Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (50) Vote Down (28) เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน   
5482 : จากคุณ หมอตำแย     [203.146.194.157]     14 Oct 2003 - 21:21     [33 คำตอบ]

เรียนถาม อ.พายัพ และอ.ท่านอื่นๆ เรื่องหลักการตั้งชื่อ (ต่อเนื่องจากกระทู้ 5417)
ในกระทู้ 5417 กล่าวถึง "โหรไทยไม่กลัวกาลกิณี แต่กลัวดาวกาลกิณีมีกำลัง"

และคุณแกะรอยได้กล่าวถึงหลักการต่าง ๆ รวมถึงที่มาไว้


ในความเข้าใจ (ที่อาจจะผิด) ของผม การดู ว่าดาวกาลิณีมีกำลังหรือไม่?

คือดูจากดวงชะตา ไม่ว่าจะเป็นราศีจักร หรือวิธีอื่น ๆ ว่าดาวกาลกิณีมีผลเบียนต่อตนุ / ดาวอื่น ๆ หรือไม่ ?
หากดาวกาลกิณีเป็นนิจ ประ หรืออยู่ในภพที่ไม่ให้คุณ (อริ มรณะ วินาศ) ก็ถือว่าดาวนั้นไม่มีกำลัง หรืออาจจะมีผลบ้างแต่ไม่มาก และกรณีเป็นมหาจักรกลับไม่ให้ผลเสีย

ในทางกลับกัน หากกาลกิณีเป็นอุจจ์ เกษตร หรืออยู่ในภพ/เรือนเดียวกับลัคน์ หรือตนุลัคน์ หรือดาวอื่น ๆ แสดงว่ามีกำลังถึง การตั้งชื่อต้องระมัดระวังให้ดี

หลังจากค้นหากระทู้เก่า ๆ ดูพบว่า กระทู้ 0793 ได้อธิบายไว้พอสมควร


แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 33 คำตอบ ( 2 หน้า )
| 1 | 2 |

4. แกะรอย     [203.107.214.21]     15 Oct 2003 - 07:36

ขอทำความเข้าใจ ในเรื่องทักษาคู่ธาตุ และวิธีการนำมาใช้อ่านในดวง

เมื่อพูดถึงทักษา จะมีทักษาคู่ธาตุ คือเรียงไปตาม วนขวาตามตำแหน่ง จาก12347586

1....2....3

6...........4

8.....5......7

ด้านตรงข้ามจะเป็น คู่ธาตุ และวิธีการนำมาใช้ จะในดวงนั้น การอ่านจะไม่นำมาใช้กับระบบลัคนา จะอ่านดาวตามระบบทักษา

เช่นอาทิตย์เป็นอุจน์อยู่ราศีเมษ เกิดวันพฤหัส ดาวอาทิตย์เป็นศรี และเป็นอุจน์ อยู่เรือนอังคาร อ่านว่า ศรีร่วมอุตสาหะ (1-3) และต้องตรวจสอบว่า ในราศี สิงห์มีดาวอะไรมาอยู่ และดู ราศีพิจิกมีดาวอะไรมาอยู่

คนเกิดวันพฤหัส ดาวเสาร์เป็นกาลกิณี ราศีที่ทำหน้าที่เป็นกาลกิณีคือราศีมังกร ดาวที่อยู่ในราศีมังกร จึงโดนอิทธิพลของดาวกาลกิณีไปด้วย

การอ่านความหมายในระบบนี้ จึงไม่นำเอาภพในลัคนามาปะปนกัน เช่นตำราทั่วไปเช่น
ภพกัมมะต้องกาลกิณีอย่างนี้เป็นต้น อยากทราบวิธีอ่านดูได้ที่กระทู้ 3151

ส่วนหลักการตั้งชื่อ ในหลักจาตุรงค์โชคนั้น มีวิธีการที่แตกต่างกับการตั้งชื่อ ที่มิช่ระบบเลขศาสตร์ และระบบนำดวงที่อ่านจากลัคนามาปะปนกัน และมิใช่ หลักการตั้งชื่อในระบบทักษาทั่วไป เช่นคนเกิดวันจันทร์ ในตำราทั่วไป ห้ามมีสระ ในอักษรที่ตั้งชื่อ

แต่ในตำราจตุรงค์โชค นั้นให้ระมัดระวัง อักษรที่ไปส่งอิทธิพลให้ดาวกาลกิณีมีกำลัง เช่นคนเกิดวันพฤหัส จึงห้าม ดาวอาทิตย์ (คู่ธาตุกับดาวเสาร์) ดาวราหู(คู่มิตรกับดาวเสาร์) และดาวพุธที่เป็นคู่ธาตุกับดาวเสาร์

การมีกำลังหมายถึงทำให้ดาวเสาร์ที่เป็นกาลกิณีมีอิทธิพลมากว่าเดิมในคราวที่ให้โทษ





5. parayan     [203.209.29.33]     15 Oct 2003 - 09:39

จริง ๆ แล้วผมมองกาลกิณี ในทางดีนะมีมาก ๆ นะ ( อย่าไปมองเสียอย่างเดียวนะ )
ถ้าใช้กาลกิณี นำหน้านามนะ
วรรคอายุ จะเป็น เดช ( แสดงว่า คนอื่นจะเกรงใจเรา โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องแสดง )
วรรคเดช จะเป็น ศรี ( ถึงแสดงอำนาจก็มีคนนิยม )
วรรคศรี จะเป็น มูละ ( คนนิยมแล้วจะให่เครดิส และไว้ใจ )
วรรคมูละ จะเป็น อุสาหะ ( รู้จักเอาเงินมาลงทุนทำการงานให้เกิดประโยชน์ )
วรรคอุสาหะ จะเป็น มนตรี ( ใคร ๆ ก็รัก เพราะเป็นคนขยัน )
วรรคมนตรี จะเป็น กาลกิณี ( รู้จักถ่อมตน ไม่บีบคั้นใคร สิ่งที่ไม่ควรได้ก็ไม่เอา )
วรรคบริวาร จะเป็น อายู ( รู้ใจคนอื่น รู้จักใช้คนให้เกิดประโยชน์สูงสุด )
วรรคกาลกิณี จะเป็น บริวาร ( ทำตัวให้ต่ำต้อยกว่าคนอื่นเสมอ )
*ถ้าเรามามองในด้านดี ๆ นะกาลกิณี ดีเยอะเลยนะครับ บอกให้ อย่างว่าแล้วแต่ใครจะเห็นสมควรอย่างไรนะ
ชี้แจงเห็นอีกด้าน เพื่อเป็นกระจกมองอีกทิศนะ ขอบคุณไม่สงวนลิขสิทธิครับผม
ขออภัยถ้าท่าน อ. อื่นจะแปลแบบอื่นนะ ผิดตกยกเนสักคน ฮิ ๆ ๆ 5 5 5

6. แว้ก     [203.113.38.7]     15 Oct 2003 - 10:18

อย่างนี้อิชั้นเกิดวันพฤหัส ใช้ชื่อเปมิกา ตามตำราคุณแกะรอย นำหน้าด้วยอาทิตย์ อย่างนี้กาลกิณีมีกำลังด้วยรึป่าวคะ

7. หมอตำแย     [203.146.35.152]     15 Oct 2003 - 10:54

ขอบคุณครับ อยากทราบรายละเอียดหลาย ๆ แง่มุม จะได้ทราบข้อห้าม ข้อควรระวังไว้

เห็นคุณแกะรอยกล่าวถึงการห้าม คู่ธาตุ คู่มิตร คู่สมพล จะทำให้กาลิณีมีกำลัง
ฉะนั้น ดาววรรคชื่อ ๘ ตัว ก็เหลือแค่ ๔ วรรค
หากไม่นำกาลกิณีมาใช้อีก ก็เหลือแค่ ๓ วรรค
ดูจะหายากมาก ๆ ในชื่อคน ๆ นึง

ตัวอย่างต่อไป พอเห็นผลที่เกิดจากฤกษ์ และชื่อได้เร็ว เป็นดวงฤกษ์โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
รบกวนท่านอ.พายัพและอ.แกะรอย ช่วยวิจารณ์ และแนะการตั้งชื่อโรงพยาบาลตามแบบข้างต้น

ดวงฤกษ์ พฤหัสที่ 7 กันยายน 2538 10.09 น.

สุริยสูติกาลวันพฤหัสบดี ที่ ๗ เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๕๓๘
เวลา ๑๐ นาฬิกา ๙ นาที
จันทรคติกาลวัน พฤหัสบดี ขึ้น ๑๔ ค่ำเดือน ๑๐ ปีกุน สัปตศก จุลศักราช ๑๓๕๗

สมผุสดาว ราศี องศา ลิปดา ฤกษ์ นาที กลุ่มดาว อันเป็น มาตรฐาน
ลัคนา(ลั) ๖ ๔ ๒๗ ๑๓ ๕๐ จิตรา เทศาตรีฤกษ์
อาทิตย์ (๑) ๔ ๑๙ ๔๕ ๑๐ ๒๘ ปุรพผลคุณี มหันธโนฤกษ์ เกษตร
จันทร์ (๒) ๙ ๒๔ ๕๒ ๒๒ ๖ ธนิษฎะ เทศาตรีฤกษ์ ประ
อังคาร (๓) ๖ ๗ ๓๗ ๑๔ ๔ สวาติ เทวีฤกษ์ ประ
พุธ (๔) ๕ ๑๔ ๗ ๑๒ ๑๘ หัสตะ ภูมิปาโลฤกษ์ เกษตร-มหาอุจจ์
พฤหัสบดี (๕) ๗ ๑๔ ๓๙ ๑๖ ๕๐ อนุราธา ราชาฤกษ์ มหาจักร
ศุกร์ (๖) ๔ ๒๒ ๑๘ ๑๐ ๔๐ ปุรพผลคุณี มหันธโนฤกษ์
เสาร์ (๗) ๑๐ ๒๑ ๕๐ ๒๔ ๘ ปุรพภัทรบท เพชฌฆาตฤกษ์
ราหู (๘) ๖ ๔ ๘ ๑๓ ๔๘ จิตรา เทศาตรีฤกษ์ ราชาโชค-อุจจาวิลาส
เกตุ (๙) ๓ ๒๓ ๑๕ ๘ ๒๙ อาศเลษา สมโณฤกษ์
มฤตยู (๐) ๘ ๒๙ ๕๒ ๒๐ ๑๔ อุตราษาฒ โจโรฤกษ์
ตนุเศษ ๔

ดวงฤกษ์นี้ กาลี (๗/พักร์) นำหน้าในราศีกุมภ์
และใช้ชื่อ "ธนบุรี...."
ตอนเริ่มสร้างมีปัญหา ผู้รับเหมาต้องเปลี่ยนคนทำ เสาเข็มที่ลงไว้ผิดแปลน ทำให้สร้างออกมาไม่ตรงแบบเดิม ได้ข่าวว่า มีคนงาน(ญ) เสียชีวิต ระหว่างก่อสร้าง

การดำเนินกิจการช่วงแรกขลุกขลัก ยิ่งช่วงดาวเสาร์ย้ายเข้า ราศีเมษ ๒ ปีกว่า
สิ่งที่แปลกคือ ลูกน้อง(๘/ปุตตะ) หลายราย มีปัญหาเรื่องรักๆใคร่ๆ ตามผลของเทศาตรีฤกษ์ + กาลิณีในเรือน

ช่วงหลังมีซินแสแนะนำให้ทำบ่อน้ำด้านหน้ารพ. และวางตู้ปลาหน้าประตูทางเข้าออก

8. แกะรอย     [203.107.203.203]     15 Oct 2003 - 13:32

ตอบคำถาม ท่านหมอตำแย หลักการมีอยู่ว่าห้ามตั้งชื่ออักษรที่ส่งกำลังให้ดาวกาลกิณี หมายถึง ห้ามอักษร วรรค ดาวที่เป็นคู่มิตร ดาวที่เป็นคู่ธาตุ และดาวที่เป็นคู่สมพลกับดาวกาลกิณี โดยเฉพาะอักษรที่เป็นตัวนำหน้าชื่อ

สระใช้ได้หมด และอักษรวรรคกาลกิณีไม่ห้ามครับใช้ได้

เพราะฉะนั้น การตั้งชื่อนี้ไม่ยากมีให้เลือกถึง 5 วรรคอักษร

คนเกิดวันอาทิตย์ ห้าม อะไร ห้ามอักษร วรรค อาทิตย์ เป็นดาวคู่สมพลกับดาวศุกร์ที่เป็นดาวกาลี ห้ามอักษรวรรค อังคารที่เป็นคู่มิตรกับดาวกาลกิณี ห้ามอักษรวรรคดาวพุธที่เป็นอักษรที่เป็นคู่ธาตุ กับดาวกาลกิณี เพราะฉะนั้นคนเกิดวันอาทิตย์ ห้าม วรรคบริวาร วรรค เดช และวรรคศรี

คนเกิดวันจันทร์ ห้ามอะไร ห้ามอักษรวรรค ดาวคู่มิตร (5)กับดาวอาทิตย์ ห้ามอักษรที่เป็นคู่ธาตุกับดาวอาทิตย์คือดาวเสาร์ และห้ามอักษรดาวศุกร์ที่เป็นคู่สมพลกับดาวอาทิตย์
คนเกิดวันจันทร์ จึงห้าม วรรค มูละ(5)วรรคศรี(7) วรรคมนตรี(6)

คนเกิดวันอังคาร ห้ามตั้งชื่อวรรค อักษรที่เป็นคู่มิตรกับดาวจันทร์ คือดาวพุธ ห้ามอักษรที่ป็นคู่ธาตุกับดาวจันทร์คือดาวพฤหัส ห้ามตั้งชื่อที่เป็นดาวมูละคือดาวราหู คนเกิดวันอังคารจึงห้ามอักษรวรรคดาวศรี (5) วรรคดาวมูละ(8) และวรรคดาวอายู คือ(4)


คนเกิดวันพุธ ห้ามอะไร ห้ามอักษรวรรคดาวศุกร์ที่เป็นคู่มิตรกับดาวอังคาร ห้ามอักษรวรรคดาวราหู เป็นคู่ธาตุกับดาวอังคารและอักษรวรรคดาวพฤหัส คู่สมพลกับดาวอังคารคือวรรค ศรี (ดาว8) วรรคเดช(ดาว5) และวรรค มูละ (6)

คนเกิดวันพฤหัส ดาวเสาร์เป็นกาลกิณี จึงห้ามวรรค ดาวราหู (คู่มิตรกับดาวเสาร์) ห้ามวรรคดาวอาทิตย์ที่เป็นคู่ธาตุกับวรรคดาวเสาร์ และวรรคดาวพุธที่เป็นคู่สมพลกับดาวเสาร์ จึงห้ามวรรค อายุ (8) วรรคศรี(1) และวรรคมนตรี(4)

คนเกิดวันศุกร์ ดาวราหูเป็นกาลี จึงห้าม วรรคดาว เสาร์ วรรคดาว จันทร์ และวรรคดาวอังคาร จึงห้ามอักษรวรรค อังคารคือวรรคศรี ห้ามอักษรวรรคอุตสาหะคือดาวเสาร์
และวรรคจันทร์เป็นดาวคู่สมพลคือวรรคดาวเดช

คนเกิดวันเสาร์ อะไรเป็นกาลกิณีคือดาวพุธ จึงห้ามดาว จันทร์ คู่มิตรกับ4 ดาวศุกร์ คู่ธาตุ4และดาวเสาร์คู่สมพลกับ4
ห้ามอักษรวรรค บริวาร(7) วรรคอักษรศรี (6) วรรคดาวอุตสาหะ(2)

และข้อสำคัญ ต้องเข้าใจวรรคอักษร

ดาวอาทิตย์ ห้ามออกเสียงอะ หรือ ออนำหน้าชื่อ สระไม่อยู่ในอักษรวรรค
ในการตั้งชื่อ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ห้ามตั้งอักษรดาว๕มิตร คู่ธาตุ คู่สมพลนำหน้าชื่อ




9. แกะรอย     [203.107.203.203]     15 Oct 2003 - 14:25

แก้คำผิด ดาว5มิตร แก้เป็นดาวคู่มิตร

จะเห้นว่าหลักในตำรา จาตุรงค์โชคนี้ เป้นของ อ.ประทีป อัครานำมาเผยแพร่ ท่านก็บอกไว้ในหนังสือ ว่าได้รับการถ่ายทอดจากอาจายร์ที่ไม่มีในตำราทีพิมพ์จำหน่ายกันในท้องตลาด

ความเข้าใจในเรื่องนี้ ผมไม่มีสถิติเช่นเดียวกัน ได้ศึกษาจากตัวอย่างในหนังสือดวงฉบับเดือน ก.ค.2517

การวิเคราะห์หรือวิจารณ์ นั้น ผมยอมรับยังขาดประสบการณ์ เพียงแต่จะจุดประกายให้ผู้ได้รับความรู้ท่านอื่นๆที่มีความรู้ของสายอ.ประทีป อัครามาช่วย ชี้แจงทำความเข้าใจ

หากนำชื่อมาวิเคราะห์ ตัว อักษร " ธ และ น" คือวรรค7ส่งให้ 8 1 4
----------------------ตัวอักษร " บ " คือ วรรค 5ส่งให้ 1 2 3
----------------------ตังอักษร " ร" คือวรรค 8 ส่งให้ 7 2 3
ส่วนสระไม่นำมาพิจารณา วรรคดาวอาทิตย์ ตำรานี้ ใช้อักษร อ .อ่าง ที่ออกเสียง อะ หรือ ออ นำหนาชื่อเช่น อรรถพร หรือ อรชร ตังออ่างนี้ อยู่ในวรรคอาทิตย์
แต่ชื่อ อาทิตย์ ตัวอ.อ่างอยู่ในวรรค ศุกร์

จะเห็นว่า ดาว ราหู ส่งกำลังให้กับดาวเสาร์ที่เป็นกาลกิณีของวันพฤหัส ต้องไปดู ในดวง ว่าดาว เสาร์อยู่ในเรือนราหู หมายถึงกาลี ร่วมอายุ (7-8) และตามดาวราหู มาอยู่เรือนศุกร์ (8-6) ที่มีความหมายว่าเดช
อ่าน กาลี -อายุ (7-8) -เดช (8-6) หมายถึง มีผลคนใกล้ชิด (คู่มิตร 7-8) มีผลต่อสุขภาพที่ทำให้บั่นทอน กับกิจการงานที่ได้รับผิดชอบ(เดช)

ถ้าเป็นอาคารสถานที่ อธิบายได้ว่า จากผลของดาวกาลี เสาร์ ทำให้ ผู้ที่ใกล้ชิดกับกิจการ(คู่มิตร-78) ทำให้ล่าช้า ตามาลักษณะของดาวเสาร์ และ ที่ราศีตุลย์ มีดาวอังคาร
ร่วมกับดาวราหู และเป็นคู่มิตรกับดาวศุกร์จึงมีผลถึงคนใกล้ชิดและสภาวะทำนองเรื่องที่เกียวกับชู้สาว หันมาดู เรื่องสินทรัพย์ คือดาวจันทร์อยู่เรือนที่แปลว่ามูละ ก็อ่อนแอเป็นประอยู่เรือนเสารืกาลกิณี ตอกย้ำว่าปัญหาเรื่องการเงินมีสภาวะที่แตกแยก หมุนไม่ทันในระยะแรก หรือรายได้ที่ได้มานำมาเกี่ยวกับ (68) เรื่องมัวเมาในกิเลศที่ติเชื้อมาจากดาวกาลี

การที่มีผล มิใช่จากชื่ออย่างเดียวแต่ชื่อที่ส่งกำลังให้ดาวกาลกิณี ทำให้ ดาวเสาร์มีแรงเพิ่มขึ้นในสภาวะที่ดาวเสาร์ให้โทษ

ตรวจสอบเรื่องดี ดาวอาทิตย์เป็นเกษตรเป็นดาวศรีของเจ้าชะตาที่เกิดวันพฤหัส ร่วมกับดาวศุกร์ที่เป็นดาวเดช คู่สมพล และในเรือนดาวศุกร์มีดาวมีอังคารดาวมนตรีคู่มิตร ร่วมอยู่ด้วย

ในด้านดี ต่ออิทธิพลชื่อที่มีอักษรวรรคของดาวอาทิตย์ที่เป็นเกษตรและเป็นดาวศรีที่ให้คุณ คู่สมพลกับดาวศุกร์ ถึงแม้ว่าจะหมุนเงินไม่ทันแต่ก็มีผู้ช่วยเหลือที่ดีมีอิทธิพลที่จะก้าวล่วงปัญหานี้ไปได้ในระยะแรก และอนาคตจะก้าวล่วงด้วยดาวอิทธิพลของดาว 16นี้
โดยเฉพาะดาวอาทิตย์ยังเล็งดาวเสาร์ ทำให้อำนาจดาวกาลีบั่นทอนลง ดาวพุธ ที่เป็นดาว
อุจน์ก็ช่วยเหลือในฐานะเป็นดาวมนตรี จึงมีอิทธิพลเต็มที่

โดยภาพรวมแล้วผมว่า ชื่อ ธนบุรีดีอยู่แล้ว ถึงแม้จะตั้งชื่อด้วยกาลี แต่ทำให้ดาวกาลีไม่มีกำลัง และส่งกำลังให้ดาวศรีด้วยซ้ำ และตัว ร ที่ส่งกำลังให้ดาวกาลี มิใช่อักษรนำ

ขอยอมรับว่า เพิ่งจะวิจารณ์ ดวงที่เป็นอาคารสถานที่ เป็นครั้งแรก ต่อสาธารณะ และขอยอมรับว่ามือใหม่จริงๆ ขอให้ อ.พายัพช่วยแก้ไขด้วยครับ



10. แกะรอย     [203.107.203.203]     15 Oct 2003 - 14:43

เรียนคุณเปมิกา

..............................................มิตร ธาตุ สมพล
อักษร ชื่อ ป คือวรรคดาว 5 มี ...... 1 2 3

..............ม คือวรรคดาว 5 มี....... 1 2 3

..............ก คือวรรค ดาว2 มี ........ 4 5 8

ตำรานี้ สระไม่ใช่อักษร

คนเกิดวันพฤหัส ชื่อเปมิกา จึงไม่ต้องกาลกิณี แต่ทำให้ดาวศรีมีกำลัง คือดาวอาทิตย์ตั้งสองแรง

ตำรานี้ถือว่าดี แต่หากกรุณา อยากทราบว่าเปมิกาแปลว่าอะไร กรุณาบอกเอาบุญด้วยขี้เกียจเปิดพจนานุกรม

11. หมอตำแย     [203.113.41.133]     15 Oct 2003 - 15:44

ขอบคุณครับ
ลึกซึ้งจริง ๆ นับถือ ๆ

ยังสงสัย ด้านข้อมูลสถิติ หลาย ๆ อย่าง เช่น กรณี ชื่อคนที่ใช้วรรคกาลีนำ ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง พอเปลี่ยนชื่อแล้วดีขึ้นชัดเจนมั๊ยครับ ฯลฯ

ใครมีข้อมูลช่วยแบ่งกันมั่งนะครับ

12. แกะรอย     [203.107.204.81]     15 Oct 2003 - 18:07

ข้อมูลทางสถิตินั้น เป็นสิ่งจำเป้นอย่างยิ่ง ในวงการโหราศาตร์ปัจจุบัน ผมยังชื่นชม ชมรมโหราศาสตร์ที่วัดดอนยานนาวา ที่จัดตั้งขึ้นในวงการโหราศาตร์ยุคใหม่ ขอฝากไว้
เป้นแหล่งค้นคว้าและวิจัยตำราโหราศาตร์ไทย

สำหรับเรื่องการตั้งชื่อที่ใช้วรรคกาลี นำหน้าชื่อนั้น เท่าที่ทราบมีแต่ ผู้ที่ศึกษาทางแนวทางของ อ.ประทีป อัครา ปัจจุบันมี อยู่ไม่กี่ท่าน เช่น อ.พายัพ อ.หัสดิน

เรื่องการเปลี่ยนชื่อใหม่แล้วดีขึ้นชัดเจนไหม

คำตอบนี้ ต้องศึกษากันระยะเวลานาน ต้องดูว่าเปลี่ยนชื่ออายุเท่าใด และประสบความสำเร็จห้วงใด อาจจะมีผู้รวบรวมไว้ แต่ผมไม่ทราบ สำหรับผมไม่มีสถิติเลย
หากพบเห็นจะติดต่อทาง อีเมลให้ สำหรับผมนั้น ติดต่อได้ที่ sugitrom@hotmail.com
สำหรับสถิติชื่อนั้น คงจะเป้นความลับ หาก คุณหมอตำแย จะให้อีเมลไว้ ถ้ามีความคืบหน้าอย่างไร ผมจะส่งข้อมูลไปให้

13. เปมิกา     [203.113.39.10]     15 Oct 2003 - 23:35

เปมิกาแปลว่าผู้มีความรัก หรือ ผู้เป็นที่รักค่ะ

14. แกะรอย     [203.107.206.223]     16 Oct 2003 - 06:23

เมื่อชื่อเปมิกาแปลว่าผู้เป็นที่รัก ตามอิทธิพลของชื่อ จึงเป็นคนที่มีเสน่ห์ มีเพื่อนฝูงรักใคร่มาก หรือผู้ที่พบเห้นอยากเข้าใกล้ เพราะ คนเกิดวันพฤหัส ดาวอาทิตย์เป็นศรี และมี สองแรง ตัว ป.ปลา และตัวอักษร ม.ม้า ส่งให้ดาวอาทิตย์ ดาวศรีมีกำลัง ร่วมกับดาว บริวาร

ศรีร่วมเรือนบริวาร ข้าคนบริพราร จะเพิ่มพูนศิริลาภา

มีอิทธิพลต่อดาวจันทร์ อันหมายถึงฐานะ ที่อยู่ที่อาศัย มีฐานะมั่นคง

มีอิทธิพลต่อดาวอังคาร อันหมายถึงการงานที่ทำโดดเด่น

จากอิทธิพลของชื่อจึงขอลองทำนายว่า
กรณียังไม่แต่งงาน น่าจะพบความรัก และลงเอยถึงแต่งงาน
ถ้าแต่งงานแล้ว ยังไม่มีบุตรจะมีบุตร
หรือมีโอกาสได้รับมอบงานใหม่ให้ดำเนินการที่เป็นงานที่โดดเด่นต้องใช้ความสามารถ


15. พายัพ     [203.156.29.9]     16 Oct 2003 - 12:28

ผมเพิ่งเห็นกระทู้เมื่อวานตอนเย็นแต่ผมติดธุระอยู่จึงไม่สามารถโพสกระทู้ได้ ตอนนี้ผมคงจะไม่กล่าวถึงคำว่ากาลีนั้นมีกำลังคืออะไร เพราะคุณแกะรอยได้อธิบายไว้แล้ว แต่จะกล่าวถึงคำว่ากาลีให้คุณและกาลีให้โทษ ซึ่งตรงนี้เป็นข้อกังขายิ่งในวงการโหราศาสตร์ไทยเป็นยิ่งนัก กาลีให้คุณคืออะไร เพราะมีแต่กาลีให้โทษ
อันคำว่ากาลีนั้นครูท่านให้อุปมาเหมือนพิษงู มีพิษรุนแรงยิ่ง สามารถที่จะคร่าชีวิตได้ทุกเมื่อ อย่างน้อยก็จะทำให้ทรมาน แต่ในพิษงูนั้นก็สามารถนำมาเป็นจุดสร้างคุณได้เช่น นำมาทำเซรุ่ม นำมาช่วยสกัดพิษต่างๆเพื่อให้ก่อเกื้อประโยชน์ได้
อันคำว่ากาลีให้คุณและให้โทษนั้น วิธีอ่านและการทำความเข้าใจก็จะแยกการทำความเข้าใจได้เป็นข้อๆดังนี้
๑) แยกความเข้าใจในระบบทักษาล้วนๆโดยไม่เกี่ยวกับดวง
๒) แยกความเข้าใจโดยนำมาผสมกับการอ่านดวงแล้ว
โดยการแยกความเข้าใจในระบบทักษานั้น จะให้เห็นชัดแจ้งนั้นต้องจำเป็นที่จะต้องรู้จัก"ทักษา-นรลักษณ์" ก่อน โดยวิเคราะห์จากดาวรูป-ดาวผิว และก็การแสดงออกซึ่งอุปนิย เมื่อเราตั้งจุดจากนรลักษณ์ได้ เราก็สามารถตั้งภูมิซ้อนที่เกิดขึ้นตามทักษาได้ ทำให้เราจะสมารถทราบว่าดาวกาลีให้คุณในทักษานั้นให้คุณอย่างไร
ภูมิทักษาที่ตั้งขึ้นจากนรลักษณ์นั้นคือจุดตัวตนแห่งเจ้าชะตา เป็นตัวชี้ชะตาชีวิตได้อย่างดี ตำราทักษานรลักษณ์นี้ จะสามารถนำไปใช้ในจตุรงค์โชคได้ แต่ต้องรู้จักการใช้ที่ถูกต้อง ซึ่งตำราทักษานรลักษณ์จะมีเขียนอยู่ในตำราที่ขายที่เกษมบรรณกิจเพียงตำราเดียว คือ ตำราของอ. สุวรรณ กิติวัฒณกูล (ไม่แน่ใจว่าเขียนนามสกุลท่านถูกต้องไหม ต้องกราบขออภัย) แต่เคล็ดของวิชาทักษานรลักษณ์นี้ บุคคลที่จะสำเร็จได้ต้องเป็นบุคคลที่ช่างสังเกตุ เน้นที่โครงกระดูก และการแสดงออกทางนิสัยเป็นหลัก สีผิวเป็นองค์ปะกอบ จริงอยู่ที่ว่าคน สามารถอ้วนได้และผอมได้ตามวัย แต่โครงกระดูกหาได้ผอมและอ้วนตามไขมันไม่
.....ผมเองตอนนี้ก็ยินดีที่มีคนนำวิชาเหล่านี้ไปใช้ แต่ที่สำคัญคือการทำความเข้าใจในวิชา สิ่งที่ผมได้จากท่านอประทีปมาคือมุมมอง และแนวคิดในวิชา อยากให้ทุกท่านค่อยๆมองอย่างความเข้าใจ จากวิชาทักษา-นรลักษณ์นี้ตามที่ผมเคยฝึกหัดมา ผมสามารถที่จะ ดูรูปภาพของบุคคลและถามซึ่งอุปนิสัยและการแสดงออกเพียงคร่าวๆ ก็สามารถทราบว่าบุคคลตามรูปภาพนั้นเกิดวันไหน และเมื่อเขาใช้ชื่อนี้ปีนี้เดือนนี้เขาจะเกิดอะไรขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผูกดวงและไม่ต้องใช้ยาม อยากให้ทุกท่านลองไปฝึกดูขาดเหลือกระไรขอให้ถามมาถ้าผมีรู้จะตอบให้ท่านกระจ่าง

16. พายัพ     [203.156.29.9]     16 Oct 2003 - 12:39

......ซึ่งถ้าท่านเข้าใจในระบบทักษานรลักษณ์แล้ว เมื่ออักษรนำแห่งชื่อแม้จะเป็นภูมิกาลีก็ตาม แต่เมื่อสัมพันธ์กับดาวรูปแล้ว ถ้าอักษรชื่อไม่ได้เป็นคู่ศัตรูกับดาวนรลักษณ์ ก็ไม่ได้เกิดปฏิกิริยารุนแรงนัก แต่ก็ยังมิได้ให้คุณ แค่ไม่เกิดความรุนแรงของกาลีมากนัก แต่กาลีจะให้คุณได้ต่อเมื่อดาวนรลักษณ์ได้กำหนดภูมิใหม่ขึ้น ให้กาลีนั้นส่งความหมายของภูมิที่ดีแทน ซึ่งจะได้ความหมายที่เสมือนหนึ่งว่า " จะต้องตรากตรำต่อสู้ก่อนจึงจะได้ดีเป็นต้น"
....แต่ข้อนี้อยู่ในคนล่ะข้อกับกาลีมีกำลัง คำว่ากาลีมีกำลังถ้าให้โทษก็ฉกาจรุนแรง ถ้ากาลีมีกำลังแต่ให้คุณ ก็ต้องต่อสู้ดิ้นรนแต่จะดีได้ในภายหลัง
....อันที่จริงอยากจะอธิบายมากกว่านี้ในการยกตัวอย่าง แต่เผอิญตัวอย่างที่มีล้วนแล้วแต่เป็นท่านเจ้าขุนมูลนายทั้งสิ้น จึงไม่เหมาะสมในการที่จะบังอาจนำมาเป็นดวงตัวอย่างได้
ที่กล่าวมานี้เป็นส่วนแห่งกาลี ที่ให้คุณและให้โทษตามระบบทักษา ซึ่งทักษานรลักษณ์นี้เป็นแกนสำคัญแห่งวิชาถ้าท่านเข้าใจในทักษานรลักษณ์ ท่านก็จะเข้าใจในคัมภีร์จตุรงคโชค

17. หมอตำแย     [203.113.41.133]     16 Oct 2003 - 13:47

ขอบคุณท่านอ.พายัพครับ
คุณแกะรอย ผม add ชื่อคุณใน MSN แล้วนะครับ

ผมยังมีข้อสงสัยบางประการ คือ ทักษานรลักษณ์ ต้องดูหน้าตา รูปร่าง

ในกรณีทารกแรกเกิด จะดูได้ค่อนข้างยาก
อย่างนี้ การตั้งชื่อเด็กแรกเกิด จำเป็นใช้การผูกดวงประกอบ ?
และกว่าจะเห็นผลเรื่องชื่อ ก็ต้องโตขึ้น หรือเป็นผู้ใหญ่แล้ว?

อ.เคยกล่าวไว้ว่า ทักษาเป็นเรื่องของวัน
ส่วนลัคนาเป็นเรื่องของชั่วโมง (และไม่หักล้างกับระบบวัน )
การตั้งชื่อแบบข้างต้น ก็ไม่ใช้ระบบลัคนา (ชม.) เพื่อหาดาวดี/ในภพที่เด่นต่อเจ้าชะตา
แต่ใช้ลักษณะหน้าตามาแยกแทน ?

18. ถามหน่อยครับ     [203.113.50.143]     16 Oct 2003 - 21:18

เรียนอาจารย์พายัพครับ
จะพอยกตัวอย่างได้ไหมครับ เห็นอธิบายแล้วคิดว่าน่าสนใจมากครับ
แล้วตามที่ผมพอจะได้ยินมา มีคนบอกว่า เรื่องการเปลี่ยนชื่อ ตามแนวทางของอ.ประทีปแล้ว ท่านไม่นิยมให้คนเปลี่ยนชื่อ และเปรียบเทียบว่า ชื่อมันก็เหมือนอวัยวะของคนเรา เหมือนแขนขา ตับไตใส้พุง การเปลี่ยนชื่อ จึงเปรียบเหมือนการเอา อวัยวะของคนอื่นมาใส่แทน แทนที่จะเป็นอวัยวะของตนเอง และได้ยินมาว่า ชื่อทุกคนไม่มีใครที่ดีเยี่ยม ร้อย เปอร์เซ็น ทุกคนมีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย ถ้าพบส่วนที่เสีย ก็ต้องหาทางระมัดระวัง อยากทราบว่ามีความเป็นไปได้มากไหมครับ เป็นเรื่องที่เคยได้ยินมา รบกวนท่านอาจารย์ สั่งสอนด้วยครับ

19. ข้องใจ     [169.210.100.61]     16 Oct 2003 - 23:07

จากกระทู้ที่ 8 เกิดวันพฤหัส ดาวพุธ เป็นคู่สมพลกับดาวเสาร์ ห้ามนำมาใช้ในการตั้งชื่อ ถ้าชื่อที่เราตั้ง ตัวสุดท้าย เช่น ฐ์ ( เป็นดาวพุธ ) จะทำให้ดาวกาลกินีมีกำลังหรือไม่ และมีผลเสียอย่างไร

20. แกะรอย     [203.107.212.229]     17 Oct 2003 - 05:40

เรียนคุณข้องใจ แสดงว่าอ่านหัวข้อกระทู้ไม่ครบ กรุณาอ่าน กระทู้หมายเลข 8 ช้าๆอีกครั้งหนึ่ง

ตำรานี้ไม่ห้าม วรรคกาลกิณี ตัวอักษร ฐ คือวรรคอักษรดาวพุธ เป็นดาวกาลกิณีของคนเกิดวันเสาร์ เพราะฉะนั้น นำมาตั้งชื่อได้ คนเกิดวันเสาร์ ดาวอะไรเป็นกาลกิณี คำตอบดาวพุธ

...........................คู่มิตร........คู่ธาตุ.......คู่สมพล

ดาวพุธเป็นกาลกิณี ....... 2.......... 6 ....... 7

จึงห้ามอักษรวรรค ดาว 2 ดาว 6 และดาว 7 ตั้งชื่อ

-----------------------------------------------------------------------
อักษรตัว ฐ เป็นอักษรวรรคดาวพุธ ในตำรานี้ไม่ห้าม
ถ้าตั้งอักษร ดาวพุธ จะส่งกำลังไป ที่ดาว 2และดาว 6 และดาว 7

คนเกิดวันเสาร์ ดาว 4 เป็นคู่สมพลกับดาวเสาร์จึงเป็นแหล่งยิงแสงเข้าหาดาวเสาร์เป้นผลดีเรื่องบริวาร

คนเกิดวันเสาร์ ดาว 4เป็นคูมิตรกับดาวจันทร์ ยิงแสงไปที่ดาวจันทร์ ดาวจันทร์ เป็นอุสาหะ ทำให้อุสาหะมีกำลัง

คนเกิดวันเสาร์ดาว4 เป็นคู่ธาตุ ดาวศุกร์ เป็นดาวศรี จึงเป็ยนการดี หากตั้งวรรคกาลีนำหน้าชื่อหรือมีอักษรอยู่ในชื่อ ส่งแสงไปให้ดาวศรี

สำหรับการทำนายนั้น ต้องมีพื้นฐานเรื่องทักษา ซึ่งต้องกลับไปศึกษา หลักสูตรเร่งรัด ของ อ.ประทีป อัครา ในกระทู้3151

การนำมาอธิบายขยายความที่ไม่ครบถ้วน จะเริ่มงงและจะเพิ่มความสับสน อีกประการหนึ่ง ความเข้าใจเดิม ยังคาใจอยู่ในการนำวรรคกาลีมาตั้งชื่อ

21. ข้องใจ     [169.210.101.89]     17 Oct 2003 - 15:22

จากกระทู้ที่ 19 เข้าใจผิดแล้ว ที่ถามคือ เกิดวัน พฤหัส ไม่ใช่เกิดวันเสาร์ วันพฤหัสมีดาวเสาร์เป็นกาลกิณี ดาวเสาร์มีดาวพุธเป็นคู่สมพล แล้ว ฐ์ อยู่ในดาวพุธ จะส่งผลดีหรือเสียอย่างไร

22. แกะรอย     [203.107.206.211]     17 Oct 2003 - 21:59

ขอย้ำจะเกิดวันอะไรก็ตาม ห้ามตั้งชื่อ ในวรรคที่ส่งกำลังไปให้ดาวกาลกิณี

อะไรคือดาวที่ส่งกำลังไปให้ดาวกาลกิณี คือดาวคู่มิตร คู่สมพล และคู่ธาตุ

คนเกิดวันพฤหัส ดาวเสาร์เป็นกาลกิณี ตัวอักษร เป็น ฐ อยู่ในวรรคพุธ ห้ามนำมาใช้ในการตั้งชื่ออยู่แล้ว

ผลเสียอย่างไร ต้องดูในดวงชะตา ประกอบ

แต่จะถามว่าผลเสียอย่างไร เนื่องจาก 4-7 ดาวคู่แผนการหรือโครงการ และดาวพุธเป็น
มนตรี หมายถึงการช่วยเหลือ ผู้ใหญ่

หมายถึงการงานที่ได้รับมอบจากผู้ใหญ่ที่เป้นงานโครงการมักจะเกิดอุปสรรคปัญหาทำให้เกิดปัญหาล่าช้าและทำให้ถูกตำหนิ

และถ้าชื่อนั้นส่งกำลังให้ดาวกาลี ถ้าเป็นชื่อนำจะให้อิทธิพล มากกว่า ชื่อท้าย
และการจะให้ผลนั้น มักจะให้ผล ที่อายุจรตกภูมิที่ดาว5 เสวยอายุ และเสาร์ทำหน้าที่เป็นกาลี

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับกฎแห่งกรรม ถ้าชื่อมีอิทธิพลที่จะบันดาลชีวิตที่พลิกฟื้นจากหน้ามือเป้นหลังมือแล้ว ก็คงจะมีการเปลี่ยนชื่อกันยกใหญ่ประสบความสำเร็จตามที่มุ่งหวัง
ทุกคน

แต่ปัจจุบันยังปรากฎว่าบางคนเปลี่ยนชื่อแล้ว ได้ผลดี บางคนเปลี่ยนชื่อแล้วมีชีวิตที่แย่กว่าชื่อเดิม

คำตอบเรื่องชื่อนั้นจะให้ผลดีหรือผลเสีย จะขึ้นกับสภาวะแต่ละช่วงของอายุ เป้นตัวเสริมหรือตัวซ้ำ กับเหตุที่จะบังเกิดในแต่ละช่วง

23. 101     [203.149.36.78]     19 Oct 2003 - 13:01

คงทำใจลำบากสักหน่อยครับ สำหรับเรื่องนี้ แบบที่คุณแกะรอยพูดไว้แล้วในกระทู้ 5417 เพราะว่าขัดกับหลักทางทักษาทั่วไป แล้วยิ่งเราเอาหลักนี้ไปใช้กับด้านอื่นๆ ไม่เฉพาะกับการตั้งชื่อ ซึ่งหากเราคิดว่า การตั้งชื่อใช้หลักนี้แล้วได้ผล ก็น่าที่จะนำไปใช้ในเรื่องอื่นได้ด้วย ในหลักที่ว่าไม่ให้กาลกิณีมีกำลัง
จะเห็นว่า เราจะใช้ดาวศรีไม่ได้เลย เพราะตามการวางดาวตามแผนภูมิทักษาคู่ธาตุนั้น ดาวศรีก็คือดาวคู่ธาตุของดาวกาลกิณีเสมอ ตรงนี้จะขัดกับหลักทางทักษาทั่วไปทันที ที่นิยมใช้ดาวศรี (ยกเว้นในบางกรณีที่ใช้ดาวศรีไม่ได้)

24. นายเหรียญ     [202.57.173.239]     19 Oct 2003 - 20:25

สำหรับข้อสงสัยหมายเลข 23 กระผมขอแสดงความเห็น โดยแยกเป็นประเด็นย่อย ดังนี้ครับ

1. หลักการตั้งชื่อดังที่คุณแกะรอยพูดไว้ในกระทู้ 5417 ขัดกับหลักทักษาทั่วไป

ตอบ

1.1 กระผมเห็นว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่น่าสนใจ และหลักการตั้งชื่อตามกระทู้ 5417 ก็วิชาที่กระผมกำลังศึกษา จึงได้นำประเด็นนี้เรียนถามอาจารย์ของกระผมเพื่อขอความกระจ่าง

อาจารย์ท่านกล่าวว่า วิชามีหลากหลาย แต่ละคนล้วนหยิ่งในวิชาตน คุณเพียงแค่ใช้วิชาของเราให้ถูกต้องก็เพียงพอแล้ว
เราไม่ได้ขายวิชาให้ใครจึงไม่จำเป็นต้องมานั่งอธิบาย หลักการบางอย่างต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง ท้ายที่สุด ผลงานและผู้รับคำพยากรณ์จะเป็นผู้ให้คะแนนกับเราเอง
--------------

1.2 กระผมขอแสดงความเห็น โดยอ้างจากหนังสือ "ตำราโหรทายหนู" เรียบเรียงโดย อ.ประทีป อัครา พิมพ์ครั้งที่ 6, หน้า 51:

"คัมภีร์ทักษาพยากรณ์" เป็นคัมภีร์แม่บทใหญ่ที่กล่าวได้ว่าเป็นหัวใจของโหรไทยทีเดียว แต่คำว่า "ทักษา" มิได้อยู่ที่ บริวาร, อายุ, เดช, ศรี ฯลฯ เท่านั้น

- กำลังพระเคราะห์ ก็ดี
- พระเคราะห์คู่มิตร, คู่ธาตุ, คู่สมพล,
- พระเคราะห์เสวยอายุ
- ตลอดไปถึง ดาวเจ้าฤกษ์ ก็ดี

ล้วนแต่อยู่ในหลักเกณฑ์ของ "คัมภีร์ทักษา" ทั้งสิ้น

บางท่านไม่ได้ใช้หลัก บริวาร, อายุ, เดช, ศรี ฯลฯ พยากรณ์ แต่ถ้ายังใช้หลักพระเคราะห์คู่ หรือพราะเคราะห์เสวยอายุอยู่, แล้วคิดว่า "ไม่ได้ใช้ทักษา" ก็ถือว่าเป็นการเข้าใจผิดด้วยเหมือนกัน
--------------

1.3 กระผมเห็นว่า ความเห็นที่ 5 ตอบโดยคุณ parayan อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนโบราณเลือกใช้ "วรรคกาลกิณี" เป็นวรรคนำในการตั้งชื่อ

เนื่องจากวรรคกาลกิณี เป็นคู่ธาตุ ของวรรคศรี ส่งผลให้เจ้าของชื่อได้รับกำลังจาก "ศรี" อย่างเต็มที่

========

2. หากหลักการ "ไม่ให้กาลกิณีมีกำลัง" ใช้ได้ผลกับการตั้งชื่อ อาจมีคนน้ำไปใช้ในเรื่องอื่นด้วย

ตอบ

2.1 โบราณได้นำหลักการนี้ ไปใช้กับอีก 3 เรื่อง ซึ่งเป็นส่วนประกอบในคัมภีร์จตุรงคโชคเช่นเดียวกัน

ท่านที่ต้องการทราบรายละเอียดของคัมภีร์จตุรงคโชค กรุณาถามรายละเอียดจาก คุณแกะรอย, หรือคุณพายัพ เนื่องจากกระผมอยู่ระหว่างการหาความรู้

========

ขอแสดงความเห็นมาในฐานะศิษย์ผู้ใช้หลักวิชาเดียวกันกับกระทู้ 5417 ครับ

นายเหรียญ

25. นายเหรียญ     [202.57.173.239]     19 Oct 2003 - 20:47

เพิ่มเติมจากความคิดเห็นที่ 24.

กระผมขอเพิ่มเติมคำอธิบาย โดยจากหนังสือ "ตำราโหรทายหนู" ที่ได้อ้างไว้ในความคิดเห็นที่ 24

จะเห็นว่า หลักการตั้งชื่อตามคัมภีร์จตุรงค์โชค เป็นการหยิบเอาส่วนประกอบของคัมภีร์ทักษามาใช้อย่างครบครัน ได้แก่

- การใช้กำลังพระเคราะห์
- การใช้พระเคราะห์คู่มิตร, คู่ธาตุ, คู่สมพล,

ส่วน "พระเคราะห์เสวยอายุ" อาจมิได้นำมาใช้ทั้งหมด เพราะโดยปกติ การเปลี่ยนชื่อเป็นเรื่องยุ่งยาก จึงไม่สามารถเปลี่ยนได้ตามพระเคราะห์เสวยอายุที่เปลี่ยนไปตามช่วงอายุ

ทั้งนี้ อาจารย์ของกระผมขยายความเพิ่มเติมโดยใช้หลักวิทยาศาสตร์ว่า

เรื่องหลักการตั้งชื่อ ดังนี้

- หากคุณเชื่อในทฤษฏีสากลที่ว่า เสียงมีอิทธิพลต่อจิตใจและอารมณ์ของมนุษย์
- การตั้งชื่อก็มีต้องส่งอิทธิพลต่อจิตใจและอารมณ์ของเรา (เจ้าของชื่อ) เพราะเป็นเสียงที่เราได้ยินมาแต่เด็ก
- ด้วยเหตุนี้ โบราณจึงให้ความสำคัญกับการตั้งชื่อ ที่ต้องเลือกเสียงขึ้นต้น (วรรคนำ) ให้สอดคล้องกับพื้นฐาน ความโน้มเอียง และความชอบพื้นฐาน (กรรมเก่า) ของเจ้าชะตา

หลักการนี้ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้อาจารย์หลายท่าน รวมถึงอาจารย์ประทีป ไม่นิยมให้เปลี่ยนชื่อ เพราะการเปลี่ยนเพียงแค่ชื่อไม่สามารถเปลี่ยนนิสัย หรือความเคยชิน ที่ดำเนินมาทั้งชีวิตได้ครับ

========

นายเหรียญ

26. แกะรอย     [203.107.204.125]     19 Oct 2003 - 22:51

ขอบคุณ คุณเหรียญ ที่กรุณาช่วยตอบกระทู้ให้


27. นายเหรียญ     [202.57.172.28]     20 Oct 2003 - 00:09

ด้วยความยินดี และหยิ่งในวิชาขอรับกระผม

นายเหรียญผู้อ่อนอาวุโส

28. วิน     [203.146.164.242]     20 Oct 2003 - 10:32

เรียนอ.ทุกท่าน คือว่าเดี๋ยวนี้คนส่วนใหญ่เขาเรียกชื่อเล่นกันทั้งนั้น เช่น ศุภิศรา เรียกว่า ปุ๊กปิ๊ก เป็นต้น ธีระพล เรียกว่า ปุ้มปุ้ยอย่างนี้เนี่ย ชื่ออันไหนมันจะมีอิธิพลมากกว่ากัน สมัยก่อนอาจจะเรียกว่า อำแดงเหมือน หรือเจ้าคุณอภิเชษฐ์พิชิตชัย คุณรัตน์ คุณไตรรัตน์ เต็มๆ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช้อย่างนั้นแล้ว จึงขออนุญาตเรียนถาม (นามทั้งหมดเป็นการสมมติครับ)

29. พายัพ     [203.170.150.236]     20 Oct 2003 - 13:18

ครับ....จากจุดที่ว่า ในความรู้เรื่องชื่อในสายวิชาขิงท่านอาจารย์ประทีปนั้นไม่นิยมในการเปลี่ยนชื่อ
อันนี้ผมขอกล่าวนิดหนึ่งว่าเรื่องชื่อนั้น เสมือนหนึ่งแขนขา หลายๆท่านพอดวงแย่ท่านก็ไปโทษในเรื่องชื่อเสีย ว่าเพราะชื่อไม่ดีบ้างหรือเพราะชื่อมีกาลีบ้างล่ะ มีวันหนึ่งผมไปดูดวงของผู้จัดการศูนย์ไอเลิน ที่นครสวรรค์ ผู้จัดการศูนย์ก็เข้ามากล่าวกับผมว่า "อาจารย์ตอนนี้หนูเหนื่อยมาก ทำงานหนักมาก และช่วงนี้ไม่ทราบว่าเป็นอะไรตำแหน่งหน้าที่ดูเหมือนติดขัด หนูไปหาหมอดูมา หมอเขาบอกว่าเป็นเพราะชื่อของหนูเสีย ต้องเปลี่ยนชื่อถึงจะดีขึ้น "
ผมก็เลยกล่าวว่า"เรามาคุยกันก่อนถึงความเข้าใจกันดีกว่านะ ตอนที่เรามาเป็นผู้จัดการศูนย์ , และตอนที่เราเจริญในหน้าที่การงานช่วงก่อนหน้านี้ เราใช้ชื่อนี้หรือไม่ "
ผู้จัดการศูนย์ "ใช่ค่ะก็ยังใช้ชื่อนี้อยู่"
"เอาล่ะเมื่อในอดีตเราใช้ชื่อนี้เรายังขึ้นได้ถึงตำแหน่งผู้จัดการศูนย์เพราะชื่อนี้ได้ แล้วเราคิดว่าชื่อของเรานี้เสียตรงไหน โดยทั่วไปเมื่อชีวิตมีปัญหานั้นจะเป็นเพราะวงรอบแห่งชีวิตหนึ่งและวงรอบแห่งดวงชะตาหนึ่ง ที่นำสื่อพาเราไปสู่เรื่องราวต่างๆ อาจจะจริงที่ชื่อเราอาจจะเสียในปีนี้ หรือเดือนนี้ แต่ไม่จำเป็นว่าชื่อเราจะต้องเสียในปีหน้านี่นา ถ้าสมุมติเราเปลี่ยนชื่อไป แล้วชื่อนั้นส่งผลดีในปีนี้ แต่ไม่ส่งผลดีในปีหน้าล่ะ เราจะว่าไง แล้วเรารู้ไหมว่าความหมายแห่งชื่อจริงๆแล้วสามารถพยากรณ์ได้ถึงรายวัน มันก็มิได้บอกว่าถ้าอักษรชื่อเสียในปีนี้ มันจะเสียทุกวันนี่นา ในวงรอบของวิชาพยากรณ์ในเรื่องชื่อนั้น จะมีวงรอบเป็นปีเป็นเดือน เป็นวัน และเป็นชั่วโมงมันไม่ใช่เสียทุกวัน แต่คนเราแปลกที่ว่าพอตนเองเกิดปัญหา ไม่ยอมหันไปมองสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้นมา ว่าตนเองได้ทำอะไรไว้ มักจะมาโทษอะไรที่ไร้สาเหตุ คุณรู้ไหมชะตาของคุณในปีนี้มีเรื่องที่ต้องเหน็ดเหนื่อยในเรื่องการงาน และมักจะขัดแย้งกับคนอื่นๆ แต่คุณรู้ไหมว่าจุดนี้ไม่มีผลเกี่ยวกับชื่อแม้แต่น้อย แต่มันเป็วาระแห่งชะตาของคุณเอง และคุณรู้ไหมว่าเมื่อเปลี่ยนชื่อไปแล้วถ้าเกิดมันทำให้งานคุณดีขึ้นจริง คุณอาจจะต้องแลกด้วยเรื่องบางอย่างเช่น คุณเปลี่ยนชื่อให้เกิดผลในเรื่องงาน แต่คุณอาจจะเกิดปัญหากับด้านอื่นแทน "
ผู้จัดการศูนย์ "อ่า....อาจารย์ค่ะ แล้วทำไมหมอดูที่หนูไปดูเขาแนะนำให้เปลี่ยนชื่อล่ะค่ะ"
" อืม......นี่คุณแล้วหมอดูคนนั้นเก็บค่าตั้งชื่อและเปลี่ยนชื่อเท่าไหร่ล่ะ"
ผู้จัดการศูนย์ "ก็ค่าดูดวง200 แต่ถ้าเปลี่ยนชื่อ 1000บาท พร้อมฤกษ์ในการเปลี่ยนชื่ออีก 1000 บาทค่ะ
" เอาล่ะหมอดูผู้นั้นเขาหวังเอกลาภ ในการที่มีการทักเรื่องชื่อว่าชื่อไม่ดี ให้เกิดความไม่สบายใจนั้น ถือเป็นเทคนิคของหมออย่างหนึ่ง เพื่อให้เกิดการได้รับเงินจาก การประชาสัมพันธ์เพื่อธุรกิจต่อเนื่องของหมอเอง และแน่นอนว่าเราจะต้องเปลี่ยนชื่อกับหมอผู้นั้นด้วยถึงจะดีที่สุด ถึงแม้เราจะไปเปลี่ยนชื่อกับหมอคนอื่น ถ้าแม้เรากลับไปหาหมอคนนั้นอีก เขาก็จะหาจุดบอดของดวงเรามายัดเยียดเข้าเรื่องชื่อที่หามาใหม่จนได้ เพราะเขาอยากได้เงิน"
"แต่ไม่ใช่ว่าการตั้งชื่อจะไม่มีผลเสียที่เดียว ผมเองก็เคยตั้งชื่อหรือเปลี่ยนชื่อ แต่ตั้งแต่ผมเอง ออกพยากรณ์มาตั้งแต่อายุ 19 ปี ถึงปัจจุบันผมเปลี่ยนชื่อให้แค่สามคน สามคนนี้ คือคนใกล้ชิดผมทั้งสิ้น ในการเปลี่ยนชื่อในแต่ล่ะครั้ง ที่ผมจะเลือกเปลี่ยนชื่อให้ หมายถึงดวงนั้นถึงขั้นวิกฤตแล้ว โดยไม่มีทางเลือกใดๆเลย คือหนึ่งในนั้นเกิดปัญหาด้านธุรกิจ สามีป่วยมาก โดยแพทย์บอกว่าโอกาสรอดน้อย และเขาเป็นผู้หญิงที่อยู่กับสามีแค่สองคน โดยไม่มีลูก ถ้าเกิดสามีเป็นอะไรขึ้นมาเขาจะอยู่ไม่ได้ เพราะหนี้สินต่างๆมากและทับถมเป็นทวีคูณ และผมห่วงลูกศิษย์คนนี้มาก ผมจึงตั้งชื่อให้ แต่ผลของชื่อนั้น สามีอาการดีขึ้น การงานก็ดีขึ้นมาจากเดิมแต่ก็ยังไม่คลายปัญหา แต่คุณรู้ไหม มันมีผลเสีย เพราะหลังจากตั้งชื่อไปแล้ว เจ้าชะตาและครอบครัว จำต้อง มีเรื่องเดือดร้อนเพราะ ญาติๆแทน เพราะญาติๆขอมาอยู่ด้วยและสร้างปัญหาไม่จบ"
"ที่นี้พอคุณฟังเรื่องราวต่างๆเสร็จแล้วคุณจะยังคิดเปลี่ยนชื่ออีกไหม "
ผู้จัดการศูนย์"....(นิ่งเงียบ)
" เอาล่ะผมจะกล่าวคำของอาจารย์ของผมให้ฟัง "ชื่อเปรียบเสมือนแขนขา เมื่อแขนขาเกิดการเจ็บป่วยขึ้นมา คุณก็จะต้องรู้จักรักษาและดูแล มิใช่ตัดแขนทิ้ง "
"ชื่อของคุณมิได้เสียที่เดียวโดยไม่มีดี หรือมีแต่ดีโดยไม่มีเสีย ทุกอย่างมีดีมีเสียคละเคล้ากันไป แต่เมื่อไหร่ถ้าเรารู้ว่ามันจะเสีย เราก็ต้องรู้จักในการแก้ไข และดูแลรักษา เมื่อไหร่เรารู้ว่ามันดีเราก็ควรเร่งขวนขวายกระตือรือร้น เอาล่ะผมคิดว่าคุณน่าจะเข้าใจแล้ว อย่าคิดมากในคำพยากรณ์ของหมอดูคนนั้นอีก "
ผู้จัดการศูนย์ " ค่ะ หนูพอเข้าใจ แต่ยังไม่หายกังวลเท่าไหร่นัก"
ผู้จัดการศูนย์ " งั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะค่ะ"
"ครับ โชคดีนะครับ"
ผมรู้ว่าเขากลับไปอย่าง งงๆ แต่ผมก็รู้อีกว่าอิทธิพลของการทักทายในเรื่องไม่ค่อยดีนั้น จะสร้างความกังวลให้ผู้รับฟังไม่น้อย แต่ก็มีหลายท่านที่เป็นนักพยากรณ์ที่ดี และก็มีหลายท่านที่เป็นนักพยากรณ์แบบเดือดร้อนในเรื่องทรัพย์สิน ผมจะกล่าวอะไรก็ไม่ได้เต็มปากนัก อาจจะเป็นเพราะสภาวะทุนนิยมในปัจจุบันก็เป็นได้
หลายท่านคงจะพอเข้าใจมากขึ้นในเรื่องชื่อ แต่ต้องขออภัยในหลายๆท่านที่ใช้การตั้งชื่อเป็นสื่อในการประกอบอาชีพ ผมอาจจะกินอุดมการณ์มากเกินไป หรือมีความรู้เรื่องชื่อน้อยกว่าท่าน แต่อยากให้ท่านเข้าใจว่า จรรยาบรรณของนักโหราศาสตร์อยู่ที่ไหนกันแน่ แต่หลักที่ผมเห็นนั้น นักพยากรณ์ต่างๆในอดีต มิเคยเปลี่ยนชื่อและฉายาของตนเองเลย เช่น อาจารย์ ส. แสงตะวัน อ. เทอม อ. แฉล้ม อ. บ.ร.วรรณวิจิตร อ.ประทีป ฯลฯ( ผมขอกราบเท้าอภัยที่ต้องเอาชื่อท่านมายกเป็นตัวอย่าง )
"โดยหลักแห่งธรรมชาตินั้นไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่มีเสียไป"
พายัพ


30. สอบตก     [203.107.222.9]     20 Oct 2003 - 13:40

อิอิ อาจารย์พายัพเล่าเรื่องเกี่ยวกับชื่อน่าคิดดีเหมือนกัน

ถ้าท่านผู้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องชื่อ ศึกษาถึงขนาดอ่านชะตาจรจากชื่อได้แบบที่อาจารย์พายัพพูดถึง ท่านคงไม่อยากตั้งชื่อให้ใครหรอกครับ ยกเว้นแต่ท่านจะนำเอาไปทำมาหากิน (อันนี้ไม่ว่ากัน ทางใครทางมัน)

คนไทยเราโชคดีอยู่อย่างหนึ่งคือ มักจะมีทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น ท่านสามารถนำมาใช้ประโยชน์จากชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ได้ ยกตัวอย่าง ผมเคยดูชื่อเพื่อนผม แล้วเห็นว่าถ้าใช้ชื่อจริง ปีหน้าจะเจอปัญหาเรื่องผู้ใหญ่ในที่ทำงาน ก็แนะให้คนอื่น (ลูกน้องใกล้ตัว) เรียกชื่อเล่นเขาแทนในปีหน้า เท่านี้ก็เรียบร้อย ไม่เห็นต้องไปเปลี่ยนชื่อให้ยุ่งยากเลย

แค่นี้แหละครับ เข้ามาวุ่นวายมากไม่ดี เดี๋ยวเจ็บตัวอีก

สอบตก

31. แกะรอย     [203.107.209.110]     20 Oct 2003 - 22:53

หมายเลขกระทู้ 28,29,30 ไม่ขี้นหน้าจอ ขึ้นถึง หมายเลข 27 ไม่ทราบเป้นเพราะอะไร

32. นายเหรียญ     [202.5.81.37]     21 Oct 2003 - 18:18

ใจเย็นขอรับกระผม

กระผมเดาว่า หมายเลขกระทู้ 28, 29, 30 ที่ยังไม่ขึ้นหน้าจอ อาจเพราะกำลังโหลดข้อมูลก็เป็นได้ครับ หลายครั้งผมก็ต้องรอนานเหมือนกันเพราะเครื่องคอมฯ ของกระผมค่อนข้างช้า

สำหรับกระผม เห็นครบถ้วนทุกหมายเลขจนถึง 31 ครับ

: )
นายเหรียญ

33. ถามหน่อยครับ     [203.156.43.40]     23 Oct 2003 - 12:07

ตอบได้เห็นภาพชัดเจนดีจังเลยครับ

ขอบคุณอ.พายัพมากครับ

แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 33 คำตอบ ( 2 หน้า )
| 1 | 2 |

Click to share


ขออภัย เนื่องจากกระทู้นี้เก่าเกินไปแล้ว

จึงขอปิด! งดการตอบกระทู้ต่อไป เนื่องจากจะทำให้ระบบโดยรวมช้าลง

หากเห็นว่ากระทู้นี้มีประโยชน์ ขอให้ท่านเปิดกระทู้ใหม่แทน

จากใจ Webmaster



©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.