Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (66) Vote Down (75) เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน   
43673 : จากคุณ เตยหอม     [115.67.160.100]     24 Jul 2012 - 21:38     [28 คำตอบ]

(ช่วยตอบเอาบุญ) การทําบุญ 100 วัน ในความเป็นจริงต้องทําอย่างไรถึงจะถูกต้องค่ะ
รบกวนท่านผู้รู้หรือเคยมีประสบกาวณ์ ช่วยแชร์ความรู้และความคิดเห็นด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

1. Admin@mahanati.com     [125.26.146.72]     24 Jul 2012 - 22:13

ประเพณีคนไทยในการทำศพมีมากมาย การทำบุญให้ผู้เสียชีวิตในระยะ 7 วัน 50 วัน 100 วัน และ 1 ปี คงสืบสาวราวเรื่องที่มาได้ยาก มีข้อสันิษฐานมากมาย และก็ไม่มีหลักฐานยืนยันที่แน่นอน

แต่ประเพณี คือสิ่งที่เป็นเครื่องหมายของหมู่ชน เมื่อหมู่ชนนิยมทำเช่นไร คนในหมู่ชนนั้นยากที่จะไม่ทำตาม เพราะด้วยการคบหาสมาคม และฤทธิ์ปากของคน

ดังนั้นคำตอบว่า ในความเป็นจริงควรทำอย่างไรนั้น ความเป็นจริงนั้นจะเป็นควมเป็นจริงของผู้ตอบ มิใช่ความเป็นจริงแท้ของธรรมชาติ เพราะการทำบุญดังกล่าวมีในเฉพาะกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น มิใช่มาตรฐานของมนุษย์ทั้งโลก

จึงควรที่คุณจะสอบถามจากวัดที่ทำพิธี หรือญาติผู้ใหญ่ในวงศ์ตระกูล ถามให้หมดทุกท่าน หากมีความเห็นขัดแย้งกัน จะได้ขจัดความขัดแย้งกันระหว่างผู้เห็นต่าง และไม่เป็นภาระกับความรู้สึกของคุณเอง

แต่หากถามเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ ก็ตอบได้ว่า ความเป็นจริงนั้นภาระของคนเป็นที่มีต่อคนตายนั้น คือจัดการร่างตามความเชื่อ มิให้อุจจาดตาแก่ผู้พบเห็น และเป็นการแสดงความรักความกตัญญูเป็นครั้งสุดท้ายกับกายเนื้อที่ยังจับต้องได้ครับ

2. เตยหอม     [115.67.160.100]     24 Jul 2012 - 23:00

ขอบคุณค่ะ ที่มีคนตอบให้

จะทําบุญ100 วันให้พ่อค่ะ ส่วนกระดูกทําพิธีลอยอังคาร ไปวันที่ครบ7 วันแล้วค่ะ
ตอนนี้มีขัดแย้งทางความคิด เลยต้องมาถามในเวปนี้เพื่อไปยืนยันค่ะ
ตอนแรกจะถวายอาหารและสังฆทานพร้อมผ้าไตร แค่ 1 องค์ค่ะ
เลยเถียงแล้วแย้งไป โดยขอเพิ่มคนเดียวอีก 3 องค์.
สรุปแล้ว แม่ฟังเหตุผลและที่มาแล้ว ยอมเลี้ยงโต๊ะจีนและถวายสังฆทาน 9 รูปค่ะ



3. Admin@mahanati.com     [125.26.159.155]     25 Jul 2012 - 10:47

เมื่อตกลงปรองดองกันได้ ก็สงบสุขครับ ผู้ที่อยู่ในสัมปรายภพก็จะได้สงบสุขด้วยครับ

4. a๑๙     [101.109.212.131]     25 Jul 2012 - 10:52

ขออนุญาตรวมแจมด้วยครับ

คือสงสัยมานานแล้วว่า...

กระดูกนี่เราจะนำไปลอยอังคารให้หมดเลยได้ไหม คือจะไม่เก็บแบ่งใส่โกฏเหมือนในอดีตที่เขาทำกัน เพราะเหตุปัจจัยในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไป
เรื่องเวลา การทำมาหากิน ความสะดวก และที่อยู่อาศัยที่ไม่สะดวกที่จะเก็บไว้แล้วไปรอทำบุญ
และด้วยปัจจัยอื่นๆ

5. Admin@mahanati.com     [125.26.159.155]     25 Jul 2012 - 11:30

กระดูกและอังคารหรือเถ้าจากการเผา จะลอยพระแม่คงคาไปทั้งหมด หรือเก็บส่วนใดไว้ ก็แล้วแต่ความเชื่อและความชอบครับ

ผมเคยไปร่วมงานศพทางภาคเหนือ ทราบมาว่ากระดูกคนตายนั้นเขานำไปห่อผ้าขาว แล้วทิ้งไว้โคนต้นไม้ใหญ่ ไม่เก็บไว้บ้านและไม่เก็บไว้วัด เข้าทำนองลอยพระแม่คงคาไปเช่นกัน แต่อันนี้ฝากไว้กับพระแม่ธรณี

การจัดการกับกายเนื้อที่เหลือของผู้วายชมน์ แล้วแต่ประเพณี แล้วแต่วัฒนธณรม แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่เหลือด้วยกันทั้งนั้นครับ กลับคืนสู่ธรรมชาติหมด ผู้ใดยังอาลัยตัดไม่ขาดก็มักจะเก็บบางส่วนของกายเนื้อไว้เป็นที่ระลึก ผู้ใดตัดขาดแล้วแม้แต่กายของตนเองก็เห็นว่าเป็นอนิจจังไม่เที่ยงแท้ ไม่ใช่สิ่งควรยึดติด

หากแต่ใจของใครก็ของคนนั้น ศรัทธาจะทำอย่างไรก็ทำให้ใจของตนมุ่งมั่น ไม่หวั่นไหวต่อเสียงนินทา และทำไปเถิดครับ ทำด้วยจิตใจบริสุทธิ์ ย่อมดีทั้งนั้นครับ

6. a๑๙     [101.109.212.131]     25 Jul 2012 - 11:34


ขอบพระคุณครับ


ได้รับคำตอบเป็นอีกทางที่ชี้แนวทางสว่างขึ้น
แล้วแต่วิจารณญาณใครจะน้อมรับ


สำหรับข้าน้อย แนวทางที่เลือกก็คงจะนำไปลอยให้หมด
และเร่งสะสมพลังบุญ เร่งความเพียรตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ดีกว่า
เพราะรอให้คนอื่นทำให้ อาจไม่ถึง หรือไม่ได้รับก็ได้นิ


สาธุ

7. บุญบิดา     [58.11.13.185]     25 Jul 2012 - 20:06

ขออนุญาติคุณ จขกท.นะคะ

เราดีใจมากที่เปิดมาเจอกระทู้นี้ เพราะเราก็กำลังเตรียมทำบุญร้อยวันให้คุณพ่อเหมือนกัน ขอความกรุณาจากผู้รู้ แนะนำว่าเราควรทำบุญอย่างไรให้พ่อเราได้บุญตรงกับความต้องการของท่านมากที่สุด สมัยมีชีวิตอยู่ พ่อเราเป็นคนประหยัด และห่างศาสนา เราเคยบวชชีพราหมณ์อุทิศบุญให้ท่าน ก็ไม่รู้ท่านจะได้รับหรือไม่ รบกวนดูจากเวลาถามคำถามของเราได้ไหมคะว่าเราควรทำบุญแบบใดให้ท่านได้ประโยชน์จริงๆ

8. Admin@mahanati.com     [125.26.156.161]     25 Jul 2012 - 21:12

คำถามของคุณนั้นตอบยากจริงๆ เพราะถามว่าจะทำบุญอย่างไรให้ตรงกับความต้องการของผู้วายชนม์มากที่สุด เพราะไม่ว่าจะตอบอย่างไรก็ไม่สามารถพิสูจน์ความถูกต้องได้ เนื่องจากไม่สามารถถามผู้วายชนม์ได้ว่าทิ่งที่เราทำนั้นตรงกับประสงค์หรือไม่

ดังนั้นต้องตอบด้วยวิธีคิดเอาเองดังนี้

ประการแรก ท่านเป็นคนประหยัด ดังนั้นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ก็ควรยึดหลักประหยัด ของที่นำไปทำบุญไม่ควรเป็นของเสียเปล่า เช่นนำยาธาตุยาแก้ปวดหัวไปถวายพระ เพราะถ้าเราไปสำรวจตามวัด จะพบของเหล่านี้ถูกทิ้งเสียหายเป็นจำนวนมาก พระท่านรับประเคนยาทุกวัน แต่ท่านไม่ได้ป่วยทุกวัน และไม่ได้มีหน้าที่แจกยาให้คนป่วยจริงๆ นี่เป็นอย่างหนึ่งที่ควรคิด

ของบางอย่างเช่นถังสังฆทานสีเหลืองๆ ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย ใส่น้ำหิ้วได้หนเดียวหูหลุด ถังแตก ข้าวสารถวายพระใส่ไปกับผงซักฟอก พอแยกออกจากกัน ข้าวสารเหม็นกลิ่นนำ้หอมในผงซักฟอก นำไปหุงแล้วสุนัขยังไม่ยอมกิน ของสารพัดสารพันที่นำไปถวายพระ ทิ้งเปล่าเสียหายมากมาย ไม่น่าจะเหมาะกับความประหยัดเลย

ประการที่สอง ท่านห่างศาสนา คงหมายถึงไม่ค่อยได้เข้าวัดทำบุญ และอาจจะไม่ได้ศึกษาธรรมะมากนัก

เมื่อรวมสองประการแล้ว ขอแนะนำให้ทำบุญให้ท่านด้วยสิ่งที่มีประโยชน์จริงๆ และเกี่ยวกับการศึกษาทางพระศาสนา ไม่ทราบว่าคุณอยู่ที่จังหวัดใด หากอยู่ในกรุงเืทพหรือภาคกลาง ก็ขอแนะนำให้ไปวัดชูจิตธรรมาราม พระอารามหลวง วิทยาลังสงฆ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งต้องการผู้มีจิตศรัทธาถวายภัตาหารและปัจจัยรวมทั้งอุปกรณ์การศึกษาของพระสงฆ์ รายละเอียดของวัดและแผนที่ได้แนบมาให้ด้วยแล้ว

วัดชูจิตธรรมาราม
http://www.watchujit.com/

แผนที่
http://watchujit.com/index.php?option=com_content&view=article&id=169&Itemid=120

หรือถ้าอยู่ในภาคอื่นก็มองหาสถานศึกษาของสงฆ์ ซึ่งเป็นที่รวมของเหล่าสงฆ์ผู้มุ่งมั่นศึกษาพระธรรม การทำบุญในสถานที่แบบนั้นผมคิดเองเองว่า ถูกต้องเหมาะสมกับผู้ที่อยากให้ทรัพย์ปัจจัยได้ไปทำนุบำรุงพระศาสนาอย่างแท้จริง

สำหรับกรณีที่คุณถามมา การทำบุญกับการศึกษา อาจจะส่งผลให้ผู้วายชนม์ได้ใกล้ชิดกับพระศาสนาในชาติต่อไป แต่ทั้งหมดนี้ผมคิดของผมเอง ผิดถูกอย่างไรขออภัยไว้ด้วยครับ

9. บุญบิดา     [58.11.13.185]     25 Jul 2012 - 21:52

ขอบคุณคุณ Admin@mahanati.com มากๆ ค่ะ ได้คำตอบที่มองข้ามไปจริงๆ ขอบคุณสำหรับข้อมูลวัดชูจิตธรรมารามที่ใว้ จะลองไปพิจารณาดูค่ะ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำแนะนำ สมเหตุสมผลมากเลยค่ะ


10. a๑๙     [101.108.228.170]     26 Jul 2012 - 08:47

อืม วันนี้วันพระ ข้าน้อยอยากเล่าเรื่องที่พึ่งไปได้ยินมาเร็วๆนี้เอง
ประมาณวันอังคารที่ผ่านมา เกี่ยวกับผู้วายชนม์ท่านหนึ่ง
ซึ่งเป็นนายทหารประทวน

(เล่าโดยย่อ)


ซึ่งก่อนเสียชีวิตก็เคยพูดจาทักทายกับข้าน้อยตามประสาคนรู้จัก ซึ่งแกเป็นคนกินเหล้าประจำ
รู้สึกจะเป็นเหล้าขาว ประมาณเนี้ย และที่เสียชีวิตไปก็น่าจะเกิดจากอาการตับโต ทั้งที่หมอสั่งห้าม แต่ก็ไม่ยอมหยุด หรือหยุดไม่ได้ก็ไม่รู้นิ อาการขั้นรุนแรงก็ตัวเหลือง ตาเหลือง พุงโต

หลังจากนั้นแกก็ได้เสียชีวิต ก็ทำพิธีเสร็จเรียบร้อย ผ่านไปหลายปีพอสมควร
แต่พึ่งมาล่าสุดได้ยินเรื่องของแก จากคนที่รู้จักอีกคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า
แกมาเข้าฝันบอกคนแก่แถวบ้านแกว่า....ไม่ได้กินอะไรเลย บุญต่างๆที่ทำไปก็กินไม่ได้

ท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจสงสัยว่าทำบุญอะไรนิถึงไม่ได้รับ เอ้ย ถึงได้รับแต่ก็กินไม่ได้....



บุญนั้นคือ การทำบุญใส่ซองทุกชนิด เช่น ซองกฐิน ผ้าป้า งานบุญต่างๆ ฯลฯ
เพราะตอนมีชีวิตอยู่ แกไม่เคยได้ทำบุญใส่บาตรอาหารสดตอนเช้าเลย ทำแต่บุญที่เป็นซองๆ มันก็กินไม่ได้เท่านั้นเอง.....

เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้



โปรดใช้วิจารณญาณกันเอาเองนิ ....สาธุ

11. Admin@mahanati.com     [125.26.163.109]     26 Jul 2012 - 10:14

เล่าสู่กันฟังเล่นๆบ้างก็แล้วกันนะท่าน a๑๙

เนื่องจากประเด็นการลอยกระดูกผู้ตายจนหมด ไม่ได้เก็บไว้ในผนังกำแพงวัด หรือสร้า้งเจดีย์บรรจุ หรือใส่โถใส่โกฏเก็บไว้ที่บ้าน อันขัดกับความเชื่อของบางบุคคล

ผมเองก็เคยโดนกับตัวเอง หรือจะกล่าวให้ชัดก็เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรืองนี้มาหลายครั้งหลายหน เพราะได้ทำเช่นนั้นกบัวัตถุที่เหลือของผู้วายชนม์หลายท่านด้วยกัน ก็ญาติผู้ใหญ่ทั้งหลายครับ

ครั้งแรกเลยที่ทำให้ได้ความรู้และทางแก้ไข ก็คือการลอยกระดูกของคุณตา สมัยที่ผมเองก็ยังเด็ก หลังจากพิธีเสร็จสิ้นไปนาน ก็มีเสียงนินทาปนด่ามายังครอบครัวว่า อกตัญญู เอากระดูกพ่อกระดูกแม่ไปลอยน้ำทิ้ง ไม่เก็บไว้ทำบุญกุศล เสียงนั้นมาแบบคลื่นกระทบฝั่ง แต่เป็นคลื่นสึนามิ ส่งผลให้เกิดความไม่สบายใจกับคนในครอบครัว ส่วนสำหรับผมก็เิกิดความไม่พอใจ ตามประสาวัยรุ่นใจร้อน 5555

วันหนึ่งญาติผู้หนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้เขย่าแผ่นดินให้เกิดสึนามิ ได้พบปะสนทนากันในงานทำบุญ ก็ได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมาลอยๆ เปลี่ยนประเด็นเป็นว่าคุณตามาเข้าฝันบอกว่าหนาวเหลือเกิน ถูกลอยไปในน้ำหนาวมาก

วันนั้นนรกปัญญาพลันบังเกิดแก่ผม ทั้งๆที่ยังด้อยอาวุโส แต่ด้วยความอ่อนประสบการณ์ และมองเห็นสีหน้าไม่สบายใจจากบรรดาญาติใกล้ชิดบางท่านรวมทั้งบุพการี ผมจึงโพล่งออกไปว่าคุณตานั้นไม่หนาวหรอก เพราะผมและน้องๆได้ช่วยกันลอยเตาผิงไปให้ด้วย และคุณตามาเข้าฝันว่า ใครที่มาโกหกหลานๆว่าตาหนาว มัน***

เรื่องนั้นจบครับ และการลอยกระดูกผู้วายชนม์ครั้งต่อๆไป ไม่มีใครติฉินนินทา มีแต่คนมาถามผมว่า คราวนี้ลอยเตาผิงไปด้วยหรือเปล่า

จบข่าว

12. a๑๙     [101.108.228.170]     26 Jul 2012 - 10:25

กรากๆๆๆ

ใช่ครับ อยากกินอะไร อยากได้อะไร ต้องทำพิธีแบบคนจีน
เผากงเต็ก เผารูปร้าน เซเว่น เผารูปตู้เย็น หม้อ กระทะ ฯลฯ ตามไปให้หมด





ส่วนใครไม่อยากรอคนทำให้ ก็ต้องทำเอง เร่งความเพียรตั้งแต่วันนี้นิ

13. บุญบิดา     [110.168.181.249]     29 Jul 2012 - 20:35

ขอถามนะคะว่าถ้าเราทำบุญก่อนครบ 100 วัน เช่น 99 วัน เนื่องจากวัดไม่ว่าง ถามว่าจะทำได้ไหมคะ หรือควรจะให้เลย 100 วันไปจะดีกว่าคะ

14. Admin@mahanati.com     [125.26.147.157]     29 Jul 2012 - 21:04

13. บุญบิดา [110.168.181.249] 29 Jul 2012 - 20:35
ขอถามนะคะว่าถ้าเราทำบุญก่อนครบ 100 วัน เช่น 99 วัน เนื่องจากวัดไม่ว่าง ถามว่าจะทำได้ไหมคะ หรือควรจะให้เลย 100 วันไปจะดีกว่าคะ

--------------------------

จำนวนวันในการบำเพ็ญกุศลนั้น มีผู้อธิบายไว้มาก แต่เป็นการอธิบายตามหลักความเชื่อ มิใช่หลักวิทยาศาสตร์

ในกรณีที่คุณถาม วัดที่ต้องการไม่ว่างในกำหนด 100 วัน แต่จะว่างตอน 99 วัน หรือ 101 วันไปแล้ว ก็อยู่ที่ความสะดวกของคุณนั่นเอง เพราะอย่างไรก็ทำเมื่อ 100 วันพอดีไม่ได้อยู่แล้ว

การทำบุญอุทิศส่วนกุศลนั้น พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า จะถึงผู้ล่วงลับ แต่ไม่ได้สอนว่าต้องทำเมื่อไร ดังนั้นอย่าวิตกเลยครับ และไม่ต้องบอกใครหรือออกตัวไปว่าที่ทำบุญนี่ไม่ครบ 100 วันนะ หรือเกิน 100 วันแล้วนะ ถึงกำหนดสะดวกก็ทำบุญ เป็นการดีแล้วครับ

ทั้งหมด ผมคิดเอง ผิดถูกขออภัย

15. มิ้น     [171.7.200.180]     28 Dec 2013 - 11:31

มาเจอคำถามทีคล้ายกัน อยากทราบว่าทำบุญ100วันและทำบุญขึ้นบ้านใหม่พร้อมกันได้ใหมค่ะ

16. TaYe     [125.26.136.93]     20 Feb 2014 - 13:50

ให้ข้อคิดดีมาก

17. manee     [111.84.99.210]     29 Mar 2014 - 08:37

ใกล้ครบ 100 วันพ่อวันที่ 6 เมษานี้ได้ความรู้ดีมากเพราะวันที่พ่อเสีย 28 ธันวา 56 ทำอะไรถูกเลยลูกๆงงกันหมดพอได้ความรู้จากหลายคนที่นี้จะได้ทำถูกวิที

18. dara     [1.46.65.35]     07 Apr 2014 - 00:14

พ่อเราก็เพิ่งจะเสียเมื่อวันที่5/3/57นี่เองเดี๋ยวเราก็จะต้องทำบุญ100วันให้พ่อเราเหมือนกันขอบคุณมากๆที่ช่วยให้คำแนะนำเพราะเราเป็นลูกคนเดียวเรามีกันสองคนพอคนนึงจากไปอีกคนก็ต้องทำบุญไปให้แล้วพ่อจะได็รับมั้ยเราจะรู้ได้งัยน้าอยากให้พ่อได้บุญกุศลมากๆ

19. GIFT     [125.24.231.191]     08 Apr 2014 - 17:06

เราก็จะทำบุญ 100 วัน ให้พ่อที่เสียไปแล้วเช่นกัน
ทำที่บ้านนะคะ มีตักบาตรเช้าและเลี้ยงงพระ
9 รูป วันที่ 16 เมษา นี้

20. โตโต้     [124.120.243.103]     25 Apr 2014 - 13:24

พ่อเสียวันที่ 23 กุมภาพันธุ 2557 จะทำบุญ100 วันให้พ่อ วันที่ 2 มิถุนายน 2557 ก็ต้งใจทำตามสะดวกปรึกษาแม่+น้อง+หลาน ให้ช่วยกันคิด อาหารคาวหวาน ก็ต้งใจทำอาหารที่พ่อชอบค่ะ


21. cherry     [115.87.138.63]     12 May 2014 - 09:30

http://guru.google.co.th/guru/report?fid=005fd7f97a74a429000495eb87bd970e&url=%2Fguru%2Fthread%3Ftid%3D005fd7f97a74a429

~~เนื้อหาต้นฉบับ


การทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้คนตาย มีแต่พระพุทธศาสนา ศาสนาอื่นไม่มี และไม่จำเป็นต้องทำภายในร้อยวันครับ แต่ตามหลักพระพุทธศาสนา ถ้าก่อนตายนึกถึงบุญไม่ออก(มักจะเกิดกับคนที่ตายแบบไม่รู้ตัว หรือคนที่มีใจเศร้าหมองมากๆ เช่นคนที่จะฆ่าตัวตาย) แต่จริงแล้ววิธีการตายไม่สำคัญเท่ากับว่ามีบุญในตัวพอจะไปส่งไปสู่ภพใหม่ได้หรือไม่ จะเร่ร่อนอยู่ประมาณเจ็ดวัน ในเจ็ดวันนี้ก็มัจะอยู่แถวๆสถานที่ตายบ้าง หรือไปหาญาติมิตรที่คุ้นเคยบ้าง ดังนั้นถ้าทำบุญอุทิศไปให้ในช่วงนี้ ก็จะไปช่วยดึงดูดบุญเก่าของผู้ตายมาส่งผล ส่งให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีขึ้นได้ตามกำลังบุญ ส่วนการทำบุญร้อยวันนั้น หากทำบุญเจ็ดวันไปให้แล้ว บุญยังไม่พอส่งไปสู่ภพใหม่ เจ้าหน้าที่ยมโลกจะมารับตัวไป เมื่อไปถึงยมโลก จะต้องไปรอคิวอยู่ที่ลานหน้าโรงพิพากษาของพระยายมราช ซึ่งมีกายละเอียดที่ตายแล้วมารอเรียกเข้าไปพิพากษาเป็นจำนวนมาก เชื่อกันว่า ระยะเวลาที่รอเข้าไปรับคำพิพากษานี้ จะมีเวลาประมาณ100วันตามเวลาโลกมนุษย์(เวลาในยมโลกแค่ไม่กี่ชั่วโมง) ประมาณวันที่100 คือเวลาที่เข้าไปอยู่หน้าบัลลังค์แล้ว ดังนั้นการทำบุญอุทิศไปให้ช่วงนี้ จึงเป็นการไปช่วยให้นึกถึงบุญออก จะได้ตอบคำถามพระยายมราชได้ แล้วท่านจะตัดสินให้ไปเกิดยังสุคติภพ เพราะพระยายมฯ ท่านจะถามคำถามในช่วงแรกให้เรานึกถึงบุญให้ออก แต่ถ้าใครมีวิบากกรรม กรรมจะมาบังดวงจิตให้ลืมบุญที่เคยทำมา การทำบุญอุทิศไปให้จึงไปช่วยตัดรอนวิบากกรรมให้เบาบางหรือส่งผลไม่ได้นั่นเอง หากญาติเราที่ตายมีบุญมาก ตายแล้วไปเกิดในสรวงสวรรค์ทันที เกิดเป็นเทวดาทันที การทำบุญอุทิศไปให้ก็จะไปเติมทิพยสมบัติให้มีเพิ่มขึ้นและช่วยให้มีอายุบนสวรรค์ยาวนานขึ้นด้วย แต่กรณีไปเกิดในสุขคติเช่นเป็นเทวดาไม่มีเงือนไขเรื่องเวลา อยากทำไปให้ตอนไหนก็ได้ แต่เราคนธรรมดาไม่มีทางรู้ว่า ญาติเราตายแล้วตอนนี้ไปอยู่ไหน ดังนั้นการทำบุญเจ็ดวันบ้าง,ทำบุญร้อยวันบ้าง จึงเป็นการทำเผื่อว่าญาติเราตายแล้วนึกถึงบุญไม่ออกไปอยู่หน้าพระยายมราช บุญที่อุทิศไปให้ในช่วงนี้อาจจะไปช่วยให้ไม่ต้องถูกส่งไปทุคติ มีนรก เปรต อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน เป็นที่ไป ครับ

Re: ทำไมเราต้องทำบุญให้คนตายภายใน 100 วันล่ะคะ


ผู้เขียน: feyhong072 (Feyhong Wong)

เวลา: 26 พ.ย. 2553 09:32:14

URL: http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=005fd7f97a74a429


22. เกศรามณีไพโรจน์     [1.46.132.35]     11 Jul 2014 - 20:43

จะทำบุญ100วันให้คุณแม่ไม่ทราบว่าเราจะถวายพระประธานในวันเดียวกันได้ไหมค่ะทราบมาว่าบางท่านบอกว่าต้องรอให้ครบ1 ปีก่อนถึงจะทำได้เพราะเปนบุญใหญ่ ถ้าทำไปแล้วจะทำให่ลูกหลานเจ็บป่วยจริงหรือเปล่าค่ะ

23. คิดไม่ออก     [1.179.128.170]     12 Jul 2014 - 10:24

คืออยากทราบว่าการทำบุญเจ็ดวัน นับจากวันที่เสียชีวิต(จากโรงพยาบาลหรือที่เกิดเหตุ ที่ใดที่หนึ่งก็แล้วแต่)หรือนับจากวันสวดพระอภิธรรมศพเป็นวันแรก ค่ะ  แล้วจะครบเจ็ดวัน คือวันไหนค่ะ เช่น วัน ที่ 8 ก.ค. เสียชีวิตจากโรงพยาบาล วันที่ 9 ก.ค. นำมาสวดพระอภิธรรมศพเป็นคืนแรก และเผาวันที่ 14 ก.ค. แล้วจะลอยอังคารวันที่ 15 ก.ค. และก็ทำบุญพระช่วงเพล และนำมาบรรจุไว้ที่วัดหลังจากเลี้ยงพระช่วงเพล ใช่ใหมค่ะ


24. Kantha     [1.47.192.74]     13 Jul 2014 - 22:52

จะทำบุญให้คุณพ่อร้อยวันในวันอาทิตย์ที่20/7/57 ค่ะ เป็นช่วงประมาณ96 วัน ยังกังวลอยู่แต่พอทราบข้อมูลว่าทำก่อนดี จึงคลายความกังวลพบทางสว่างค่ะ ขอบคุผณทุกท่านนะคะ

25. ลีจีน     [110.170.29.242]     14 Jul 2014 - 12:04

เป็นกระทู้ที่ดีมากเลยค่ะ  

 

เพราะคุณพ่อเพิ่งเสีย  พอเผาแล้วก็อยากนำอัฏฐิท่านกลับมาอยู่ที่คอนโดด้วยกันเลย แต่ทางวัดแจ้งไว้ว่า ต้องเก็บไว้วัด 100 วัน  ก็เลยสงสัยมากๆๆ  จนตอนนี้ยังหาคำตอบไม่ได้เลย ค่ะ 

 


26. www.dechaboon.com     [61.90.55.38]     06 Aug 2014 - 22:36

ทำไมต้องทำบุญ 7 วัน 50 วัน 100 วัน

เพื่ออุทิศบุญแก่ผู้วายชนม์

ชีวิตไม่ได้จบสิ้นสุดที่ลมหายใจเฮือกสุดท้าย แต่ทุกสรรพชีวิตตราบใดยังไม่ได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร ย่อมยังมีการเดินทางไปสู่ภพภูมิในสองภพภูมิคือสุขคติภูมิและทุกขคติภูมิ การทำบุญอุทิศกุศลสู่ผู้วายชนม์จึงมีความสำคัญมากต่อบุคคลที่เรารักและเคารพ เพราะจะเป็นกำลังและเสบียงบุญให้สามารถเดินทางไปยังภพภูมิสุขคติที่ดียิ่งๆขึ้นไป 
การทำบุญ 7 วัน คือ ช่วงที่กายละเอียดหลุดออกจากกายหยาบ จะยังวนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์ สำหรับกรณีผู้ที่ยังไม่ได้ไปมหานรก หมู่ญาติก็จะได้มีโอกาส 7 วันนั้น ทำบุญอุทิศไปให้ได้
การทำบุญ 50 วัน คือ ช่วงที่กำลังรอคิวคอยการพิพากษาจากพญายมราชในยมโลก
การทำบุญ 100 วัน คือ ช่วงที่ระหว่าง 50 ถึง 100 วัน คือ ช่วงพิพากษาและส่งไปเกิด เช่น ไปเกิดในมหานรก ไปยมโลก ไปเป็นมนุษย์ เป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน หรือไปเป็นเทวดา เป็นต้น ทั้งสามช่วงนี้ คือ 7 วัน 50 วัน 100 วัน กายละเอียดจะยังรับบุญได้ นี่คือ หลักการส่วนใหญ่ มักจะเป็นอย่างนี้ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด (เว้นแต่ผู้กระทำบาปกรรมหนักที่จะดิ่งสู่ทุกขคติภูมิทันที) เพราะฉะนั้น ภายใน 7 วัน 50 วัน หรือ 100 วัน จึงจำเป็นต้องทำบุญทุกบุญให้เต็มกำลัง แล้วอุทิศไปให้ผู้ที่เสียชีวิต

วิธีการทำบุญที่จะอุทิศกุศลแด่ผู้วายชนม์ สามารถทำได้ด้วย การทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา แล้วอุทิศผลบุญนั้นๆแด่ผู้วายชนม์ โดยเฉพาะในวาระ 7 วัน 50 วัน และ 100 วัน หลังเสียชีวิต (สามารถทำก่อน 7-50-100 วันก็ได้ เพื่อให้ได้รับบุญก่อน) ควรทำบุญใหญ่เช่น การถวายองค์พระ การถวายมตกภัต (ภัตตาหาร) และทอดผ้าบังสุกุล ซึ่งเป็นบุญใหญ่อุทิศกุศลไปยังผู้วายชนม์

ทำบุญอุทิศกุศลที่ไหนดี ???

การทำบุญสามารถทำได้ทั้งที่วัด หรือนิมนต์พระมายังบ้านที่ผู้วายชนม์เคยอยู่อาศัย ในที่นี้ผู้เขียนขอแนะนำให้นิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์ที่บ้านว่าน่าจะเหมาะกว่า เพราะในระหว่าง 100 วัน กายละเอียดผู้วายชนม์มักยังมีความผูกพันกับบ้านที่เคยอยู่อาศัย และยังคงวนเวียนอยู่บริเวณบ้าน การทำบุญที่บ้านจึงเป็นโอกาสอันดีที่ผู้วายชนม์สามารถรับรู้ และรับการอุทิศบุญจากครอบครัวลูกหลานและญาติมิตร โดยการนำภาพผู้วายชนม์หรือโกศมาประกอบพิธีทำบุญอุทิศกุศลข้างโต๊ะพระประธาน และทอดผ้าภูษาโยงจากรูปหรือโกศไปยังคณะพระภิกษุสงฆ์เพื่อทำการทอดผ้าบังสุกุล

“เดชะบุญ” จัดงานทำบุญโดยผู้รู้คุณค่าบุญ

“เดชะบุญ” ให้คำแนะนำและให้บริการจัดงานทำบุญอุทิศกุศลแด่บุคคลที่ท่านรักเคารพด้วยความถูกต้องตามหลักพุทธพิธี การทำบุญอุทิศกุศลสามารถกระทำในวาระทำบุญบ้านได้ในคราวเดียวกัน โดยในภาคแรกคณะพระภิกษุสงฆ์จะทำการเจริญพระพุทธมนต์ เจ้าภาพถวายมตกภัตเพื่อผู้ล่วงลับ และหลังจากฉันเพลแล้ว ในภาคที่สองเป็นการทอดผ้าบังสุกุลและถวายสังฆทานก่อนการกรวดน้ำอุทิศกุศลแด่ผู้วายชนม์ตามลำดับ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.เดชะบุญ.com

คนเป็นต้องทำให้ คนตายต้องได้บุญ เพราะบุญคือเสบียงที่มีค่ามากสุดมีผลต่อภพภูมิการเดินทางของผู้วายชนม์

สอบถามเพิ่มเติมที่ เดชะบุญ 092-486-7766


27. sutee porung     [49.230.191.25]     06 Nov 2014 - 16:42

ขออนุโมทนา บุญแก่โยม ที่ใด้ช่วยเหลือให้งานของอาตมาให้สำเร็จไปด้วยดี "เจริญพร"

28. montira nudchanad     [27.55.93.74]     16 Nov 2014 - 06:52

ขอบพระคุณค่ะ...ได้ความรู้ดีมาก

Click to share

เชิญร่วมแสดงความคิดเห็น กรุณาใช้ข้อความสุภาพ
ชื่อผู้ตอบ * ไม่ควรใช้ชื่อ-นามสกุลจริง ในการตอบกระทู้ รวมถึงในเนื้อหาด้วย
ป้อนรหัสตามภาพ CAPTCHA

©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.