Payakorn.com
ข้อคิดเห็นของบุคคลเป็นเอกสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้นั้นแต่เพียงผู้เดียว ทาง websiteไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี อนึ่ง พื้นที่นี้เป็นเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลใดๆ ก็สามารถเข้ามาใช้ได้ จึงเป็นไปได้ที่จะมีผู้แอบแฝงมาเพื่อหาประโยชน์อันมิบังควร ดังนั้น
"โปรดใช้วิจารณญานในการที่จะติดต่อผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของตัวท่าน"

  ปุจฉา วิสัชนา  Vote Up (65) Vote Down (63) เมล์กระทู้นี้ให้เพื่อน   
9442 : จากคุณ ตาบอดส่องตะเกียง     [202.176.108.206]     04 Sep 2004 - 02:45     [70 คำตอบ]

ที่เก็บรวบรวมข้อมูลเรื่อง ฤกษ์ ในแนวต่างๆ
ฤกษ์ปฐมบท

เอาหละ หลังจากข้าพเจ้าโด๊ป M150 ไปได้ 1 ขวด เราก็จะมาร่ายเรื่องฤกษ์กันในแบบทัศนะส่วนตัวของข้าพเจ้า(เน้นทัศนะส่วนตัวนะครับ) ตามที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้ว แต่ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับจักรวาลในแบบดาราศาสตร์กันก่อน เพื่อความเข้าใจในแบบ วัย-สะ-รุ่น คนรุ่นใหม่สมัยวิทยาศาสตร์กันก่อน ตามมาครับข้าพเจ้าจะพาไปท้องฟ้าจำลองห้องฉายดาวของตาบอดส่องตะเกียงกัน
ขณะนี้เรายืนอยู่บนดาวเคราะห์(Planet)ดวงหนึ่ง ซึ่งมีนานมังกรว่า โลก(Earth) ซึ่งเป็นดาวเคราะห์สีฟ้าอมเขียว โลกเรานั้นตั้งอยู่ในระบบสุริยะจักรวาล โดยมีเจ้าลูกไฟดวงโตๆ ดวงหนึ่งเป็นประธานของระบบเรา โดยเราขนานนามลูกไฟนั้นว่า ดวงอาทิตย์ ซึ่งบริวารนั้นก็มีดาวเคราะห์มากมาย เช่น ดาวพุธ ศุกร์ โลก อังคาร พฤหัส เสาร์ ยูเรนัส เนปจูน และ พลูโต นี่แหละที่เรารวมเรียกว่าระบบสุริยะจักรวาล
แต่ที่เรารู้จักระบบสุริยะจักรวาลของเราแล้ว ก็ยังมีระบบเช่นนี้อีกมากมายในในจักรวาลนี้ ซึ่งมากมายเกินคณานับ ซึ่งเอาแค่กาแล็กซี่(Galaxy) ของเราไม่ต้องพูดถึงกาแล็กซี่อื่นซึ่งมีอีกนับไม่ถ้วน กาแล็คซี่ของเรานั้นมีชื่อเรียกซึ่งเราเรียกกันจนติดปากว่า ทางช้าเผือก หรือ ธารน้ำนม(Milky Way) นั้นก็มีดาวฤกษ์หรือดวงอาทิตย์เช่นเรามากมายก่ายกอง คิดดูเอาเถอะว่าพระอาทิตย์ในระบบสุริยะของเราเพียงดวงเดียว ยังมีผลต่อเราขนาดนี้ ทำให้เกิดฤดูกาล ความร้อน-ความหนาว ความมืด-ความสว่าง ทำให้ดอกไม้ใบไม้บานสะพรั่ง ทำให้เกิดระบบชีวิตบนโลกได้ แล้วดาวฤกษ์หรือพระอาทิตย์ที่มีอยู่บนท้องฟ้าอีกมากมายทำไมจะไม่มีผลต่อโลก อย่าลืมพระอาทิตย์ทุกดวงมีพลังงานที่มหาศาล มีคลื่นความสั่นสะเทือนมากมายก่ายกอง
ยังผลให้บรรพจารย์ผุ้รจนาคัมภีร์โหราศาสตร์ต้องนำกลุ่มดาวฤกษ์เหล่านี้มาใช้ในการพยากรณ์ด้วย และเน้นกันมาแต่นมนาน แต่วันนี้บางท่านกลับมองข้ามไปเห็นเป็นสิ่งไร้สาระไม่จำเป็นต้องใช้ แต่ที่ข้าพเจ้านำมาให้ท่านจะใช้หรือไม่นั่นแล้วแต่ท่าน แต่ศึกษาไว้ก็ไม่เสียหลาย เพื่อต่อยอดได้ในการศึกษาขั้นสูงต่อไป
คราวนี้มาดูการแบ่งกลุ่มดาวฤกษ์ ตามหลักโหราศาสตร์กันว่าท่านจัดแบ่งไว้เช่นไรกันบ้าง ดาวฤกษ์(Star) คือพระอาทิตย์ในแต่ละดวงบนท้องฟ้า ใหญ่บ้างเล็กบ้างกว่าของเราก็มี เมื่อเราเงยหน้าขึ้นไปดูบนท้องฟ้าจะเห็นดาวที่สุกสว่างมากมาย นั่นแหละครับดาวฤกษ์มันจะมีแสดงสว่างนิ่งในตัวเอง ซึ่งจะแตกต่างกับดาวเคราะห์(Plannet) ซึ่งไม่มีแสงในตนเองต้องอาศัยแสงจากพระอาทิตย์ ดาวฤกษ์ทั้งหลายบนท้องฟ้ามักจะอยู่ในตำแหน่งคงที่ในท้องฟ้า ที่ท่านเห็นเคลื่อนย้ายขยับไปก็เพราะโลกเราหมุนเท่านั้นเอง ฉะนั้นจึงแยกดาวฤกษ์เป็นดังนี้


1. พระอาทิตย์ ของเราซึ่งเป็นราชาแห่งสุริยะจักรวาลของเรานี้ เมื่อเป้นประธานของชาวดาวเคราะห์เราก็เลยต้องแยกท่านไว้ต่างหากจากดาวฤกษ์ทั่วไปก่อน และพระอาทิตย์นี้เป็นสิ่งสำคัญในดวงชะตามากเช่นกัน
2. กลุ่มดาวฤกษ์ที่เราเรียกกันว่า กลุ่มนักษัตร เป็นการแบ่งเพื่อการคำนวณเดือน ฤดูกาล ซึ่งแยกได้เป็น 12 ส่วน ซึ่งเราเรียกสรรพนามนำหน้ากลุ่มดาวฤกษ์พวกนี้ว่าราศี มีรายนามดังนี้
2.01 ราศีเมษ (Aries) รูปแกะ
2.02 ราศีพฤษภ (Taurus) รูปโค
2.03 ราศีเมถุน (Gemini) รูปคนคู่
2.04 ราศีกรกฏ (Cancer) รูปปู
2.05 ราศีสิงห์ (Leo) รูปสิงโต
2.06 ราศีกันย์ (Virgo) รูปหญิงสาวถือรวงข้าว
2.07 ราศีตุลย์ (Libra) รูปคนถือตราชั่ง
2.08 ราศีพิจิก (Scorpio) รูปแมงป่อง
2.09 ราศีธนู (Sagittarius) รูปคนโก่งคันศร
2.10 ราศีมกร (Capricorn) รูปมกรหรือแพะทะเล
2.11 ราศีกุมภ์ (Aquarius) รูปคนเทน้ำ
2.12 ราศีมีน (Pisces) รูปปลาคุ่


3. กลุ่มดาวฤกษ์ที่ใช้ในวงการโหราศาสตร์อีก 27 กลุ่ม ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มดวงอาทิตย์ในจักรวาลทั้งนั้น(ซึ่งเดิมทางภารตะแบ่งไว้มากกว่านี้ แต่ปัจจุบันให้เหลือเพียง 27 กลุ่ม) ท่านให้เป็นฤกษ์บน มีดังนี้คือ
3.01 กลุ่มอัศวิณี หรือ อัศวินี ( กลุ่มดาวม้า ) เริ่มตั้งแต่ 00.00 องศา ราศีเมษ – 13.20 องศา ราศีเมษ
3.02 กลุ่มภรณี ( กลุ่มดาวแม่ไก่ หรือ ก้อนเส้า ) เริ่มตั้งแต่ 13.21 องศา ราศีเมษ – 26.40 องศา ราศีเมษ
3.03 กลุ่มกฤตติกา หรือ กฤติกา ( กลุ่มดาวลูกไก่ ) เริ่มตั้งแต่ 26.41 องศา ราศีเมษ – 10.00 องศา ราศีพฤษภ
3.04 กลุ่มโรหิณี ( กลุ่มดาวจมูกม้า หรือ คางหมู ) เริ่มตั้งแต่ 10.01 องศา ราศีพฤษภ – 23.20 องศา ราศีพฤษภ
3.05 กลุ่มมฤคศิระ ( กลุ่มดาวศีรษะเนื้อ ) เริ่มตั้งแต่ 23.21 องศา ราศีพฤษภ – 06.40 องศา ราศีเมถุน
3.06 กลุ่มอราทรา หรือ อารทรา ( กลุ่มดาวฉัตร ) เริ่มตั้งแต่ 06.41 องศา ราศีเมถุน – 20.00 ราศีเมถุน
3.07 กลุ่มปุนรวสุ หรือ ปุนัพสุ ( กลุ่มดาวสำเภา ) เริ่มตั้งแต่ 20.01 องศา ราศีเมถุน – 03.20 องศา ราศีกรกฎ
3.08 กลุ่มปุษยะ หรือ บุษยะ ( กลุ่มดาวปุยฝ้าย ) เริ่มตั้งแต่ 03.21 องศา ราศีกรกฎ – 16.40 องศา ราศีกรกฎ
3.09 กลุ่มอาศเลษะ หรือ อาศเลษา ( กลุ่มดาวแมว หรือ พ้อม ) เริ่มตั้งแต่ 16.41 องศา ราศีกรกฎ – 30.00 องศา ราศีกรกฎ ( สุดนวางค์ขาด )
3.10 กลุ่มมาฆะ หรือ มฆา ( ดาววานร หรือ งอนไถ ) เริ่มตั้งแต่ 00.00 องศา ราศีสิงห์ – 13.20 องศา ราศีสิงห์
3.11 กลุ่มปุรพผลคุนี หรือ บุรพผลคุนี ( กลุ่มดาวเพดานหน้า ) เริ่มตั้งแต่ 13.21 องศา ราศีสิงห์ – 26.40 องศา ราศีสิงห์
3.12 กลุ่มอุตตรผลคุนี หรือ อุตรผลคุนี ( กลุ่มดาวเพดานหลัง ) เริ่มตั้งแต่ 26.41 องศา ราศีสิงห์ – 10.00 องศา ราศีกันย์
3.13 กลุ่มหัสตะ ( กลุ่มดาวศอกคู้ หรือ ฝ่ามือ ) เริ่มตั้งแต่ 10.01 องศา ราศีกันย์ – 23.20 องศา ราศีกันย์
3.14 กลุ่มจิตรา ( กลุ่มดาวตาจรเข้ ) เริ่มตั้งแต่ 23.21 องศา ราศีกันย์ – 06.40 องศา ราศีตุลย์
3.15 กลุ่มสวาติ หรือสวาตี ( กลุ่มดาวช้างพัง ) เริ่มตั้งแต่ 06.41 องศา ราศีตุลย์ – 20.00 องศา ราศีตุลย์
3.16 กลุ่มวิสาขะ ( กลุ่มดาวแขนนาง หรือ เขากระบือ ) เริ่มตั้งแต่ 20.01 องศา ราศีตุลย์ – 03.20 องศา ราศีพิจิก
3.17 กลุ่มอนุราธะ ( กลุ่มดาวหมี หรือ หน้าไม้ ) เริ่มตั้งแต่ 03.21 องศา ราศีพิจิก – 16.40 องศา ราศีพิจิก
3.18 กลุ่มเชฎฐา หรือ เชษฐา ( กลุ่มดาวแพะ หรือ ช้างใหญ่ ) เริ่มตั้งแต่ 16.41 องศา ราศีพิจิก – 30.00 องศา ราศีพิจิก ( สุดนวางค์ขาด )
3.19 กลุ่มมูละ ( กลุ่มดาวช้างน้อย ) เริ่มตั้งแต่ 00.00 องศา ราศีธนู – 13.20 องศา ราศีธนู
3.20 กลุ่มปุรพาษาฒ ( กลุ่มดาวแรดตัวผู้ หรือ ช้างพลาย ) เริ่มตั้งแต่ 13.21 องศา ราศีธนู – 26.40 องศา ราศีธนู
3.21 กลุ่มอุตตราษาฒ ( กลุ่มดาวแรดตัวตัวเมีย หรือ ช้างพัง ) เริ่มตั้งแต่ 26.41 องศา ราศีธนู – 10.00 องศา ราศีมกร
3.22 กลุ่มสราวณะ หรือ ศรวณะ ( กลุ่มดาวคนจำศีล ) เริ่มตั้งแต่ 10.01 องศา ราศีมกร – 23.20 องศา ราศีมกร
3.23 กลุ่มธนิษฐา หรือ ธนิษฐะ ( กลุ่มดาวกา ) เริ่มตั้งแต่ 23.21 องศา ราศีมกร – 06.40 องศา ราศีกุมภ์
3.24 กลุ่มสคภิสัท หรือ ศตภิษัช ( กลุ่มดาวมังกร หรือ งูเลื้อย ) เริ่มตั้งแต่ 06.41 องศา ราศีกุมภ์ – 20.00 องศา ราศีกุมภ์
3.25 กลุ่มปูราภัทรปท หรือ บุรพภัทรบท ( กลุ่มดาวราชสีห์ตัวผู้ ) เริ่มตั้งแต่ 20.01 องศา ราศีกุมภ์ – 03.20 องศา ราศีมีน
3.26 กลุ่มอุตตรภัทร หรือ อุตรภัทรบท ( กลุ่มดาวราชสีห์ตัวเมีย ) เริ่มตั้งแต่ 03.21 องศา ราศีมีน – 16.40 องศา ราศีมีน
3.27 กลุ่มเรวดี หือ เรวตี ( กลุ่มดาวปลาตะเพียน ) เริ่มตั้งแต่ 16.41 องศา ราศีมีน – 30.00 องศา ราศีมีน ( สุดนวางค์ขาด )
ชื่อกลุ่มดาวฤกษ์เหล่านี้บางที่เขียนต่างกันบ้าง แต่มักอ่านใกล้เคียงกัน ให้ดูเอาตามองศา และ ราศีเป็นหลักในการดูกลุ่มฤกษ์ว่าอยู่ในฤกษ์ใด


4. แล้วโบราณท่านยังแบ่งเป็นอีก 9 ฤกษ์ใหญ่ สลับกันไปใน ตำแหน่งจุดตัดสุดนวางค์ขาด เพื่อใช้ประกอบฤกษ์บน โดยให้เป็นฤกษ์ล่าง มีดังนี้
4.01 ทลิทโทฤกษ์ ตรงกับ ชนมนักษัตร ของทางภารตะ
4.02 มหัทธโนฤกษ์ ตรงกับ สมบัติ ของทางภารตะ
4.03 โจโรฤกษ์ ตรงกับ วิบัติ ของทางภารตะ ( มีนักษัตรพิษให้โทษ )
4.04 ภูมิปาโลฤกษ์ ตรงกับ เกษม ของทางภารตะ
4.05 เทศาตรีฤกษ์ ตรงกับ ปรัตยุระ ของทางภารตะ ( มีนักษัตรพิษให้โทษ )
4.06 เทวีฤกษ์ ตรงกับ สาธะกะ ของทางภารตะ
4.07 เพชฌฆาตฤกษ์ ตรงกับ นิธนะ ของทางภารตะ ( มีนักษัตรพิษให้โทษ )
4.08 ราชาฤกษ์ ตรงกับ มิตระ ของทางภารตะ
4.09 สมโณฤกษ์ ตรงกับ ปรมมิตระ ของทางภารตะ


เมื่อเราไล่จากกลุ่ม ดาวฤกษ์ ลงมาก็จะมาถึง ดาวเคราะห์ ( Planet ) ที่เราจะใช้กันในโหราศาสตร์ มีดาวดังนี้ จันทร์ , พุธ , ศุกร์ , อังคาร , พฤหัส , เสาร์ , ยูเรนัส , เนปจูน , พลูโต , ราหูและเกตุของสากล ( จุดตัดระหว่างวงโคจรของจันทร์ที่โคจรรอบโลก กับของโลกที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ) และ สุดท้ายจุดคำนวณเกตุไทย ซึ่งอันนี้ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบว่า ท่านนายมี ลงกาใหม่ ท่านได้คำนวณจากสิ่งใดแต่ก็เป็นที่ยอมรับว่าใช้ได้ดีในวงการโหราศาสตร์ไทย


เอาละครับวันนี้แค่นี้ก่อน หมดฤทธิ์ M150 แล้ว ตาข้าพเจ้าเริ่มปรือแล้ว วันวันหน้าเราจะมาต่อบทที่ 2 กัน ในภาคสรรพตำราที่โบราณจารย์ท่านได้จารกันไว้ ในแต่ละทัศนะของบรรพจารย์ต่างๆ ไปตรวจกันหรือยังว่า ลัคนา อาทิตย์ และ จันทร์ ของท่านอยู่ในฤกษ์อะไร แล้วประมาณวันอาทิตย์ หรือ วันจันทร์ เรามาฟังเรื่องดาวฤกษ์เหล่านี้กันต่อในบทที่ 2

เอาเป็นว่ากระทู้นี้ข้าพเจ้าจะทำไว้เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษา อ้างอิง สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาโหราศาสตร์ และ รักวิชานี้ ตั้งใจจรรโลงวิชานี้ให้อยู่สืบต่อไป ฉะนั้น ไม่ต้องชม ไม่ต้องด่า ข้าพเจ้าไม่ว่ากรณีใดๆ แต่มาร่วมเสนอความคิดกันได้บนหลักการ ท่านใดสนใจที่จะร่วมช่วยข้าพเจ้าศึกษาหาข้อมูลมาแจกจ่าย เพื่อนพ้องก็เชิญได้ กระทู้นี้เปิดกว้างในเรื่องเกี่ยวกับฤกษ์ ไม่ว่าจะเป็นแนวใดก็ตาม อันนี้เป็นสิ่งที่ดี เชิญมาด้วยใจเมตตา และ บริสุทธิ์ ถือว่าสร้างทานด้วยการให้ปัญญากัน ไปละตาลายแล้ว ขอลี้ภัยไปนอนก่อน เดี๋ยวเรี่ยวแรงดีอีกรอบ จะกลับมาขึ้นงานต่อครับ

แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 70 คำตอบ ( 3 หน้า )
| 1 | 2 | 3 |

41. สุ*     [unknown, 10.212.6.12]     14 Sep 2004 - 14:54

ประกาศ
ตามหาท่าน อ.Neemo
คาดว่าท่าน อ. Neemo คงติดฝนอยู่ที่ใดที่หนึ่งแน่ ใครพอรู้ช่วยบอกหน่อยเด๊. .
ตอนนี้ท่าน อ.ตาบอดฯท่านกำลังส่องตะเกียงหาอยู่ แล้วกระซิบว่าให้ท่าน อ. Neemo ได้พักหย่อนใจก่อนแล้วจะได้ลุยต่อไปตามที่ท่านมีความตั้งใจไว้ ลูกผู้ชายใจ M-150

42. วิษณุ     [210.86.184.206]     14 Sep 2004 - 15:31

อยากเรียนถามว่า ทำไมถึงให้ อัศวินี หรือทลิทโท เป็นฤกษ์ที่ 1 ครับ และกลุ่มดาวถัดไปด้วย เขาเรียงแบบนี้ ได้มายังไงครับ

43. ขอตอบคุณวิษณุ 42     [203.152.30.58]     14 Sep 2004 - 17:34

เพราะเป็นลำดับของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้าค่ะ

เหมือนกลุ่มดาวราศีล่ะค่ะ ว่าดาวกลุ่มนี้อยู่ช่วงนี้ กลุ่มต่อไปเป็นอีกกลุ่มดาวต่อเนื่องกันไป

หากมีแผนที่ดาวลองนำมาดูอีกทีได้ค่ะ จะเข้าใจง่ายขึ้น

ขอแจมแค่นี้ล่ะค่ะ กลัวตอบเยอะผิดเยอะ

รออาจารย์มาคอนเฟิร์มดีก่า

ไปล่ะค่า




44. Neemo >3.กฤติกานักษัตร     [210.86.146.195]     15 Sep 2004 - 15:19

3.กฤติกานักษัตร
เป็นนักษัตรลำดับที่3 ในจักรราศี ระยะห่าง 26 องศา 40 ลิปดาถึง 10 องศา 00 ลิปดาในราศีพฤษภ ซึ่งนักษตรนี้มีปฐมบาทแรกอยู่ในราศีเมษ และ3บาทหลังอยู่ในราศีพฤษภ ดังนั้นบุคคลที่เกิดภายใต้ฤกษ์นี้โดยพระจันทร์เสวยนวางค์บาทแรก ของฤกษ์นี้มักจะแสดงตนเป็นคนรุนแรงก้าวร้าวคล้ายดังอังคารเจ้าราศี แต่ในขณะเดียวกันหากพระจันทร์เสวยนวางค์บาทที่ 2-3-4 ในราศีพฤษภ จะเป็นคนใจเย็น นิ่ง และเสมอต้นเสมอปลาย ซึ่งแสดงถึงลักษณะเฉพาะตัวของดาวศุกร์

โดยทั่วๆไป บุคคลที่เกิดภายใต้ฤกษ์นี้จะเป็นคนมีลักษณะโครงสร้างส่วนสูงปานกลาง บุคลิกท่าทางสง่าผ่าเผยและแสดงถึงอำนาจ มีสติปัญญาฉลาดรอบรู้นอกเหนือจากความหยิ่งยะโสที่ได้ปรากฏแสดงออกพร้อมกันไปด้วย
ซึ่งโดยเฉพาะความหยิ่งยะโส มักจะปรากฎเด่นที่สุดในนวางค์บาทฤกษ์ที่ 2-3-4
พวกนี้มักจะเก่งในทุกๆเรื่องโดยเฉพาะด้านการค้า แต่จะเป็นในลักษณะผู้ตามมากว่าที่จะเป็นผู้นำ และมักจะให้คำแนะนำที่ดีแก่เพื่อนๆในยามที่พวกเขาประสบปัญหา แต่ยามเมื่อตนเองประสบปัญหาเองบ้างกลับไม่สามารถที่แก้ไขได้

การมีความเคารพต่อตนเองเป็นสิ่งสำคัญยิ่งของคนกลุ่มนี้ และจะค่อนข้างเชื่อมั่นในตนเองค่อนข้างมากและไม่ชอบที่นินทากล่าวร้ายใครๆ โดยทั่วไปมักจะเป็นคนซื่อสัตย์ตรงไปตรงมาและใช้ความเป็นธรรมต่อวิธีทางในการที่จะทำให้ตนบรรลุความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวัง มีความอยากที่จะหลุดพ้นจากพันธะใดใดที่มีต่อตนเอง เช่นทางด้านการเงินและในเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ

หากดวงอาทิตย์ในชาตากำเนิด สถิตย์อยู่ในราศีธาตุไฟ บุคคลที่เกิดในฤกษ์นี้ก็จะมีความมุ่งมั่นอดทนและอุตสาหะอย่างสูงในการทำการใดใดให้บรรลุจุดหมาย และจะไม่ยอมที่จะหยุดพักจนกว่าการนั้นจะสำเร็จลงดั่งใจที่มุ่งหวัง
พวกเขาเป็นพวกลัทธิสมัยนิยมโดยธรรมชาติ และจะไม่หลับหูหลับตาทำอะไรตามแบบแผนดั้งเดิมโดยไม่ไตร่ตรองดูเสียก่อน

นิสัยมักชอบท่องเที่ยว และโดยคนที่เกิดในฤกษ์นี้มักมีโอกาสที่จะได้รับมรดก

แต่จุดเสียก็มีโดยเฉพาะเรื่องอารมณ์ของชาวฤกษ์นี้ สามารถฟิวส์ขาดเอาได้ง่ายๆเมื่อถูกท้าทายหรือกระตุ้น และจะสูญเสียความเยือกเย็นไปกับความโกรธนั้นและยากที่จะควบคุมบังคับได้ ซึ่งนิสัยประจำตัวดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่อันตรายและน่ากลัวมากยิ่งขึ้น เมื่อดาวเจ้าโทสะอย่างอังคารและพลูโตสถิตย์ในราศีธาตุไฟ

ด้านการงาน อันเนื่องมาจากความต้องการที่จะเป็นอิสระทางด้านการเงิน การบังคับบัญชา และไม่ต้องการเป็นหนี้สินหรือหนี้บุญคุณใคร บุคคลในฤกษ์นี้มักจะไม่ค่อยจะได้ทำงานเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้อื่นในองค์กรเอกชน แต่หากเป็นงานราชการกลับเหมาะสมกว่า อันเนื่องมาจากราชการเป็นงานที่มีสิทธิและอำนาจของรัฐอยู่ในตัวเอง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของดาวอาทิตย์ซึ่งเป็นดาวเจ้าฤกษ์ของนักษัตรนี้

ความมีใจรักต่องานผลงานและมักจะขึ้นอยู่กับความรวดเร็วว่องไวในการทำงานนั้น ในบางครั้งผลงานที่ออกมาที่แสดงถึงความเฉื่อยชานั่นหมายถึงความไม่ชอบต่องานนั้น


หญิงที่เกิดภายใต้ฤกษ์นี้มักจะเป็นคนชอบทะเลาะโต้เถียง พวกเธอจะไม่ลังเลเลยที่แสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งออกมา และผลจากการกระทำดังกล่าวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมักจะเป็นการสร้างศัตรูแม้กระทั่งจากเพื่อสนิทของตัวเอง

สำหรับชายที่เกิดภายใต้ฤกษ์นี้ มักจะได้คู่ครองที่ซื่อสัตย์ เป็นแม่บ้านแม่เรือน แต่บางครั้งจะต้องแยกจากกันชั่วคราว และในระหว่างช่วงเวลาการแยกจากกันนี้เองจะนำความโชคร้ายและโรคภัยใข้เจ็บมาสู่คนในครอบครัว และมีความสัมพันธ์กับครอบครัวดีมากโดยเฉพาะบิดา

โรคภัยไข้เจ็บที่ต้องระวัง คือโรคกระเพาะอาหาร โรคฟัน ริดสีดวง สายตา และโรคทางสมอง


45. พีโอ     [210.1.9.18]     15 Sep 2004 - 16:42

สวัสดีค่ะ อยากเรียนถามเรื่องคู่ครองค่ะ

ข้อมูล เกิดวันพฤหัสฯ ที่ 3 ตุลาคม 2517 ปีขาล เวลาตกฟาก ตีหนึ่งค่ะ (รูปร่างเล็กสูงประมาณ 158 หนัก 45 kg ผิวคล้ำ ใบหน้ากลมค่ะ) เนื้อคู่น่าจะเป็นอย่างไรบ้างคะ และดวงในการแต่งงานน่าจะอายุประมาณเท่าไหรคะ และขอถามเพิ่มเติมเรื่อง ฤกษ์ในการจะออกรถควรจะเป็นวันไหนดีคะ และสีที่เป็นข้อห้ามเป็นสีอะไร

ขอขอบคุณอาจารย์มาก มาก ค่ะ

46. รออ่านนะ     [203.118.111.182]     18 Sep 2004 - 01:46

อาจารย์นีโม่คะ

ยังมีคนรออ่านฤกษ์ต่อไปอยู่นะคะ

ถ้าพักหายเหนื่อยแล้วอย่าลืมกลับมาโพสต์ต่อนะคะ


47. ตาบอดส่องตะเกียง     [202.176.108.76]     22 Sep 2004 - 02:06

เมื่อท่านนีโม่ ขี้เกียจอยู่ข้าพเจ้าเห็นว่ากระทู้ตกไป เลยต้องมาเพิ่มข้อมูลให้อีก ในเรื่องเกี่ยวกับฤกษ์และดวงดาว ไว้สำหรับศึกษาเกี่ยวกับ การวางฤกษ์แล้วมีดาวดวงใดดวงหนึ่งไปต้องมรณะองศาของดาวนั้นๆ ซึ่งเป็นเคล็ดหนึ่งซึ่งไปค้นคว้าเจอมา ลองนำไปศึกษากันดูนะครับ

มรณะองศาในแต่ละราศีของดวงดาวในแต่ละดวง ที่สามารถนำมาพิจารณาว่าดาวดวงไหนให้โทษในราศีนั้นๆ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการทายจรถึงเหตุการณ์ร้าย-รุนแรงในบางเหตุการณ์ บางกรณีได้ว่าเกิดจากสิ่งใด ดาวไหนที่เป็นดาวให้โทษ ทำไมต้องให้โทษ

48. ตาบอดส่องตะเกียง     [202.176.108.76]     22 Sep 2004 - 02:08

1. มรณะองศาของอาทิตย์
ราศีเมษ ที่ 20 องศา
ราศีพฤษภ ที่ 09 องศา
ราศีเมถุน ที่ 12 องศา
ราศีกรกฎ ที่ 06 องศา
ราศีสิงห์ ที่ 08 องศา
ราศีกันย์ ที่ 24 องศา
ราศีตุลย์ ที่ 16 องศา
ราศีพิจิก ที่ 17 องศา
ราศีธนู ที่ 22 องศา
ราศีมกร ที่ 02 องศา
ราศีกุมภ์ ที่ 03 องศา
ราศีมีน ที่ 23 องศา

49. ตาบอดส่องตะเกียง     [202.176.108.76]     22 Sep 2004 - 02:09

2. มรณะองศาของจันทร์
ราศีเมษ ที่ 08 องศา
ราศีพฤษภ ที่ 25 องศา
ราศีเมถุน ที่ 22 องศา
ราศีกรกฎ ที่ 22 องศา
ราศีสิงห์ ที่ 21 องศา
ราศีกันย์ ที่ 01 องศา
ราศีตุลย์ ที่ 04 องศา
ราศีพิจิก ที่ 23 องศา
ราศีธนู ที่ 18 องศา
ราศีมกร ที่ 20 องศา
ราศีกุมภ์ ที่ 20 องศา
ราศีมีน ที่ 10 องศา

50. ตาบอดส่องตะเกียง     [202.176.108.76]     22 Sep 2004 - 02:10

3. มรณะองศาของอังคาร
ราศีเมษ ที่ 19 องศา
ราศีพฤษภ ที่ 28 องศา
ราศีเมถุน ที่ 25 องศา
ราศีกรกฎ ที่ 23 องศา
ราศีสิงห์ ที่ 29 องศา
ราศีกันย์ ที่ 28 องศา
ราศีตุลย์ ที่ 14 องศา
ราศีพิจิก ที่ 21 องศา
ราศีธนู ที่ 02 องศา
ราศีมกร ที่ 15 องศา
ราศีกุมภ์ ที่ 11 องศา
ราศีมีน ที่ 06 องศา

51. ตาบอดส่องตะเกียง     [202.176.108.76]     22 Sep 2004 - 02:11

4. มรณะองศาของพุธ
ราศีเมษ ที่ 15 องศา
ราศีพฤษภ ที่ 14 องศา
ราศีเมถุน ที่ 13 องศา
ราศีกรกฎ ที่ 12 องศา
ราศีสิงห์ ที่ 08 องศา
ราศีกันย์ ที่ 18 องศา
ราศีตุลย์ ที่ 20 องศา
ราศีพิจิก ที่ 10 องศา
ราศีธนู ที่ 21 องศา
ราศีมกร ที่ 22 องศา
ราศีกุมภ์ ที่ 07 องศา
ราศีมีน ที่ 05 องศา

52. ตาบอดส่องตะเกียง     [202.176.108.76]     22 Sep 2004 - 02:12

5. มรณะองศาของพฤหัส
ราศีเมษ ที่ 19 องศา
ราศีพฤษภ ที่ 29 องศา
ราศีเมถุน ที่ 12 องศา
ราศีกรกฎ ที่ 27 องศา
ราศีสิงห์ ที่ 06 องศา
ราศีกันย์ ที่ 04 องศา
ราศีตุลย์ ที่ 13 องศา
ราศีพิจิก ที่ 10 องศา
ราศีธนู ที่ 17 องศา
ราศีมกร ที่ 11 องศา
ราศีกุมภ์ ที่ 15 องศา
ราศีมีน ที่ 28 องศา

53. ตาบอดส่องตะเกียง     [202.176.108.76]     22 Sep 2004 - 02:13

6. มรณะองศาของศุกร์
ราศีเมษ ที่ 28 องศา
ราศีพฤษภ ที่ 15 องศา
ราศีเมถุน ที่ 11 องศา
ราศีกรกฎ ที่ 17 องศา
ราศีสิงห์ ที่ 10 องศา
ราศีกันย์ ที่ 13 องศา
ราศีตุลย์ ที่ 04 องศา
ราศีพิจิก ที่ 06 องศา
ราศีธนู ที่ 27 องศา
ราศีมกร ที่ 12 องศา
ราศีกุมภ์ ที่ 29 องศา
ราศีมีน ที่ 19 องศา

54. ตาบอดส่องตะเกียง     [202.176.108.76]     22 Sep 2004 - 02:15

7. มรณะองศาของเสาร์
ราศีเมษ ที่ 14 องศา
ราศีพฤษภ ที่ 13 องศา
ราศีเมถุน ที่ 12 องศา
ราศีกรกฎ ที่ 11 องศา
ราศีสิงหٌ ที่ 24 องศา
ราศีกันย์ ที่ 23 องศา
ราศีตุลย์ ที่ 22 องศา
ราศีพิจิก ที่ 21 องศา
ราศีธนู ที่ 10 องศา
ราศีมกร ที่ 20 องศา
ราศีกุมภ์ ที่ 18 องศา
ราศีมีน ที่ 08 องศา

55. ตาบอดส่องตะเกียง     [202.176.108.76]     22 Sep 2004 - 02:17

แถมอีกประการมีกฎเกณฑ์อีกอย่างหนึ่งที่จันทร์จะให้คุณแก่ดวงชะตาไม่น้อยกว่ามหาอุจจ์เลย เมื่อจันทร์โคจรเข้าไปสถิตราศีทั้ง 12 ราศีและจะให้คุณสูงมาก ซึ่งตำแหน่งนี้เรียกว่า “ บุษกรจันทร์ “ ซึ่งถ้าจันทร์ครองอยู่ในองศานั้นตามดวงชะตา ท่านว่าดวงชะตานั้นจะประสบความสุขมาก ยิ่งถ้าได้โยคเกณฑ์ดีกับลัคนาด้วยแล้วจะดียิ่ง มีองศาของจันทร์ดังนี้ :-

ราศีเมษ ที่ 21 องศา
ราศีพฤษภ ที่ 14 องศา
ราศีเมถุน ที่ 18 องศา
ราศีกรกฎ ที่ 08 องศา
ราศีสิงห์ ที่ 19 องศา
ราศีกันย์ ที่ 09 องศา
ราศีตุลย์ ที่ 24 องศา
ราศีพิจิก ที่ 11 องศา
ราศีธนู ที่ 23 องศา
ราศีมกร ที่ 14 องศา
ราศีกุมภ์ ที่ 19 องศา
ราศีมีน ที่ 09 องศา

56. ตาบอดส่องตะเกียง     [202.176.108.76]     22 Sep 2004 - 02:24

แต่ถ้าท่านอยากทราบตำแหน่งองศา ปรมอุจจ์ และ เกษตร ให้ตามไปดูได้ในกระทู้ของน้องแป๊ะก๊วย เรื่องการคำนวณ ษัฑพละ พลังแห่งความสุกสว่างของดาวแต่ละดวง ในกระทู้ที่ 9571 ได้เพราะ 2 กระทู้นี้เป็นหนึ่งในโครงการโหราศาสตร์เพื่อปวงชนด้วย ไปติดตามอ่านได้ครับ

57. Neemo >4 โรหิณี นักษัตร     [210.86.146.5]     22 Sep 2004 - 09:44

4 โรหิณี นักษัตร
เป็นลำดับที่ 4 แห่งจักรราศี ซึ่งมีดาวจันทร์เป็นดาวเจ้าฤกษ์ มีความกว้างจาก 10 องศา 0 ลิปดาจนถึง 23 องศา 20 ลิปดาในราศีพฤษภ อันเนื่องมาจากจันทร์เป็นดาวเจ้าฤกษ์และศุกร์เป็นดาวเกษตรเจ้าราศี หากมองจากคุณลักษณะเฉพาะของดาวเคราะห์ทั้งหลาย คนที่เกิดในฤกษ์นี้ก็จะได้รับศุภอิทธิพล อันเป็นการผสมผสานระหว่างคุณลักษณะของดาวศุกร์และจันทร์ และผลก็จะแสดงให้เห็นว่าศุกร์จะให้อิทธิพลกับรูปโฉมที่งดงามพร้อมกับจิตใจที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์เชิงศิลป์และบันเทิง ส่วนคุณสมบัติของจันทร์ก็จะให้ผลแสดงถึงความจรรยามารยาท ความสุภาพอ่อนโยน แลดูภูมิฐานและสง่าผ่าเผย ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่เข้มข้นที่สุดของจันทร์ อันเนื่องมาจากราศีนี้เป็นราศีอุจน์และราศีมูลตรีโกณของจันทร์นั่นเอง จนถึงกับมีบางคนกล่าวว่าแม้ว่าขอทานคนใดได้เกิดอยู่ในฤกษ์นี้ ก็จะได้รับศุภอิทธิพลให้เป็นขอทานที่แลดูสง่าและภูมิฐาน ส่วนคนทั่วไปที่เกิดอยู่ในฤกษ์นี้ มักมีดวงตาที่สวยงามและดึงดูดเพศตรงข้าม

ส่วนในด้านร้ายของนักษัตรนี้ มักทำให้เป็นคนหัวรั้นดื้อดึงโดยธรรมชาติ และมักจะถูกคนอื่นเมินเฉยและไม่เชื่อถือต่อความเห็นใดใดของชาวนักษัตรนี้ ในขณะที่กำลังเกิดสภาวะคับขัน ซึ่งดูราวกับว่ามันเป็นหนทางสู่ความวิบัติฉิบหาย ถ้าหากคนในนักษัตรนี้ได้มีความเห็นต่อเรื่องใดๆ

นักษัตรนี้ยังทำให้เป็นคนที่ชอบเพ่งโทษผู้อื่นอยู่เสมอแต่ในขณะเดียวกัน น้อยครั้งนักที่จะยอมรับถึงความผิดพลาดของตนเอง มีเพียงแต่ความคิดที่จะอยู่เหนือผู้อื่นอยู่เท่านั้น ถ้าหากคนนักษัตรนี้ต้องการทำงานร่วมกับผู้อื่นแล้ว พวกเขาจะต้องรู้จักควบคุมนิสัยและความประพฤติของตนเอง หรือต้องทำงานในสายอาชีพที่จะต้องติดต่อผู้อื่นอยู่ตลอด การปรับเปลี่ยนทัศนคติจะสามารถช่วยได้มาก

หากดาวศุกร์ในชาตาของคนเกิดฤกษ์นี้ สถิตย์อยู่ในทวิภาวะราศี มักจะใช้เงินหมดเปลืองไปกับสิ่งที่อำนวยความสุขต่างๆ หากเป็นหญิงมักแสดงความอวดร่ำอวดรวยว่าเธอร่ำรวยขนาดไหน

ด้านงานอาชีพที่เหมาะสม จะเหมาะกับงานที่ต้องใช้ความคิดเชิงศิลป บังเทิง เช่น ศิลปกรรม นาฏกรรม การแสดง จิตรกรรม ดีไซน์เนอร์ เสื้อผ้า หรือธุรกิจเกี่ยวกับของหวาน หรือน้ำหวาน น้ำผลไม้ ต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันจะต้องระมัดระวังความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนในธุรกิจหรือคู้ค้าด้วยเช่นกัน

พวกเขามักมีความเกี่ยวพันและสนิทชิดเชื้อกับสายตระกูลทางแม่มากกว่าพ่อ และเนื่องจากดาวจันทร์แทนค่าจิตใจ ดังนั้นการใช้ชีวิตที่ปราศจากความตึงเครียดใดใด มักจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของคนในฤกษ์นี้ปรารถนา

ส่วนโรคภัยไข้เจ็บมักจะเกิดจาก ฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุลย์ อันเนื่องมาจากภาวะทางจิตใจ

58. รอต่อไป     [203.152.30.58]     22 Sep 2004 - 10:12

ต้องรออีก 18 -22 ฤกษ์แน่ะ
เฮ้อ....
อยากรู้ก็ต้องรอต่อเนอะ
ขอบคุณอาจารย์โม่ที่ยังเขียนต่อนะคะ
จะรออ่านจนกว่าจะถึงฤกษ์ที่รอ
(อย่าบอกว่าจะเลิกซะก่อนละคะ)

59. Neemo     [210.86.146.5]     22 Sep 2004 - 10:23

แหะ แหะ ขออภัยท่านที่รอนาน มันก็คล้ายๆกับ นิยายในหนังสือรายสัปดาห์นั่นแหละครับ บางครั้งมันก็อยู่กับอารมณ์ผู้เขียนด้วย อาจจะต้องรอบ้าง มีบางคนโทรมาบอกให้เขียนย้อนฤกษ์จะได้ไหม เพราะแกดันไปเกิดฤกษ์สุดท้าย ยังไงก็อดทนนะครับผมจะพยายามเขียนให้เร็วที่สุด เพราะอาจานแหนมมีเมกกะโปรเจค มารออีกแล้วววว


60. ขอความเห็นเรื่ององศา     [203.152.30.58]     22 Sep 2004 - 10:54

เรียนคุณตาบอดฯสุดขยัน และผู้ทรงความรู้ทุกๆท่านที่จะกรุณามาแบ่งปันความคิดเห็นกัน

ขอถามความเห็นเรื่ององศาดาวนิดนึงนะคะ ตามตำราที่ท่านแนะนำมาท่านว่าตำแหน่งดาวที่องศานั้นๆเป็นตำแหน่งดี-ร้ายต่างกันไปนั้น จำเป็นหรือไม่ว่าต้องตรงกำหนดพิกัดพอดีนะที่นั้นๆเป๊ะๆ

ขอยกตัวอย่างขอความเห็นเป็น จันทร์ที่ราศีมีน
ที่ ๙ องศาเป็นบุษกรจันทร์ให้คุณ
ที่ ๑๐ องศาเป็นมรณะองศา ให้โทษ

คำถามมีดังนี้ค่ะ
๑.องศาเหล่านี้ใช้ในการให้ฤกษ์เพียงอย่างเดียว หรือสามารถนำมาประกอบการอ่านพื้นดวงกำเนิดได้ด้วย
๒.หากเป็นการพิจารณาองศาดาวเพื่อการให้ฤกษ์ใดๆ เราก็สามารถเลี่ยงหรือเลือกตำแหน่งดาวจร ณ องศานั้นๆได้ แต่ถ้าเป็นดวงกำเนิดแล้วจะเป็นอย่างไร
๓. หากจันทร์สถิตย์ที่ราศีมีน ณ องศา 9:01 - 9.99 เราจะพิจารณาเป็นตำแหน่งอะไร

ต้องขอโทษที่ถามจุกจิกนะคะ แต่คิดว่าหลักพิจารณาที่บรรดาท่านอาจารย์และท่านผู้รู้ทั้งหลายจะร่วมกันแบ่งปันจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เริ่มศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะบางครั้งผู้เริ่มศึกษาจะไม่มั่นใจว่าจะตีความพิจารณาให้ตำแหน่งดาวตามตำราโบราณได้อย่างไร ในกรณีที่ตำรานั้นบอกไว้เพียงนิดเดียว

ขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับอาจารย์และท่านผู้รู้ทุกท่านที่จะกรุณามาไขข้อข้องใจค่ะ


61. ตาบอดส่องตะเกียง     [202.176.108.76]     22 Sep 2004 - 12:18

พอดีตื่นมาเลยแวะเข้ามาอ่าน เลยจำต้องตอบนู๋แป๊ะก๋วยให้ แหม!!! เหมือนคุยกันเฉพาะกลุ่มเลยเนอะ คนอื่นเขายังไม่สงสัยเลย มิน่าละอาจารย์นู๋ถึงมักบอกว่านู๋น่าเป็นเด็กผู้ชายนาม " ชินจัง " เจ้าปัญหาจัง เอาเล่าก็เล่า

ตอบ

1. ทั้งมรณะองศา และ จันทร์บุษกร นั้นเป็นเคล็ดสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้ง ดวงกำเนิด และ การทายจร หรือ การให้ฤกษ์ได้ ข้าพเจ้าค้นคว้ามาเจอเลยนำมาฝากไว้ให้ลองใช้ ลองศึกษากันดู

2. การให้ฤกษ์เรานั้นสามารถเลี่ยงมรณะองศานั้นได้ แต่ในดวงกำเนิดเขาไว้ประกอบการทำนายบ้างในเรื่องมรณะองศาถ้าดาวดวงใดได้ตำแหน่งมรณะองศาพอดี ก็เหมือนดาวดวงนั้นไม่ค่อยสบาย ทำให้ภูมิต้านทานโรคช่วงนั้นน้อยลง แต่เราต้องไปคำนวณษัฑพละเพิ่มเติมอีกทีเพราะมันทำให้ภูมิต้านทานลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าดาวนั้นต้องลดเท่ากันทุกคน เพราะถ้าษัฑพละมีกำลังดีก็เหมือนกับคนที่แข็งแรงอยู่แล้ว จะเป็นหวัดสักนิดก็ไม่เสียเท่าไหร่ ส่วนจันทร์บุษกรนั้นใช้ได้ดีทั้ง ดวงกำเนิด และ การให้ฤกษ์ เหมือนเพิ่มวัคซืนให้จันทร์นั้นทำให้จันทร์แข็งแรงขึ้นอีกนิด สวยขึ้นอีกหน่อย

3. ส่วนองศาในการพิจารณา เอาจันทร์ที่นู๋ถามมาคือ จันทร์ในราศีมีน เพราะจะเห็นได้ชัด เป็นบุษกรที่ให้คุณใน องศาที่ 09.00 ฉะนั้นให้ถ่วงสักนิด คือ 08.30 - 09.30 องศาจัดให้เป็นจันทร์บุษกร ส่วนมรณะองศาที่ว่าอยู่ในองศาให้โทษที่ 10.00 องศา ก็จะเป็น 09.30 - 10.30 องศาจ้า

ถ้าเผื่อกันมากมายกว่านี้เดี๋ยวจะไปชนอีกเยอะกลายเป็นตำราขัดกัน การเรียนโหราศาสตร์นั้นก็ควรถ่วงปรับบ้างไม่ตึงเกิน - หย่อนเกินจึงเป็นการดี แต่ต้องถ่วงปรับให้อยู่ในหลักการนะจ๊ะ พิกัดนั้นเป็นช่วงบอกโดยประมาณเช่นกัน อย่างจันทร์อยู่ที่ 03.00 องศาราศีพฤษภเป็นปรมอุจจ์ ฉะนั้นช่วงพิกัดที่จะได้รับกระแสปรมอุจจ์ก็คือ 02.30 - 03.30 องศา ถ้าเราถ่วงกันมากๆ ก็เดี๋ยวจะพาลเข้าข้างตัวเองเป็นปรมอุจจ์ตลอดราศีกันพอดี

อ๋อ !!! ขอท้วงเรื่อง ษัฑพละ สักนิดเกี่ยวกับ อุชะพละ (Ocha Bala) กับ 3. อุชะยุคมะพละ (Ojayyugma Bala) ซึ่งนู๋เขียนโดยใช้ ช.ช้าง นั้นให้แก้สักหน่อย เพราะ ภาษาฮินดี cha แปลงเป็นภาษาไทยมักจะเขียนเป็น จ.จาน ส่วน Ja นั้นถ้าแปลงเป็นภาษาไทยมักจะเขียนเป็น ช.ช้าง ดูอย่างคำว่า มหาราชา สิ ฉะนั้นจึงมาแนะนำให้เพราะเดี๋ยวคนอ่านมาอ่านแล้วจะสับสน เจอ 2 อุชะ แล้วจะตีความหมายว่าทั้ง 2 คือ อุจจ์ เหมือนกัน ฝากด้วยนะค่ะ เดี๋ยวจะไปตีก้นอาจารย์นู๋สักที ตรวจแล้วไม่ติง...เอิ๊กๆๆ

ไปเข้าเฝ้าพระอินทร์(นอน)ต่อดีก่า เดี๋ยวโดนถามอีกเพียบ นู๋ยิ่งเป็นเด็กมีปัญหาอยู่ ให้อาจารย์นู๋รับเคราะห์นี้ซะบ้าง .... ไปหละ


62. Neemo     [210.86.146.154]     22 Sep 2004 - 15:17

ขอตอบเพิ่มเติม เรื่องมรณะองศา และจุดปรมอุจน์ เรื่องนี้เกี่ยวพันกับษัฑพละค่อนข้างมากเนื่องจาก การเป็นอุจน์ของดาวทุกดวงก็จะได้กำลังเท่ากัน 1 รูปะ หากเป็นนิจลดลง 1 รูปะ และหากเป็นอุจน์ด้วยเสวยองศาปรมอุจน์ด้วยก้อเป็น 2 รูปะ ดังนั้นหากคำนวนด้วยวิธีษัฑพละทั้งหมดไม่จำเป็นว่าดาวที่เสวยราศีอุจน์และเสวยองศาปรมอุจน์จะต้องได้กำลังสูงสุดในชาตา
ส่วนองศาปรมอุจน์ใช้กันมากในการวางฤกษ์ยาม เช่นดวงประเทศไทยวางอาทิตย์เสวยองศาปรมอุจน์เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง แก่ผู้ปกครองแผ่นดินเป็นหลัก และหากเป็นการวางฤกษ์ทั่วไปให้ก็ระวังอย่าให้องศาดาวดวงใดเสวยมรณะองศา คล้ายๆกับไม่ให้ลัคนาเสวยนวางค์พิษนั่นแหละ
หากในพื้นดวงเดิมมีดาวเคราะห์เสวยมรณะองศา ก็จะทำให้ดาวดวงนั้นนำความวิบัติมาให้เจ้าชาตาในเวลาที่เสวยอายุตามระบบวิมโษตรีทักษา เช่นลัคนามิถุน ดาวจันทร์เป็นเจ้าเรือนการเงินและเสวยองศามรณะคือ 22 องศาในกรกฏ ในช่วงที่ดาวจันทร์เป็นเจ้ามหาทักษาเสวยอายุหรือแทรก ก็จะนำความวิบัติทางการเงินมาให้

การคำนวณทั้งนี้ให้คำนวณโดยปฎิทินโหราศาสตร์ระบบดาราศาสตร์ ตัดอายนางศะแบบลาหิรี เท่านั้น

63. ภารตี     [203.172.117.253]     22 Sep 2004 - 21:26

ดาวเสวยมรณะองศานั้น โบราณท่านว่าให้เหลื่อมล้ำกันได้ไม่เกิน ๒๔ ลิบดาเจ้าค่ะ

64. Neemo >5.มฤคศิระนักษัตร     [210.86.146.154]     23 Sep 2004 - 17:38

5.มฤคศิระนักษัตร
เป็นนักษัตรลำดับที่ 5 แห่งจักรราศี มีระยะตั้งแต่ 23 องศา 20 ลิปดาในราศีพฤษภถึง 6องศา 40 ลิปดาในราศีมิถุนซึ่ง 2 นวางค์บาทแรกอยู่ในราศีพฤษภและสองนวางค์บาทหลังอยู่ในราศีมิถุน ซึ่งจะทำให้คนที่เกิดในสองนวางค์บาทแรกกับสองบาทหลังมีบุคลิกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตามโดยภาพรวมของนักษัตรนี้มีดังนี้

โครงสร้างของร่ายกายมักแข็งแรง ผิวเข้ม ในขณะเดียวกันก็ที่มีบุคลิกที่ค่อนข้างเข้มแข็งด้วย แต่ถ้าอยู่ในสองบาทแรกของพฤษภก็จะทำให้บุคลิกค่อนข้างอ่อนโยนมากกว่าและผิวพรรณก็จะขาวสะอาดกว่าในสองบาทหลังในราศีมิถุน


นิสัยโดยทั่วไปเป็นคนมีน้ำใจใสซื่อ และซื่อสัตย์ตรงไปตรงมากับผู้อื่นเสมอ ในขณะเดียวกันก็คาดหวังผลตอบแทนจากผู้อื่นโดยอยากให้ผู้คนตอบแทนตนด้วยความซื่อสัตย์จริงใจในลักษณะเดียวกัน แต่ก็นานๆครั้งจึงจะได้รับตามความคาดหวัง เพราะว่าเจ้าชาตามักจะได้พบเจอการทรยศ หักหลังเสียมากกว่า โดยเฉพาะการกระทำจากคนที่อยู่ใกล้ชิด เมื่อเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นเจ้าชาตาจะพบว่า มันยากที่กลับไปสร้างสัมพันธ์กันเหมือนเดิมอีก เพราะเจ้าชาตาจะไม่ชอบที่ถูกผู้อื่นทำการทรยศหักหลังหรือฉ้อฉลกับตนเอง ซึ่งมีแนวโน้วที่จะสร้างความอาฆาตพยาบาทและคิดแก้แค้นให้กับเจ้าชาตา

สำหรับคนที่เกิดในฤกษ์นี้โดยธรรมชาติจะเป็นคนรักสันติ แต่การกระตุ้นหรือแหย่ให้โกรธแม้เพียงเล็กน้อยกลับค่อนข้างจะอันตราย มีพลังความต้องการ ความอยากมีอยากได้ค่อนข้างสูงจนถึงกับโลภ มีความว่องไวในด้านการค้นคว้าเรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆ และมีความเป็นนักสร้างสรรค์โดยธรรมชาติ

ความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา มีความจริงใจ และความหัวรั้น มักจะแสดงออกให้เห็นชัดเจนมากขึ้นในราศีพฤษภ และมักชอบชีวิตที่เรียบง่าย แต่ก็พบว่าบ่อยครั้งเจ้าชาตายากที่จะตัดสินใจในเรื่องสำคัญๆในชีวิต อาจเนื่องมาจากชีวิตที่ผ่านมาต้องมีประสพปัญหาเรื่องกฎหมายคดีความหรือการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งสำคัญและทั้งหมดก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เจ้าชาตาต้องใช้เวลานานในการก่อร่างสร้างตัว หรือตั้งหลักปักฐานในชีวิต

เจ้าชาตาที่เป็นหญิง มักชอบที่จะควบคุมสามีให้อยู่ในโอวาท เมื่อสมรสแล้วพวกเธอมักทำตัวยุ่งอยู่เสมอ และชอบที่จะควบคุมกิจการภายในบ้านทั้งหมด

บุคคลทั่วไปที่เกิดภายใต้ฤกษ์นี้มักมีการศึกษาดี โดยเฉพาะคนที่พระจันทร์เสวยฤกษ์นี้ในราศีมิถุน ถนัดวิชาชีพด้านบัญชี สำหรับคนที่เกิดในราศีพฤษภมักมีความฉลาดและไหวพริบในเชิงธุรกิจ และไหวพริบปฎิภาณนั้นมักส่งเสริมให้ได้รับประโยชน์ในด้านการเรียนรู้และการศึกษาด้วย


ด้านความรัก มักเกิดความเข้าใจผิดกันเสมอๆกับคู่รัก คู่สมรสมักมีปัญหาทางสุขภาพ ส่วนเจ้าชาตามักประสบปัญหาต้องเผชิญความเครียดในชีวิตสมรสตลอดเวลา
ด้านสุขภาพ มีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง และกรดในกระเพาะอาหาร

65. ขออนุญาต     [203.152.30.58]     27 Sep 2004 - 16:21

ขออนุญาติพากลับมาหน้าหนึ่งหน่อยนะคะ
แบบว่า...ยังรอฤกษ์หนูอยู่ค่ะ
ไม่ได้ทวงนะคะ
แต่กลัวลืมค่ะ
อิ อิ อิ

66. รอด้วยคนค่ะ     [203.146.41.120]     27 Sep 2004 - 17:22

รอ ศตภิษัช อยู่ค่ะ..อีกนานไม๊เนี่ย

67. Neemo     [210.86.146.39]     27 Sep 2004 - 17:39

กราบขออภัย ทุกๆท่านช้าหน่อยนะจ๊ะ เพราะตอนนี้กำลังยุ่งๆอยู่ กลางวันต้องออกไปทำงานข้างนอก กลางคืนก็ต้องเขียนแผนโน่น แผนนี่ ส่งเจ้านายจ้า ว่างเมื่อไหร่จะมาโพส์ต่อให้เร็วๆๆ นะจ๊ะ



68. รับทราบก๊าบ     [203.152.30.58]     27 Sep 2004 - 17:52

จะอดทนรอต่อปายค่า

69. Neemo>6.อารทรานักษัตร     [61.91.91.171]     28 Sep 2004 - 22:29

Ardra 6.อารทรานักษัตร

Ardra 6.อารทรานักษัตร เป็นนักษัตรลำดับที่ 6 แห่งจักราศี มีความกว้างระหว่าง 6 องศา 40 ลิปดาถึง 20 องศา 00 ลิปดาในราศีมิถุน ซึ่งมีราหูเป็นเจ้าฤกษ์ เจ้าชาตาที่ถือกำเนิดในฤกษ์นี้มักมีร่างกายและบุคลิกภาพแตกต่างกัน บางคนผอมบาง บางคนก็อ้วนเจ้าเนื้อ บางคนก็สูงมาก บางคนก็เตี้ยผิดธรรมดา ซึ่งก็คือบุคลิกและลักษณะเฉพาะตัวของราหู ซึ่งบางครั้งก็แสดงออกด้านรูปร่างผอมสูงยาวคล้ายส่วนหางของอสรพิษ (ราหู) โดยเฉพาะคนเกิดในฤกษ์นี้และมีราหูอยู่เรือนที่ 7 ในชาตากำเนิด ก็จะทำให้คู่ครองมีลักษณะทางร่างกายหรือทางกายภาพตรงข้ามกับเจ้าชาตาเสมอ นอกจากนั้นสถานภาพทางสังคมของคู่ครองก็จะแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน และเป็นการยากยิ่งที่พยากรณ์อุปนิสัยและพฤติกรรมของเจ้าชาตาจากความประพฤติในอดีต เจ้าชาตาจะมีพลังทางจิตระดับสูง และก็ขึ้นอยู่กับที่สถิตย์ของราหูและเกตุ(อินเดียที่ตรงข้ามกับราหู) ในชาตาและอยู่ในตำแหน่งที่ให้คุณ หากเจ้าชาตาเกิดในฤกษ์นี้มีดาวเนปจูนที่เข้มแข็งสถิตย์อยู่ในชาตาด้วย จะทำให้เป็นคนที่สามารถดึงดูดและชักนำฝูงชนได้อย่างมากมายมหาศาล

นวางค์บาทฤกษ์ทั้งหมดของนักษัตรนี้ ทั้งหมดสถิตย์อยู่ในราศีมิถุน ซึ่งเป็นราศีแห่งไหวพรอบและสติปัญญาความฉลาดเฉลียว ซึ่งดาวเคราะห์เจ้าเรือนคือดาวพุธเจ้าแห่งสติปํญญาและการสื่อสาร และดาวพุธเองก็จะส่งเสริมให้เจ้าชาตาเป็นคนที่มีพลังในการไข่วคว้าในทุกๆสิ่งที่เป็นผลประโยชน์แก่เจ้าชาตา และมักจะชอบพูดในเรื่องที่เกี่ยวกับความลับของผู้อื่นอยู่เสมอๆ เจ้าชาตามักที่จะสามารถสงบเยือกเย็นได้แม้กระทั่งในเวลาที่เผชิญความทุกข์ยากลำบากที่สุดของชีวิต และสามารถปฏิตามตามสภาวะการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนด้านอาชีพเหมาะกับงานค้นคว้าวิจัย โดยเฉพาะเกี่ยวกับงาน ด้านฟิสิกส์ แม่เหล็กไฟฟ้า วิทยาศาสตร์ นิติเวช งานสืบสวนสวบสวน แม้แต่งานค้นคว้าด้านพลังจิต ซึ่งเจ้าชาตาจะมีพลังงานทางจิตค่อนข้างสูง

เจ้าชาตามักจะได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศหรือแม้แต่ต้องอาศัยอยู่ต่างประเทศเพื่อทำงานหาเงินทอง หรือทำงานด้านการท่องเที่ยวในต่างประเทศ

ด้านชีวิตสมรสมักขึ้นๆลง โดยสัมพันธ์ภาพของทั้งสองฝ่ายมักไม่ค่อยเป็นปกติสุข เนื่องจากการปิดบังปัญหาซึ่งกันและกัน


70. ตาบอดส่องตะเกียง     [202.176.108.189]     29 Sep 2004 - 21:10

เหนื่อยไหมท่านโม่ ถ้าเหนื่อยบอกเสาร์นี้จะเอา M150 ไปฝาก สู่ต่อไปนะ นีโม่ปลาน้อย อีกไม่นานคงได้กลับทะเลเอง รีบๆ ทำความสะอาดตู้ปลานี้หน่อยจะได้กลับทะเลเร็วๆ ... 555

แสดงคำตอบจำนวน 30 คำตอบสุดท้าย จากจำนวนคำตอบทั้งหมด 70 คำตอบ ( 3 หน้า )
| 1 | 2 | 3 |



ขออภัย เนื่องจากกระทู้นี้เก่าเกินไปแล้ว

จึงขอปิด! งดการตอบกระทู้ต่อไป เนื่องจากจะทำให้ระบบโดยรวมช้าลง

หากเห็นว่ากระทู้นี้มีประโยชน์ ขอให้ท่านเปิดกระทู้ใหม่แทน

จากใจ Webmaster



©Copyright ? 2004-2008 Payakorn.com All rights reserved.