนั่น

สำหรับ “ขบวนการอันร้ายกาจ” ดังกล่าวนั้นอ้างว่ามีทั้งกลุ่มการเมือง และกลุ่มที่สูญเสียอำนาจ รวมทั้งสื่อร่วมด้วยช่วยกันทำลาย รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามกระบวนการประชาธิปไตย

อย่างไรก็ดีเมื่อย้อนกลับไปพิจารณาทั้ง 9 ข้อ หรือ 9 ขั้นตามที่ทีมงานของ โฆษกพรรคเพื่อไทยเค้นมาแจกแจง เช่น ให้สื่อฝ่ายตรงข้ามโจมตีนโยบายรัฐบาล ยุยงให้ข้าราชการโวยวายว่าถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม จัดตั้งให้ชาวบ้านมาร้องเรียนกล่าวโทษรัฐบาล มีการดิสเครดิตว่ารัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ช่วยแต่ทักษิณ ชินวัตรคนเดียว โจมตีว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยเน้นในเรื่องไม่จงรักภักดี เป็นต้น

แม้ว่าตัวอย่างที่ยกมาอาจไม่ใช่นำมาแบบคำต่อคำจนครบถ้วน แต่ความหมายรับรองไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากนี้แน่นอน ขณะเดียวกันไม่รู้ว่าแผน 9 ขั้นดังกล่าวที่นำเสนอโดย โฆษกพรรคเพื่อไทยได้มีการปรึกษาหารือกับใครบ้างหรือเปล่า เพราะเหมือนกับว่าเป็นการ “ประจาน” ตัวเองอย่างล่อนจ้อน

เริ่มจากเรื่องสื่อที่โจมตีก่อนก็ต้องบอกว่า มันก็มีทั้งสื่อรับใช้ สื่อสีแดงที่มีอยู่เกลื่อนเมืองอยู่แล้วไม่ใช่หรือ ก็สั่งให้เชียร์ให้เต็มเหนี่ยวไปเลยซี ไม่เห็นต้องไปหวั่นไหว ขณะที่ยังมีสื่ออีกประเภทหนึ่งที่เป็นพวกรู้ทัน หรืออาจมีพวกเชียร์ฝ่ายตรงข้ามปะปนอยู่ก็ว่ากันไปตามธรรมชาติ

ส่วนกรณีข้าราชการโวยวายร้องขอความเป็นธรรมนั้น หากนับเอาเรื่องที่ ถวิล เปลี่ยนศรี ถูกเด้งพ้นตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยโยก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ไปนั่งในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงฯ แล้วดัน “พี่เมีย” ทักษิณ ชินวัตร คือ พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สมใจ ซึ่งถ้าเป็นกรณีดังกล่าวที่ ถวิล ไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมของข้าราชการพลเรือน ก่อนที่จะฟ้องศาลปกครองตามขั้นตอน มันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง เพราะไม่ได้มีความผิด “ไม่ยอมเปลี่ยนสี”

กรณีมีการล็อบบี้รัฐบาลญี่ปุ่นให้ออกวีซ่าให้ ทักษิณ ชินวัตร มีความพยายามคืนพาสปอร์ตสีแดง ทั้งที่มีสถานะเป็นนักโทษ หลบหนีคดี ปฏิบัติ “สองมาตรฐาน” ยิ่งกว่ายุค “อำมาตย์” เสียอีก ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐบาลกัมพูชาแบบมีเลศนัยแอบแฝงในเรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทนด้านพลังงานในอ่าวไทย

ตอบแทนพวกพ้องที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดงที่ไม่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการการเมืองมากมาย มีทั้งตลก นักร้องมาเป็นที่ปรึกษา เป็นเลขาฯกินเงินเดือนเป็นหมื่นเป็นแสนกันสนุกสนาน ซึ่งความไม่เหมาะสม ไม่เหมาะกับตำแหน่งยังรวมไปถึงบรรดารัฐมนตรีสำคัญหลายคนอีกด้วย

ส่วนเรื่องที่บอกว่ามีการนำชาวบ้านมา “จัดตั้ง” ร้องเรียนเพื่อดีสเครดิตรัฐบาล นั้น หากเป็นเรื่องที่ชาวบ้านโวยวายในเรื่องการแก้ปัญหาเยียวยาน้ำท่วม เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ผู้ประกอบการใหญ่น้อยรับไม่ได้เพราะเกรงว่าธุรกิจจะเจ๊ง เพราะทำให้การแข่งขันกับต่างประเทศลดลง รวมไปถึงนโยบายประชานิยมที่ปล่อยออกมาสารพัดมีการเปลี่ยนแปลงกลับไปกลับมาเป็นรายวัน

ที่สำคัญราคาข้าวของแพงหูฉี่ แม้จะอ้างว่าเป็นช่วงน้ำท่วมพืชผักจมน้ำตาย มันก็มีส่วนจริง แต่ถามว่าเวลานี้ราคาข้าวบรรจุถุงน้ำหนัก 5 กิโลกรัมที่ปรับราคาสูงขึ้นไปถุงละ 5-10 บาท โดยอ้างเหตุผลจากนโยบายรับจำนำข้าวทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ราคาข้าวของขึ้นราคาไปดักรอ ค่าแรง 300 บาท เงินเดือน(ค่าครองชีพ) 15,000 บาทล่วงหน้าแล้ว ถามว่าโฆษกพรรคเพื่อไทยยอมรับในเรื่องแบบนี้หรือไม่

อ้อ ยังมีเรื่องไม่จงรักภักดี ที่บอกว่ากลั่นแกล้งนั้น ถามว่า หากต้องระบุให้เห็นตัวตนก็ต้องยกตัวอย่างกรณีของ จตุพร พรหมพันธุ์ ที่เป็นทั้งแกนนำคนเสื้อแดง และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่มีทรัพย์สมบัติตามที่แจ้งรายการกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) กว่า 8 ล้านบาท มีรถหรูหราขับนั้น เคยกล่าวจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ หากจำไม่ได้ก็ให้ย้อนไปถึงคำพูด “กระสุนพระราชทาน” บนเวทีชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2554 หรือก่อนหน้านี้หลายครั้งหลายคราวแต่ฉวัดเฉวียนอ้อมไปอ้อมมา

ที่สำคัญคนที่ถูกสงสัยมากที่สุดว่า ไม่จงรักภักดีก็คือ ทักษิณ ชินวัตร นั่นแหละ ส่วนพฤติกรรมแบบไหนบ้าง เชื่อว่าคนที่ติดตามมานานก็น่าจะรู้ดี ไม่ต้องมาสาธยายซ้ำ

ล่าสุดผลสำรวจความรู้สึกของชาวบ้าน ต่อการบริหารงานของ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาลความพอหล่นฮวบฮาบ เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อน ทั้งที่ก็เพิ่งบริหารมาเพียงแค่เดือนกว่าเท่านั้นเอง นี่ยังไม่นับเรื่อง “เรือดันน้ำ” กับ “หญ้าแพรก” และข่าวว่าหลังสุดยังมีเรื่องชายแดน สระบุรี-สระแก้ว มาล้อเลียนอีก มันก็ยิ่งเป็นลบลงเรื่อยๆ

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องใส่ร้ายป้ายสี ดีสเครดิตผู้นำประเทศที่มาตามระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ ขณะเดียวกัน เมื่อแต่ละวันมีแต่เรื่องไม่เป็นมงคล ผลงานไม่ได้เรื่องแบบนี้ ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องคิดแผน 9 ขั้น หรือคิดปฏิวัติรัฐประหารให้เปลืองสมอง เพราะถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปเชื่อว่าอีกไม่นานชาวบ้านคง “ตาสว่าง” มองเห็นเองว่าพวก “ดีแต่โม้” ปั่นราคาเกินจริง ควรได้รับบทเรียนแบบไหน !!


182. เชฯ     [110.168.120.101]     05 Oct 2011 - 10:42

ดีฮ้าบบบ... คุณหมอดูฯ
( Star Ping...coffee)
ชวนอ่านข่าว พยากรณ์อากาศ เทียบเคียง กะการพยากรณ์ ของท่าน ธนูเกณฑร์ และ บทกลอนต้นกระทู้ ว่าด้วยเรื่อง "ฝนคร้าม" และ "สายน้ำเชี่ยว"...
... ถ้าปัจจุบัน แค่ "สายน้ำเชี่ยว" แล้ว "ฝนคร้าม" จะขนาดไหน????

94. เชฯ [110.168.120.101] 05 Oct 2011 - 10:21

--------------------------------------------------------------------------------

5 ตุลาคม 54... มาโพสต์ข่าว เพื่อเป็นบันทึก เทียบเคียง กับคำพยากรณ์ฮับ...

จาก คห.92
92. ธนูเกณฑร์ [58.8.28.190] 30 Sep 2011 - 12:08

ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน คาดการณ์ว่า...
....ฯลฯ....

วิกฤติน้ำท่วมใหญ่จะถึงจุด Peak (และ / หรือ จุดอันตรายที่สุดอันเกิดจาก "น้ำ") ใน 2 ช่วง คือ

(1) วันที่ 12 - 17 ตุลาคม และ (2) วันที่ 20 - 22 ตุลาคมนี้

ทิศที่ควรระวังเป็นพิเศษ คือ ทิศเหนือ และ ตะวันออกเฉียงมาทางใต้เล็กน้อย
นี่คือช่วงอันตรายที่สุดของปีนี้

ข่าวจาก คมชัดลึก วันที่ 5 ตค 54

http://www.komchadluek.net/detail/20111005/110960/อุทกภัย54หายนะพายุทะเลจีนใต้.html

อุทกภัย'54หายนะ'พายุ'ทะเลจีนใต้
มหาอุทกภัย'54หายนะ...'พายุ'ทะเลจีนใต้ : โต๊ะรายงานพิเศษ รายงาน

หลายเดือนมาแล้วที่ประชาชนกว่าครึ่งค่อนประเทศต้องผจญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี ภาคเหนือ ภาคกลาง และบางจังหวัดในภาคอีสาน กลายเป็นทะเลสาบ มวลน้ำจำนวนมหาศาลเอ่อท่วมขัง สร้างความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสให้แก่ผู้ประสบภัย

แต่นั่น อาจเป็นพียงจุดเริ่มต้น "มหันตภัย" ที่ธรรมชาติทวงคืน นับจากนี้เป็นต้นไปจนกระทั่งย่างเข้าสู่ต้นปี 2555 หายนะจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาจประเดประดังโหมกระหน่ำเข้าใส่ประเทศไทยอย่างไม่ยั้งมือ

ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงผลการศึกษาความแปรปรวนของสภาพอากาศ จากอิทธิพลภาวะโลกร้อนไว้อย่างน่าสนใจว่า อุณหภูมิของโลกที่เพิ่มสูงขึ้นผนวกกับปรากฏการณ์ลานีญาที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2553 ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกอย่างรุนแรง ทั่วโลกเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นระลอก รวมถึงประเทศไทยและภูมิภาคใกล้เคียงด้วย

ที่เห็นได้ชัดคือการเกิดพายุซึ่งมีผลกระทบต่อประเทศไทย ปกติจุดกำเนิดของพายุที่จะพัดถล่มในย่านนี้จะอยู่ตรงบริเวณที่เรียกว่า เวสต์แปซิฟิก ทางทิศตะวันออกของเกาะฟิลิปปินส์ ซึ่งจะเป็นทะเลลึก แต่ขณะนี้กลับพบว่าบริเวณทะเลจีนใต้ หรือทางทิศตะวันตกของฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นพื้นที่น้ำตื่นกลายเป็นจุดกำเนิดของพายุมากขึ้น เฉพาะปี 2553 ปีเดียว เกิดพายุบริเวณนี้ถึง 11 ลูก ทั้งที่ในอดีตเคยเกิดแค่ปีละไม่เกิน 4-5 ลูกเท่านั้น ทั้งเพราะอุณหภูมิบริเวณนี้ได้เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 26.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะต่อการก่อตัวของพายุ

"การเกิดพายุที่เวสต์แปซิฟิกจะไม่สร้างความเสียหายให้กับไทยมาก เพราะจะมีฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เป็นพื้นที่กันชนพายุให้กับประเทศไทย ซึ่งบ่อยครั้งที่พายุจะสลายตัวก่อนถึงประเทศไทย หรือหากหลุดมาได้ก็จะเป็นเพียงหางๆ เท่านั้น จะต่างจากพายุที่เกิดตรงทะเลจีนใต้ ซึ่งไม่มีเกาะฟิลิปปินส์บัง เมื่อพายุก่อตัวก็จะพัดเข้าถล่มประเทศไทยได้โดยตรง จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ที่ผ่านมาตรงจุดนี้จะมีอัตราการก่อตัวของพายุน้อยมาก แต่ทุกครั้งที่พายุก่อตัวจะสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับประเทศไทย อย่างเช่นมหาวาตภัยแหลมตะลุมพุกเมื่อปี 2505 ปี 2532 พายุเกย์ พัดถล่มชุมพร รวมถึงน้ำท่วมใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปี 2543" ศ.ดร.ธนวัฒน์ ตั้งข้อสังเกต

จากการศึกษาของ ศ.ดร.ธนวัฒน์พบว่า ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้ ประเทศไทยต้องรับมือกับปรากฏการณ์ลานีญามาอย่างยาวนาน ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ค่อนข้างแรง ประกอบกับสภาพอากาศมีความชื้นสูงมากผิดปกติ อากาศแปรปรวน ทำให้เกิดร่องความกดอากาศต่ำ และมรสุมจำนวนมาก ทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจนเกิดอุทกภัยระลอกแล้วระลอกอีกปรากฏการณ์เช่นนี้คล้ายกับเหตุการณ์ในปีที่เกิดพายุรุนแรงพัดถล่มประเทศไทย ซึ่งมีโอกาสสูงว่าปีนี้ประเทศไทยจะเกิดพายุใหญ่พัดกระหน่ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้

"ผมเป็นห่วงตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนมกราคมปีหน้า ภาคใต้ โดยเฉพาะฝั่งอ่างไทย ไล่ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ลงไปจนถึงปัตตานี มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะมีพายุใหญ่ซึ่งก่อตัวในทะเลจีนใต้ หรืออ่าวไทย พัดถล่ม จะทำให้เกิดฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ในระดับที่เรียกว่า มหาอุทกภัยปี 54 ได้เลย เพราะสภาพอากาศในเวลานี้ใกล้เคียงกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดพายุใหญ่พัดถล่มอย่างเช่นพายุเกย์ หรือแฮเรียต ในอดีตมาก" ศ.ดร.ธนวัฒน์ขยายความ

สอดคล้องกับ ดร.ภูเวียง ประคำมินทร์ โฆษกกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ระบุว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้าประชาชนภาคใต้ให้เตรียมรับมือภัยพิบัติจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ไว้ได้เลย เพราะร่องมรสุมจะเลื่อนจากภาคกลางลงไปปกคลุมภาคใต้ฝนจะตกหนักมาก และช่วงดังกล่าวมีโอกาสสูงที่จะมีพายุใหญ่พัดเข้ามาในพื้นที่ เพราะอิทธิพลของปรากฏการณ์ลานีญาเช่นเดียวกับเมื่อปี 2531 ต่อเนื่องปี 2532 ซึ่งตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมไปจนถึงมกราคมปีหน้าภาคใต้จะต้องเตรียมรับมือไว้ให้พร้อม โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยประสบภัยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อาจเกิดดินถล่มซ้ำเพราะในพื้นที่ดินไม่สามารถรับน้ำได้แล้ว

สำหรับพายุนาลแก พายุลูกแรกของปี 2554 ที่พัดเข้าประเทศไทยโดยตรงเสมือนตัวชิมลางนั้น ศ.ดร.ธนวัฒน์ และ ดร.ภูเวียง ระบุตรงกันว่า จะเข้าประเทศไทยในวันที่
7 ตุลาคม บริเวณ จ.นครพนม และ มุกดาหาร โดยเส้นทางจะพัดผ่านอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคกลาง ก่อนจะสลายตัวไปประมาณวันที่ 10 ตุลาคม ระหว่างที่พายุลูกนี้อาละวาดอยู่บนผืนแผ่นดินของประเทศไทยจะทำให้เกิดฝนตกหนัก เพิ่มปริมาณน้ำที่ท่วมสูงอยู่แล้วให้เพิ่มระดับสูงขึ้นไปอีก น่าเป็นห่วงว่าเขื่อนหลายเขื่อนทั้งในภาคอีสานและภาคกลางจะรับน้ำได้อีกหรือไม่?

ส่วนพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษจากอิทธิพลของพายุนาลแก คือทุ่งเพชรบูรณ์ บริเวณบ้านน้ำก้อและน้ำชุน ซึ่งเคยเกิดดินถล่มครั้งใหญ่เมื่อหลายปีก่อน ครั้งนี้อาจเกิดภัยพิบัติซ้ำเพราะดินในบริเวณนั้นชุ่มน้ำจนไม่สามารถซับน้ำได้อีกแล้ว !!

สรุป 5ตค54 กรมอุตุฯมีความเห็น สอดคล้อง กับเรื่อง จุดพีคที่1 ของ อ.ธนูเกณฑร์..... รอดูผล "นาลแก" กันต่อไป

เรื่อง พีคที่2 ยังไม่มีข้อมูล จากกรมอุตุฯ

เรื่อง พายุจากอ่าวไทยถล่มภาคใต้ที่ อ.จากจุฬาฯกังวล... อ.ธนูเกณฑร์ ยังมิได้ให้ความเห็นไว้

รอการวินิจฉัย เรื่อง ๕เล็ง๗ จาก อ.ธนูเกณฑร์ อยู่นะฮ้าบบบ...(วิเคราะห์ ไปแล้วอย่างละเอียดยิบ... อีกทั้ง ท่านยังมีความเห็นว่าไม่น่าเป็นเรื่อง ภัยธรรมชาติ ... จึงอยากรู้ว่า ท่าน ธนูฯ จะพยากรณ์ ในทิศทางใดน่ะฮับ )


แก้มแด๊งแดง เช กรู ว่า แล้ววววว......



183. หมอดูสมัครเล่น     [125.25.30.233]     05 Oct 2011 - 11:14


นโยบายที่ต้องเพ่งอย่ากระพริบตา มาแล้ว...
ช่องโหว่เพียบ และเม็ดเงินมหาศาสตร์ ระวังสต็อกลม(มีแต่ตัวเลข),การสวมสิทธิ์
และอื่นๆ........
และแกงขึ้นราคา แต่ค่าแรงยังไม่ขึ้น


นักเศรษฐ์ศาสตร์ 82 % ฟันธงรับจำนำข้าวมีทุจริตแน่ ชี้โรงสีได้ประโยชน์สุด


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
5 ตุลาคม 2554 10:28 น.




กรุงเทพโพลล์ เผยผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ พบร้อยละ 82 เชื่อจะมีการคอร์รัปชั่นโครงการรับจำนำข้าวแน่นอน โดยร้อยละ 86 มั่นใจว่าโรงสี ไซโลจะได้ประโยชน์มากสุด ขณะที่ร้อยละ 74 คิดว่าผู้บริโภคจะเป็นกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์สูงสุด ร้อยละ 59 ระบุโครงการประกันราคาที่พรรคประชาธิปัตย์ทำดีกว่าการรับจำนำข้าว

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานด้านการวิเคราะห์ วิจัยเศรษฐกิจระดับชั้นนำของประเทศ 31 แห่ง จำนวน 67 คน เรื่อง “อนาคตโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี : ใครกำไร ใครขาดทุน?” โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 26 ก.ย. - 3 ต.ค. ที่ผ่านมา

นักเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 50.7 เชื่อว่าราคารับจำนำข้าวเปลือกที่ชาวนาจะได้จะต่ำกว่าราคาที่รัฐบาลประกาศไว้ ขณะที่ร้อยละ 38.8 เชื่อว่าราคารับจำนำที่ชาวนาจะได้จะเท่ากับราคาที่รัฐบาลประกาศไว้

เมื่อสอบถามความเห็นที่มีต่อราคาข้าวสารในตลาดโลกโดยรวม ในปี 2555 จะสูงกว่าราคาที่รัฐบาลจะขายหรือไม่ นักเศรษฐศาสตร์ร้อยละ 56.7 เชื่อว่า มีโอกาสน้อย ที่ราคาข้าวสารในตลาดโลกโดยรวมจะสูงกว่าราคาที่รัฐบาลจะขาย ในขณะที่ร้อยละ 19.4 เชื่อว่า ไม่มีโอกาสเลย ที่ราคาข้าวสารในตลาดโลกโดยรวมจะสูงกว่าราคาที่รัฐบาลจะขาย มีเพียงร้อยละ 17.9 ที่เชื่อว่า มีโอกาสมาก ที่ราคาข้าวสารในตลาดโลกโดยรวมจะสูงกว่าราคาที่รัฐบาลจะขาย

ส่วนปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก นักเศรษฐศาสตร์มากถึงร้อยละ 82.1 เชื่อว่า จะมีการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างแน่นอน มีเพียงร้อยละ 4.5 เท่านั้นที่เชื่อว่าจะไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น

สำหรับกลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด 3 ลำดับแรก ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือก คือ โรงสี/ไซโล ร้อยละ 86.6 นักการเมือง ร้อยละ 61.2 และ ผู้ส่งออก ร้อยละ 43.3 ส่วนกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์มากที่สุด 3 ลำดับแรก คือ ผู้บริโภค ร้อยละ 74.6 ชาวนา ร้อยละ 41.8 รัฐบาล ร้อยละ 37.3

ด้านความคิดเห็นที่จะเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการแก้ปัญหาราคาข้าวด้วยวิธีใดจึงจะดีและมีความเหมาะสมที่สุด นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.7 เห็นว่า ควรแก้ปัญหาโดยไม่เข้าไปแทรกแซงกลไกราคา แต่ควรใช้การประกันราคาในระดับที่เหมาะสมกับต้นทุน ดังที่ได้ดำเนินมาในโครงการประกันรายได้เกษตรกร ของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่มีเพียงร้อยละ 17.9 เท่านั้นที่เห็นว่า ควรแก้ปัญหาโดยใช้วิธีการบริหารจัดการอุปทาน (Supply side) ดังที่กำลังดำเนินการอยู่ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี

นอกจากนี้นักเศรษฐศาสตร์ยังได้เสนอแนะแนวทางอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาราคาข้าว/โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี คือ (1)การแก้ปัญหาราคาข้าวต้องมีการบริหารจัดการที่รัดกุมอย่าให้เกิดการทุจริตได้ โดยการรวบรวมสาเหตุที่โครงการรับจำนำข้าวในอดีตขาดทุน แล้วกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เช่น ปัญหาการสวมสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ หรือ โรงสีนำข้าวเปลือกจากชาวนาหมุนเวียนเข้าร่วมโครงการ เป็นต้น (2)ควรใช้เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อลดต้นทุนการปลูกข้าว มากกว่าการแทรกแซงราคา พัฒนาผลผลิตต่อไร่ พัฒนาคุณภาพข้าว เป็นต้น


..........................................................................................................................................................................................................................................


to>เชฯ นอกจากพายุแล้ว ยังมีแผ่นดินไหวอีก และปีหน้าคือปี2012โลกาวินาศ
ที่ชาวมายาบอกว่าจะเป็นจุดเริ่มยุคใหม่ เหมือนคำทาย...นารีเลย คือการเปลี่ยนศักราชใหม่ ที่เกิดจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมพาไป(เดา)



184. JaN     [124.121.211.26]     05 Oct 2011 - 11:40

ปลายปีข้าวเปลือกที่รับซื้อไว้ก็จะมีสภาพ อุบาทว์ๆ เชื่อสิ

185. ขึ้นม้าแล้ว     [182.53.58.245]     05 Oct 2011 - 18:49

"ยิ่งลักษณ์" แจงผ่านเฟซบุ๊ก เผย 9 มาตรการแก้ปัญหาน้ำท่วม ตั้ง กก.ระดับจังหวัด แก้ปัญหาร่วมกับ ปชช.
วันที่ 05 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เวลา 13:32:09 น.




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ถึงการประชุมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ว่า จากการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ นายกรัฐมนตรีให้นโยบายเชิงปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง นายกรัฐมนตรีได้เน้นนโยบายเชิงปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ด้านมาตรการเห็นผลทันที 9 มาตรการ มาตรการที่ 1 ต้องเร่งระบายน้ำท่วมออกทะเลให้หมดโดยเร็วที่สุด มาตรการที่ 2 ต้องใช้แรงดันเรือหรือเครื่องในการดันน้ำให้หมดโดยฉับไว มาตรการที่ 3 ใช้การบริหารทางเทคนิคด้วยการวัดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ





มาตรการที่ 4 การช่วยเหลือราษฎร โดยเพิ่มบทบาทให้กองทัพทุกเหล่าทัพมาช่วยเหลือ ราษฎรที่ประสบปัญหาอุทกภัยให้มากยิ่งขึ้น มาตรการที่ 5 การให้ข้อมูลข่าวสารกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความเชื่อมั่นว่า พี่น้องประชาชนทุกคนมีความรักความสามัคคี สามารถนำพาประเทศชาติให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ด้วยดี มาตรการที่ 6 การรักษาเขตตัวเมือง ด้วยการตรวจติดตามสภาพคันกั้นน้ำที่ทำจากดินให้มีสภาพแข็งแรง หากมีสภาพเก่าหรือชำรุดต้องติดตามแก้ไขให้อยู่ในสภาพคงทน สามารถเป็นคันกั้นน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ




มาตรการที่ 7 กรมชลประทานปฏิบัติการขุดลอกคันกั้นน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมาตรการดันน้ำลงทะเลอย่างฉับพลันทันที มาตรการที่ 8 การริเริ่มโครงการประชาอาสา โดยให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมแรงร่วมใจกัน ใช้เรือของตนเองที่มีอยู่ ในการดันน้ำลงทะเล โดยภาครัฐรับผิดชอบดูแลค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับน้ำมันเรือ มาตรการที่ 9 ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ เมื่อเกิดปัญหาอุทกภัยโดยจังหวัดตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดและมีพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วนของชุมชนและตัวแทนส่วนราชการระดับท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทร่วมกันในการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและเกิดผลทางปฏิบัติทันที


186. ae     [110.168.50.234]     05 Oct 2011 - 20:06

ไปอ่านเจอมา ถูกใจมากครับ เลยเอามาให้อ่านกัน

ถ้าฉันเป็นนายกฯ ในประเทศที่กำลังมีน้ำท่วมหนัก บทความจากเด็ก
ที่มา http://niceoppai.47.forumer.com/viewtopic.php?f=2&t=30440

หมายเหตุ: คัดลอกจากเรียงความของนักเรียน ป.4 คนหนึ่ง ซึ่งเขียนส่งอาจารย์เป็นการบ้านวิชาสังคมศึกษา

ถ้าฉันเป็นนายกรัฐมนตรี ในประเทศที่กำลังมีภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี

กินพื้นที่กว่า 30 จังหวัดหรือเกือบครึ่งประเทศ

ผู้คนเดือดร้อนหลายล้านคน

เป็นเวลายาวนานเกือบหนึ่งสัปดาห์เต็ม

…. ฉันจะ

ฉัน จะสั่งทำถุงยังชีพ ให้ข้างถุงเขียนว่า "มาจากภาษีประชาชน" ไม่ต้องให้ใครได้ "เอาหน้า" เพราะประชาชนเป็นคนทำงานเสียภาษีให้รัฐทุกปีอยู่แล้ว

ฉัน จะจัดตั้ง "ศูนย์กลางแก้วิกฤติ" อย่างด่วนที่สุด ไม่รอให้เนิ่นช้ากว่า 7 วัน ไม่ปล่อยให้ "รัฐบาล" ซึ่งกินภาษีประชาชน ทำงานเชื่องช้ากว่าประชาชนด้วยกันเอง

ฉันจะเอา "ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ศอฉ." นั่นแหละมาปัดฝุ่นแล้วลุยงานเลย เพราะฉันเชื่อว่า "น้ำท่วม" ก็เป็นเรื่อง "ฉุกเฉิน" ของชาติเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะภารกิจปราบม็อบเสื้อแดงเท่านั้นที่ฉุกเฉิน

ฉันจะตั้งตัวเองเป็นหัวหน้าศูนย์ เพราะฉันคือผู้นำประเทศ และนี่คือช่วงเวลาที่ประเทศต้องการผู้นำ

ฉัน จะไม่ตั้งที่ปรึกษาฯของฉันซึ่งไม่มีอำนาจอะไรทางกฏหมาย เป็นหัวหน้าศูนย์ โดยเฉพาะหากที่ปรึกษาคนนั้นเคยต้องลาออกจากตำแหน่งการเมืองด้วยเรื่องอื้อ ฉาวในอดีต

ฉันจะเอาข้อมูลทั้งหมดมาประมวลในภาพกว้าง ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่า "น้ำ" ที่ท่วมหนักที่สุดในรอบ 50 ปีนั้นมาจากไหน มาอย่างไร มาเมื่อไหร่ แล้วมันแตกต่างจากน้ำในปีก่อนๆอย่างไร และทำไมถึงต่าง

ฉันจะต้องรู้ด้วยว่าพื้นที่ไหนบ้างที่เดือดร้อน ไป แล้ว พื้นที่ไหนกำลังเดือดร้อนในตอนนี้ และ พื้นที่ไหนที่น้ำจะท่วมต่อไปในวันพรุ่งนี้

และที่สำคัญคือ เมื่อไหร่ทุกอย่างจะคลี่คลาย

พื้นที่ ไหนกำลังเดือดร้อน ฉันจะจัดแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ (แดง เหลือง เขียว) ฉันอยากรู้ด้วยว่าในพื้นที่แต่ละแบบนั้นมีประชาชนอยู่กี่คน จุดไหนบ้าง พื้นที่ไหนเป็นสภาพเมือง พื้นที่ไหนเป็นพื้นที่การเกษตร ฉันจะได้ส่งการช่วยเหลือไปอย่างเหมาะสม

ฉันจะกำหนดให้ศูนย์กลางแก้วิกฤติเป็นมากกว่า "คนประสานงาน" ระหว่างหน่วยงานราชการที่เชื่องช้า
ศูนย์กลางของฉันจะต้องทำหน้าที่ "บริหารทรัพยากร" ที่มีอยู่ให้ใช้ไปอย่างถูกที่ ถูกเวลา ด้วย

เงินทองที่เบิกจ่ายต้องโปร่งใสรวดเร็ว
ประมวลข้อมูลจากภาคสนามอย่างทันท่วงที
และประสานรับ "น้ำใจ" จากภาคเอกชนอย่างเป็นระบบ

ดังนั้น ศูนย์ของฉันจะมีข้อมูลรายละเอียดว่าวันนี้ อำเภอไหนบ้างที่ขาดไฟฉายเข้าขั้นวิกฤต
ตำบลใดรับข้าวสารไปหุงกินเองได้ ตำบลใดต้องการอาหารสำเร็จรูปมากกว่า
เส้นทางไหนต้องใช้เรือ ใช้กี่ลำ มีคนติดอยู่แถวนั้นกี่คน

ฉันจะรู้ด้วยว่าถึงนาทีนี้ข้าวสาร น้ำดื่ม ทั้งที่จัดซื้อมาเอง และประสานกับภาคเอกชนนั้น มีกี่ขวด
แจกจ่ายไปจุดไหนบ้างแล้ว ไปถึงที่หมายช้าเร็วแค่ไหน
มีใครได้เกินความจำเป็นหรือไม่ มีใครที่ขาดแคลนอย่างหนักแต่ยังไม่ได้หรือเปล่า

เงิน บริจาคทุกบาทจะต้องทำบัญชี แสดงที่มาที่ไป หน่วยงานไหนรับบริจาคมาเท่าไหร่ ต้องแสดงให้ชัดเจน เพราะมันจะมีผลต่อการกล่าวอ้างเพื่อยกเว้นภาษี อีกทั้งป้องกันไม่ให้เกิดการฉ้อฉลโดยใช้ความเดือดร้อนของคนร่วมชาติเป็น เครื่องมือ

อ้อ .. ฉันจะแจ้งให้กลุ่ม "ชาตินิยม" ทั้งหลายทราบด้วยว่า ตอนนี้แหละคือเรื่องของ "ชาติ" จริงๆ เพราะมันคือเรื่องของคนตัวเป็นๆที่อยู่ในประเทศเดียวกัน ไม่ใช่ที่ดินผืนน้อยที่มีปัญหามาแต่โบราณ ใครอยากกู้ชาติ อยากพลีชีพ เชิญได้เต็มที่ในครั้งนี้ อย่ามัวแต่ไปต่อแถวกินโดนัท

ฉันจะต้องรู้ด้วยว่า "พื้นที่ปลอดภัย" ในแต่ละอำเภอ แต่ละจังหวัดนั้นมีที่ไหนบ้าง จุดไหนที่สามารถอพยพผู้คนเข้าไปได้ จุดไหนยังเสี่ยง

ฉัน จะจัดทำแผนอพยพที่ชัดเจน จะไปเส้นทางใด ใช้พาหนะใด ใช้เวลาเดินเท่าไหร่ และที่สำคัญ วันนี้ปลอดภัยแล้วพรุ่งนี้จะปลอดภัยไหม ข้อมูลวิทยาศาสตร์ทำนายว่าอย่างไร

ดังนั้นหากรู้ว่า น้ำกำลังไหลจาก อำเภอ ก. ไป อำเภอ ข. ภายใน 12 ชั่วโมง ฉันจะได้สั่ง "อพยพ" ผู้คนได้ล่วงหน้า ทันเวลา ไม่ใช่เพียงแต่ทำงาน "ตามปัญหา"

ด้วย ความที่ฉัน (และศูนย์กลางของฉัน) มีข้อมูลครบถ้วนรอบด้าน เห็นภาพกว้างที่สุด ฉันจะสามารถ "ประสาน" แนวทางการทำงานของแต่ละกลุ่ม ทั้งส่วนราชการต่างๆ หรือส่วนเอกชนอย่างอาสาสมัครกู้ภัย หรือกระทั่งสื่อมวลชน

ทุกคนจะได้ทำงานไปใน "ทาง" เดียวกัน เป้าหมายเดียวกัน และได้ประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ซ้ำซ้อน ลักลั่น ไร้ทิศทาง

ฉัน เชื่อว่าในสภาวะวิกฤติเช่นนี้ การส่งทรัพยากรอันจำกัดไปให้ถูกที่ ถูกเวลา นั้นสำคัญมาก – ใครขาดน้ำดื่มต้องได้น้ำดื่ม ใครขาดอาหารแห้งต้องได้อาหารแห้ง ใครป่วยต้องได้ถูกเคลื่อนย้ายออกมาทันที – เพราะการใช้ทรัพยากรไปหนึ่งครั้ง มันมีค่าเสียโอกาสอยู่ด้วย

เรือที่ออกไปแจกข้าวสาร สามารถใช้ไปรับคนป่วยได้เช่นกัน
เราเพียงต้องรู้ให้ชัดว่าเมื่อไหร่ควรใช้อะไร ทำอะไร เพื่ออะไร
ซึ่งการจะทำอย่างนั้นได้ มันต้องมีข้อมูลมุมกว้าง และต้องตัดสินใจอย่างจากภาพรวม
สำหรับ พื้นที่ไหนที่น้ำยังไปไม่ถึง ฉันจะสั่งให้รีบ "เตรียมตัว" รับมือ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการเอากระสอบทรายมา "กั้น" น้ำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องหมายถึงการเตรียมทางหนี ทีไล่ ระบบแจ้งเตือน จัดพื้นที่ปลอดภัยไว้รอรับปัญหา จัดอาหาร ยารักษาโรค ไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน

พื้นที่ ไหนน้ำเริ่มลดแล้ว ฉันจะเร่งช่วยเหลือประชาชน ซึ่งไม่ได้หมายถึงการ "แจกเงิน" อย่างมักง่ายเพียงอย่างเดียว เพราะฉันรู้ดีว่าเงินมีจำกัด และในสภาวะฉุกเฉินนั้น เงินอาจไม่ต่างจากกระดาษปึกหนึ่ง ที่อาจเอาไปซื้ออาหารมากินได้ไม่กี่มื้อ

ฉันจะเร่งช่วยเหลือ ประชาชนในช่องทางอื่นด้วย เช่น อาจได้เวลาปล่อยสต๊อกข้าวในยุ้งของรัฐ อาจประสานงานกับภาคเอกชนว่าต้องการ "สินค้าเกษตร" เป็นของบริจาค และ อาจเอางบประมาณฉุกเฉินมา "จ้างงาน" ผู้ประสบภัยให้ "ทำอาหาร" แจกจ่ายคนอื่นๆ ซึ่งเท่ากับเป็นการช่วยประชาชนได้ถึงสองต่อ (มีงานทำ ได้เงิน มีกิน) – ฉันหวังว่าไอเดียแบบเด็ก ป.4 ของฉันจะไม่ไร้เดียงสาเกินไปนัก

ฉันจะทำ งานด้วยสำนึกในกะโหลกว่า "ผู้นำ" ประเทศมีหน้าที่รับทราบข้อมูล ประมวลผลในภาพกว้าง กำหนดกลยุทธ์ แนวทาง เป้าหมาย และ "ตัดสินใจ" ในทางเลือกสำคัญๆ

ผู้นำประเทศไม่ได้มีหน้าที่เพียง "รับฟัง" แล้วปล่อยให้ลูกน้องทำงานไปวันๆตามมีตามเกิด

ฉันรู้ดีว่าแนวทางเช่นนี้สำคัญมากในการ "บริหารวิกฤติ" และในฐานะ "นายกฯมือใหม่" ฉันจะตั้งใจทำมันให้ดีที่สุด
เพราะจะว่าไป "น้ำท่วม" อาจเป็นภัยพิบัติที่ "เบา" ที่สุดแล้ว หากเทียบกับ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด สึนามิ หรือ ไวรัสระบาด

ฉัน จะไม่ออกเดินทางพร่ำเพรื่อ หรือหากจะออกภาคสนาม ก็จะใช้ทรัพยากร (เช่น เจ้าหน้าที่ หรือ ยานพาหนะ) อย่างน้อยที่สุด เพราะสิ่งเหล่านั้นควรถูกนำไป "แก้ปัญหา" มากกว่ามาดูแลฉัน

ฉันจะพูดให้น้อย ทำงานให้มาก พูดเฉพาะเรื่องสำคัญๆ
เพราะรัฐบาลของฉันมีโฆษกกินเงินเดือนอยู่แล้ว

187. อายเด็กป.4     [182.53.58.245]     05 Oct 2011 - 20:36



ความจริงปิ๊งหลายข้อแต่ชอบข้อนี้มากที่สุด...



ฉันจะเอา "ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน" หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ศอฉ." นั่นแหละมาปัดฝุ่นแล้วลุยงานเลย เพราะฉันเชื่อว่า "น้ำท่วม" ก็เป็นเรื่อง "ฉุกเฉิน" ของชาติเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะภารกิจปราบม็อบเสื้อแดงเท่านั้นที่ฉุกเฉิน

......................................................................................................................................................................................................................


นายกฯต้องเป็นหัวหน้าศูนย์เองจึงจะทันการณ์

188. JaN     [124.120.55.192]     05 Oct 2011 - 21:03

คุณae คะ ชอบ 186. ทุกๆข้อเลยค่ะ


เยี่ยมๆ ๆ ๆ ขออนุญาตส่งต่อให้อ่านโดยทั่วกันทางอีเมล์แล้วนะคะ

189. นี่คือมหาชนที่จะพาไป     [125.25.20.216]     06 Oct 2011 - 05:59




"กมลศิลป์"นั่งปธ.สมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดง เผยก่อตั้งแล้วทั่วปท.กว่า 4 พันแห่ง
วันที่ 05 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เวลา 18:55:39 น.

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่โรงแรมนภาลัย เขตเทศบาลนครอุดรธานี นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ที่ปรึกษามูลนิธิบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทย เป็นประธานการประชุมสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย ที่ประชุมได้มีการลงคะแนนเพื่อคัดเลือกประธานสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงฯ ผลปรากฏว่า ร.ต.ต.กมลศิลป์ สิงหะสุริยะ ประธานหมู่บ้านเสื้อแดงอุดรธานี ได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธาน ส่วนรองประธานของแต่ละภาค ประกอบด้วย นายสหรัษ นนทมา แกนนำจาก จ.ลำปาง เป็นรองประธานภาคเหนือ,นายสมบุญ ขุนทองไทย แกนนำ จ.ปทุมธานี เป็นรองประธานภาคกลาง,นางนิตยา นาโล แกนนำ จ.สกลนคร เป็นรองประธานภาคอีสาน,นายพีระพงษ์ สังทอง แกนนำ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นรองประธานภาคใต้ และนายอานนท์ แสนน่าน แกนนำ จ.อุดรธานี เป็นเลขานุการฯ

ร.ต.ต.กมลศิลป์ กล่าวถึงการยกระดับของหมู่บ้านเสื้อแดง เป็นสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย ว่า การจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง เริ่มที่ จ.อุดรธานี เป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2553 ที่บ้านหนองหูลิง ต.หนองไฮ อ.เมืองอุดรธานี จนถึงปัจจุบันได้ก่อตั้งแล้วกว่า 4,000 หมู่บ้านทั่วประเทศไทย และจะเดินหน้าตั้งหมู่บ้านต่อไป



.
..............................................................................................................................................................................................................................................................


190. หมอดูสมัครเล่น     [125.25.20.216]     06 Oct 2011 - 07:17



ทบทวนคำทำนายนะครับเดี๋ยวลืมประเด็น....



คำทำนายที่เคยมีมาช้านานนัก เริ่มประจักษ์ให้เห็นเร้นไม่ได้
หลวงพ่อฤาษีลิงดำเคยทำนาย เมื่อถึงปลายรัชกาลผ่านเข้ามา
ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและเฟื่องฟุ้ง น้ำมันผุดขึ้นมาจนเห็นค่า
พวกกาขาวจะบินรี้หนีเข้ามา เป็นประชาชนเต็มพระนคร
ชนทั่วโลกจะยกพระองค์ท่าน ชื่อกระฉ่อนร่อนทั่วทุกสิงขร
ออกพระนามลือชื่อดั่งทินกร องค์อมรเอกบุรุษแห่งแผ่นดิน
ชาวประชาจะปีติยิ้มสดใส แต่อกไหม้หนอนกินข้างในสิ้น
จะมีพวกกาฝากคอยกัดกิน เพื่อให้ได้สิ่งถวิลสมจินตนา
จะมีการต่อตีกันกลางเมือง ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า
คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร
ข้าราชการตงฉินถูกประณาม สามคนหามสี่คนแห่มาลากไส้
เกิดวิกฤติผิดเพี้ยนโดยทั่วไป โกลาหลหม่นไหม้ไร้ความดี
ประชาชีจะสับสนเรื่องดีชั่ว ถ้วนทุกทั่วจะมุดขุดรูหนี
ไม่แน่ใจสิ่งที่ทำนำความดี เกรงเป็นผีตายตกไปตามกัน
พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ
เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย
แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย
เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน
ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น
ทั้งพฤฒาจารย์ลือระบิล จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม
ความระทมจะถมทับนับเทวศ ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม
คนที่ดีจะก้มหน้าสุดระทม ส่วนคนชั่วหัวร่อทำท่าดัง
จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ
ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป
เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา
คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ.


.........................................................................................................................................................................................................................................................................
นารีขี่ม้าขาวนี่น่าจะหมายถึงผู้ที่จะมากอบกู้สถานการณ์นะครับ เพราะความหมายของม้าขาวน่าจะหมายถึงการมาช่วยเหลือ ส่วนวรรค ...
ศิวไลซจะบังเกิดในสยามน่าจะหมายถึงวิบัติตามที่มีผู้ตีความไว้ แต่วิบัติในที่นี้คือความเสียหายจากน้ำท่วม ไม่ใช่นารีมาทำให้วิบัติเพียงแต่ว่ามาพร้อมกับน้ำเท่านั้นเอง และวรรค...จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป...ก็คงจะหมายถึงหมู่บ้านเสื้อแดง ที่จะทำให้อุดมการณ์ประชาธิปไตยเกิดขึ้นได้จริง เราอาจจะหมดยุคของการซื้อเสียง หมดยุคนายทุนที่เห็นการเมืองเป็น "ธุรกิจ"...........ซึ่งก็ต้องฝากความหวังไว้ที่นารีนะครับ ว่าท่านจะใช้โอกาสที่ท่านมีอำนาจสร้างผลงานให้ตนเองและประเทศชาติอย่างไร


ซึ่งเราทั้งหลายคงไม่อยากเห็นว่าท่านทำเพื่อญาติและพรรคพวกของตนเท่านั้น....

191. ae     [110.168.17.187]     06 Oct 2011 - 12:11

ยุคแห่งการซื้อเสียงไม่มีทางหมดไปในเวลานี้แน่นอนครับ
อย่างน้อยก็ซัก40ปี ต่อจากนี้แหละครับ

อีกอย่างหมู่บ้านเสื้อแดงเกิดมาเพื่อปกป้องทุน
นักการเมืองตอนนี้ก็เข้ามาโดยทุน จึงทำงานเพื่อรับใช้ทุน

ความฉิบหายมันเริ่มจากการรับใช้ ทุน นี่แหละครับ
เมื่อสิ่งที่เขาจะทำกันมันคือการปกป้องระบบทุน
มันก็พาลงเหวแหละครับ ไม่ได้พาไปให้สูงขึ้น

ผมยังเห็นด้วยกับพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน
ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ
ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้


มันเหมาะกับระบบที่เป็นอยู่ตอนนี้
เพราะเรายังไม่เคยพร้อมกับระบอบประชาธิปไตย
คนยังขายสิทธิ์ เสียงยังซื้อได้ ศักดิ์ศรีความเป็นคน แค่มีเงินมันก็พร้อมจะดาหน้ามาขาย
เห็นกันชัดๆ กรณีบางระกำโมเดลนั่นไง อยากได้เงินจนไม่สนความถูกต้อง

ความเป็นคนมันขายได้

ถ้าแก้ปัญหาพวกนี้ไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรครับ
เพราะประชาธิปไตยจริงๆจะไม่มีทางเกิดขึ้น
หลักการมันแค่ ใช้สิทธิ์โดยเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น

ที่เห็นตอนนี้ก็ ข้าเสียงส่วนใหญ่ เอ็งต้องฟังข้า มันเป็นประชาธิปไตยที่ไหนล่ะครับ
หมู่บ้านเสื้อแดงก็จะเกิดจากคนที่มีอุดมการณ์แบบนี้
ต้นร้าย ปลายจะดี นี่ยากกว่าอะไรทั้งหมดครับ

ปลูกพืชอะไรก็ได้ผลแบบนั้นแหละครับ

192. เชฯ     [124.120.94.10]     06 Oct 2011 - 13:44

ดีฮ้าบบบ...คุณหมอดูฯ
แวะมาทักทาย... พร้อมโพสต์ คห.การเมือง จากกระทู้โน่น นิดหน่อย...
(เปลี่ยนใจแระ...ไม่โพสต์ดีก่า เด๋วรก กระทู้นี้... กระทู้โน่นที่ คห.517 นะฮ้าบบบ ยังงี้ดีก่า...)

แต่ อ๊ะ...เจอคุณ ae พอดีเยยยยย...

ปลูกพืชอะไรก็ได้ผลแบบนั้นแหละครับ
สาธุฮับ ... เชฯต้องพยายามปลูกพืชดีๆให้ตัวเองซะแล้วซิ..
เท่าที่อ่าน คห.คุณ ae ที่ผ่านมา... เชฯว่า เชฯ เข้าใจแนวคิดคุณ ae อยู่นะ... ที่ว่าใน คห.ข้างบน เชฯก้อเห็นด้วย... แต่ก้อยังเพ้อฝันอยู่แระว่า... ประชาธิปไตยทางตรง และ วิธีศึกษารัฐศาสตร์โดยหมากกระดานมันน่าจะมีส่วนช่วยได้... แต่แหมอีก 40ปี นานจังเลยอ่ะฮับบบบ...

>คุณหมอดูฯ...to>เชฯ นอกจากพายุแล้ว ยังมีแผ่นดินไหวอีก และปีหน้าคือปี2012โลกาวินาศ
ที่ชาวมายาบอกว่าจะเป็นจุดเริ่มยุคใหม่ เหมือนคำทาย...นารีเลย คือการเปลี่ยนศักราชใหม่ ที่เกิดจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมพาไป(เดา)

อ๊ะ...จ๊ากกกก โอ้โห...จะลาก 2012 กะ ปฏิทินมายา มาร่วมด้วยเลยเหรอฮับเนี่ย??.... อูยส์.. เรื่องยาวเชียวนะนั่น... เชฯก้อเคยอ่านเจอนะ เรื่อง สิ้นยุคของมายา เนี่ย.. เชฯให้น้ำหนักแค่ เรื่องการคำนวณทางดาราศาสตร์ของชาวมายา อ่ะฮับ... ว่าด้วยเรื่อง "กลุ่มดาวคนแบกงู" (จำชื่ออังกฤษม่ะได้แระ) ราศีที่ 13 จะโคจรลงอยู่ ระหว่าง พิจิก กับ ธนู ในระนาบเดียวกะ สิบสองราศี พอดี ในปี2012 .... ส่วนเรื่อง "โลกาวินาส"(doom day) นี่มึนตึ๊บบบบบบบ.... เพราะมันเป็นความเชื่อของศาสนาคริสต์ ที่จับเอาเรื่องดังๆในแต่ละยุคมาผสมแล้วทาย "วันสิ้นโลก" เห็นมีมาเป็น ร้อยๆปีแล้วอ่ะที่ผ่านมา โลกมันก้อไม่แตกซะที.... นอกจาก 2012 แล้วก้อเห็นจะมีงานของ "นอสตราดามุส" อีกท่านนึงที่ชอบถูกเอามาผสม... ล่าสุดก้อเห็นฝรั่งที่สนใจเรื่องนี้... กะลังเห่อ กะ "Lost Book" ที่เชื่อว่าเกี่ยวกะ นอสตาดามุส กันใหญ่เชียวววว...มีสารคดีด้วย ลองค้นใน วิกิฯยังเจอเลย.... แต่ถ้ายึดงานของ "นอสตาฯ" แล้ว 2012 มนุษย์ยังอยู่รอดต่อไปได้แน่ๆ... ซึ่งตรงกะกลอนฮิตของไทยเราอยู่นะ " แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ก้อแปรว่า...รอดอยู่เนอะ... อะแฮะๆๆ

193. JaN     [171.96.21.45]     06 Oct 2011 - 13:55

มาเช็คชื่อเข้าอ่าน เข้าฟัง ทุกความคิดเห็นที่เพื่อนๆเขียนค่ะ

194. เชฯ     [124.120.94.10]     06 Oct 2011 - 14:12

>หมอดูฯ...เราอาจจะหมดยุคของการซื้อเสียง หมดยุคนายทุนที่เห็นการเมืองเป็น "ธุรกิจ"...........ซึ่งก็ต้องฝากความหวังไว้ที่นารีนะครับ ว่าท่านจะใช้โอกาสที่ท่านมีอำนาจสร้างผลงานให้ตนเองและประเทศชาติอย่างไร

ช่ายๆๆๆๆ... เราต้องเชียร์ "แม่หญิงนายก ปู"แล้วก้อต้องเตรียมวิธีไล่ไว้ด้วย... เผื่อเค้าไม่ยอมทำผลงานเพื่อประเทศชาติ...ขี้เกียจรอให้ครบสี่ปีอ่ะ....ถ้าไม่ยอมทำ ให้คนอื่นเข้ามาทำดีก่า..

>คุณแจน...<>พึ่งสังเกตุ...แบบว่า เร็วอ่ะ เร็วมากเลย... สงสัยจะเจอแระ... ใครติดทวิต กระทู้นี้ อิอิ

195. ae     [110.168.17.187]     06 Oct 2011 - 14:25

40ปีนี่ผมยังว่าเร็วนะครับ ประเทศอื่นๆที่เขาเจริญกันตอนนี้
เขาบอกว่า ซื้อเสียงในประเทศเขาก็มี แต่เมื่อ200ปีที่แล้วน่ะนะ

196. 300..     [223.205.64.254]     06 Oct 2011 - 15:18

ค่าแรงขั้นต่ำ300 บาท สุ่มเสี่ยงที่จะทำรัฐบาลปู มาไวไปไวหรืเปล่า?
ที่แน่ๆ ต่างจังหวัดก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ปรับราคาจานละ30-40 บาทแล้ว จานละ 25บาท แทบจะหากินยาก ขึ้นทุกที? ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจไป 15000 up?
ตอนนายกอภิสิทธิ์ มาใหม่ๆ ก็ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ อู้ฟู่ กันไปทีแล้ว
แถมกู้เงินต่างชาติ .ให้เช็คธนาคารแจกหัวละ2000 บาท ไอเรา ไม่ได้กะมันด้วยนี่หว่า เอี้ย *** xxเล่นแจกกันเฉพาะกลุ่ม.. คนทั้งชาติรับภาระใช้หนี้กันหัวโต..
ข้าราชการ นี่สบายจริงๆ แถวบ้านผม เซ็นชื่อเช้า8โมง กลับบ้านนอนกะเมีย ขี่รถร่อนทั้งวัน555 เดี๋ยวนี้ ข้าหัวคิวเข้า เทศบาล หรือใครจะเข้าทำงานในระดับอำเภอ
ระดับตำบล ค่าหัวคิวจากรัฐบาลชุดที่แล้ว2แสนห้า ขึ้นเป็น3แสนขึ้นแล้ว ใครยอมจ่ายหนเดียว สบาย นั่งๆนอนๆ มีเงินเดือนกินตลอดชาติ..
พวก ngo สายแรงงานก็ออกมากดดันทุกวัน จะเอาขั้นต่ำ 300 ในทันที และให้จ่ายย้อนหลัง ไหนจะเรื่องแรงงานต่างด้าว อีกกี่ล้านคน? อาจจะมีกิจการโรงงานย้ายฐานการผลิต และปลดคนเลิกจ้าง อีกกี่หมื่นกี่แสนคน? ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ ทุกคนย่อม
เอาตัวเองรอดไว้ก่อน คนอื่นเป็นอย่างไร ช่างหัวมัน ฉันไม่สน?
ไอคนที่ไม่ใช่ ลูกจ้างประจำ หรือทำราชการรัฐวิสาหกิจ ทำงานอิสระค้าขายเล็กๆน้อยๆเห็นที จะพากันตายห่าอย่างเดียว ต้องแบกรับค่าครองชีพที่สูงลิ่ว ในช่วงนี้ หนทางของรัฐบาลปูช่างมืดมน.. คุณปูต้องแวกว่าย กลางลำน้ำเชี่ยวเสียเหลือเกิน
ท่ามกลางฝูงปลา น้อยใหญ่ คอยแทะเล็ม และจ้องหาผลประโยชน์.. หากผิดพลั้งเดินก้าวพลาดขึ้นมา ไอ ค่าแรงขั้นต่ำ300 หากทำดี ก็ดีไป?จะพลิก ระบบเศรษฐกิจของประเทศครั้งใหญ่.. แต่ถ้า คิดในทางกลับกัน เหมือนกับการ เล่นไพ่ ยอมทุ่มหมดหน้าตัก มีแผนสำรองไว้หรือเปล่า? เป็นเหมือนกรีก ละ ตายห่าเลย นโยบายประชานิยม จะกลายเป็น ประชาวิบัติในที่สุด??????????

197. JaN     [124.121.208.169]     06 Oct 2011 - 16:54

“ปู” อ้างน้ำท่วมหนีแจงกระทู้เอสซี ปล่อยแดงกัดฝ่ายค้านวุ่นสภา


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 6 ตุลาคม 2554 16:42 น. Share19






ในระหว่างการประชุมสภา โดยมีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธาน ได้มีการถกเถียงกันระหว่างฝ่ายค้าน และรัฐบาล เกี่ยวกับนโยบายขายฝันของรัฐบาล และเรื่องการตอบกระทู้สด ซึ่งฝ่ายค้านต้องการให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาตอบเกี่ยวกับบริษัทเอสซี แอสเซท ซึ่งเคยเป็นของนายกฯ ว่ามีการเอื้อประโยชน์กัน โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯเป็นผู้ตอบกระทู้สดแทน


“นิพิฎฐ์” สุดเซ็ง!! “ปู” อาศัยน้ำท่วมหนีตอบกระทู้ผลประโยชน์บ้านหลังแรกเอื้อเอสซี แค่ย่องมาเซ็นชื่อก่อนเผ่นแน่บ โวยขอเก็บกระทู้ไว้ถามงวดหน้า ด้าน “ส.ส.หางแดง” โดดป้องโวยปชป.รุมล้อมหาเรื่องนายกฯหญิง ซัดถามแล้ว 1 ข้อจะเก็บไว้ถามต่อไม่ได้ "ขุนค้อน" เห็นดีด้วย ส่วน “เป็ดเหลิม” ลุกแจงแทนเฉย โวบริษัทสร้างบ้านคุณภาพ ไม่ใครเอาปืนจี้หัวให้ซื้อ พร้อมท้าให้ถอดถอน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี เรื่อง การบริหารราชการแผ่นดิน โดยขาดจริยธรรมและมีลักษณะเป็นการขัดกันแห่งประโยชน์ โดยก่อนจะกระทู้ถามได้เรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป้นผู้ตอบกระทู้นี้ โดยกล่าวว่า นายกฯ ต้องตอบเรื่องจริยธรรมของด้วยตัวเองว่าการบริหารราชการมีการขัดกันต่อประโยชน์หรือไม่ รัฐมนตรีคนอื่นไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าจะตอบคำถามนี้อย่างไร เราให้โอกาสกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ และท่านต้องให้โอกาสในการตอบกับสภาด้วย ก่อนหน้านี้ก็มีนายกฯ บางคนเคยไม่ให้เกียรติมาตอบต่อสภา มีอำนาจมากแต่ก็ล้มลงด้วยกันขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์แห่งรัฐ ถ้าจะถามว่าครอบครัวของนายกฯ มีประโยชน์ขัดกันระหว่างส่วนตนและประโยชน์แห่งรัฐ บริษัทเอสซีแอสเสทซึ่งมีการทำอสังหาริมทรัพย์ได้รับประโยชน์จากนโยบายบ้านหลังแรกเท่าไหร่ กี่พันล้านคงไม่มีใครตอบได้ เพราะไม่มีใครรู้กิจการของนายกฯ และถ้าถามถึงเรื่องจริยธรรมที่เคยให้พี่ชายโทรศัพท์มาประชุมครม.แทน เรื่องแบบนี้มันตอบแทนไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ก็ถามไม่ได้ เพราะไม่มีใครตอบได้ นอกจากนายกฯ

ด้านร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ได้ชิงกล่าวชี้แจงทันทีว่า ยืนยันว่านายกฯ ให้เกียรติสภา และประเพณีปฏิบัตินายกฯ ได้มอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องมาตอบกระทู้ถามได้ และที่บอกมีนายกฯ ไม่ตอบในสภาบางทีมีภารกิจก็ไม่จำเป็นต้องตอบในสภา เมื่อยื่นกระทู้ก็มีการบันทึกไว้รัฐบาลก็ต้องรับไปดำเนินการ ที่บอกประชุมครม.แล้วพ.ต.ท.ทักษิณโทรศัพท์เข้ามาก็ไม่จริง เป็นการเอาข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์มาถาม ทั้งที่เป็นการประชุมส.ส.พรรค และพ.ต.ท.ทักษิณโทรศัพท์เข้ามา ไม่ใช่ประชุมครม. ตนไม่ได้ปิดบังว่าพ.ต.ท.ทักษิณคิดเพื่อไทยทำ ส่วนเรื่องบริษัทเอสซีแอสเสท นายกฯ ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารและลาออกมาแล้วเมื่อ 30 มิ.ย. 54 เพื่อเข้าสู่เส้นทางการเมือง

ขณะที่นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า นายกฯ เคยเป็นประธานของบริษัทเอสซีแอสเสท ซึ่งในรายงานประจำปี 53 น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นประธานบริหารก่อนมาเป็นนายกฯ ทั้งนี้ นโยบายบ้านหลังแรก ตอนแรกบอกไม่เกิน 3 ล้านบาท แต่เมื่อวันที่ 22 ก.ย.54 หลังจากเข้าสู่การประชุมครม. นายกฯ บอกว่า โครงการบ้านหลังแรกที่มองว่าไม่ได้ช่วยเหลือคนจนเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการหรือธุรกิจของครอบครัวนั้น ยืนยันว่าบ้านหลังแรกไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอสซีแอสเสท เนื่องจากมูลค่าบ้านสูงกว่า 5 ล้านบาทสำหรับคอนโดราคาไม่ถึง 5 ล้านบาทก็ยังไม่สร้างเสร็จ ซึ่งคาดว่าเสร็จไม่ทันโครงการบ้านหลังแรกแน่นอน แต่ในเว็บไซต์ของบริษัทเอสซีแอสเสทมีการโฆษณาว่า รับข้อเสนอพิเศษมาตรการคืนภาษีบ้านลังแรก อยากถามว่าใครโกหกกันแน่

“ท่านพูดไม่จริงบอกธุรกิจครอบครัวไม่ได้รับประโยชน์ ดังนั้น ผมอยากถามว่าเมื่อบริษัทเอสซีแอสเสทบอกได้ว่าประโยชน์จากนโยบายบ้านหลังแรก แล้วบริษัทดังกล่าวได้รับประโยชน์ไปกี่พันล้านบาทจากนโยบายของรัฐบาล เพราะผมเห็นว่าท่านนายกฯ เดินทางมาสภาฯ แล้ว”นายนิพิฏฐ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อนายนิพิฏฐ์กล่าวมาถึงช่วงนี้ ปรากฏส.ส.พรรคเพื่อไทยหลายคนพากันประท้วงวุ่นวาย ว่าเป็นการเสียดสีใส่ร้าย แน่ใจได้อย่างไรเป็นบริษัทของนายกฯ มีข้อมูลหลักฐานอะไร โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า ตามแนวปฏิบัติที่เมื่อนายกหรือรัฐมนตรีถูกตั้งกระทู้ก็มีการมอบหมายรมต.หรือผู้เกี่ยวข้องมาตอบแทน เพราะสภามีแนวปฏิบัติแบบนี้

“วันนี้ฝ่ายค้านจะถามหาคำตอบหรือหาเรื่องนายก ถ้าถามหาคำตอบ ท่านเฉลิมรอที่จะให้คำตอบที่ชัดเจนทุกประเด็น แต่ถ้าถามหาเรื่องนายกฯ วันนี้ก็คงไม่จบ อย่ามาล้อมหาเรื่องนายกฯคนเดียวแบบนี้ ”นายณัฐวุฒิกล่าว ทำให้นายนิพิฏฐ์สวนกลับว่า ตนต้องการคำตอบจากนายกฯ ไม่ได้มาหาเรื่อง คำพูดของนายณัฐวุฒิใช้กับข้างถนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อถึงตรงนี้ทั้งส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและส.ส.ฝ่ายค้านเกิดการโต้เถียงกันไปมา โดยส.ส.ฝ่ายค้านประท้วงการทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์ในฐานะที่เป็นประธานในการประชุมว่าไม่เป็นกลาง ขณะที่ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต่างพากันอภิปรายสนับสนุนการทำหน้าที่ของนายสมศักดิ์ว่าทำถูกต้องตามข้อบังคับแล้ว และช่วยควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยดี

นพ.สุกิจ อัฐโถปกรณ์ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กระทู้นี้ได้เลื่อนการตอบมาจากสัปดาห์ที่แล้ว โดยครั้งที่แล้วได้มอบหมายให้รัฐมนตรีมาตอบแทน แต่เนื่องจากติดภารกิจจึงเลื่อนมาถามกระทู้ในวันนี้แทน และวันนี้นายกฯ ได้ทำหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจและมอบหมายให้รัฐมนตรีมาตอบแทนหรือไม่ แตนายสมศักดิ์กล่าวว่า วันนี้นายกฯ ไม่ได้ทำหนังสือมอบหมายให้ใครมาตอบแทน ซึ่งนายกฯ ต้องทำหนังสือแจ้งมายังประธานก่อนหากไม่สามารถมาตอบกระทู้ด้วยตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นเลขาธิการสภาได้ยื่นหนังสือส่งให้นายสมศักดิ์ จากนั้นนายสมศักดิ์ได้อ่านให้ที่ประชุมฟังว่า เป็นหนังสือแจ้งจากนายกฯ ว่าวันนี้ติดภารกิจติดตรวจน้ำท่วมและไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ ทำให้นายณัฐวุฒิ กล่าวเสริมว่า นายกฯ อาจจะหลงลืมมาเซ็นต์ชื่อประชุมไปบ้าง เพราะงานเยอะ และขณะนี้นายกฯ ไปเดินตรวจน้ำท่วมที่กรมชลประทาน และจะเดินทางไปตรวจน้ำท่วมต่อที่จ.อยุธยา

ต่อมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏร เสนอว่า นายกฯ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย คำถามของสมาชิกจะถูกผิด ดีหรือไม่ดี เมื่อถามและตอบแล้วประชาชนจะเป็นผู้พิจารณา แต่หากด่วนตัดสินใจว่ามาตอบในสภาฯ เสียเวลาไปทำงานอื่นดีกวา จะเป็นอันตราย อยากให้ประธานได้แสดงออกถึงความเข้มแข็ง เพราะเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ เรื่องการตอบกระทู้ถามจะบอกเป็นเรื่องยากหรือง่ายก็พูดยาก แต่อย่างน้อยตนกล้าพูดว่าในอดีตนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ และยุคของตนพยายามที่มาตอบกระทู้ถามทุกสัปดาห์ ไม่ใช่เรื่องยากเพราะเวลากระทู้ถามถูกกำหนดเวลาช่วงหน้า หากไม่มีเหตุรุนแรงเกินไปขอความกรุณารัฐมนตรีทุกคนมาตอบกระทู้

“ สมาชิกมักนิยมตั้งกระทู้สดถามนายกฯ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ ตอบได้ทุกเรื่อง เช่น ถามเรื่องบ้านหลังแรก อาจมอบให้รมช.คลังมาตอบ แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องเฉพาะตัว เช่น เป็นผลการสัมภาษณ์หรือเรื่องการปฏิบัติตัวก็ต้องมาตอบด้วยตัวเอง ข้อบังคับก็เป็นส่วนหนึ่ง ประเพณีข้อบังคับก็ส่วนหนึ่ง หากวันนี้นายกฯ มีภารกิจน้ำท่วมก็แจ้งหนังสือมา แต่เกิดความสับสนว่าวันนี้นายกฯ มาลงชื่อเข้าประชุมสภาฯ ด้วย”

จากนั้นนายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ขอเลื่อนการถามกระทู้ในส่วนที่เหลือออกไปสัปดาห์หน้า แต่นายสมศักดิ์รีบกล่าวว่า นายนิพิฏฐ์ได้ถามไปแล้ว 1 คำถาม และไม่สามารถจะเลื่อนอีก 2 คำถามไปในสัปดาห์หน้าได้ ขณะที่

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวสนับสนุนว่า วันนี้นายนิพิฏฐ์ได้ถามไป 1 คำถาม แต่ร.ต.อ.เฉลิมยังไม่ได้ตอบ กระทู้วันนี้ถือว่าสิ้นสุดแล้วไม่สามารถเก็บไว้ถามสัปดาห์หน้าได้ ส่วนจะไปยื่นมาใหม่ก็เป็นสิทธิ ซึ่งประธานวินิจฉัยว่า คำถามที่เหลือจะถามต่อหรือไม่ก็เป็นสิทธิ แต่ไม่สามารถเก็บไปถามสัปดาห์หน้าได้

ต่อมาร.ต.อ.เฉลิม ได้ลุกขึ้นชี้แจง ยืนยันว่าบริษัทเอสซีเอสเสท อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชน นายกฯ เคยเป็นปรธานะกรรมการบริหารและได้ลาออก ขณะนี้บริษัทดังกล่าวได้ให้กองทุนบริหารจัดการเอง ส่วนโครงการบ้านหลังแรกมาทำตอนเป็นรัฐบาล พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้แล้ว ไม่ใช่ทำเพื่อประโยชน์ใคร หรือเพื่อบริษัทเอสซีแอสเสท และไม่ใช่เพิ่งมาคิดทำ เป็นนโยบายที่บอกตอนหาเสียเราจึงได้มา 265 เสียง รัฐบาลต้องทำ ถ้าไม่ทำก็ไม่สนองต่อความต้องการประชาชนที่เลือกพรรคเพื่อไทย เขาจะไปซื้อหมู่บ้านไหนรัฐบาลไม่มีสิทธิไปสั่งการ

“บริษัทอสังหาริมทรัพย์มีทั้งหมดกว่าหมื่นบริษัทในประเทศไทย รัฐบาลไม่ได้เอาเงินไปจี้หัวใครว่าต้องเอาเงินไปซื้อที่นี่ แต่ส่วนใหญ่บริษัทเอสซีแอสเสทเขาขายบ้านมีคุณภาพ ราคาแพง ทุกบริษัทเขาก็ต้องขานรับโฆษณากันทั้งนั้น ถ้ารัฐบาลทำไม่ดี รัฐบาลก็เสียแต้ม เลือกตั้งก็แพ้ และถ้าเป็นว่าบริษัทนี้ได้ประโยชน์เป็นตัวเลข ผมไม่ได้ท้าทาย สามารถดำเนินการแจ้งความถอดถอนได้ เพราะเป็นการทุจริต คนรวย คนจนมาตรฐานไม่เหมือนกัน คนรวยพร้อม คนจนได้ประโยชน์ก็พร้อม พรรคเพื่อไทยมีฐานเสียงจากรากหญ้าเราก็ต้องทำ ถ้าออกมาไม่สำเร็จเราก็ถือว่าฆ่าตัวตายทางการเมือง”

นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า โครงการบ้านหลังแรกถ้าไม่ขยายจาก 3 ล้านบาทเป็น 5 ล้านบาท อสังหาริมทรัพย์ที่ราคา เกิน 3 ล้านบาทคงไม่ได้ประโยชน์เลย ไม่ใช่คนจน คนรวยทั้งนั้น ตนกล่าวหาว่าครอบครัวนายกฯ มีประโยชน์ทับซ้อน นายกฯ เองก็บอกพร้อมให้ตรวจสอบ แต่วันนี้กลับหนี ไม่ยอมมาตอบ ไม่ยอมมาพูดถึงเรื่องประโยชน์ทับซ้อน เพราะประโยชน์มันทับซ้อนตัวท่านเอง และตนอยากถามถึงเรื่องจริยธรรมประมวลจริยธรรม ซึ่งตนก็ขอสงวนไว้ในคราวหน้า

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม พยายามให้ นายนิพิฏฐ์ถามมาเลยตนตอบได้หมด อย่ามาอภิปรายแบบคาบลูกคาบดอก เพราะตนสะอาด หลังไม่มีแผล ราดทิงเจอร์ไม่มีแสบร้อน คนอย่างตนไม่เคยทุจริตในเวทีการเมือง นายกฯ ไม่ได้หนี เพราะมีหนังสือสำนักนายกฯ เรื่องการตอบกระทู้ถามสดว่าได้มอบหมายให้ตนและรมช.คลังมาตอบแทน ตนเห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ว่าหลักการต้องมาตอบแทน แต่เมื่อมีภารกิจจำเป็นก็มอบหมายได้ วันนี้รัฐาลเข้ามาโชคไม่ดีมีน้ำท่วม ทำไมนายนิพิฏฐ์ไม่ถามตนเรื่องจริยธรรมบ้างจะได่รู้กันไปเลยว่าใครมีอาชีพ หรือไม่มีอาชีพอะไร

แต่นายนิพิฏฐ์ ยังยืนยันที่จะไม่ถามต่อ โดยจะเก็บประเด็นเรื่องจริยธรรมไว้ถามกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ในครั้งต่อไป








198. หมอดูฯ     [125.25.20.216]     06 Oct 2011 - 18:07


สวัสดีครับคุณแจน,เชฯ,ae,300..ทุกท่านน้ำท่วมหรือยังครับ???


คำกลอนหรือคำทำนาย...เริ่มเข้มข้นนะครับคนแต่งจะจงใจ
หรือกลอนพาไปก็แล้วแต่ แต่มันสะท้อนรายละเอียดทางเหตุการณ์ได้
แทบจะทุกตัวอักษร จนทำให้น่าติดตาม.....

เช่น. ถ้าผู้ปกครองเป็นหญิงพึงระวัง......... คำว่า "พึงระวัง"ก็สะท้อนเหตุการณ์
ได้ ว่ามีสิ่งที่ไม่ดีจะเกิดขึ้น เมื่อก่อนถ้าอธิบายอย่างนี้คงเถียงกันหน้าดำหน้าแดง
แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเกิดขึ้น ก็ทำให้บ้านเมืองเกิดความเสียหายให้เห็นจริง

...........แต่ตามการคาดคะเนของท่านกูรูทั้งหลายต่างก็บอกว่า บ้านเมืองจะพบ
กับปัญหา เพราะนโยบายรัฐบาลมีแต่รายจ่าย ยังมองไม่เห็นรายได้เลย แถมวิกฤติเศรษฐกิจโลกก็เริ่มตั้งเค้าแล้วเราจะรอดได้อย่างไร

แต่คำว่านารีขี่มาขาวก็ชวนให้ติดตามว่ามันจะออกหัวหรือออกก้อย...555

199. ae     [110.168.17.187]     06 Oct 2011 - 19:20

จริงๆปีหน้าศุกร์ดับ การเงินทั่วโลกจะล้ม
คือระบบจะถูกเปลี่ยนวิธี และกระแสใหม่ทั้งหมด

ในตอนแรกที่รู้เรื่องยังคิดเข้าข้างอยู่ว่าประเทศไทยไม่น่าเป็นอะไร
เพราะศุกร์เป็นอุจน์อยู่วินาศน์ ความร้ายมันไม่น่าจะแสดงออกมาได้มากนัก
หนำซ้ำปีหน้าพฤหัสเข้าพฤษภได้อนุเกษตร และโยคศุกร์เดิมน่าจะช่วยอะไรได้บ้าง

แต่เห็นทิศทาง โปรโมชั่น ต่างๆที่รัฐทำออกมาแล้ว ก็นะ- -
ตอนนี้ได้แต่นั่งปลง อะไรจะเกิดก็คงต้องปล่อยให้เป็นไป
เพราะไม่ใช่คนควบคุมทิศทาง คนคุมทิศทางเองมีโหรให้คำปรึกษายังทำตามกรรมเดิมที่เป็นอีก

ก็ได้แต่หวังว่าคนดี ผู้อยู่ในศีล ในธรรม จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
ขำๆกันไป เพราะมาจากทุกทาง ก็หวังว่าจบหนนี้แล้วจะได้เดินหน้าต่อได้ซักที

200. มาอยู่เป็นเพื่อน     [124.120.53.65]     06 Oct 2011 - 19:35

ตกลงกลอนนี้ใครเป็นผู้แต่งคะ สงสัยจริงๆ ตรงกับความเป็นจริงมากๆ

มาอ่านอยู่บ่อยๆ เป็นแฟนคลับคุณ ae กับคุณหมอดูด้วยค่ะ มาส่งเทียบเชิญไปเสวนาที่ห้องตามหาคุณชายปริศนาบ้างนะคะ

อ้อ แวะมาดูท่านเชด้วยเจ้าค่ะ

201. JaN     [124.122.152.30]     06 Oct 2011 - 19:48

@คุณหมอดูฯ

ที่บ้านตอนนี้เตรียมกระสอบทรายรอไว้ 100 กระสอบแล้วค่ะ น้ำมาก็โปะเลย วันนี้ขนย้าย เตียงนอน ต่างๆ ข้าวของที่อยู่ติดพื้น ขึ้นบ้านชั้นบนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนปี 2526 เคยอพยพไปอาศัยอย่บ้านคุณลุงที่ฝั่งธนฯมาแล้ว เพราะที่บ้านน้ำท่วมขนาดหัวเข่าในห้องรับแขก

เห็นว่าลาดกระบังท่วมกันแล้วนะคะ สำหรับย่านนี้ศรีนครินทร์ บางนา บางพลี เป็นโซนสุดฮิตเวลาน้ำท่วมเขาล่ะ

เอาใจช่วยเพื่อนๆ คนอื่น ให้เตรียมการณ์ตั้งรับไว้ก็ดี และขอให้ผ่านพ้นไปได้ดีทุกๆคนค่ะ ทั้งคุณเชฯ,คุณae,คุณ300, คุณหมอดูฯ,คุณX (ตัวปลอม), คุณมาอยู่เป็นเพื่อนด้วยนะคะ

202. เชฯ     [124.120.94.10]     06 Oct 2011 - 20:06

>คุณ ae..."ศุกร์เป็นอุจน์อยู่วินาศน์ ความร้ายมันไม่น่าจะแสดงออกมาได้มากนัก
หนำซ้ำปีหน้าพฤหัสเข้าพฤษภได้อนุเกษตร "

อันนี้ คุณ ae หมายถึง ช่วงต้นเมษา ปี 2556 รึเปล่าฮับ... เชฯลองผูกดูแล้ว..อุ๊แว๊.....เลย โดยเฉพาะวันที่ 9เม.ย.56... ๕เข้าพฤษภ, ๗๘เล็งลั, ภพวินาสราศีมีน ดาวอัดกันอยู่ 6 ดวง ๑๒๓๔๖๐ แถม ๖ดับจริงๆด้วยยยยย... อะงืออออออ..... ทายม่ายออกเลยอ่ะ....กลัว

คุณหมอดูฯ ช่วยลองใช้ ยูเรฯ ดูซ้ำช่วง 9เม.ย.56 ดูหน่อยจิ๊ฮับบบบ... อ่อ เชฯ ยังรอดอยู่ฮับเรื่องน้ำท่วมยังมาม่ายถึง....ที่บ้าน

203. 5555ถึงคุณเช     [58.11.45.239]     06 Oct 2011 - 21:42

ไม่เอาดวง7เล็งดาว5อีกแล้วหรือ เอาตั้งแต่เดือนพฤจิกายน56ไปดูดีกว่าไหม
เสาร์กาลกิณีจรเล็งลัคองศาทับกันสนิท
ราหูวินาศเดิมอายุจรเล็งดาวอาทิตย์องศาทับกันสนิท
ดาวพฤหัสดาวให้คุณเดินถอยหลังไม่ให้คุณ
ดาวอังคารทีเคยให้คุณเป็นอุสาหจรเดินลงอริ
ดาวศุกร์วินาศเดิมเดินเพลินไปนิดหลงอยู่ในเรือนกัมมะ
มองไปทางไหนๆก็งงไปหมด

204. 55555     [58.11.45.239]     06 Oct 2011 - 21:48

ของอีกนิดดาวอังคารมันเดินเมาหมัดระหว่างอริกับปัตนิ
ไปถึงเดือนมิถุนา57 จะเหลือง จะแดง จะฟ้า ทุกๆสีเจอะเมี่ยงๆกันละครับ
งานนี้จะไม่รักกันก่อนจะถึงวันนั้นหรือครับ

205. ดีจัง     [110.49.224.157]     06 Oct 2011 - 21:58

เห็นด้วยกับคุณ ae. อย่างยิ่งค่ะขอกดlikeสักร้อยครั้ง
เพราะว่า ณวันนี้ ใครๆก็มองอนาคตไม่ออก. มันมึนค่ะ

206. อภิมหาโปรเจคเริ่มแล้ว     [125.25.47.143]     07 Oct 2011 - 05:22


เริ่มแล้วโครงการจำนำข้าวเปลือกทุกเม็ด ขอต้อนรับสู่มหกรรมปล้นกลางนา 2554


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
7 ตุลาคม 2554 03:25 น.



ในรอบ5 ปีที่ผ่านมา นับตังแต่การยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 สังคมไทยมีความคิดเห็นแตกแยกกันเป็นฝักฝ่าย แทบทุกเรื่องเกี่ยวกับ การเมือง - เศรษฐกิจ จะต้องมีฝ่ายที่คัดค้าน ฝ่ายที่เห็นด้วย ต่าง่ฝายต่างอ้างหลักการ เหตุผล มาสนับนุนความคิดของตน และหักล้างความเห็นของฝ่ายตรงข้าม

เรื่องแปลกแต่จริงคือ ในยุคของรัฐบาลหุ่นเชิด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นโยบายรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาลผลิต 2554-2555 เป็นเรื่องเดียวที่นักวิชาการ และสื่อ ซึ่งมีหน้าที่ให้ความเห็น วิพากษ์วิจารณ์นโยบายสาธารณะ ซึ่งปกติจะเห็นต่างกัน ตามจุดยืน และอคติส่วนตัว แต่ในเรื่องจำนำข้าวนี้ ต่างมีความเห็นพ้องต้องกันเป็นหนึ่งเดียว คือ เห็นว่า นโยบายนี้จะทำลายโครงสร้างตลาดข้าวในประเทศ ทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นครั้งมโหฬาร และทำลายความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกของข้าวไทย

เพราะ นโยบายการจำนำข้าวเปลือก ในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด นั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร และได้พิสูจน์แล้วว่า ล้มเหลวจริง เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นจริง ทั้งยังทำข้าวไทยสูญเสีบส่วนแบ่งในตลาดโลกจริง

บทความเรื่อง “กลับสู่การจำนำข้าวเปลือก “ ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ซึ่งเป็นผู้ผลิตนโยบายประกันราคาข้าว ที่รัฐบาลก่อนนำไปใช้ ระบุว่า

“ รัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เปลี่ยนแปลงหลักการสำคัญของการจำนำข้าวเปลือก จากเดิมที่รัฐรับจำนำข้าวเปลือกจากชาวนาในราคาต่ำกว่าหรือใกล้เคียงราคาตลาด มาเป็นการ “รับซื้อ” ข้าวเปลือกจากชาวนาในราคาสูงกว่าราคาตลาด แต่ยังคงชื่อ “การรับจำนำ”

นอกจากการแทรกแซงตลาดข้าวด้วยนโยบายรับจำนำข้าวเปลือกในราคาสูงแล้ว รัฐบาลทักษิณยังพยายามจัดระเบียบการส่งออก เพื่อให้ไทยสามารถขายข้าวส่งออกได้ในราคาแพงขึ้น มาตรการ 2 ด้านที่นำมาใช้ได้แก่ การรวมกับประเทศผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่อีก 4 ประเทศ ในรูปคณะมนตรีว่าด้วยความร่วมมือค้าข้าวปี 2545 แต่ข้อตกลงนี้ล้มเหลว เพราะเวียดนามขายข้าวต่ำกว่าราคา ทำให้ไทยสูญเสียส่วนแบ่งตลาดที่ตกลงกัน มาตรการที่สอง คือ การประมูลขายข้าวรัฐบาลส่วนใหญ่ให้แก่บริษัทผู้ส่งออกเพียงรายเดียว แต่บริษัทก็ไม่สามารถส่งเข้าได้ตามสัญญาดั่งรายงานของวุฒิสภาในปี 2548

การรับจำนำข้าวเปลือกในราคาสูงกว่าราคาตลาดทำให้ปริมาณรับจำนำเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 8.65 ล้านตัน หรือ 38% ของปริมาณผลผลิตข้าวเปลือกปีในฤดู 2548/49 การที่รัฐบาลเพิ่มปริมาณสต๊อกข้าวเปลือก (สูงสุดเกือบ 3.14 ล้านตัน ในปี 2549) ทำให้ราคาข้าวสารในประเทศ และราคาส่งออกสูงขึ้น แต่ผลที่สำคัญ คือ การสต๊อกที่เพิ่มขึ้น 10% ทำให้ปริมาณการส่งออกลดลง 2.9% ดังนั้นส่วนแบ่งการส่งออกของไทยในตลาดข้าวของโลกจึงลดต่ำกว่าช่วงก่อน และหลังรัฐบาลทักษิณ

นอกจากเม็ดเงินที่ใช้ในการรับจำนำข้าวเปลือกที่ส่วนใหญ่ตกแก่ชาวนาแล้ว การรับจำนำยังก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงถึงตันละ 1,452 บาท อันได้แก่ ค่าจ้างสีแปรสภาพ ค่าเช่าโกดัง ค่าเสื่อมสภาพข้าว และค่าใช้จ่ายของหน่วยงานรัฐในการดำเนินการแทรกแซงตลาดแล้ว แต่ที่สำคัญ คือ รัฐบาลมีภาระต้องถือสต๊อกข้าวเป็นจำนวนมาก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน พบว่า จากโครงการจำนำปี 2547/48 ถึงปี 2549/50 จำนวน 10.33 ล้านตัน รัฐบาลระบายข้าวออกเพียง 5.49 ล้านตัน ทำให้มีข้าวค้างสต๊อกถึง 4.84 ล้านตัน ขณะเดียวกันเงินค่าจำนำข้าวทั้งหมดเป็นเงินกู้จาก ธกส.ดังนั้นเมื่อรัฐบาลขายข้าวไม่หมด รัฐบาลก็ยังเป็นหนี้ ธกส.โดยขณะนี้รัฐบาลยังมีหนี้คงค้างกับ ธกส.เป็นจำนวน 1.408 ล้านบาท (ณ 31 ก.ค. 2554) สำหรับโครงการจำนำข้าวเปลือกระหว่างปี 2547 ถึงปี 2552 (ซึ่งรวมการจำนำข้าวในสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช จนถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย)

เฉพาะโครงการจำนำข้าวในปี 2548/49 จำนวน 5.25 ล้านตัน รัฐบาลกู้เงินมาจ่ายค่าจำนำ 44,797 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายแฝงอีก 6,961 ล้านบาท และประมูลขายข้าวในราคาต่ำ แต่มีรายรับเพียง 32,628 ล้านบาท ทำให้ขาดทุน 19,130 ล้านบาท

อ่านรายละเอียด....

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000127005

207. Karat.tanya.tai.com     [110.49.249.232]     07 Oct 2011 - 10:25

คนไทยบางคนที่เกิดบนผืนแผ่นดินไทย ทำไมชอบเอารัดเอาเปรียบผู้ที่อยู่ตำ่กว่า ทำไมคนที่อยู่สูงได้ในวันไม่เคยเดินบนดินหรืออย่างไร วันนี้ที่ท่านผู้อยู้เหนือคนอื่นๆ มีวันนี้ได้เพราะใครขอให้สำนึกบุญคุณของพวกเขาที่อยู่ตำ่กว่าบ้างเถอะครับ โดยเฉพาะเกษตรที่พวกเขาปลูกข้าว ปลูกมัน ปลูกข้าวโพดและอื่นๆอีกมากมาย พวกเขาต้องเลี้ยงทั้งคนและสัตว์ แต่โลกใบนี้ไม่ค่อยมีใครเหลียวแลพวกเขาเลย

208. เชฯ>5555     [115.87.79.218]     07 Oct 2011 - 11:27

203. 5555ถึงคุณเช [58.11.45.239]06 Oct 2011 - 21:42
ไม่เอาดวง7เล็งดาว5อีกแล้วหรือ เอาตั้งแต่เดือนพฤจิกายน56ไปดูดีกว่าไหม
เสาร์กาลกิณีจรเล็งลัคองศาทับกันสนิท
ราหูวินาศเดิมอายุจรเล็งดาวอาทิตย์องศาทับกันสนิท
ดาวพฤหัสดาวให้คุณเดินถอยหลังไม่ให้คุณ
ดาวอังคารทีเคยให้คุณเป็นอุสาหจรเดินลงอริ
ดาวศุกร์วินาศเดิมเดินเพลินไปนิดหลงอยู่ในเรือนกัมมะ
มองไปทางไหนๆก็งงไปหมด
ของแถมอีกนิดดาวอังคารมันเดินเมาหมัดระหว่างอริกับปัตนิ
ไปถึงเดือนมิถุนา57 จะเหลือง จะแดง จะฟ้า ทุกๆสีเจอะเมี่ยงๆกันละครับ
งานนี้จะไม่รักกันก่อนจะถึงวันนั้นหรือครับ

ดีฮับ..คุณ5555 ดีใจจังที่มาทักทาย เชฯ ...เรื่อง ๕เล็ง๗ ยังคิดอยู่ฮ้าบบบ
ก่อนกันคุยต่อ เชฯขอขอบคุณ สำหรับแง่มุมทางโหราฯที่ให้ไว้นะฮับ... มีค่ามากสำหรับ เชฯ จะได้ไว้ใช้ประเมินว่า "วิกฤติ"
จะโผล่มาเมื่อไรอ่ะฮับ...(จากที่คุณโพสต์ไว้ ก้อ พย.56..คงม่ะมีก่อนนี้นะฮ้าบบบ)

เชฯขอเริ่มด้วยการแนะนำตัวกันอีกรอบเลยนะฮ้าบบบ...การใช้ชื่อ "เช กรู ว่าแล้ว ม่ะช่าย กรูวาร่า"เนี่ย บ่งบอกชัดๆ เลยว่า
เชฯ เจตนาจะ เคลื่อนไหวทางการเมือง แบบเต็มๆเลยล่ะฮ้าบบบบ..แต่การเข้าเว็บนี้น่ะ เป็นเหมือนการมาเดินเล่นฮับ ไม่ได้เคลื่อนไหว
จริงจังบนเว็บนี้หรอกฮับ... เพราะ เชฯ น่ะความรู้โหราฯ ไม่ถึงครึ่งหางอึ่ง เลยฮับ.. ไม่คิดจะ โหราศาสตร์ เป็นเครื่องมือใน
การเคลื่อนไหวด้วยแระฮับ.. ใช้ "ศาสตร์"อื่นดีกว่า.. (ม่ะช่าย ไสยศาสตร์ ด้วยนะเออ..อันนั้นยิ่งไม่รู้อะไรเยยยยอ่ะ)

ส่วนเรื่องมุมมองที่เชฯ มีต่อคุณ5555 ก้อคือ เป็น โหร ท่านนึงที่เห็นว่าอนาคตไทยจะต้องพบวิกฤติ จึงอยากให้คนไทย สามัคคีกันไว้
เพื่อสู้กับ "วิกฤติ"นั้น และไม่อยากให้ใครให้วิชา โหราฯ เพื่อสร้างความแตกแยกเพิ่มไปมากกว่านี้... เชฯคิดถูกไหมฮ้าบบบในส่วนนี้
...ดังนั้นพอ เชฯเข้ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้... เลยทำให้คุณ 5555 ไม่ค่อยสบายใจจึงออกโรง เตือนเสียแต่เนิ่นๆ ชิมิฮ้าบบบ???

ทีนี้มาคุยเรื่อง กีฬาสี ต่อจากกระทู้ดาวเสาร์ดีก่า(กระทู้นั้นรู้สึกหนักวิชาการอ่ะฮับเชฯ เลยม่ะคอยอยากโต้ตอบ ในประเด็นนอกเรื่องโหราฯเท่าไร)
..คุณ5555บอกว่า "กีฬาสี" จบแล้ว แต่ เชฯว่าตามสถานการณ์จริงมันยังไม่จบอ่ะฮับ ม่ะใช่ว่า เชฯไม่ยอมจบนะฮับ..แต่ดูจากข่าวอ่ะ..
ข่าวที่ พร้อมพงศ์ ออกมาแถลงไง ดูที่ คห.181 ในกระทู้นี้ก้อได้.. ดังนั้น เชฯตีความว่าที่คุณ5555บอกว่าจบแล้วน่ะ..คือความต้องการ
ของคุณ5555เอง..ที่อยากให้มันจบซะที

งานนี้จะไม่รักกันก่อนจะถึงวันนั้นหรือครับ

ประโยคนี้สำคัญมากกกก... เชฯขอถามต่อว่า "รักกันแค่ไหน?" และ "จะทำยังไงให้คนไทยรักกัน?"
... เชฯขอตอบ คำถามไว้เลยว่า ... ไม่ต้องถึงขั้น "รัก" กันหรอก เอาแค่มีความคิดเห็นตรงกัน สักประเด็น สองประเด็น ก้อพอแล้ว
ที่จะใช้สร้างความสามัคคีเพื่อฝ่าฟัน "วิกฤติ" ที่จะมาถึง...

ส่วนวิธีที่จะทำให้คนไทยรักกัน... เชฯว่าทั้ง มาร์ค และ แม้ว ไม่มีคุณสมบัตินี้ทั้งคู่แระ... ธรรมชาติของมนุษย์นั้น เกลียดได้ง่ายกว่ารัก..
..เพราะฉนั้นแผนคือ.. ทำให้คนไทยเกลียด คนๆเดียวกันทั้งประเทศก้อสิ้นเรื่อง.. เกลียดใครน่ะเหรอ???ก้อ เกลียดเชฯงัย อิอิ..
แล้วจะทำงัยล่ะ???... เชฯ ก้อหาเรื่องอัดทั้ง มาร์ค ทั้ง แม้ว พร้อมๆกันนะสิ เด๋วกองเชียร์แต่ละฝ่าย ก้อเกลียดเชฯเองล่ะ.. (แต่ต้อง
ระวังตัวหน่อยแฮะ..ยอมโดนเกลียดในระดับแค่ หมั่นไส้ พอ..มากกว่านั้น เชฯก้อสยองเหมือนกันแหละ เอิ๊กกกกๆๆๆๆ) ทฤษฏี "ศัตรูร่วม"น่ะ

..เข้าเรื่อง "กลอน"ฮิต กะ ๕เล็ง๗ นิดนึง.. เพราะ เชฯใช้กลอนนี้ กะ โหราฯ(แบบไม่ถึงครึ่งหางอึ่งของเชฯ) วางกำหนดการเคลื่อนไหวให้ตัว
เองอ่ะฮับ... ตอนนี้ ก่อน ๗ยก ก้อพยายามออกลีลา เสนอให้ ปรับปรุง "ระบบสื่อสารการเมือง"... พอ ๗ ยกเล็ง๕ ก้อค่อยหาวิธีนำเสนอ
"ศรัทธา" ที่จะใช้ฝ่า "วิกฤติ" ในอนาคต.. มันจะเข้ากับเหตุการณ์ ในกลอนตรง..ที่ว่า หลังฝนคร้าม จะเปลี่ยนศักราชใหม่แห่งประชา..
นี่ม่ะใช่การทำนายนะฮับ เป็นความพยายามจะทำมากกว่า.. เพราะ เชฯตีความ
"ศักราชใหม่แห่งประชา" คือการที่ ปชช มีสิทธิ์ "ยุบสภา" ผ่าน
SMS..และ ได้มีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ ผ่านการลงประชามติ ซึ่งเป็นประชาธิปไตยทางตรง (ซึ่งก่อนลงประชามติ อย่างเป็นทางการ SMS จะมี
ประโยชน์ ในแง่สำรวจความคิดเห็นในการทำประชาพิจารณ์ปลายปิด ก่อน)...

เรื่องของ "ศรัทธา"ที่จะใช้ฝ่า "วิกฤติ" ในกลอนน่ะ.. ม่ะได้มีแต่ เชฯคนเดียวหรอกที่คิดจะเสนอว่า "ศรัทธา"นั้นควรเป็นอะไร...
แต่บอก คุณ5555 ไว้ก่อนเพื่อความสบายใจว่า..ไม่เกี่ยวกะโหราฯ อ่ะฮับ.. และถ้าตั้งกระบวนการประชาพิจารณ์ระดับใหญ่ได้ เชื่อว่าคนอื่นๆ ที่มี
ความคิดแตกต่างจากเชฯ.. ก้อจะเข้าแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ "ศรัทธา" ว่าควรจะเป็น "นโยบาย"อะไร???.. แล้วให้ ปชช.โหวตตัดสินใจกัน
เอง... เป็นการโหวต เลือก "นโยบาย".. ซึ่งต่างจากการเลือกตั้งที่โหวตตัวบุคคล..(โดนส่วนตัว คิดว่ามันน่าจะลด ความขัดแย้งได้ในระดับหนึ่ง..
เป็นการลดความสำคัญของ ตัวบุคคล บนเวทีการเมือง ลดมาหน่อย..)

สรุป เชฯให้ น้ำหนัก กะ "นโยบาย" มากกว่า "ตัวบุคคล"... ไม่สนหรอกว่า สีไหนจะเป็นรัฐบาล.. แค่ดำเนิน "นโยบาย" ที่ทำให้ เชฯ รู้สึกมั่นใจ
กะ อนาคต ได้ก้อ โอเค แว้ววววววว.... แต่ตอนนี้ มันยังม่ะมีเร้ยยยยย... "นโยบาย"ที่จะทำให้ เชฯ มั่นใจอ่ะ... เลยต้องหาทาง กระเสือก กระสน
ตะกาย... ไปนำเสนอน่ะสิ... (ม่ะมี นี่คือมันม่ะมี กันทุกพรรค เลยนะ...ทั้งสองพรรคใหญ่ และ สารพัดพรรคจุ๋มจิ๋ม) แต่ลีลาที่เชฯ จะใช้อาจทำให้
คุณ 5555 รู้สึกไม่สบายใจมากๆๆๆ ก้อเป็นได้ เรื่องนี้ เชฯขอ อภัย ไว้ล่วงหน้าเลย ...เพราะเท่าที่ลอง แหย่ๆ ดูปฏิกิริยา แถว โอเค... ถ้าใช้ลีลา ที่หนัก
ทฤษฎีน่ะ... คนไม่สนใจ ต้องมีอะไรที่มัน "ฮาร์ดคอร์" กระตุ้นอารมณ์น่ะ คนถึงจะหันมามอง...ลำบากใจอยู่เหมือนกัน ไม่ค่อยอยากเท่าไร

ปล. "บทความ จะสะท้อนความเป็นตัวตน ของผู้เขียน" ... แต่ เชฯคงมิบังอาจ นำบทความในบล็อก ของเชฯมาลงในกระทู้นี้ล่ะฮับ..เกรงใจคุณหมอดูฯ
จขกท.(มันชักจะยาวมากแระ) ... รอสักพักให้เขียน "ฮาร์ดคอร์" เสร็จเด๋ว เชฯ เปิดบ้าน ให้ คุณ5555 อ่านเลย...
(จะโดน เว็บมาสเตอร์ ลบป่าวม่ะรู้.. หนักเชียว)

แล้วก้อนะฮ้าบบบ... ตัวจริงเชฯ น่ะ... กระจอกกิ๊กก๊อกกก..มากเลย...
ที่โม้ๆๆๆๆไปน่ะ.... โอกาสที่จะทำได้จริง เชฯยังประเมินว่า "ต่ำมากๆ" เลย...
คุณ5555 จะได้ไม่กังวลมากนักเนอะ

209. rakther_eternity@hotmail.     [58.8.233.112]     07 Oct 2011 - 13:49

๑นารี ขี่ม้าข้า"ม้าขาว" ๑นารี ๑นารี ๑นารี ๑นารี

และอีก...............ย้ำ และอีก....................

1หญิงผู้ปกครองพึง"ระวัง" 1หญิง 1หญิง 1หญิง 1หญิง

เห้อ................อ................อ..............

๑นารี "และอีก" 1หญิง

เห้ออออออออออออออออออออออออออ

หนูไม่รู้จะบอกไงแล้ว

สวัสดีนะคะพี่ทุกคน ไม่ได้แวะมาดูเสียนาน ช่วงนี้มีสอบ อวยพรด้วยนะ ^_~

คิดถึงทุกคนนะคะ

^_________________________^

โลกจะสุขสบายนั้นเป็นได้หลายทาง...
ต้องหลบสิ่งกีดขวางหนทางให้พ้นไป...
จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ...
สุขและทุกข์อย่างไรเพราะใจตนเอง...
ฝ่าลู่ทางชีวิตต้องคิดเฝ้าย้อมใจ...
โลกมืดมนเพียงใดหัวใจอย่าคร้ามเกรง...
ตั้งหน้าชื่นเอาไว้ย้อมใจด้วยเพลง...
ไยนึกกลัวหวาดเกรงยิ้มสู้...
คนเป็นคนจะจนหรือมี...
ร้ายหรือดีคงมีหวังอยู่...
ยามปวงมารมาพาลลบหลู่...
ยิ้มละมัยใจสู้หมู่มวลเภทภัย...
ใฝ่กระทำความดีให้มีจิตโสภา...
สร้างแต่ความเมตตาหาความสุขสันต์ไป...
จะสบความสุขสันต์สำคัญที่ใจ...
เฝ้าแต่ยิ้มสู้ไปแล้วใจชื่นบาน...

ปล.๑นารี และอีก 1หญิง
เร่วสร้างความดีเข้าเถิด........................NAttiKA

210. JaN     [58.11.240.198]     07 Oct 2011 - 14:17

เต็มที่นะคะ หนูทำได้ อยู่แล้ว พี่มั่นใจ ขอให้ได้คะแนนสูงเท่าที่อยากได้แล้วกันนะจ๊ะ ตอนเช้าก่อนสอบนั่งสมาธิสัก 10 นาที เสร็จแล้วแผ่เมตตาด้วย ใจคอจะสงบและความจำจะแม่นยำขึ้น

โอมเพี้ยง เพี้ยง เพี้ยง

แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 1000 คำตอบ ( 34 หน้า )
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | 32 | 33 | 34 |

Click to share


ขออภัย เนื่องจากกระทู้นี้มีผู้ร่วมตอบกระทู้ เกินกว่า 1,000 คำตอบแล้ว

จึงขอปิด! งดการตอบกระทู้ต่อไป เนื่องจากจะทำให้ระบบโดยรวมช้าลง

หากเห็นว่ากระทู้นี้มีประโยชน์ ขอให้ท่านเปิดกระทู้ใหม่แทน

จากใจ Webmaster



©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.